บทที่ 43
ปะทะคนนิกายมาร
ลู่เฟิ่งยืนเผชิญหน้ากับคนนิกายมารที่มันปรากฏกายออกมา เมื่อพวกมันปรากฏกายออกมาต่อหน้าเขาเขาเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังจากร่างกายของพวกมัน
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ามีออร่าพลังของนิกายมารปกคลุมอยู่ พวกมันสวมใส่เสื้อคลุมสีดำออร่าของพวกมันแน่นอนว่าเป็นคนของที่ตายมาอย่างแน่นอน
ระดับของคนพวกนี้น่าจะอยู่ในระดับประมาณสร้างพลังมากที่สุดก็ประมาณขั้น 5 แต่ว่าด้วยอายุของพวกมันเพียงแค่นี้และมีออร่าพลังและระดับขอบเขตที่สูงขนาดนี้
จึงพูดได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถหรือก็ว่าได้ ลู่เฟิ่งหลังจากที่สร้างสัตว์อสูรและก็ได้ไปฝึกฝนมาเป็นเวลาครึ่งปี
ในช่วงเวลาที่อยู่ภายในปราณตอนนี้ระดับของเขาขึ้นมาอยู่ในระดับประมาณรวมพลังขั้นที่ 8
แน่นอนว่ามันไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับคนที่อยู่ในระดับสร้างพลัง พวกที่อยู่ด้านหน้าแสดงรอยยิ้ม
ก่อนที่ 1 ในพวกมันนั้นจะทำการกล่าวออกมา “ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนลักลอบเข้ามาภายในสถานที่ลับของนิกายของพวกเรา ”
ลู่เฟิ่งแสดงใบหน้าเรียบเฉยจ้องมองตรงไปที่พวกมัน ก่อนที่ตัวของเขานั้นจะพูดขึ้นมา “ นั่นสินะ ”
“ จะเรียกว่าเป็นสถานที่ลับของนิกายของเจ้าได้อย่างไร ”
“ พวกเจ้ามันก็แค่พวกหนูที่รอบเข้ามาภายในดินแดนแห่งนี้ไม่ใช่รึ? ” ลู่เฟิ่งกล่าวอย่างเย้ยหยัน
“ ว่าอย่างไรนะ.. ” พวกที่อยู่ด้านหน้าเริ่มแสดงใบหน้าไม่พึงพอใจ คิ้วทั้งสองข้างของมันขมวดเข้าหากัน
“ เจ้าพูดว่าพวกข้าเป็นหนูอย่างนั้นหรือ? ”
“ ใช่แล้วหนูสกปรกอย่างไรเล่า ”
“ ดินแดนแห่งนี้ไม่ต้อนรับนิกายมารอย่างพวกเจ้า เหตุใดพวกเจ้าถึงก้าวเข้ามาภายในดินแดนแห่งนี้ ”
“ จะพูดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นของพวกเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อพวกเจ้าเป็นเพียงแค่ผู้คนที่ลักลอบเข้ามา ”
“ บนแผ่นดินนี้ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวที่เป็นที่ดินของเจ้า ไสหัวออกไปซะ ” ลู่เฟิ่งกล่าวอย่างไม่ลังเล
เขากล่าวตนเองอย่างแน่วแน่ว่าตนนั้นเป็นปริปักษ์กับผู้ที่อยู่ด้านหน้า พวกคนจากนิกายมารทั้งสองใบหน้าของมันเริ่มเต็มไปด้วยความโกรธ
พวกนิกายมารพวกมันเป็นพวกนิกายที่คลั่งไคล้ลัทธิของตนเองเป็นอย่างมาก พวกมันไม่ยอมให้อภัยกับคนที่มากล่าวดูถูกกับนิกายของพวกมันอย่างแน่นอน
