‘นี้มันไม่เกินไปหน่อยรึไง วัตถุดิบ4ชิ้นนี้มันอะไรกัน มันมีแม้กระทั่งวัตถุที่มีเกรดสูงกว่าตำนานด้วยไม่ใช้หรือไง ตลอด3ปีในเส้นทางของพระเจ้าเรายังไม่เคยได้ยินว่ามีใครเจอของพวกนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ แล้วเราจะทำได้งั้นหรอ’
ลูชคิดกับตัวเองอยู่พักใหญ่ก่อนที่เขาจะตอบรับภาระกิจ
‘คงมีแต่ต้องหาให้เจอสิน่ะ’
ไม่นานใบหน้าของลูชที่ขาวซีดไปก็กลับมามีสีสันอีกครั้ง เขากำลังตื่นเต้นเพราะ4วัตถุดิบในการสร้างดาบของเขานั้น มันมีกล่าวไว้เพียงในตำนานเท่านั้น และเขากำลังจะได้ผจญภัยเพื่อตามหาพวกมันเพื่อมาสร้างดาบของตัวเอง
‘แต่ก่อนอื่นคงต้องขอให้กราฟสอนทักษะการตีเหล็กให้ก่อนสิน่ะ’
[ท่านได้รับคลาสรองช่างตีเหล็ก]
[ระบบท่านได้รับทักษะการตีเหล็กขั้นพื้นฐาน ระดับต้น]
[ค่าสถานะพิเศษค่าความชำนานของท่านเพิ่มขึ้น10แต้ม]
หลังจากผ่านไปครึ่งวันลูชบอกลากราฟก่อนที่เขาจะออกล่ารอบๆเขตนอกเมืองเลเบียเพื่อรอชิบุสึมารับไอเทมขยะไป
***
ชิบุสึ : นายอยู่ที่ไหนฉันกำลังจะถึงเลเบียแล้วเจอกันที่จัตุรัสเมืองในอีกครึ่งชั่วโมง
ลูช : ตกลงฉันจะไปรอที่นั้น
ผ่านไป30นาทีลูชก็ได้พบกับชิบุสึ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่มีใบหน้าเหมือนจะหล่อในแบบคนเกาหลี รูปร่างที่ไม่ได้อ่วนจนเกินไปดูสมส่วนเหมือนรูปร่างของพ่อค่าหน้าเลือดในสมัยก่อน
‘นี้เขาได้ปรับหน้าตาตอนสร้างตัวละครขึ้นมางั้นหรอ’
ในระบบการสร้างตัวระครของPath of God ผู้เล่นจะสามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาของตัวเองได้ถึง10% แม้จะเป็นเพียง10%แต่มันกลับสามารถสร้างนางฟ้าที่ไม่ควรใช้มนุษย์ขึ้นมาได้เลย
“นายเองสินะลูชหน้าตาหล่อเหล่าสมกับเป็นชาวเกาหลีจริงๆ สมแล้วที่ท่านฟีเลียมอบIDติดต่อฉันให้กับนาย”
ไม่ต้องมีใครบอกลูชก็พอที่จะเดาได้ว่าชายตรงหน้าของเขาเป็นพวกคลั่งในสตรีมของฟีเลีย แถมยังอาจจะเป็นพวกคลั่งชาติอีกด้วยเขาแต่งกายด้วยชุดฮันบกตั้งแต่หัวจรดเท้ารราวกับมีความคลั่งชาติแพร่ออกมาอยู่ตลอดเวลา
“ขอบคุณแล้วกันที่ชม นี้คือไอเทมทั้งหมดที่ฉันจะฝากให้นายช่วยกระจายให้หน่อย”
ชิบุสึมองดูรายการไอเทมที่ลูชยื่นให้พวกมันส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ผุพังของพวกอันเดดและยังมีโครงกระดูกของอันเดดระดับต่ำ เขาสังเกตไอเทมทั้งหมดก่อนจะทำสีหน้าพอใจและเสนอราคานายหน้าออกไป
“เนื่องจากนายเป็นคนเกาหลีด้วยกันฉันจะให้ราคาพิเศษโดยคิดเพียง20%ของราคาไอเทม นายสามารถติดต่อฉันได้ทุกเมื่อที่นายอยากจะกระจายไอเทมขยะพวกนี้ แต่อย่างน้อยๆก็ติดต่อฉันตอนที่นายมีมันเกิน500ชิ้นเป็นอย่างน้อยล่ะ”
‘นี้เขาคิดราคาเพียง20%เพราะเราเป็นคนเกาหลีงั้นหรือ’
เป็นที่รู้กันดีว่าพ่อค่าพวกนี้มักจะหัก30-40%ของราคาไอเทมซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกที่จะมีพ่อค่านายหน้าคนไหนจะหักส่วนแบ่งจากราคาของไอเทมเพียง20%เท่านั้น
‘เราควรถามเขาดีไหมน่ะ?’
