ตอนที่ 129 บุคลากรคนใหม่
ตอนที่ 129 แกร๊ก !! เสียงประตูห้องพักศัลยแพทย์ถูกเปิดออกฮิคาริเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารด้วยความสงสัยว่าเป็นใครกันเพราะคนอื่นในแผนกก็ไปเข้าห้องผ่าตัดกันหมดแล้วทำให้ในห้องนี้เหลือเพียงเธอแค่คนเดียวที่นั่งเคลียเอกสารอยู่ “อ้าวหมออิจิโนเสะเองเหรอคะ...หือผู้อำนวยการก็ด้วยมีอะไรหรือเปล่าคะทำไมไม่โทรมาล่ะฉันจะได้ขึ้นไปหาเอง” ฮิคาริที่เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าเป็นหมออิจิโนเสะและผู้อำนวยการนั่นเองที่มาที่ห้องพักของศัลยแพทย์ “อ๊ะมัวแต่ตื่นเต้นจนลืมตัวไปเลยว่าโทรมาก็ได้นี่นา” ผู้อำนวยการโฮชิพูดเหมือนพึ่งนึกขึ้นได้ “ผมเองก็ลืมไปเหมือนกันมัวแต่ดีใจเลยจะรีบลงมาบอก” หมออิจิโนเสะเองก็ดูเหมือนจะลืมเหมือนกัน “ดีใจเรื่องอะไรกันเหรอคะถึงขนาดทำเอาลืมเรื่องอะไรแบบนี้ได้น่ะ” ฮิคาริทำหน้าสงสัยว่ามันเรื่องอะไรกันถึงทำให้หมออิจิโนเสะและผู้อำนวยการของโรงพยาบาลเธอตื่นเต้นดีใจจนลืมตัวไปแบบนี้ “ก็จะเรื่องอะไรซะอีกล่ะพวกเราน่ะหาศัลยแพทย์ระบบประสาทคนใหม่ได้แล้วนะ” ผู้อำนวยการโฮชิบอก “ศัลยแพทย์ระบบประสาทคนใหม่เหรอคะดีเลยค่ะแบบนี้การผ่าตัดสมองของโรงพยาบาลเราจะได้ดีขึ้นเสียทีถึงแม้หมออิจิโนเสะจะเป็นที่ปรึกษาให้แต่หมอที่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทโดยตรงก็ยังทำได้ไม่ดีเท่าหมอที่เชี่ยวชาญในด้านนี้มาโดยเฉพาะ” ฮิคาริพูดด้วยความยินดี เพราะว่าหลังจากหมออิจิโนเสะผ่าตัดไม่ไหวการผลผ่าตัดสมองของโรงพยาบาลเธอก็แย่มาตลอดมีคนไข้หลายรายที่ต้องส่งไปโรงพยาบาลอื่นเพราะคำนวณดูแล้วโรงพยาบาลอื่นเปอร์เซ็นต์การผ่าตัดสำเร็จนั้นมีสูงกว่า ถึงแม้ตัวเธอเองจะเป็นเจเนรัลลิสต์ที่มีฝีมือการผ่าตัดระบบประสาทสูงมากแต่ฝีมือของเธอก็ยังไม่เทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านถ้าให้พูดง่ายๆหมอธรรมดาที่ไม่ได้เป็นเจเนรัลลิสต์จะมีฝีมือการผ่าตัดด้านอื่นอย่างมากก็แค่ 20 - 30% เท่านั้นถ้าได้ที่ปรึกษาเก่งๆมาแนะนำให้ล่ะก็ฝีมือการผ่าตัดก็จะขึ้นไปอยู่ที่ 40 – 50% ส่วนเจเนรัลลิสต์อย่างฮิคารินั้นจะมีฝีมือการผ่าตัดด้านอื่นไม่รวมด้านที่ตัวเองถนัดอยู่ที่ประมาณ 60 – 80% ส่วนหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างหมออิจิโนเสะนั้นก็จะมีฝีมือการผ่าตัดในด้านที่ตัวเองเชี่ยวชาญอย่างระบบประสาทอยู่ที่ 80 – 100% นั่นเอง แถมการผ่าตัดสมองก็ต้องใช้เวลานานมากขั้นต่ำแต่ละเคสก็ 6-8 ชั่วโมงบางเคสอาจจะถึง 10 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำซึ่งตัวเธอเองสุขภาพยังไม่แข็งแรงนักทำให้ไม่สามารถยืนในห้องผ่าตัดได้นานขนาดนั้น “ใช่เป็นเรื่องที่ดีเลยล่ะที่เราจะได้ศัลยแพทย์ระบบประสาทเข้ามาทำงาน” หมออิจิโนเสะพยักหน้า “ว่าแต่ไม่เห็นต้องมาบอกฉันก็ได้นี่คะในเมื่อฉันให้อำนาจในการรับบุคลากรแก่ทั้งสองคนไปแล้วถ้าผู้อำนวยการกับหมออิจิโนเสะเห็นว่าดีก็รับเข้าทำงานมาเลยค่ะแล้วค่อยพาเขามาแนะนำตัวกับฉันวันที่เขามาทำงานก็ได้” ฮิคาริบอกเพราะเธอนั้นได้ให้อำนาจทั้งสองคนไปแล้วในการรับบุคลากรใหม่เพราะเธอนั้นค่อนข้างยุ่งจึงไม่มีเวลาว่างมาดูแลเรื่องการรับบุคลากร “จะให้ไม่มาบอกได้ยังไงล่ะหนูฮิคาริคนที่มาสมัครในตำแหน่งศัลยแพทย์ระบบประสาทน่ะมีตำแหน่งเป็นถึงรองศาสตราจารย์เลยนะ” ผู้อำนวยการโฮชิพูด “รองศาสตราจารย์ !!” ฮิคาริมีสีหน้าตกใจเมื่อได้ยินว่าคนที่มาสมัครมีตำแหน่งเป็นถึงรองศาสตราจารย์ “ใช่แถมยังจบปริญญาเอกมาจากสถาบันชื่อดังจากอังกฤษแล้วก็เคยทำงานระดับแถวหน้าของประเทศมาตั้งหลายปีผ่านการผ่าตัดมาแล้ว 122 เคสแถมยังไม่มีใครตายจากการผ่าตัดด้วยนะแล้วก็มีผลการงานวิจัยเกี่ยวกับการรักษาโรคระบบประสาทอีก 6 เรื่องได้รับการตีพิมพ์แล้วด้วยนะผลงานดีขนาดนี้ไม่แปลกเลยที่จะมีจตำแหน่งเป็นรองศาสตราจารย์จะขึ้นเป็นศาสตราจารย์เมื่อไหร่ก็อยู่ที่อายุแล้วล่ะยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะ” หมออิจิโนเสะพูดถึงประวัติคนที่มาสมัคร หือรองศาสตราจารย์....จบปริญญาเอกจากอังกฤษ...ศัลยแพทย์ระบบประสาทอย่าบอกนะว่า !! จู่ๆฮิคาริก็นึงใครคนหนึ่งขึ้นมา “อย่าบอกนะคะว่าชื่อเขาคือไซโต้...ไซโต้ เทเครุ !!” ฮิคาริพูดบุคคลในความคิดของเธอออกมา “หือนี่หนูฮิคาริรู้จักด้วยเหรอ” ผู้อำนวยการโฮชิเบิกตากว้างเพราะเขายังไม่ได้บอกชื่อออกไปเลย แบบนี้นี่เองที่บอกว่าได้เจอกันอีกแน่หมายความว่าแบบนี้นี่เอง ฮิคารินึกถึงตอนที่ไซโต้ออกมาลาเธอหน้าโรงแรมระหว่างรอรถที่รีสอร์ทมารับตอนนั้น “ใช่ค่ะเขาเป็นคุณชายบ้านตระกูลไซโต้ไงคะ” ฮิคาริบอกถึงตัวตนของไซโต้ว่ามาจากตระกูลไหล “ตระกูลไซโต้อย่าบอกนะว่าเป็นตระกูลที่ทำธุรกิจส่งออกอาหารแช่แข็งน่ะ !!” ผู้อำนวยการโฮชินึกถึงเพียงแค่ตระกูลเดียวนั้น “ใช่ค่ะเขามาจากตระกูลนั้นแหละค่ะ” ฮิคาริยิ้มออกมา “ได้ข่าวว่ามีลูกชายเรียนหมออยู่เหมือนกันแต่เห็นว่าไปเรียนอยู่ต่างประเทศนึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นที่อังกฤษ” หมออิจิโนเสะพูด “ค่ะตอนสมัยปริญญาตรีเขาเคยเรียนที่นี่แต่พอจบก็ย้ายไปเรียนต่อโทที่อังกฤษเลย” ฮิคาริบอก “ถ้ารู้จักหนูฮิคาริแบบนี้ด้วยก็ดีเลยเอาเป็นว่าฉันจะรีบติดต่อไปเลยก็แล้วกันนะส่วนเรื่องเงินเดือนจะให้เขาลองเสนอมาแล้วกัน” ผู้อำนวยการโฮชิบอก “ค่ะ” ฮิคาริพยักหน้าจากนั้นทั้งสองคนก็ออกไป เมื่อห้องกลับมาเงียบอีกครั้งฮิคาริก็เอนตัวลงกับเก้าอี้เงยหน้ามองเพดาน “นายคิดจะทำอะไรกันนะทาเครุคุง” ฮิคารินั้นได้แต่สงสัยว่าทำไมไซโต้ถึงได้มาสมัครเข้าทำงานที่โรงพยาบาลของเธอ หลายวันต่อมา “สวัสดีครับผมรองศาสตราจารย์ไซโต้ ทาเครุ เรียกผมหมอไซโต้ก็ได้ครับผมเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดระบบประสาทจะมาทำงานในแผนกศัลยแพทย์ตั้งแต่วันนี้ไปฝากตัวด้วยครับ” ไซโต้แนะนำตัวเองกับเพื่อนร่วมงาน แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! เสียงคนในห้องพักศัลยแพทย์ปรบมือกันเกรียวกราวซึ่งดนัยเองก็ปรบมือด้วยแต่เขาปรบมือด้วยอาการอึ้งและอ้าปากค้างเพราะไม่เข้าใจว่าคนๆนี้มาทำอะไรที่นี่ “ว้าวรองศาสตราจารย์แหละอายุยังน้อยด้วย” หมอยูคิมูระพูดด้วยความอิจฉา “อืม...มีคนเก่งๆเข้ามาทำงานอีกคนแล้วสินะรู้สึกกดดันจริงๆ” หมอมิโฮะพูด “เหลือเชื่อนี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นหมอนึกว่าเป็นไอดอลเลยนะคะเนี่ย” หมอมาสึมิมองไซโต้ด้วยสายตาเป็นประกายเพราะไซโต้นั้นหล่อมาก ถ้าให้เทียบกับดนัยล่ะก็ไซโต้จะออกแนวหล่อน่ารักส่วนดนัยจะออกแนวหล่อคมล่ะนะ “เอาล่ะหมอไซโต้ที่นั่งของคุณอยู่ทางนั้นค่ะ” ฮิคาริพูดพลางชี้ไปที่โต๊ะทำงานของไซโต้ซึ่งอยู่โต๊ะถัดไปจากโต๊ะดนัย “เรียกเหมือนเดิมก็ได้น่าฮิคาริจัง !!” โซไต้พูดออกมาเพราะเขาไม่ชอบใจที่ฮิคาริเรียกเขาด้วยนามสกุลซึ่งมันดูเหมือนห่างเหินกัน “ฮิคาริจัง !!!!” ทุกคนในห้องอุทานออกมาเมื่อได้ยินหมอระบบประสาทคนใหม่เรียกหัวหน้าแผนกของพวกเขาแบบนั้น “เฮ้อ...ถึงนายจะเป็นเพื่อนสมัยเด็กของฉันแต่นี่มันที่ทำงานนะแล้วตอนนี้ฉันก็เป็นหัวหน้านายด้วยนายเองก็ต้องเรียกให้เกียรติฉันหน่อย” ฮิคาริถอนหายใจออกมา “งั้นเธอเรียกชื่อฉันสิแล้วฉันจะไม่เรียกเธอว่าฮิคาริจังเป็นไง” ไซโต้พูดเสนอ “นายนี่นะเรื่องมากจริงเลยก็ได้ฉันจะเรียกชื่อนายละกันแล้วก็นะทาเครุวันนี้นายยังไม่มีคิวผ่าตัดเพราะฉันยังไม่ได้จัดตารางให้นายกว่าตารางจะออกคงอีกสองหรือสามวันนั่นแหละช่วงนี้ก็ปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงานไปก่อน” ฮิคาริบอก “งั้นเหรอเสียดายจังนึกว่าจะได้ผ่าตัดเลยซะอีก” ไซโต้ทำหน้าเสียดาย “เอาน่าแต่ก็นะอาจจะโชคดีมีโอกาสผ่าตัดก็ได้ถ้ามีเคสฉุกเฉินน่ะ” ฮิคาริบอก “ก็หวังว่าจะมีนะ” ไซโต้พูด “เอาล่ะทุกคนไปนั่งที่ได้แล้วเรื่องทำความรู้จักกันเอาไว้ช่วงพักกลางวันแล้วกันนะ” ฮิคาริไล่ทุกคนให้กลับไปนั่งที่ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเธอ “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับหมอดนัย” ไซโต้เดินมานั่งที่โต๊ะทำงานของเขาก่อนจะทักทายดนัยที่นั่งอยู่ข้างกัน “เอ่อ...