เ........เ.....ว....ย....
?
ห….ด … น…
?
ไม่นะ!
??
ฮึก... ฮึก... ขอโทษ ... ขอโทษ ...
สวบ!
เฮือก!
เลเวียร์ตื่นขึ้นบนห้องพยาบาลสีขาวสะอาดตาด้วยอาการหวาดวิตก น้ำตาของเขายังคลออยู่ในเบ้าเพราะเพิ่งฝันเห็นเื่ราวที่ขาดตอนไปมาราวกับฉากหนังที่ถูกตัดต่ออย่างสะเปะสะปะ แต่รับรู้ถึงห้วงอารมณ์อันเศร้าหมองในความฝันนั้นได้อย่างชัดเจน จิตใจยังคงลุกลี้ลุกลนเพราะเริ่มแยกไม่ออกว่าสิ่งใดจริงหรือไม่จริงเพราะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองหลับไปเป็เวลานานมากจนนึกว่ากำลังล่องลอยอยู่ในปรโลกเสียอีก เลเวียร์ได้ยินเสียงสาวน้อยที่คุ้นเคยกระซิบปลอบประโลมอย่างอ่อนโยนจากด้านขวา มือทั้งสองข้างของเธอกุมมือเขาไว้ นั่นทำให้เขาได้สติกลับมา เลเวียร์มองใบหน้าที่ยิ้มแก้มปริของสาวน้อยผมสีน้ำตาลราวกับไม่เชื่อว่าทั้งเขาและเธอยังมีชีวิตอยู่ ััสายลมที่พัดอากาศอันสดชื่นที่พัดเข้ามา แสงแดดอันอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิทำให้เขาลืมความเหน็บหนาวในความฝันเป็ปลิดทิ้ง เขาดันตัวเองขึ้นจากเตียงโดยมีวีโอเลตช่วยประคองอยู่ไม่ห่าง เลเวียร์ขยี้ตา มองเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
“ว... วีโอเลต?”
“ใช่ค่ะ... วีโอเลตเอง… วีของพี่เลเวียร์ไงคะ”
“ว... วีโอเลต… ว... วี” เลเวียร์สะอื้น เอื้อมมือขวาไปจับแขนของเธอที่ยังมีผ้าพันแผลปิดอยู่ มือสั่นทันทีที่ััผิวหน้าของเธอ “ฮึก... เธอยังมี... ชีวิตอยู่... วี... เธอยัง… นี่ไม่ใช่ความ... ฝัน ใช่ไหม?”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ...” วีโอเลตหัวเราะเบา ๆ “ถ้าฝันอยู่ คนที่อยู่ข้าง ๆ พี่คงไม่ใช่วี แต่เป็คนอื่นมากกว่านะคะ...”
ฟึ่บ...
เลเวียร์ดึงเธอเข้ามาสวมกอด นั่นทำให้วีโอเลตสะดุ้งโหยง ก่อนจะััหยดน้ำตาที่ไหลพาดแก้มหนุ่มผมเทา
“ฮือ เธอยัง... ไม่ตาย... ยังไม่ตาย... ขอบคุณพระเ้า.... เธอยังมีชีวิตอยู่” เลเวียร์ร้องไห้ฟูมฟายราวด้วยความปิติ ยิ่งพูดเขายิ่งกอดเธอแน่นขึ้น วีโอเลตรู้สึกได้ถึงร่างกายที่สั่นสะท้านนั้น จึงอ้อมมือขวาลูบหัวเลเวียร์ไปมา
“ยังมีชีวิตอยู่สิคะ... ก็เพราะ... พี่นั่นแหละค่ะ... ขอบคุณนะคะ...” วีโอเลตพูด “แล้วก็...”
“ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ...”
ก๊อก… ก๊อก…
ครืด...
