'จวนสกุลจ้าว'
ภายในห้องประชุมจวนสกุลจ้าว บรรยากาศเย็นวันนี้เต็มไปด้วยความกดดันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ซิ่วอิงนั่งหัวโต๊ะแทนที่จ้าวเว่ยผู้เป็นบิดา เธอจิบชาไปเรื่อยๆพยายามระงับอารมณ์ขุ่นมัวในใจ เรื่องที่เกิดวันนี้เป็นความผิดพลาดของตัวเองทั้งหมด เพราะความสะเพร่า หลงระเริงไปกับความสำเร็จในการกวาดล้างกลุ่มโจร เป็นเหตุทำให้น้องสาวของตนเกือบเสียชีวิต
ซิ่วอิงมองทุกคนในห้องประชุม ซึ่งกำลังตึงเครียดเพราะเธอเป็นต้นเหตุ จึงเอ่ยขึ้นว่า
" ท่านลุงตง.. ข้ารู้ว่าในแหวนมิติของท่านมีสุราอยู่ไม่น้อย นำออกมาให้ทุกคนดื่มกันเถิด.."
" แล้วเรื่องประชุมล่ะนายน้อย.."
ตงห่าวเอ่ยถามเสียงเบา ด้วยรู้ว่าตอนนี้นายน้อยของตนอารมณ์มิใคร่ดีนัก
" ไม่เป็นไรหรอก.. พวกท่านดื่มกันไป ข้าจะเล่าเรื่องวันนี้ให้ฟังไปเรื่อยๆก็แล้วกัน.."
" ได้เลย.. นายน้อยวันนี้ท่านทำอะไรมาบ้าง"
ตงห่าวใช้น้ำเสียงเรียบๆเอ่ยถามขึ้นมา แล้วนำสุราออกมาจากแหวนมิติของตนเอง คนอื่นเห็นเช่นนั้นจึงนำสุราออกมาจากแหวนมิติ ก่อนรินใส่จอกตนเองแล้วยกดื่มรวดเดียว ซิ่วอิงจึงรู้ว่าทุกคนต่างมีสุราติดตัว แม้กระทั่งเหม่ยหลินและหลานอิงก็มีเช่นกัน
ซิ่วอิงเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ชินไป่หลงมาหาเมื่อวาน จนถึงตอนสุดท้ายที่พวกเธอกวาดล้างกลุ่มโจรภูเขา และนำชาวบ้านกลับมาที่จวน โดยที่ทุกคนดื่มกันไปฟังกันไปตาค้างกันไปหลายรอบ จากนั้นซิ่วอิงเล่าไปเรื่อยจนถึงตอนจบ ซึ่งทุกคนเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
ตงห่าวที่เข้าใจนายน้อยของตนเป็นที่สุด หลังรับฟังเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ นายน้อย.. ความผิดพลาดในวันนี้ ท่านต้องลืมมันไปให้หมด.. กลับมาทำทุกอย่างเช่นเดิม ตามความเชื่อมั่นของท่านก่อนหน้า.. มิเช่นนั้น เรื่องนี้จะทำให้การบ่มเพาะของท่านหยุดชะงักแน่นอน.."
“ ถูกแล้วนายน้อย.. มีใครบ้างไม่เคยผิดพลาด อีกทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสุดวิสัยทั้งสิ้น ท่านอย่าได้โทษตนเองเป็นอันขาด.. ท่านต้องก้าวข้ามไปให้ได้ ”
ซุ่นจินกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ถึงเขาจะเพิ่งรู้จักและเข้าร่วมกับซิ่วอิงเพียงแค่สองวัน แต่จากการเฝ้ามองและสังเกตุการกระทำทุกอย่างของซิ่วอิง เขาบอกได้เลยว่า นางเป็นที่คนรักครอบครัวและคนของตัวเองเป็นอย่างมาก
คำกล่าวของซุ่นจิน ทุกคนที่นั่งฟังพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง ซิ่วอิงมองทุกคนด้วยความพอใจ เธอเข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดดีกว่าใครๆ จึงยิ้มบางออกมาท่าทีสบายใจขึ้นมาก
ซิ่วอิงต้องการเปลี่ยนเรื่องคุย เพื่อสลายบรรยากาศอันเคร่งเครียด แล้วเธอนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้คุยกับกลุ่มของซิ่นจินอย่างจริงจัง จึงเอ่ยออกมาว่า
“ ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ.. เอาละพวกเราไม่คุยเรื่องนี้กันอีกแล้ว ท่านลุงซุ่นจิน.. กลุ่มเขี้ยวหมาป่าของท่านเพิ่งเข้าร่วมกับข้า พวกท่านมีทักษะหรือเคล็ดวิชาส่วนตัวหรือไม่.. หากไม่มีข้าจะถ่ายทอดให้ตามความเหมาะสมกับพวกท่าน..”
