ขณะที่ฉินลู่จับมือผู้หญิงคนนี้อีกฝ่ายก็สัมผัสได้ถึงความหยาบกร้านของฝ่ามือฉินลู่เช่นกันเธอเองก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ เห็นคุณดูเป็นคนผอมแห้งแรงน้อย ไม่คิดเลยว่าจะเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้คนหนึ่ง”หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม
“ผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้?”ซุนอิงมองฉินลู่อย่างสงสัย
“ก็ไม่เชิงหรอกครับ เคยฝึกไม่กี่วันเท่านั้นแหละ” ฉินลู่ดึงมือกลับเขารู้ว่าอีกฝ่ายสัมผัสได้จากฝ่ามือที่หยาบกร้านว่าเขาเคยฝึกศิลปะการต่อสู้มาก่อน
“ยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอ” หญิงสาวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ และทันใดนั้นก็ปล่อยหมัดเข้าใส่ฉินลู่ทันที
ฉินลู่ตกใจ จึงรีบหันศีรษะหลบ
หญิงสาวคนนี้ยังไม่ยอม จึงก้าวเข้าไปหาร่างของฉินลู่อย่างรวดเร็วจากนั้นก็ยกเข่าขึ้น กระแทกเข้าที่เป้าของเขาอย่างแรง
“ช่างมั่นใจเหลือเกิน!”ฉินลู่ตกใจมาก ยังจะต้องสนอีกเหรอว่านี่คือเพื่อนสนิทของซุนอิง เขารีบประชิดเข้าไปข้างตัวหญิงสาวคนนั้นแล้วยกแขนขึ้นโอบหน้าอกของเธอไว้ เกี่ยวเท้าซ้าย เหมือนจะจับเธอทุ่มกับพื้น
แต่เธอคนนี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดา คาดเดาได้ว่าฉินลู่จะทำอะไร จึงหมุนตัวราวกับกำลังเต้นรำให้หลุดจากแขนของเขาและเปลี่ยนจากแทงเข่าเป็นเตะข้างโดยเล็งไปที่หน้าผากของฉินลู่
การหมุนตัวของเธอทำให้ฝ่ามือฉินลู่ที่วางอยู่บนหน้าอกของหญิงสาวอ่อนแรงลงเขาตกตะลึงในทันใด เมื่อดึงสติกลับมาได้ลูกเตะที่ลอยเข้ามาอย่างรวดเร็วนั้นก็มาจ่ออยู่ที่หูของเขาเป็นที่เรียบร้อย
“กระบวนท่านี้โหดมาก!”
ฉินลู่โต้กลับไม่ทัน จึงก้าวไปข้างหน้าหลีกเลี่ยงลูกเตะข้างของอีกฝ่าย และยังคงกุมเป้าที่หญิงสาวพยายามยกขาขึ้นมาเตะ
ฉินลู่วาดขาออกไปอย่างไม่ลังเล โดยหวังจะทำให้หญิงสาวล้มลง
เมื่อหญิงสาวเสียสมดุล เธอจึงเอาขาไปเกี่ยวที่ศีรษะของฉินลู่ทันทีและคว้าเสื้อของเขาด้วยมือทั้งสองข้าง
ฉินลู่อยากจะถอยออกมา แต่ทรงตัวไม่ดี ใบหน้าของเขาก็กระแทกลงไปที่เป้าของหญิงสาวอย่างแรง...
ทั้งสองคนล้มลงเตะโต๊ะระเนระนาดเสียงดังโครมครามดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้องโถง
ตอนที่ฉินลู่และหญิงสาวกำลังจะยืนขึ้นนั้น พวกเขาก็พบว่าท่าทางตอนนี้ช่างดูสุ่มเสี่ยงจริงๆ...
ทั้งสองคนจึงรีบลุกขึ้น และแยกจากกัน
จากนั้นก็เห็นว่าทุกคนในห้องโถงต่างก็มองพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ
ฉินลู่แทบอยากจะบ้า เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงต้องการโจมตีเขา
ซุนอิงอ้าปากค้าง และถามขึ้นอย่างช้าๆ “พวก...พวกเธอกำลังทำอะไรเนี่ย”
หญิงสาวกระแอมไอ จากนั้นก็พูดอย่างเขินๆ “ก็ไม่มีอะไร แค่ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายช่วยหาคนมาทำความสะอาดพวกนี้หน่อยสิ อย่าทำให้งานเลี้ยงเสียเวลาเลย”
ซุนอิง “...”