ครับ” ดนัยพยักหน้าอย่างงงๆเพราะนึกไม่ถึงว่าหมอไซโต้เพื่อนสมัยเด็กของฮิคาริจะมาเป็นเพื่อนร่วมงานเขาซะงั้น ในตอนนั้นเองโทรศัพท์ของห้องพักศัลยแพทย์ก็ดังขึ้น กริ๊ง !! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปสนใจกันหมดเพราะเมื่อมีคนโทรมานั่นหมายความว่ามีคนต้องการความช่วยเหลือจากแผนกศัลยแพทย์นั่นเองและแผนกศัลยแพทย์นั้นก็มีอยู่หน้าที่เดียวคือผ่าตัดรักษาคนไข้ “ค่ะเข้าใจแล้วค่ะจะส่งไปเดี๋ยวนี้” ฮิคาริลุกขึ้นไปรับสายก่อนจะพยักหน้าสองสามทีแล้วก็วางสายไป “ทาเครุ” ฮิคาริหันมาหาไซโต้ “ว่าไง” “ดูเหมือนนายจะมีงานแล้วนะมีคนถูกไม้เบสบอลตีที่หัวเกิดอาการเลือดคั่งในสมองแถมจากประวัติยังเป็นครั้งที่สามแล้วด้วย” ฮิคาริบอก “เลือดคั่งในสมองแถมยังครั้งที่สามนี่เขาทำอาชีพอะไรกันเนี่ย” ไซโต้ทำหน้างงเพราะนึกไม่ออกเลยว่าคนๆนี้ทำอาชีพอะไรถึงได้เกิดอาการเลือดคั่งในสมองบ่อยขนาดนี้ “ดูเหมือนว่าจะเป็นยากูซ่าน่ะ” ฮิคาริบอกเพราะคงมีแต่พวกยากูซ่าเท่านั้นที่มีเรื่องเจ็บตัวกันบ่อยแบบนี้แต่ยากูซ่าส่วนใหญ่เวลาเจ็บตัวไม่ค่อยมาโรงพยาบาลกันหรอกนะพวกนั้นน่ะมักจะปฐมพยาบาลด้วยตัวเองกันมากกว่าแต่ถ้าอาการหนักมันก็จำเป็นที่จะต้องมา ยากูซ่าเรอะปีก่อนเราก็เจอนี่หว่าตอนนั้นโคตรวุ่นวายเลย ดนัยนึกถึงเมื่อปีก่อนตอนที่เข้ามาทำงานใหม่ๆ “ถ้าอย่างนั้นฉันต้องเลือกผู้ช่วยสินะเอาเป็นเธอได้มั้ยฮิคาริ” ไซโต้ถามฮิคาริ “โทษทีฉันไม่ว่างเลือกคนอื่นเถอะในห้องนี้นายเลือกใครก็ได้ทั้งนั้นทุกคนมีฝีมือหมด” ฮิคาริบอก “น่าเสียดายจังอยากผ่าตัดกับเธออ่ะแต่ก็ช่วยไม่ได้ถ้าอย่างนั้นฉันเลือกหมอดนัยก็แล้วกัน” ไซโต้บอก “ผมเหรอครับ !!” ดนัยตกใจมากที่จู่ๆถูกเลือกเป็นหมอผู้ช่วยซะงั้น “ใช่ครับฝากด้วยนะครับหมอดนัย” ไซโต้ยิ้มออกมา “ถ้าอย่างนั้นก็ไปเตรียมตัวเดี๋ยวคนไข้ของนายเช้านี้ฉันจะไปแจ้งให้ว่าจะเปลี่ยนหมอผ่าตัดเพราะนายไม่สะดวกแล้วก็หมอมิโฮะช่วงเช้าว่างใช่มั้ยคะช่วยรับเคสของดนัยไปได้มั้ยคะเคสของดนัยเช้านี้รู้สึกว่าจะเป็นเคสผ่านิ่วในไตใช้เวลาอย่างมากก็แค่สามชั่วโมงคุณมีเวลาเตรียมตัวครึ่งชั่วโมง” ฮิคาริพูด “ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอกสารนี่ขอนะคะหมอดนัย” หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะเดินมาเอาเอกสารจากมือดนัยไป “ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปคุยกับคนไข้เรื่องเปลี่ยนหมอผ่าตัด” ฮิคาริพูดและเดินออกจากห้องไปเพื่อแจ้งแก่คนไข้ว่ามีเหตจำเป็นต้องเปลี่ยนหมอผ่าตัด “ถ้าอย่างนั้นเราก็รีบไปห้องฉุกเฉินกันเถอะครับหมอดนัยรีบนำทางเลยครับเพราะผมยังไม่รู้ทาง” ไซโต้พูด “ครับ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะรีบพาไซโต้ออกจากห้องมุ่งหน้าไปที่ห้องฉุกเฉินทันที จบ...