‘แค่ลองถามคงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง’
“แล้วถ้าฉันเป็นคนญี่ปุ่นล่ะ”
ชิบุสึสะดุ้งไปเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยเสียงแข็ง ความสนิทสนมเมื่อครู่หายไปในชั่วพริบตา
“50%”
“และเนื่องจากนายถามคำถามไม่เข้าหูฉันจะหักค่าไอเทมจาก20เพิ่มเป็น30%”
ลูชเริ่มเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าเหตุใดไอหมอนี้ถึงได้ตั้งชื่อเหมือนกับคนญี่ปุ่น
‘แล้วทำไมราคาที่ตกลงกันเมื่อกี้มันถึงได้เปลี่ยนกันง่ายจังวะ’
ลูชไม่ได้แย้งอะไรมากนักเพราะยังไงมันก็จัดว่ายังเป็นราคาที่เขาพอจะรับได้อยู่ และเขาก็กลัวว่าท่าเขายังขอต่อราคาลงอีก ค่าส่วนแบ่งไอเทมมันอาจจะเพิ่มขึ้นแทนที่มันจะลดลง แต่ก่อนที่พวกเขาจะแยกกันลูชก็ถามเกี่ยวกับข่าวสารในเส้นทางของพระเจ้า เป็นที่รู้กันดีว่าพ่อค้าพวกนี้ขายทุกอย่างและอาชีพพวกเขาส่วนใหญ่ก็มักจะมีคลาสรองเป็นนักขายข่าวอยู่แล้ว
“เฮ้จิบุสึนายพอจะมีข่าวเกี่ยวกับต้นไม้โลกบางหรือป่าว”
ใช้แล้วนี้คือจุดหมายต่อไปที่ลูชจะต้องไปเนื่องด้วยช่วงนี้บทหลักของPath of God ชี้ไปอย่างชัดเจนว่าป่าต้นไม้โลกกำลังดำเนินบทหลักของเกมอยู่ในช่วงนี้และเขาก็อาจจะมีโอกาสได้กิ่งของต้นไม้โลกได้ง่ายมากขึ้น ลูชจึงไม่อาจพลาดโอกาศนี้ได้
“นายเองก็อยากมีส่วนร่วมกับบทหลักของเกมงั้นหรอ แต่ฉันว่าอย่าดีกว่าน่ะเพราะเมื่อเช้านี้ตำแหน่งของป่าต้นไม้โลกถูกเปิดเผยในทางทีวีเรียบร้อยแล้วมีกิลด์นับร้อยกำลังมุ่งหน้าไปยังป่าต้นไม้โลกกัน และจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมันจึงกลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามของพวกโซโล่แบบนายไปแล้ว และอีกอย่างมันก็อยู่ที่ทวีปตะวันตกหากนายคิดจะไปคงต้องใช้เวลาหลายเดือนอยู่เหมือนกัน ส่วนเรื่องเควสของที่นั้นดูเหมือนจะยังไม่มีผู้เล่นแม้แต่คนเดียวที่ได้รับเควส”
“พวกกิลด์ใหญ่ๆคาดการณ์กันว่ามันจะต้องสำเร็จเงื่อนไขบางอย่างพวกNPCถึงจะยอมมอบเควสให้กับนาย ก็เหมือนๆกับนายมีคุณสมบัติที่พร้อมในการรับเควสนั้นแหละ”
ลูชฟังและพิจารณาข้อมูลจากชิบุสึก่อนจะถามเกี่ยวกับสิ่งที่เขาต้องการ
“ชิบุสึนายพอรู้จักที่อยู่ของไอเทมพวกนี้บางไหม”
ชิบุสึมีสีหน้างงงวยเหมือนกำลังจะโมโหเพราะลูชดันถามราวกับว่าเขาจะไม่มีไอเทมที่ลูชอยากได้อยู่ในคลัง มันไม่ต่างจากการดูถูกเขาเลย แต่พอชิบุสึได้เห็นลิสต์รายชื่อของไอเทมที่ลูชยื่นให้ดูเขาก็พลันมีใบหน้าแข็งค้างทันทีดวงตาของเขาพองโตขึ้น ก่อนที่เขาจะสงบสติของตัวเอง ลิสต์ไอเทมที่ลูชยื่นให้เขาดูคือรายการที่เขาจะต้องส่งให้กราฟ
“นะ-นี้นายจะเอา อะ-ไอเทมพวกนี้ไปทำอะไรกัน”
“สร้างดาบ”