“ฉันเข้าไปล่ะนะ วีโอเลต” เนปจูนถือวิสาสะเข้ามาห้องผู้ป่วยโดยที่ยังไม่ได้ยินคำอนุญาตจากในห้อง เขาถือดอกไม้ช่อเล็กเพื่อนำมาเปลี่ยนแทนอันที่เหี่ยวเฉาไปเมื่อหลายวันก่อน แต่แล้วก็ต้องชะงัก ดอกไม้ในมือร่วงลงพื้น แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเพราะเกือบสัปดาห์ที่เขานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง คนไข้หัวเทาคนนี้ได้แต่นอนนิ่งเป็มนุษย์ผัก กระทั่งเขาแวบไปในเมืองเพื่อหาซื้อของใช้และดอกไม้ไม่กี่ชั่วโมง พอกลับมาถึงกลับเห็นเลเวียร์นั่งกอดน้องสาว ร้องไห้จะเป็จะตายอย่างหน้าตาเฉย
“ล… เล… เวียร์?” เนปจูนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ถอดแว่น ขยี้ตาไปมา
“เนป!” เลเวียร์ที่ได้ยินเสียงและเห็นหน้าเพื่อนคนแรกเผลอหลุดยิ้มแก้มปริ มือคลายกอดออกจากวีโอเลต ะโทักทายกลับไป “แล้วโนอากับโรมล่ะ…”
ชะงัก…
คำพูดที่เขาถามประจำเมื่อเจอเพื่อนที่เดินมาคนเดียวเป็เสมือนกระแสไฟฟ้าที่จี้ขั้วหัวใจ ความทรงจำไล่ย้อนฉายความเป็จริงอันแสนปวดร้าวเพราะเพื่อนรักที่นอนชายคาเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน หยอกล้อพูดคุยไร้สาระด้วยกัน รับบทลงโทษอันหฤโหดจากคุณคลอเดียด้วยกัน ให้กำลังใจยามเหนื่อยล้าตลอดการฝึกในอคาเดมี่ตลอดหกเดือน
และสัญญาว่าจะเป็ฮีโร่ที่แท้จริงไปด้วยกัน…
ไม่อยู่แล้ว
“อ… อา….” ริมฝีปากเลเวียร์สั่น “ฮึก… ฮึก… โฮ…..”
น้ำตาที่ตอนแรกไหลรินด้วยความดีใจที่ได้พบหน้าวีโอเลต โล่งใจที่เนปจูนยังมีชีวิตอยู่ แปรเปลี่ยนเป็น้ำตาแห่งความเศร้าโศกเพราะความทรงจำได้ตอกย้ำความจริงอันแสนโหดร้ายว่าเขาได้สูญเสียเพื่อนรักมากมายอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทั้ง ๆ ที่ควรดีใจที่อุตส่าห์รอดชีวิตจากคืนนรกมาได้ แต่พอนึกถึงสิ่งที่สูญเสียไปแล้ว มันทำให้เขาทุกข์ทรมานเหมือนกำลังตายทั้งเป็ เขาร้องไห้ฟูมฟายเพราะเขาไม่อาจช่วยชีวิตคนอื่นได้ แม้พยายามขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดก็ตาม เขาได้แต่พูดซ้ำไปซ้ำมาประหนึ่งขอขมาิญญาที่มองไม่เห็น
“ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ… ฉันผิดเอง… เป็เพราะฉันเอง...”
“เออ เป็เพราะแกแหละ เ้าโง่” เนปจูนพูด “พวกเราที่เหลือเลยรอดชีวิตมาได้เนี่ย”
“ฮึก… แต่ว่า… เพื่อนของพวกเรา… ทั้งแอนนี่… โรแนน… อีธาน… ลอรี่… ปีเตอร์… เจน … เดนเวอร์… คาร์สัน … วิคเตอร์… เฟร็ดดริค… นิโคลัส.. ไมกี้… เจสัน… ธาร์ท… ริค … กอดอน… ซิลวี่… ไลร่า… ราอูล… เวอม่อน … บรอนส์… แองจี้… นูรู… เหว่ย… เกร็กกอรี่… มิฮาเอล… เฮเลน…รูธ… จีจี้… ซินเนม่อน… แทร่า… ริโอน่า… เดกอน… เวน… ทัญญ่า…”
“เลเวียร์… หยุดเถอะ…”
“แคน่อน… ฮีธ… วิสค่อน… สเลท… คิวอี…”