สำหรับพวกมันแล้วนิกายของพวกมันก็เปรียบดังพระเจ้า เพราะแบบนั้นลู่เฟิ่งที่ทำการกล่าวดูถูกนิกายของมันว่าเป็นเพียงแค่หนูสกปรก
พวกมันจึงแสดงใบหน้าที่ไม่พึงพอใจและเต็มไปด้วยความโกรธออกมาแบบนี้ ดวงตาของพวกมันเต็มไปด้วยความแค้น
พวกที่อยู่ด้านหน้าตั้งท่าเตรียมพร้อมจะพุ่งทะยานก็มาโจมตี “ ระดับของเจ้าอยู่ต่ำกว่าพวกข้า”
“ ในตอนนี้ไม่ว่าเจ้าจะร้องขอขนาดไหนข้าเองก็จะกระชากร่างกายของเจ้าออกจากกันเป็นชิ้นๆ ” พวกมันพูดออกมา
ลู่เฟิ่งแสยะยิ้มออกมาที่มุมปาก “ พวกนิกายมารนี่สมองน้อยจริงๆ ”
“ คิดว่าเพียงแค่ระดับขอบเขตพลังจะทำให้พวกเจ้าชนะข้าได้อย่างนั้นหรือ? ”
บุรุษทั้งสองที่อยู่ด้านหน้าจากนิกายมารพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกมันพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับใช้ฝ่ามือทะยานโจมตี
ลู่เฟิ่งกระโดดหลบออกมาจากจุดนั้นร่างกายของเขาหลบการโจมตี พวกที่อยู่ด้านหน้าก็ไล่ตามหลังมา แน่นอนว่าพวกมันตั้งใจจะโจมตี ทว่าเมื่อพวกมันเข้ามาประชิดลู่เฟิ่งก็ได้นำเอากระบี่ของตนเองโจมตีสวนกลับไป
กระบี่ของเขาห่อหุ้มด้วยพลังปราณ แม้ว่าจะเป็นพลังปราณที่อยู่ในระดับรวมพลังแต่มันกลับทรงพลังเป็นอย่างมาก
หนึ่งกระบี่ที่ตวัดออกไปบังเกิดแรงลมปราณจำนวนมาก กระแทกร่างกายของพวกที่อยู่บริเวณด้านหน้า
แรงการโจมตีอับรุนแรง ปรานกระบี่ที่ถูกตวัดออกมาทำให้พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าต้องยกแขนของตนเองขึ้นมาป้องกัน
พวกมันสร้างปราณห่อหุ้มร่างกายของตนเองเพื่อป้องกันการโจมตี การโจมตีจากลมปราณกระบี่กระแทกเข้าใส่ร่างกายของพวกมัน
ร่างกายพวกนั้นกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร พวกมันถอยหลังไปตั้งหลักหลังจากโดนการโจมตีสวนกลับมา
“ ลมปราณของกระบี่แข็งแกร่ง ”
“ เจ้านี้ไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆด้วย ”
“ ดูเหมือนว่าจะถูกสั่งสอนวิชามาจากคนที่มีฝีมือ ” สำหรับพวกมันแล้วสามารถแบ่งแยกออกได้อย่างชัดเจน
พวกคนที่ฝึกฝนกระบี่ถ้าอยู่ในระดับที่รวมพลังเช่นนี้ไม่มีทางสร้างลมปราณที่ออกมาจากกระบี่ได้ทรงพลังขนาดนี้อย่างแน่นอน
ยกเว้นเสียแต่ว่ามีคนที่มีความสามารถคอยสั่งสอน จึงสามารถทำการลมปราณที่ออกมาจากกระบี่ได้รุนแรงขนาดนี้
ลู่เฟิ่งยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก “ เป็นอะไรพวกเจ้ากลัวแล้วอย่างนั้นหรือ? ”
