ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    ตอนที่ 33 โหดเกินไป

    ขณะที่ฉินลู่จับมือผู้หญิงคนนี้อีกฝ่ายก็สัมผัสได้ถึงความหยาบกร้านของฝ่ามือฉินลู่เช่นกันเธอเองก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

            “คิดไม่ถึงเลยจริงๆ เห็นคุณดูเป็นคนผอมแห้งแรงน้อย ไม่คิดเลยว่าจะเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้คนหนึ่ง”หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม

            “ผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้?”ซุนอิงมองฉินลู่อย่างสงสัย

            “ก็ไม่เชิงหรอกครับ เคยฝึกไม่กี่วันเท่านั้นแหละ” ฉินลู่ดึงมือกลับเขารู้ว่าอีกฝ่ายสัมผัสได้จากฝ่ามือที่หยาบกร้านว่าเขาเคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาก่อน

            “ยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอ” หญิงสาวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ และทันใดนั้นก็ปล่อยหมัดเข้าใส่ฉินลู่ทันที

            ฉินลู่ตกใจ จึงรีบหันศีรษะหลบ

            หญิงสาวคนนี้ยังไม่ยอม จึงก้าวเข้าไปหาร่างของฉินลู่อย่างรวดเร็วจากนั้นก็ยกเข่าขึ้น กระแทกเข้าที่เป้าของเขาอย่างแรง

            “ช่างมั่นใจเหลือเกิน!”ฉินลู่ตกใจมาก ยังจะต้องสนอีกเหรอว่านี่คือเพื่อนสนิทของซุนอิง เขารีบประชิดเข้าไปข้างตัวหญิงสาวคนนั้นแล้วยกแขนขึ้นโอบหน้าอกของเธอไว้ เกี่ยวเท้าซ้าย เหมือนจะจับเธอทุ่มกับพื้น

            แต่เธอคนนี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดา คาดเดาได้ว่าฉินลู่จะทำอะไร จึงหมุนตัวราวกับกำลังเต้นรำให้หลุดจากแขนของเขาและเปลี่ยนจากแทงเข่าเป็นเตะข้างโดยเล็งไปที่หน้าผากของฉินลู่

            การหมุนตัวของเธอทำให้ฝ่ามือฉินลู่ที่วางอยู่บนหน้าอกของหญิงสาวอ่อนแรงลงเขาตกตะลึงในทันใด เมื่อดึงสติกลับมาได้ลูกเตะที่ลอยเข้ามาอย่างรวดเร็วนั้นก็มาจ่ออยู่ที่หูของเขาเป็นที่เรียบร้อย

            “กระบวนท่านี้โหดมาก!”

            ฉินลู่โต้กลับไม่ทัน จึงก้าวไปข้างหน้าหลีกเลี่ยงลูกเตะข้างของอีกฝ่าย และยังคงกุมเป้าที่หญิงสาวพยายามยกขาขึ้นมาเตะ

            ฉินลู่วาดขาออกไปอย่างไม่ลังเล โดยหวังจะทำให้หญิงสาวล้มลง

            เมื่อหญิงสาวเสียสมดุล เธอจึงเอาขาไปเกี่ยวที่ศีรษะของฉินลู่ทันทีและคว้าเสื้อของเขาด้วยมือทั้งสองข้าง

            ฉินลู่อยากจะถอยออกมา แต่ทรงตัวไม่ดี ใบหน้าของเขาก็กระแทกลงไปที่เป้าของหญิงสาวอย่างแรง...

            ทั้งสองคนล้มลงเตะโต๊ะระเนระนาดเสียงดังโครมครามดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้องโถง

            ตอนที่ฉินลู่และหญิงสาวกำลังจะยืนขึ้นนั้น พวกเขาก็พบว่าท่าทางตอนนี้ช่างดูสุ่มเสี่ยงจริงๆ...

            ทั้งสองคนจึงรีบลุกขึ้น และแยกจากกัน

            จากนั้นก็เห็นว่าทุกคนในห้องโถงต่างก็มองพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ

            ฉินลู่แทบอยากจะบ้า เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงต้องการโจมตีเขา

            ซุนอิงอ้าปากค้าง และถามขึ้นอย่างช้าๆ “พวก...พวกเธอกำลังทำอะไรเนี่ย”

            หญิงสาวกระแอมไอ จากนั้นก็พูดอย่างเขินๆ  “ก็ไม่มีอะไร แค่ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายช่วยหาคนมาทำความสะอาดพวกนี้หน่อยสิ อย่าทำให้งานเลี้ยงเสียเวลาเลย”

            ซุนอิง “...”