แม้จะเป็เนสริงเกอร์ที่มีพลังรักษาอันเหลือเชื่อ แต่ก็รักษาได้แค่ร่างกาย แผลในใจของเลเวียร์นั้นสาหัสเกินกว่าสิ่งใดจะช่วยเยียวยาใด เลเวียร์เริ่มไล่ชื่อเพื่อนร่วมรุ่นที่เขาจำได้ว่าไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้รอดชีวิต ทีละคน ทีละคน นั่นพลอยทำให้ทั้งเนปจูนและวีโอเลตรู้สึกหดหู่ไปด้วย แม้ทั้งสองอยากจะหยุดเขา เนปจูนและวีโอเลตได้แต่ปล่อยให้เขาระบายความเ็ปในใจออกมาทั้ง ๆ ที่ทั้งคู่ไม่อยากได้ยิน
“และอีกสามคนที่เหลือ…” ริมฝีปากเลเวียร์หยุดนิ่ง
“โนอา…”
“โรม…”
“และก็…” เลเวียร์สะอื้น เมื่อนึกถึงเพื่อนที่ยืนปกป้องเขาในตอนท้ายก่อนจะหมดสติ “โดโน่…”
“ทุกคน… ตายหมดแล้ว”
“เอ่อ… นั่นก็ไม่เชิงหรอก…ค่ะ” วีโอเลตพูดแย้งเสียงค่อย
“หมายความว่าไง?” เลเวียร์เอียงคอมองไปที่วีโอเลต แต่จู่ ๆ เธอกลับหลบตาเขา นั่นทำให้เขายิ่งสงสัย จึงหันไปที่เนปจูนด้วยความสงสัย แต่หนุ่มแว่นคนนี้ก็หลบตาเขาเช่นกัน
“พวกนาย… หมายความว่าไงกันแน่?”
“ความจริงคือ…” เนปจูนแสดงสีหน้าลังเล แต่เพราะคิดว่าถ้าบอกเื่นี้ไป น่าจะทำให้เลเวียร์รู้สึกดีขึ้นบ้าง จึงตัดสินใจบอกเขา
“โดโน่ยังไม่ตาย…”
“โดโน่…ยังไม่ตายงั้นหรอ?” เลเวียร์ชะงัก “ด… โดโน่… ยังไม่ตาย…?”
“อ่า... เขาอยู่ที่โรงบาลฯ เ้าหน้าที่ผ่านศึกที่นี่แหละ ห้องพักเดี่ยว 4731 ไม่ไกลจาก...”
ทันทีที่ได้ยินที่อยู่ของโดโน่ เลเวียร์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาถอดสายยางที่ปักอยู่ที่แขนออก แล้วลุกออกจากเตียง วิ่งไปออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยว!? เลเวียร์!” เนปจูนะโไล่หลัง แต่ไม่ทันเสียแล้ว พ่อหนุ่มสกายเรสเซอร์วิ่งเท้าเปล่านำลิ่วไปยังจุดหมาย วิ่งฝ่าผู้คนไม่ว่าจะหมอหรือพยาบาลที่เดินตามโถง พวกเขาต่างสงสัยว่าทำไมหนุ่มในชุดคนไข้สีฟ้าอ่อนถึงดูดีอกดีใจปานนั้น สายตาเลเวียร์ไล่มองเลขห้องพยาบาลด้วยความตื่นเต้น เมื่อรู้ว่าตัวเองมาถูกทาง เขายิ่งเร่งฝีเท้ามากขึ้น
4710... 4713... 4717 ... 4725
4731!
ครืด...
เลเวียร์เลื่อนบานประตูเข้าไปด้านใน ภาพที่เห็นทำให้เขาตะลึง ชายหนุ่มที่มีผ้าพันแผลมัดไว้รอบหัวนั่งอยู่บนเตียงอย่างเงียบสงบ ตัวเขานั้นไม่ได้หันหน้ามาทางแขกผู้มาเยือน แต่กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีแสงอาทิตย์อบอุ่นอยู่ด้านนอก สายลมปลิวไสว โบกพัดม่านหน้าต่างสีขาวบางพลิ้วไปมาอย่างมีชีวิตชีวา
“โดโน่!” เลเวียร์เรียกคนไข้ที่นั่งเหม่อคนนั้นด้วยรอยยิ้ม แต่ทั้ง ๆ ที่พูดด้วยเสียงที่น่าจะได้ยินไกลไปถึงห้องข้าง ๆ เ้าตัวยังคงมองไปยังนอกหน้าต่างเช่นตอนแรก
“นึกว่านายไม่รอดแล้วซะอีก! นายนี่มันอึดไม่เบาเลยพับผ่าสิ!” เลเวียร์เดินเข้าใกล้เพื่อนของเขา พูดบ่นพึงพำ “เป็อะไรไปโดโน่! ไม่ดีใจรึไงที่ฉันอุตส่าห์มาเยี่ยม!”