พวกที่อยู่ด้านหน้ากัดฟันแน่นเมื่อโดนยั่วโมโหเช่นนั้น และแล้วพวกมันเองก็เริ่มปลดปล่อยพลังของตนเองออกมา
ออร่าลมปราณที่ห่อหุ้มร่างกายของพวกมันมันค่อยๆเปลี่ยนไป พลังบริเวณรอบๆร่างกายเริ่มมีออร่าสีดำสนิทปลดปล่อยออกมา
แน่นอนว่าออร่าที่ปลดปล่อยออกมามีลักษณะคล้ายคลึงพลังปราณ แต่ว่ามันเองก็แตกต่างจากพลังธรรมดาทั่วไป
ลู่เฟิ่งไม่ได้แสดงท่าทางประหลาดใจเมื่อเห็นแบบนั้น เขาแสดงใบหน้าที่เรียบเฉย
เขารู้อยู่แล้วว่าพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของพวกมันในตอนนี้คืออะไร ออร่าพลังสีดำที่ปกคลุมรอบร่างกาย
มันคือสิ่งที่นิกายมาเรียกว่าพลังมาร พลังมารมันคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเหมือนกับเคล็ดวิชาเคล็ดวิชานึง
โดยมันจะแปรเปลี่ยนพลังปราณของตนเองให้กลายเป็นพลังปราณอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมันคือพลังปราณสีดำที่แสดงออกมา
ผู้คนภายในยุทธภพบอกว่ามันคือวิชาต้องห้าม ที่พวกนิกายมารทำการร่ำเรียนกัน โดยออร่าพลังปราณสีดำที่แสดงออกมา
ที่มันกลายเป็นวิชาต้องห้ามก็เพราะว่ามันนั้นเป็น วิชาที่ต้องฝึกฝนโดยการใช้พลังปราณของผู้อื่น
นิกายมารภายในอดีตเคยฆ่าชีวิตผู้คนมากมายแล้วก็สร้างเคล็ดวิชานี้ขึ้นมา เคล็ดวิชานี้เหมือนกับเคล็ดวิชาที่ทำลายชีวิต
ผู้ที่ศึกษาวิชานี้เมื่อพวกเขาปลดปล่อยออร่าพลังมารออกมา มันจะทำให้พวกมันนั้นแข็งแกร่งขึ้นราวกับเป็นคนละคน
คุณสมบัติของร่างกายทั้งหมดจะถูกยกระดับ ไม่เพียงเท่านั้นขอบเขตของพวกออร่าของนิกายมารยังแข็งแกร่งขึ้น
พวกมันอยู่ในระดับสร้างพลังในตอนนี้เมื่อปลดปล่อยพลังมารออก คาดการณ์ว่าความแข็งแกร่งของพวกมันในตอนนี้คงจะทะลวงขึ้นไปอยู่ในอีกระดับหนึ่งเรียบร้อยแล้ว
แต่ว่าวิชานี้มันเองก็มีขีดจำกัดไม่ใช่ว่ามีเพียงแค่ข้อดีอย่างเดียว 1 อย่างคือการเรียนวิชานี้ต้องใช้ชีวิตของผู้อื่นมาเป็นตัวส่งเสริม
และอีกหนึ่งอย่างก็คือคนที่เรียนวิชานี้ พวกมันจะโดนวิชามารกัดกินหัวใจ พวกมันจะเริ่มสูญเสียสติถ้าไม่สามารถควบคุมได้ บางคนก็จะคลุ้มคลั่ง บางคนก็จะกลายเป็นคนบ้า แต่ที่พวกนิกายมารยังคงศึกษาวิชานี้ก็เพราะว่ามีบางคนที่สำเร็จและกลายเป็นเทพมาร
สำหรับพวกมันวิชานี้ก็คงจะเปรียบเสมือนกับวิชาจากบรรพบุรุษ
ลู่เฟิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา “ เฮ้อ.. ”
ลู่เฟิ่งสร้างปราณดาบออกมาออร่าพลังที่ปลดปล่อย เริ่มถักทอกลายเป็นดาบปราณจำนวน 10 เล่ม “ เข้ามา!!! ”
จบบท