ฉินลู่ “...”
ผู้คน “...”
สิบนาทีต่อมาคนรับใช้ก็รีบมาเก็บกวาดสิ่งของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
ฉินลู่นั่งห่างออกไปจากหญิงสาว ท่าทางของเขาราวกับกลัวเธอ
หญิงสาวยังคงจ้องไปที่ฉินลู่ จากนั้นก็พูดว่า“คุณบอกว่าเคยฝึกเพียงไม่กี่วันไม่ใช่เหรอ ทักษะของคุณนี่เรียกว่าฝึกแค่ไม่กี่วันงั้นเรอะ”
“เอาล่ะ ฉันฝึกมาหลายปีแล้ว” ฉินลู่พูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“มาทำความรู้จักกันเถอะ ฉันชื่อชุยฮุ่ยฮุ่ย สวัสดี” หญิงสาวยื่นมือให้ฉินลู่อีกครั้ง
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ฉินลู่ก็ยื่นมือออกไปจับมือกับชุยฮุ่ยฮุ่ย
“ทักษะของคุณดีมาก ต่อไปเราสองคนมาฝึกฝนด้วยกันเยอะๆ นะ”ชุยฮุ่ยฮุ่ยกล่าวอย่างเป็นกันเอง
ใครอยากฝึกกับเธอกันล่ะ
ฉินลู่ทำหน้าไม่พอใจ และไม่ได้ตอบอะไร
“นี่คืองานเลี้ยงของคุณย่าฉันนะ ฮุ่ยฮุ่ยเธอช่วยเงียบแป๊บนึงได้ไหม” ซุนอิงมองชุยฮุ่ยฮุ่ยอย่างโกรธเคืองจากนั้นก็หันไปพูดกับฉินลู่ “เมื่อกี้การแนะนำตัวถูกขัดจังหวะไปตอนนี้ฉันจะแนะนำเพื่อนฉันให้นายรู้จัก”
ขณะที่พูด ซุนอิงก็ดึงฉินลู่ให้ลุกขึ้นยืนแล้วพูดกับชายหนุ่มร่างกำยำว่า “เขาชื่อชุยเหลย เป็นเพื่อนสนิทของฉันและเป็นพี่ชายของชุยฮุ่ยฮุ่ย”
“ชุยเหลย เขาคือฉินลู่”
ชายหนุ่มร่างกำยำยืนขึ้น ยื่นมือออกไปและพูดกับฉินลู่“ฉันเป็นพี่ชายของชุยฮุ่ยฮุ่ย เรียกฉันว่าต้าเหลยก็ได้”
ฉินลู่มองไปที่ฝ่ามือของชุยเหลยที่ยื่นออกมาเขารู้สึกไม่ค่อยกล้าจับมัน
ชุยเหลยยิ้มและกล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เหมือนน้องสาวหรอก ไม่ได้ผิดปกติเหมือนกับเธอ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ฉินลู่ก็รู้สึกโล่งใจ และจับมือกับชุยเหลย
เมื่อฉินลู่จับมือกับชุยเหลย เขาก็รู้สึกเสียใจทันที
เพราะฝ่ามือของชุยเหลยก็หยาบกร้านเช่นกัน....
ในเวลาต่อมาชุยเหลยผู้ซึ่งพูดว่าเขาไม่เหมือนน้องสาวก็เริ่มเกิดความผิดปกติขึ้นเขาจับมือฉินลู่ไว้แน่น
“จู่ๆ ก็นึกเสียใจที่มาร่วมงานวันเกิดในวันนี้...”