            ฉินลู่ “...”

            ผู้คน “...”

            สิบนาทีต่อมาคนรับใช้ก็รีบมาเก็บกวาดสิ่งของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น

            ฉินลู่นั่งห่างออกไปจากหญิงสาว ท่าทางของเขาราวกับกลัวเธอ

            หญิงสาวยังคงจ้องไปที่ฉินลู่ จากนั้นก็พูดว่า“คุณบอกว่าเคยฝึกเพียงไม่กี่วันไม่ใช่เหรอ ทักษะของคุณนี่เรียกว่าฝึกแค่ไม่กี่วันงั้นเรอะ”

            “เอาล่ะ ฉันฝึกมาหลายปีแล้ว” ฉินลู่พูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้

            “มาทำความรู้จักกันเถอะ ฉันชื่อชุยฮุ่ยฮุ่ย สวัสดี” หญิงสาวยื่นมือให้ฉินลู่อีกครั้ง

            หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ฉินลู่ก็ยื่นมือออกไปจับมือกับชุยฮุ่ยฮุ่ย

            “ทักษะของคุณดีมาก ต่อไปเราสองคนมาฝึกฝนด้วยกันเยอะๆ นะ”ชุยฮุ่ยฮุ่ยกล่าวอย่างเป็นกันเอง

            ใครอยากฝึกกับเธอกันล่ะ

            ฉินลู่ทำหน้าไม่พอใจ และไม่ได้ตอบอะไร

            “นี่คืองานเลี้ยงของคุณย่าฉันนะ ฮุ่ยฮุ่ยเธอช่วยเงียบแป๊บนึงได้ไหม” ซุนอิงมองชุยฮุ่ยฮุ่ยอย่างโกรธเคืองจากนั้นก็หันไปพูดกับฉินลู่ “เมื่อกี้การแนะนำตัวถูกขัดจังหวะไปตอนนี้ฉันจะแนะนำเพื่อนฉันให้นายรู้จัก”

            ขณะที่พูด ซุนอิงก็ดึงฉินลู่ให้ลุกขึ้นยืนแล้วพูดกับชายหนุ่มร่างกำยำว่า “เขาชื่อชุยเหลย เป็นเพื่อนสนิทของฉันและเป็นพี่ชายของชุยฮุ่ยฮุ่ย”

            “ชุยเหลย เขาคือฉินลู่”

            ชายหนุ่มร่างกำยำยืนขึ้น ยื่นมือออกไปและพูดกับฉินลู่“ฉันเป็นพี่ชายของชุยฮุ่ยฮุ่ย เรียกฉันว่าต้าเหลยก็ได้”

            ฉินลู่มองไปที่ฝ่ามือของชุยเหลยที่ยื่นออกมาเขารู้สึกไม่ค่อยกล้าจับมัน

            ชุยเหลยยิ้มและกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เหมือนน้องสาวหรอก ไม่ได้ผิดปกติเหมือนกับเธอ”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ฉินลู่ก็รู้สึกโล่งใจ และจับมือกับชุยเหลย

            เมื่อฉินลู่จับมือกับชุยเหลย เขาก็รู้สึกเสียใจทันที

            เพราะฝ่ามือของชุยเหลยก็หยาบกร้านเช่นกัน....

            ในเวลาต่อมาชุยเหลยผู้ซึ่งพูดว่าเขาไม่เหมือนน้องสาวก็เริ่มเกิดความผิดปกติขึ้นเขาจับมือฉินลู่ไว้แน่น

            “จู่ๆ ก็นึกเสียใจที่มาร่วมงานวันเกิดในวันนี้...”