เงียบ...
ความเงียบของชายที่เขารู้จักทำให้เลเวียร์รู้สึกตะหงิดใจว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่เข้าใกล้ไม่ถึงสามเมตร แต่โดโน่กลับไม่รู้สึกถึงตัวตนของเขาเลยสักนิด
“โดโน่...?” เลเวียร์ขมวดคิ้ว ค่อย ๆ เอื้อมมือไปััไหล่ของเขา
แตะ...
โดโน่สะดุ้งใราวกับคนที่ถูกไฟช๊อต เขาเหลียวหลังมองก่อนจะยิ้มแก้มปริที่เห็นหน้าเลเวียร์ที่ยังคงทำหน้าสับสนกับอาการของโดโน่ แต่ไม่ทันถามไถ่ กลับได้ยินเสียงทักทายอันคุ้นเคยของเพื่อนคนนี้
“อ้าว! เลเวียร์! นายยังไม่ตายหรอเนี่ย! ฮ่าฮ่าฮ่า มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้ ฉันนึกว่าโดนผีหลอกซะแล้ว!” โดโน่เอามือที่อ้วนป้อมตบไหล่เลเวียร์หลายครั้ง พูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันมีเอกลักษณ์เช่นเคย
“คนที่ควรจะเป็ผีมันนายต่างหากโดโน่” คำพูดติดตลกของโดโน่ทำให้เลเวียร์โล่งใจและเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “ว่าแต่นายเถอะ สภาพดูไม่จืดเลยนะ”
“นี่นายเชื่อไหม ขนาดอยู่ที่นี่มาเกือบสัปดาห์แล้ว... ฉันยังลุกออกจากเตียงไม่ได้เลยเนี่ย ฉันล่ะอิจฉานายจริงจริ๊ง แล้วตานายเป็สีแดงั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย!? ใส่คอนแทคเลนส์หรอ? เท่ะเิไปเลยว่ะ!”
“ตาฉันหรอ?” เลเวียร์หัวเราะเพราะไม่รู้ว่าโดโน่พูดเื่อะไรอยู่ “... แล้ว... นายได้เจอคนอื่นบ้างรึเปล่า?”
“นายรู้ไหมเลเวียร์ พยาบาลที่นี่โคตรสวยเลย! หุ่นดียิ่งกว่ารุ่นพี่คลอเดียอีกนะ!”
“เอ่อ... งั้นหรอ... แล้วเมื่อไหร่นายจะได้ออกจากโรงพยาบาลล่ะ?”
“ให้ตายเหอะ อาหารเมื่อเช้าเนี่ยรสชาติห่วยชะมัด... ทำเอาคิดถึงอาหารที่อคาเดมี่เลยล่ะ?”
“ด... โดโน่?”
“เออ จะว่าไป นายหายดีแล้วสินะ ฮ่าฮ่า สมแล้วที่เป็เ้าหน้าที่ระดับ C! แข็งแรงอย่างนี้สิดี!”
“น... นายโอเครึเปล่า โดโน่?” รอยยิ้มของเลเวียร์หุบลง มองชายผู้ยิ้มแป้นด้วยความสับสน
“เมื่อไหร่เ้าเนปจูนจะมาหาฉันซะทีนะ อุตส่าห์สั่งซื้อน้ำอัดลมั้แ่เช้าแล้วเนี่ย...”
“นายได้ยินที่ฉันถามนายไหม?”
“โอ๊ะ! อย่าบอกคุณพยาบาลเชียวล่ะว่าฉันแอบกินน้ำอัดลมระหว่างอยู่ที่นี่...”
“นาย... ฟังที่ฉันพูดอยู่รึเปล่าน่ะ?”
“หวังว่าคุณพยาบาลจะไม่โหดเหมือนรุ่นพี่คลอเดียนะ... คนน่ารักมักใจร้ายซะด้วยสิ... บรื้อ...”
“ทำไม... นายไม่ตอบคำถามฉันเลยล่ะ?”
“แต่ถึงจะโหดขนาดไหน ถ้าไม่มีริงเกียร์ก็ไม่น่ากลัวสำหรับพวกเราหรอกเนอะ!”
หมับ!
“ตอบฉันสิวะ! โดโน่!”