ขณะที่คิดในใจ นิ้วของฉินลู่ก็ไปกดจุดสำคัญบนมือของชุยเหลยแล้วทำให้ฝ่ามือของเขาอ่อนแรงลงทันที เขาจึงรีบปล่อยมือออก
ชุยเหลยตกใจมาก สายตาที่มองฉินลู่เปลี่ยนไปทันที
ฉินลู่ไม่ได้สนใจชุยเหลย เพียงนั่งลงอย่างสงบ
“คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเพื่อนของเธอจะเป็นปรมาจารย์” ชุยเหลยพูดกับซุนอิง
“ปรมาจารย์เหรอ เขา?”ซุนอิงมองแขนขาเล็กๆ ของฉินลู่ และพูดอย่างประหลาดใจ “นายไม่ได้เข้าใจผิดใช่ไหม”
ชุยเหลยและชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดขึ้นพร้อมกัน “ไม่เลยสักนนิด!”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยหันไปหาฉินลู่ และพูดว่า “เพื่อนของเธอคนนี้ฉันรู้จักแล้ว ไว้เรามาแลกวีแชตกัน”
ฉินลู่พยักหน้า หัวเราะแห้งๆ แต่แอบคิดในใจแล้วว่าหลังจากจบงานเลี้ยงให้ตายยังไงเขาก็ไม่ยอมให้ข้อมูลติดต่อแก่เธอแน่นอน
“ยินดีต้อนรับคุณย่าครับ!”
ในเวลานี้ จู่ๆ ก็มีเสียงโห่ร้องดังไปทั่วห้องโถง
คุณย่าที่อายุมากนั่งอยู่บนรถเข็นที่ซุนหย่งเข็นออกมา
นอกจากนี้ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่อีกสิบกว่าคนที่เห็นได้ชัดว่าเป็นสมาชิกตระกูลซุนเดินตามออกมา
ทุกคนในห้องโถงค่อยๆ นั่งลง มองไปที่คุณย่าด้วยความเคารพ
แถวของสาวใช้ร่างบางสวมชุดกี่เพ้าเดินเข้ามาพร้อมกับจานอาหารที่งดงามในมือนำไปวางบนโต๊ะอาหารของแขกเหรื่อ
ดวงตาของชุยเหลยเป็นประกาย เขาแย่งไวน์มาจากมือของสาวใช้หนึ่งขวดจากนั้นก็วางมันลงบนโต๊ะ พูดกับฉินลู่ยิ้มๆ “เพื่อนยาก เรามาดื่มกันสักหน่อยดีกว่านี่เป็นเหมาไถแท้ๆ เลยนะ!”
ทันทีที่พูดจบ ชุยเหลยก็รินให้ฉินลู่โดยไม่ลังเล
ฉินลู่ได้กลิ่นของเหล้า ก็รู้เลยว่าเหมาไถที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นของแท้แน่นอน
ชุยเหลยก็รินให้ตัวเองหนึ่งแก้ว จากนั้นก็ยกมือขึ้นพูดกับฉินลู่“นายเป็นถึงปรมาจารย์ มา เรามาชนแก้วกัน”
พูดจบ ชุยเหลยก็ดื่มเข้าไป
มือของฉินลู่สั่นทันที เกือบจะทำเหล้าเหมาไถในมือหก...
ด้วยร่างกายของเขาตอนนี้ ถ้าเขาดื่มแก้วนี้เข้าไป ได้เข้าเฝ้ายมบาลแน่
ดังนั้นฉินลู่จึงรีบส่ายหน้า พูดว่า “ไม่ล่ะฉันดื่มเหล้าแรงขนาดนี้ไม่ได้”
“เฮ้!” ชุยเหลยเริ่มไม่พอใจเขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “เป็นผู้ชายอกสามศอกมีอะไรที่ดื่มไม่ได้บ้าง เอาหน่อยน่า ฉันรินให้ตัวเองอีกแก้วพวกเราชนแก้วกัน!”
ชุยเหลยพูดไปเติมเหล้าเหมาไถให้ตัวเองจนเต็มแก้วไปจากนั้นเขาก็มองฉินลู่อย่างชอบใจ พูดขึ้นว่า “นี่คือเหล้าเหมาไถเลยนะ มันหายากมาก ทำไมนายไม่ดื่มให้เยอะๆหน่อย”
“ดื่มบ้านนายสิ!”
ฉินลู่อยากจะตะโกนออกมาดังๆ ...