กลุ่มของซุ่นจินทั้ง9คนเมื่อได้ยินคำกล่าวของซิ่วอิง พวกเขาต่างยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
ตงห่าวกับสามสาวอินทรีเหิน ต่างมองไปยังซิ่วอิงด้วยสีหน้าผ่อนคลายขึ้น พวกเขารู้ว่านายน้อยกำลังทำเรื่องที่ตนเองถนัดอีกแล้ว
“ ฮ่ะๆๆ.. นายน้อย.. เจ้าพวกนี้เหมือนกับพวกข้านั่นแหล่ะ จะไปมีทักษะระดับสูงได้อย่างไร”
“ ฮ่ะๆๆ..”
เสียงพูดพร้อมกับหัวเราะประจำตัวของตงห่าว ทำให้บรรยากาศกดดันในห้องประชุมหายไปหมดสิ้น ทุกคนพากันหัวเราะออกมาเหมือนได้ปลดปล่อย
“ ถ้าเช่นนั้น.. ข้าจะมอบทักษะและเคล็ดบ่มเพาะปราณให้กับพวกท่าน”
“ ขอบคุณนายน้อย..”
จากนั้นซิ่วอิงให้พวกซุ่นจินทั้ง9 ลุกขึ้นเดินเข้ามาหาเธอทีละคน ก่อนใช้จิตวิญญาณตรวจสอบการวิธีการบ่มเพาะส่วนตัวของพวกเขา แล้วส่งมอบเคล็ดวิชาและทักษะระดับสูงให้แก่พวกเขาจนครบทุกคน สร้างรอยยิ้มแห่งความปลาบปลื้มให้กับพวกซุ่นจินยิ่งนัก
หลังจากนั้นซิ่วอิงให้ทุกคนดื่มกินกันต่อ ส่วนตัวเธอกลับไปหาพ่อแม่และน้องสาว เพื่อตรวจสอบอาการน้องสาวอย่างละเอียดอีกครั้ง
เมื่อไปถึงน้องสาวตัวน้อยของเธอนั้นฟื้นขึ้นมาแล้ว ซิ่วอิงใช้จิตวิญญาณตรวจสอบไม่พบความผิดปกติ แต่กลับพบว่าเส้นลมปราณและเส้นชีพจรของน้องสาว ได้รับการกระตุ้นจากโอสถและน้ำทิพย์ดารา จนทะลวงไปแล้วบางส่วน จึงบอกกับทุกคนว่าน้องสาวสามารถฝึกยุทธได้แล้ว สร้างความยินดีให้กับทุกคนเป็นอย่างยิ่ง
ซิ่วอิงส่งมอบเคล็ดวิชาบ่มเพาะลมปราณระดับสูง ให้แก่น้องสาวผ่านสัมผัสจิตวิญญาณ ทำเอาเด็กน้อยหัวเราะลั่นด้วยความดีใจ ส่วนเรื่องที่โดนจับตัวเมื่อตอนเย็น ซิ่วอิงเพียงบอกว่าพี่สาวคนนั้นแค่ล้อนางเล่นจนนางตกใจสลบไป พี่สาวคนนั้นโดนท่านพ่อลงโทษนิดหน่อยแล้วให้นางกลับบ้านไป
เสี่ยวหยวนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนทุกคนจะพูดคุยกันเรื่องอื่น ทำให้เด็กน้อยไม่สนใจเรื่องนั้นอีกเลย แต่พอลับหลังน้องสาว ซิ่วอิงบอกให้ท่านพ่อกับท่านแม่ บอกคนในจวนให้รับรู้เป็นแนวทางเดียวกัน หากใครพูดเป็นอื่นจะโดนลงโทษอย่างหนัก
ซิ่วอิงบอกให้น้องสาวนอนกับพ่อแม่ ส่วนตนเองจะเอาเสี่ยวอันเสี่ยวไป๋ไปนอนด้วย ทุกคนก็เห็นดีเห็นงาม คืนนั้นซิ่วอิงพาเสี่ยวอันเสี่ยวไป๋เข้าไปในมิติ ปล่อยให้พวกมันเล่นกันไป ส่วนเธอไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด เรียบร้อยแล้วจึงเข้าไปนอนพักผ่อนในกระท่อมด้วยความอ่อนเพลีย
เนื่องจากซิ่วอิงเข้าเรือนตนเองตั้งแต่ยามห้าย (21.00 - 22.59 น.) เธอจึงมีเวลาในมิติส่วนตัวหลายเดือน ซึ่งในเวลาดังกล่าว ซิ่วอิงพักผ่อน ปรุงโอสถ บ่มเพาะ ฝึกยุทธ และพาเจ้าเสี่ยวอันเสี่ยวไป๋เที่ยวเล่นอย่างเพลิดเพลิน ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของเธอหายไปหมดสิ้น พร้อมที่จะก้าวต่อไปอย่างมั่นใจอีกครั้ง
‘จวนสกุลจ้าว’
‘เช้าวันต่อมา’
ยามเหม่า(05.00 - 06.59 น.) หลังจากทำธุระส่วนตัวในมิติเสร็จเรียบร้อย ซิ่วอิงออกจากเรือนด้วยชุดจอมยุทธชายเช่นเดิม เพิ่มเติมคือใบหน้างดงามนั้นสดใสขึ้นเป็นอย่างมาก
ซิ่วอิงมองไปยังเรือนใหญ่ เมื่อไม่เห็นผู้ใดจึงรู้ว่าท่านพ่อท่านแม่กับน้องสาวยังไม่ออกมาจากห้อง จึงออกไปเดินเล่นรับอากาศยามเช้า แล้วไปตรวจความเป็นอยู่ของคนงานในจวน เห็นว่าทุกอย่างพ่อบ้านเหลียนจัดการได้อย่างดี เป็นที่น่าพอใจจึงเอ่ยชมเชยไปหลายคำ พร้อมกับบอกทุกคนเรื่องที่ตนแต่งขึ้นมา เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน และกำชับให้ทุกคนพูดไปในแนวทางเดียวกัน
เมื่อเข้าไปในครัว พบกับยายลี่กำลังช่วยคนครัวเตรียมอาหาร ยายลี่มีฝีมือในการทำขนม จึงรับหน้าที่ทำขนมและของว่างในจวนไปโดยปริยาย ซิ่วอิงที่ปกติเป็นคนไม่ถือตัว จึงให้แม่ครัวนำอาหารมากินตรงนั้นเลย
‘ร้านขายโอสถ’
ยามเฉิน( 07.00 - 08.59 น.) ซิ่วอิงออกจากจวน มุ่งหน้าไปยังร้านที่จะเปิดขายโอสถ ไม่นานก็ถึงที่หมาย เข้าไปด้านในพบตงห่าวกับพี่สาวทั้งสาม นั่งจิบชาพูดคุยกันอยู่
" อรุณสวัสดิ์นายน้อย.."
“ อรุณสวัสดิ์ทุกคน..”
ทั้งสี่คนเอ่ยคำทักทาย ซิ่วอิงทักทายตอบแล้วเอ่ยขึ้น
" ท่านลุงตง พี่สาวทุกคน.. พรุ่งนี้ข้าจะเปิดร้านโอสถแล้ว ทุกอย่างพร้อมหรือไม่"
" พร้อมแล้วนายน้อย.. "
เหม่ยหลินคนที่รับผิดชอบหลักของร้านโอสถกล่าวตอบ ซิ่วอิงมองตรวจตราไปรอบบริเวณร้าน แล้วพยักหน้าด้วยความพอใจเมื่อเห็นทุกอย่างเรียบร้อย ก่อนจะมองไปยังอวี้เหมยแล้วเอ่ยถาม
" พี่สาวอวี้.. ร้านน้ำชาของท่านปรับปรุงเรียบร้อยรึยัง.."
" เรียบร้อยแล้วนายน้อย.. ร้านน้ำชานั้นสวยอยู่แล้วจึงไม่ต้องทำอะไรมาก"
อวี้เหมยกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม
" ถ้าเช่นนั้น.. พี่สาวอวี้พาช่างไปช่วยสร้างบ้านพักคนงานที่หลังจวนด้วยนะ.. ข้าจะมอบแบบให้ท่าน"
กล่าวจบซิ่วอิงชึ้นิ้วไปยังหน้าผากของอวี้เหมย ส่งแบบที่ต้องการและจุดที่จะสร้างผ่านทางจิตวิญญาณ เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมองไปยังหลานอิงเอ่ยขึ้นว่า
" พี่สาวอิง.. ท่านช่วยพี่สาวหลินอยู่ที่นี่ หาช่างมาเขียนป้ายให้เรียบร้อย ตั้งชื่อว่า ‘ร้านหมื่นโอสถ’ "
" รับทราบนายน้อย.."
หลานอิงสาวเหมันต์เอ่ยตอบเสียงเรียบ
" ส่วนท่านลุงตง.. ส่งคนช่วยไปกระจายข่าวเช่นเดิม เพิ่มเติมไปด้วยว่า ท่านเจ้าเมืองจะมาเป็นประธานเปิดร้าน.. อีกทั้งโอสถทุกชนิดมีขายในวันเปิดร้านแน่นอน "
" ได้เลยนายน้อย.. เป็นเรื่องถนัดของข้าเลยละ ฮ่ะๆๆ"
ตงห่าวรับคำพร้อมกับหัวเราะเสียงดังเช่นเดิม
" ทุกคนไปจัดการตามที่บอก.. ข้าขอตัวไปเชิญท่านเจ้าเมืองก่อน"
ซิ่วอิงกล่าวจบลุกขึ้นพยักหน้าให้กับทุกคน แล้วออกจากร้านมุ่งตรงไปยังจวนเจ้าเมือง
‘จวนเจ้าเมืองมังกรฟ้า’
ซิ่วอิงใช้เวลาเดินทางไม่นานมาถึงประตูจวน ทหารยามชุดเดิมเห็นซิ่วอิงเชิญเข้าจวนทันที ส่วนทหารยามอีกคนนึง เข้าไปเรียนเจ้าเมืองกับฮูหยินให้ทราบ
ซิ่วอิงนั่งจิบชาในห้องรับแขกอยู่ชั่วครู่ เจ้าเมืองกับฮูหยินก็มาถึง
" คารวะท่านลุง ท่านป้าเจ้าค่ะ.."
ซิ่วอิงลุกขึ้นกุมมือคำนับสองผู้อาวุโส เจ้าเมืองชินและฮูหยินยิ้มแย้มตอบอย่างเป็นกันเอง ฮูหยินชินเข้ามากอดซิ่วอิงแน่นด้วยความคิดถึง พูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันอยู่พักนึง เจ้าเมืองชินจึงเอ่ยขึ้นว่า
" อิงเอ๋อร์.. เจ้ามีอะไรสำคัญถึงมาหาลุงกับป้าตอนเช้าแบบนี้"
" เรียนท่านลุง.. พรุ่งนี้ต้นยามซื่อ (09.00 น.) หลานจะเปิดร้านขายโอสถ.. จึงมาเรียนเชิญท่านลุงไปเป็นประธาน ท่านลุงพอมีเวลาหรือไม่เจ้าคะ"
ซิ่วอิงเอ่ยถึงจุดประสงค์ตนเองไม่อ้อมค้อม
" ฮ่ะๆๆ.. สำหรับเรื่องของเจ้าลุงผู้นี้ว่างเสมอเลยล่ะ.. พรุ่งนี้ข้าจะไปเป็นประธานเปิดร้านให้เจ้าแน่นอน"
เจ้าเมืองชินกล่าวอย่างอารมณ์ดี ฝ่ายฮูหยินชินมองใบหน้าอันงดงามของซิ่วอิงตาเป็นประกาย ยิ่งมองยิ่งหลงรัก ยิ่งมองยิ่งอยากได้
'เด็กสาวคนนี้สวยน่ารักจริงๆ.. เอาไว้หลังจากพ้นพิธีปักปิ่น ข้าจะเอานางมาเป็นสะใภ้ให้จงได้'
ฮูหยินชินคิดในใจอย่างหมายมาด ก่อนจะแย้มยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า
" ป้าจะไปด้วย.. เสียดายที่ไป่หลงกลับสำนักไปแล้ว มิเช่นนั้นจะได้ไปด้วยกัน"
" ขอบคุณท่านป้า.. พี่ไป่หลงกับกลุ่มของเขารับปากว่าหากมีเวลาจะมาเจ้าค่ะ.. แต่สำหรับท่านป้า ในวันพรุ่งนี้ข้ามีโอสถมอบให้ท่านด้วย.."
ซิ่วอิงกล่าวอย่างนึกขึ้นมาได้ คืนนึ้เธอจะปรุงโอสถเยาว์วัยให้ท่านป้าผู้นี้สักหน่อย ที่เหลือก็นำไปขายคงจะได้ราคาดีมากแน่ๆ
" ขอบใจเจ้าล่วงหน้าอิงเอ๋อร์.."