            ขณะที่คิดในใจ นิ้วของฉินลู่ก็ไปกดจุดสำคัญบนมือของชุยเหลยแล้วทำให้ฝ่ามือของเขาอ่อนแรงลงทันที เขาจึงรีบปล่อยมือออก

            ชุยเหลยตกใจมาก สายตาที่มองฉินลู่เปลี่ยนไปทันที

            ฉินลู่ไม่ได้สนใจชุยเหลย เพียงนั่งลงอย่างสงบ

            “คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเพื่อนของเธอจะเป็นปรมาจารย์” ชุยเหลยพูดกับซุนอิง

            “ปรมาจารย์เหรอ เขา?”ซุนอิงมองแขนขาเล็กๆ ของฉินลู่ และพูดอย่างประหลาดใจ “นายไม่ได้เข้าใจผิดใช่ไหม”

            ชุยเหลยและชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดขึ้นพร้อมกัน “ไม่เลยสักนนิด!”

            ชุยฮุ่ยฮุ่ยหันไปหาฉินลู่ และพูดว่า “เพื่อนของเธอคนนี้ฉันรู้จักแล้ว ไว้เรามาแลกวีแชตกัน”

            ฉินลู่พยักหน้า หัวเราะแห้งๆ แต่แอบคิดในใจแล้วว่าหลังจากจบงานเลี้ยงให้ตายยังไงเขาก็ไม่ยอมให้ข้อมูลติดต่อแก่เธอแน่นอน

            “ยินดีต้อนรับคุณย่าครับ!”

            ในเวลานี้ จู่ๆ ก็มีเสียงโห่ร้องดังไปทั่วห้องโถง

            คุณย่าที่อายุมากนั่งอยู่บนรถเข็นที่ซุนหย่งเข็นออกมา

            นอกจากนี้ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่อีกสิบกว่าคนที่เห็นได้ชัดว่าเป็นสมาชิกตระกูลซุนเดินตามออกมา

            ทุกคนในห้องโถงค่อยๆ นั่งลง มองไปที่คุณย่าด้วยความเคารพ

            แถวของสาวใช้ร่างบางสวมชุดกี่เพ้าเดินเข้ามาพร้อมกับจานอาหารที่งดงามในมือนำไปวางบนโต๊ะอาหารของแขกเหรื่อ

            ดวงตาของชุยเหลยเป็นประกาย เขาแย่งไวน์มาจากมือของสาวใช้หนึ่งขวดจากนั้นก็วางมันลงบนโต๊ะ พูดกับฉินลู่ยิ้มๆ  “เพื่อนยาก เรามาดื่มกันสักหน่อยดีกว่านี่เป็นเหมาไถแท้ๆ เลยนะ!”

            ทันทีที่พูดจบ ชุยเหลยก็รินให้ฉินลู่โดยไม่ลังเล

            ฉินลู่ได้กลิ่นของเหล้า ก็รู้เลยว่าเหมาไถที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นของแท้แน่นอน

            ชุยเหลยก็รินให้ตัวเองหนึ่งแก้ว จากนั้นก็ยกมือขึ้นพูดกับฉินลู่“นายเป็นถึงปรมาจารย์ มา เรามาชนแก้วกัน”

            พูดจบ ชุยเหลยก็ดื่มเข้าไป

            มือของฉินลู่สั่นทันที เกือบจะทำเหล้าเหมาไถในมือหก...

            ด้วยร่างกายของเขาตอนนี้ ถ้าเขาดื่มแก้วนี้เข้าไป ได้เข้าเฝ้ายมบาลแน่

            ดังนั้นฉินลู่จึงรีบส่ายหน้า พูดว่า “ไม่ล่ะฉันดื่มเหล้าแรงขนาดนี้ไม่ได้”

            “เฮ้!” ชุยเหลยเริ่มไม่พอใจเขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “เป็นผู้ชายอกสามศอกมีอะไรที่ดื่มไม่ได้บ้าง เอาหน่อยน่า ฉันรินให้ตัวเองอีกแก้วพวกเราชนแก้วกัน!”

            ชุยเหลยพูดไปเติมเหล้าเหมาไถให้ตัวเองจนเต็มแก้วไปจากนั้นเขาก็มองฉินลู่อย่างชอบใจ พูดขึ้นว่า “นี่คือเหล้าเหมาไถเลยนะ มันหายากมาก ทำไมนายไม่ดื่มให้เยอะๆหน่อย”

            “ดื่มบ้านนายสิ!”

            ฉินลู่อยากจะตะโกนออกมาดังๆ ...

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน