บันทึกวิถีเซียนกระบี่แสวงพ่าย

    บทที่ 55 สถานที่ฝึกจิตใจ หอบุปผาเมามาย

    บทที่ 55 สถานที่ฝึกจิตใจ หอบุปผาเมามาย


    หลี่กวนฉีรู้สึกเพียงแค่สนุกดี ไม่คิดว่าท่านาวาเมฆหมินหนิงเล็กๆ  นี่จะวุ่นวายถึงเพียงนี้


    เพียงแค่จากกลุ่มคนเมื่อครู่นี้


    ขโมย สายสืบ นักพนัน นักต้มตุ๋น คนทุกชนชั้นแทบจะรวมตัวกันพร้อมหน้า


    หากเป็นคนซื่อๆ มาที่นี่ คงถูกปอกลอกจนเหลือแต่ตัวเปล่าแล้ว


    ร้านค้าและแผงลอยข้างๆ ก็ไม่ใช่พวกที่จะยอมเสียเปรียบ


    ขณะนั่งบนนาวาเมฆ หลี่กวนฉีมองเมฆาลอยผ่านข้างกาย ทะลุผ่านชั้นเมฆไปเป็นทัศนียภาพอันงดงาม


    แสงตะวันสาดส่องบนผืนเมฆ ดูราวกับมหาสมุทรสีทอง มองไม่เห็นสุดขอบฟ้า


    ไกลออกไปยังพบนาวาเมฆลำอื่นๆ แล่นผ่าน


    ขณะนี้นาวาเมฆอยู่สูงจากพื้นดินถึงพันจั้ง หลี่กวนฉีซึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้หนังสัตว์ยิ่งปรารถนาที่จะบินด้วยกระบี่ยิ่งขึ้นอีก


    สถานที่นี้ห่างจากเมืองวั่งเยว่ ต้องใช้เวลาเดินทางเรือหนึ่งวันเต็ม ยามฟ้ามืดก็จะถึงพอดี


    ตอนนี้นายเรือก็เริ่มเก็บค่าโดยสารแล้ว


    ไม่แพง แต่ก็ไม่ถูก


    หินวิญญาณระดับต่ำแปดก้อนถ้วน


    ทุกคนจ่ายหินวิญญาณอย่างว่าง่าย หลี่กวนฉีก็หยิบหินวิญญาณออกมาเช่นกัน


    ใครจะรู้ว่านายเรือหน้าตาบึ้งตึงนั่นกลับมาโค้งคำนับต่อหน้าหลี่กวนฉี


    เอ่ยเบาๆ ว่า "ท่านเอ๋ย ครั้งนี้ท่านไม่ต้องจ่าย ถือเสียว่าผูกมิตร ข้าแค่พาท่านไปเที่ยวหนึ่งเท่านั้น"


    คำพูดนั้นสุภาพมาก หลี่กวนฉีก็ยิ้มน้อยๆ แล้วเก็บหินวิญญาณกลับไป


    เขาหยิบขวดหยกเล็กๆ ออกมา ยัดใส่มือนายเรือโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง


    "ผงก่อปราณหนึ่งขวด เจ้าและข้าไม่ติดค้างกัน"


    เดิมทีนายเรือยังคิดปฏิเสธ แต่พอได้ยินว่าในขวดหยกนั้นเป็นผงก่อปราณก็รีบยัดมันเข้าไปในแขนเสื้อทันที


    กล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า "ได้เลยขอรับ ท่านพักผ่อนเถิด หากมีธุระใดก็เรียกข้าได้เลยนะขอรับ"


    หลี่กวนฉีหัวเราะหยันในใจ เป็นที่ชัดเจนว่าหลังจากนายเรือผู้นี้รู้ฐานะของเขาแล้ว ก็อยากจะมาผูกมิตรด้วย


    หากมีความสัมพันธ์กับสำนักกระบี่ต้าเซี่ย ต่อไปภายหน้าที่ปราการหมินหนิงก็คงไม่มีใครกล้าแย่งธุรกิจกับเขาแล้ว


    "แผนการเช่นนี้ กระทั่งคนตาบอดอย่างข้าก็ยังได้ยิน"


    ไม่นาน นายเรือก็จัดเตรียมผลไม้และขนมมาให้หลี่กวนฉีเป็นพิเศษ


    อีกฝ่ายเป็นคนรู้ความ เมื่อรับผงก่อปราณไปแล้วก็ไม่กล้าคิดอะไรมากไปกว่านั้น


    สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกฎเกณฑ์อันไม่เป็นลายลักษณ์อักษรในยุทธภพ


    หากรับของเขาไปแล้วยังคิดอาศัยชื่อเสียงกันอีก ก็ต้องชั่งน้ำหนักตัวเองให้ดีว่าจะรับมือกับการชำระบัญชีของเขาหลี่กวนฉีได้หรือไม่


    ราตรีกาลย่างกรายมาเยือน


    นาวาเมฆจอดเทียบท่าที่ท่าเรืออันสว่างไสวด้วยแสงไฟ


    หลี่กวนฉีเดินลงจากนาวาเมฆ ประสานมือให้กับนายเรือเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก


    เมื่อเงยหน้ามองไป พบว่าท่าเรือวั่งเยว่นี้คึกคักเป็นพิเศษ นาวาเมฆทั้งน้อยใหญ่ต่างเรียงรายยาวเหยียด


    มีพ่อค้าวาณิชมากมายสัญจรไปมา ตลาดแห่งนี้มีสตรีอยู่มาก ร้านค้าส่วนใหญ่ขายผ้าไหมและผ้าแพร


    หลี่กวนฉีสะพายหีบกระบี่ขนาดใหญ่ สวมชุดขาวทั้งตัว ประกอบกับใบหน้าอันหล่อเหลานั้น ก็ดึงดูดสายตาของหญิงสาวมากมาย


    เพียงแต่ดวงตาสีขาวบริสุทธิ์คู่นั้น ทำให้ผู้คนมากมายต้องส่ายหน้าถอนหายใจครู่หนึ่ง


    คู่เนตรจิ้งจอกงามดั่งดอกท้อ ขนตายาวเรียว


    ทุกการเคลื่อนไหว ก็ประหนึ่งดึงดูดใจของผู้คนละลิ่วลอยไปได้


    หญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังปักผ้าอยู่ในร้าน พลันร้องโอ๊ยออกมา


    ก้มลงเห็นนิ้วมือมีเลือดไหล แต่ยังคงเหลียวชะเง้อมองหาเงาร่างของชายผู้นั้นโดยไม่รู้ตัว


    อย่างไรก็ตามยามนี้ หลี่กวนฉีได้เดินลงมาจากท่าเรือและเข้ามาในเมืองวั่งเยว่แล้ว


    "ขนมเหลียงเกาสามอีแปะ~ ขนมเหลียงเกาชามละสามอีแปะ"


    "ขนมเปี๊ยะงาจ้าขนมเปี๊ยะงา..."


    "บะหมี่เป็ดตุ๋น~~ บะหมี่เป็ดตุ๋น~ บะหมี่เป็ดตุ๋นร้อนๆ ควันฉุยๆ เลยจ้า~~"


    "..."


    เสียงร้องขายของพ่อค้าแม่ค้าริมถนนดังไม่ขาดสาย ผู้คนบนถนนแออัดยัดเยียด


    ถนนกว้างถึงสามจั้งเต็มไปด้วยผู้คน ร้านค้าสองข้างทางมีอย่างน้อยสองชั้น


    ถนนที่สว่างไสวด้วยแสงไฟคึกคักเกินธรรมดา อาคารบ้านเรือนโบราณและคูคลองสองข้างทางทำให้หลี่กวนฉีรู้สึกแปลกตาไม่น้อย

    หากคิดจะไปยังร้านค้าริมทาง ต้องข้ามสะพานทางเดินที่ทอดข้ามคลองเล็กๆ หลายแห่ง


    ในคลองยังมีเรือบุปผาล่องอยู่มากมาย บางครั้งก็มีเสียงขับกลอนร้องเพลงดังมา หรือไม่ก็เสียงหัวเราะคิกคักของสตรี


    หลี่กวนฉียิ้มน้อยๆ พลางพึมพำเบาๆ ว่า "ช่างเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้คนจริงๆ"


    ทันใดนั้น หลี่กวนฉีก็นึกบางสิ่งขึ้นได้ หลังจากสอบถามเส้นทางแล้วก็มุ่งหน้าไปยังที่นั่นทันที


    ระหว่างทาง หลี่กวนฉีเดินอย่างองอาจ เขาถึงกับแวะไปที่หอร้อยสมบัติในเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนเงินทองจำนวนมาก


    เงินมองอันหนักอึ้งทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างยิ่ง คราวนี้แหละ!


    เขาจะต้องไปสัมผัสกับสถานที่อันลึกลับยิ่งกว่ามหาเต๋าที่ท่านปู่เคยเล่าไว้ให้ได้เลย!


    ระหว่างทาง หญิงสาวหน้าตาน่ารักยิ่งคนหนึ่งเดินสวนทางมา สายตาของนางมิเคยละจากใบหน้าของเขาเลย


    เมื่อเดินเข้ามาใกล้ นางก็พลันสะดุดและล้มเอียงไปทางหลี่กวนฉี


    "ว้าย~"


    หลี่กวนฉีไม่ทันคิดอะไร ก็กระโดดหลบออกห่างไปหลายก้าว


    ตุ้บ...