“ เจ้าค่ะ.. เอิ่ม.. ท่านลุงข้าเพิ่งนึกได้ ข้าอยากทราบว่าที่ดินและที่ทำการกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ เป็นของเมืองมังกรฟ้าใช่หรือไม่เจ้าคะ ”
“ ถูกแล้ว.. เจ้ามีเรื่องอันใดหรือ”
“ ข้าอยากขอซื้อที่ตรงนั้น.. เพราะตอนนี้คนพวกนั้นเป็นคนของข้าแล้ว ข้าเลยอยากซื้อที่ดินตรงนั้น เป็นฐานที่ตั้งให้พวกเขาอย่างถาวร ”
“ อืม.. ถ้าเจ้าอยากซื้อก็ไม่มีปัญหา ข้าจะเรียกเจ้าหน้าที่มาคุยรายละเอียดกับเจ้า”
“ ขอบคุณท่านลุงเจ้าค่ะ..”
จากนั้นเจ้าเมืองเรียกเจ้าหน้าที่ มาทำการตรวจสอบสถานที่ที่ซิ่วอิงจะซื้อ ซิ่วอิงจึงสอบถามที่ดินที่ติดกับเขามรกตของเธอ ได้รับคำตอบว่าเป็นที่ว่างปล่าว ซึ่งหมายถึงเป็นของเมืองมังกรฟ้านั่นเอง หากจะซื้อก็ทำสัญญาพร้อมกันทีเดียวเลย
ซิ่วอิงจึงบอกให้พ่อบ้าน ช่วยส่งทหารไปตามท่านพ่อของเธอมาทำสัญญา ไม่นานท่านพ่อมาถึงทำสัญญาซื้อขายกันเรียบร้อย สรุปแล้ววันนี้ซิ่วอิงซื้อที่ดินไปสองแปลง ในราคาหลายล้านเหรียญทองด้วยกัน
เมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย จ้าวเว่ยกลับไปที่จวน ซิ่วอิงเข้าไปบอกลาเจ้าเมืองกับฮูหยิน
" ท่านลุง ท่านป้า หลานต้องขอตัวก่อนเจ้าค่ะ.. หลานจะไปตรวจที่เขามรกตสักหน่อย"
" อืม.. ไปเถิดรักษาตัวด้วยล่ะ.."
" เจ้าค่ะ.. หลานขอตัว"
ซิ่วอิงกล่าวจบประสานมือโค้งคารวะให้สองสามีภรรยา แล้วออกจากจวนเจ้าเมือง มุ่งหน้าร้านเครื่องปั้นดินเผาของเถ้าแก่ฟงทันที
‘ร้านเครื่องปั้นดินเผา’
ภายในร้านเครื่องปั้นดินเผาของเถ้าแก่ฟง ซิ่วอิงเดินตรวจเครื่องสุขภัณฑ์ที่ทำเสร็จแล้วอย่างพอใจ ด้วยความชำนาญและคนงานที่มากขึ้น จึงสามารถทำออกมาได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้ที่เขามรกตนอกเมืองแล้ว
“ ดีมากเถ้าแก่.. หลังจากนี้ท่านก็ทำแบบนี้ออกมาอีกเยอะๆ แต่ให้เน้นความสวยงามและละเอียดมากขึ้น จะได้ขายให้คนร่ำรวยในเมือง.. ข้าจะมอบวิธีการติดตั้งให้กับท่าน ท่านไปให้สอนคนงานจำนวนนึง แล้วทดลองสร้างในร้านของท่าน.. เมื่อชำนาญแล้ว หากมีคนมาซื้อจะได้ไปติดตั้งให้พวกเขาได้เลย "
ซิ่วอิงกล่าวถึงแผนการณ์ขั้นต่อไป จากนั้นถ่ายทอดความรู้ทางจิตสัมผัสแก่เถ้าแก่ฟง ซึ่งเมื่อได้รับไปเขาก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจ ก่อนจะคำนับหัวแทบถึงพื้นพลางกล่าวว่า
" ข้าเข้าใจแล้ว.. ขอบคุณนายน้อยขอรับ"
" อืม.. เอาของทั้งหมดใส่แหวนมิติมาให้ข้า"
กล่าวจบส่งแหวนมิติระดับสูงไปให้ เถ้าแก่ฟงรับไปก่อนจะนำทุกอย่างใส่แหวนส่งคืนให้ จากนั้นซิ่วอิงจึงเดินทางต่อไปยังเขามรกตนอกเมืองทันที
……………………………………………….
+ นางจะเปิดร้านแล้วค่ะ +