เลเวียร์ะโดังลั่น มือหนึ่งของเขาคว้าคอเสื้อของโดโน่เอาไว้ นั่นทำให้โดโน่หยุดพูดกะทันหัน
“นั่นเพราะ... เขาไม่ได้ยินที่นายพูดน่ะสิ...”
“...?”
เนปจูนที่เพิ่งมาถึงหน้าประตูตอบเลเวียร์
“โดโน่รอดจากคลื่นเสียงทำลายล้างของเทียร์ ดีปฟอลก็จริง... แต่ว่า... เยื่อแก้วหูของเขาได้เสียหายเกินเยียวยา... แม้จะใช้เวทมนต์รักษาแล้วก็ตาม...”
“ตอนนี้หูโดโน่...”
“ดับไปแล้ว...”
ชะงัก...
ผล๋อย...
“เป็เพราะ... เขามาปกป้องฉันสินะ...” เลเวียร์ปล่อยมือจากโดโน่ ก่อนจะล้มทั้งยืนข้างเตียงชายหูหนวก “ถ้า... เกิด... เขาไม่มาปกป้องคนอย่างฉัน... ละก็... ฮึก..”
“อ้อ! เลเวียร์ ฉันลืมบอกนายไป... ว่าฉันต้องเรียนภาษามือเพิ่มแหละ ฮ่าฮ่า แต่ก็ดีเหมือนกัน! ไม่ต้องเปลืองน้ำลายพูดอีกต่อไป อีกอย่าง ไม่ว่าชาติไหน ภาษามือก็เหมือนกัน เรียนภาษามืออันเดียว สามารถสื่อสารกับคนได้ทุกประเทศเลยล่ะ!” โดโน่พูดด้วยใบหน้าอันยิ้มแย้ม ซึ่งตรงข้ามกับเลเวียร์ที่ไม่อาจยิ้มได้อีกเมื่อรู้ว่าโดโน่้าเป็คนพิการั้แ่เหตุการณ์นั้น
“นี่... นายเจ็บรึเปล่าโดโน่?”
“เรียนภาษาแค่นี้ ไม่ใช่ปัญหาสำหรับอัจฉริยะอย่างฉันสักนิด! ฮ่าฮ่า”
“นี่... โดโน่... นายแค้นใจพวกริงเกอร์รึเปล่า?”
“นี่ดีนะ ที่พวกมันไม่ได้ตัดมือฉันไปด้วย... ถ้าเกิดไม่มีมืออีก คงต้องใช้ภาษาเท้าแทนแล้วล่ะ! วะฮ่าฮ่า... แต่นั่นก็ไม่ใช่เื่ยากสำหรับฉันอีกนั่นแหละ... เพราะฉันมันอัจฉริยะยังไงล่ะ”
“โดโน่... ฮึก...” เลเวียร์ยิ่งสับสนหนักขึ้น “นายเศร้ารึเปล่า... เพื่อนยาก...”
“หึหึ ฉันเจ๋งใช่ไหมล่ะ เพื่อน!”
โดโน่ชูนิ้วโป้งให้กับเลเวียร์
เลเวียร์ก้มหน้าลงบนผ้าห่มของโดโน่ มือทั้งสองข้างกำผ้าห่มไว้แน่น ร้องไห้สะอื้นอยู่ตรงนั้น
“อ... เอ๋ นายร้องไห้ทำไมน่ะ เลเวียร์” โดโน่ถามเลเวียร์ด้วยความใที่จู่ ๆ เลเวียร์ก็ซุกหน้า ร้องไห้ตรงหน้าตักเขา “เฮ้ย ๆ เป็เ้าหน้าที่ระดับ C ... ถ้าร้องไห้แล้วเกิดพวกริงเกอร์มาเห็นจะหัวเราะเอานะเฟ้ย!”
“โฮ... ทำไม... ทำไมกัน... ทำไมต้องเกิดเื่แบบนี้ขึ้นด้วย...”
“โฮ... ทำไมนายถึงยังยิ้มได้ โดโน่... ทำไม!”
เนปจูนยืนพิงประตูหน้าห้อง มองดูเลเวียร์ที่ร้องไห้ฟูมฟาย โดยมีโดโน่คอยปลอบอยู่ข้าง ๆ
“เหตุผลที่มันยังยิ้มได้... ก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่รึไง... นั่นเป็เพราะหมอนั่น...”
“คือโดโน่ยังไงล่ะ...”