    หญิงสาวล้มลงบนพื้น สีหน้าแสดงความเจ็บปวด นางอดไม่ได้ที่จะตะโกนไปทางเงาด้านหลังของหลี่กวนฉี "เจ้าหลบอะไรนักหนา เดินเร็วเช่นนั้น มีธุระอะไรหรือ!"


    เสียงนุ่มนวลดังขึ้นอย่างช้าๆ "มีธุระสิ ไปฟังเพลงที่หอนางโลม"


    ทิ้งให้หญิงสาวหน้าตะลึง ขบฟันขาวเล็กน้อย!


    "เจ้า… เจ้าลูกเต่า!"


    ในเมือง ที่หอบุปผาเมามาย


    หลี่กวนฉีเพิ่งหยุดฝีเท้า แต่ยังไม่ทันตั้งหลักยืนได้ก็ถูกหญิงงามสี่นางดึงเข้าไปในโรงเตี๊ยม


    "โอ้โฮ~ คุณชายหน้าไม่คุ้นเลยนะ นี่เป็นครั้งแรกที่มาหรือ? หญิงผู้น้อยชื่อชิงเหอนะ"


    "คุณชายช่างหล่อเหลานัก เพิ่งมาเมืองวั่งเยว่ครั้งแรกหรือเจ้าคะ?”

    "ร่างกายช่างแข็งแรงจริงๆ… คุณชาย วันนี้ข้าอยู่เป็นเพื่อนท่านโดยไม่คิดเงินดีหรือไม่”


    ตั้งแต่หลี่กวนฉียืนนิ่งจนเข้าประตูมาไม่ทันถึงสามจั้ง เขาก็รู้สึกว่าตนเองถูกมือเหล่านี้ลูบไล้ไปเกือบทั่วร่างแล้ว


    หลี่กวนฉีหลับตาลงเบาๆ แล้วอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่า "ไม่แปลกใจเลยที่ท่านปู่มักกล่าวเสมอว่าโลกียวิสัยนั้นทำให้จิตใจวุ่นวาย แต่สถานที่เช่นนี้กลับเป็นที่ฝึกฝนจิตใจได้ดีที่สุด"


    "วันนี้ ข้าจะลองลิ้มรสความทุกข์จากการฝึกฝนจิตใจนี้เสียหน่อย!"


    เมื่อก้าวเข้าสู่หอบุปผาเมามาย ภายในโถงใหญ่นั้นช่างอึกทึกครึกโครมยิ่งนัก


    หลี่กวนฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย หญิงสาวนามชิงเหอที่อยู่เคียงข้างก็เข้าใจในทันที นางกระซิบเบาๆ ว่า "หากท่านรู้สึกว่าที่นี่วุ่นวายเกินไป ห้องเล็กที่ชั้นสองเงียบสงบกว่ามาก เพียงแต่ต้องจ่ายเงินเพิ่มสักหน่อยนะเจ้าคะ"


    "ส่วนห้องรับรองชั้นสาม เหมาะสำหรับการพูดคุยเป็นการส่วนตัวมากกว่าเจ้าค่ะ"


    หลี่กวนฉียิ้มน้อยๆ คิดไม่ถึงว่าหญิงผู้นี้จะมีไหวพริบเช่นนี้


    "หาที่นั่งชั้นสองที่มองเห็นโถงใหญ่ได้เถอะ"


    จากนั้น หลี่กวนฉีก็พูดเบาๆ ว่า "พี่สาวทั้งหลาย วันนี้ขอให้ชิงเหออยู่เป็นเพื่อนข้าเพียงผู้เดียวเถิด วันหน้าค่อยมาพบกับพี่สาวทั้งหลายอีกครั้งนะ"


    หญิงสาวทั้งสามแสดงสีหน้าผิดหวัง แต่ก็ยังคงยิ้มรับพลางกล่าวว่าคราวหน้าจะต้องมาให้ได้นะ


    หลี่กวนฉีมองซ้ายมองขวา เงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวรอบด้าน อดคิดในใจมิได้ ‘แท้จริงแล้ว นี่เป็นสถานที่สืบข่าวที่ดีเลยนะ ผู้คนจากทุกชนชั้นล้วนมีอยู่ครบเลย’


    หลังจากขึ้นไปชั้นสอง หลี่กวนฉีก็มิได้ลวนลามสตรีเหมือนเช่นผู้อื่น


    เขาโยนเงินร้อยตำลึงออกไปอย่างไม่ใส่ใจ ให้นางจัดเตรียมสุราและอาหารว่างต่างๆ ส่วนที่เหลือก็เพียงให้นางคอยรินสุราอยู่ข้างๆ เท่านั้น


    กวาดตามองอย่างผิวเผินเพียงหน สายตาของหลี่กวนฉีก็ถูกดึงดูดโดยชายหนุ่มที่มีอายุใกล้เคียงกับเขาทางด้านขวามือ

    คล้ายกับเรื่องบันทึกวิถีเซียนกระบี่แสวงพ่าย ที่คุณอ่าน

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734