ลูชตอบง่ายๆราวกับว่าเขากำลังจะเดินไปเด็ดใบกระเพราหลังบ้านมาเพื่อทำกับข้าวกินยังไงยังงั้น ชุบิสึตกใจมากเกี่ยวกับสิ่งที่ลูชกำลังจะทำ ไอเทมพวกนี้เป็นสิ่งที่มีเขียนอยู่แต่เพียงในตำนานเท่านั้นแต่ชายตรงหน้าเขากำลังจะรวบรวมมาเพื่อสร้างดาบงั้นหรอ
“ฮ่าๆๆ!! สมแล้วที่นายเป็นชายชาวเกาหลี ชื่อเสียงของนายจะต้องดังกระฉ่อนไปทั่วโลกแน่หากมีคนรู้เรื่องนี้ ฉันยินดีที่จะช่วยนายนะ แต่น่าเสียดายของพวกนี้มันมีบันทึกแต่ในเพียงตำนานเท่านั้น ที่ฉันรู้อยู่ตอนนี้ก็มีเพียงกิ่งของต้นไม่โลกที่พบได้ในป่าเอลฟ์และศิลาไททันเท่านั้น มันเป็นเพียงข้อมูลปะปลายเท่านั้น นายจะต้องไปยังเมืองหลวงของไททันโบราณที่ล้มสลายมันเป็นเหมือนกับเมืองลับแลมีข่าวลือของNPCว่าประตูสู่เมืองไททันถูกตั้งอยู่ที่ทวีปตะวันออกซึ่งอยู่ตรงข้ามกับป่าต้นไม่โลกอย่างสิ้นเชิงเรียกว่ามันอยู่กันคนละซีกโลกเลยก็ได้แต่อย่าลืมว่ามันเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น เพราะยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกกิลนักสำรวจเองพอได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็หมกตัวอยู่ที่นั้นมาเป็นปีแล้วก็มี เพราะงั้นฉันคงต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลให้นายนานหน่อย แล้วฉันจะคิดราคาพิเศษให้เลย”
ลูชตกใจกับข้อมูลเมืองหลวงไททันไม่น้อยแต่เมื่อมันยังเป็นเพียงแค่ข่าวลือเขาจึงต้องมุ่งหน้าไปที่ป่าต้นไม้โลกก่อนเท่านั้น
‘หมอนี้เองก็นิสัยดีเหมือนกันนะเนี้ย’
ลูชมองไปที่ชิบุสึอย่างเป็นมิตร เขายินดีบอกข้อมูลให้ลูชด้วยความเต็มใจแถมยังพร้อมที่จะหาข้อมูลใหม่ๆมาให้เขาอีก
แต่สิ่งที่ลูชไม่รู้ก็คือหากเขาเป็นชาวญี่ปุ่นเขาจะถูกชิบุสึฆ่าและพยายามขัดขวางไม่ให้เขารวมร่วมไอเทมได้สำเร็จอย่างแน่นอน เพราะถึงเขาจะเป็นพ่อค้าแต่ชิบุสึก็ยังเป็นแทงค์เกอร์เลเวล185โดยอาชีพพ่อค้าของเขาเองก็เป็นเพียงคลาสรองเท่านั้นเขาเป็นผู้เล่นแถวหน้าของโลกอย่างแท้จริงเลย เขายินดีช่วยลูชเพราะมันจะทำให้เกาหลีใต้มีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นและนั้นคือทั้งหมดที่เขาคิด
“เอาละ ฉันจะต้องไปก่อนฉันยังมีลูกค่าคนสำคัญที่ฉันต้องไปเจออีกเยอะเหมือนกัน หากมีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับไอเทมที่นายกำลังตามหาเดียวฉันจะทักไปหาแล้วกัน”
“ขอบใจนายมาก ฉันติดหนี้นายแล้ว”
“หนี้เน้ออะไรกันหรือนายไม่คิดจะจ่ายค่าข้อมูลของฉันหรือไง”
‘นั้นสิน่ะ’
ลูชยืนนิ่งอยู่สักพักก่อนที่เข้าเองก็จะเริ่มออกเดินทาง
‘เราอาจจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนในการเดินทางครั้งนี้ หาเพื่อนร่วมทางไปด้วยดีกว่า’
ลูช : เฮ้เธอว่างรึป่าว?