ตอนที่ 66: ตามแกะรอย
ลึกลงไปใต้ชั้นเพนท์เฮาส์อันหรูหราของ "Secret Trance Therapy" คือห้องแล็บปฏิบัติการลับทางไซเบอร์และประสาทวิทยา (Cyber-Neuro Lab) ที่น้อยคนนักจะรู้ถึงการมีอยู่ของมัน ภายในห้องถูกฉาบด้วยแสงไฟนีออนสีน้ำเงินเข้มและสีเขียวเรืองรองจากหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่กว่าหกจอที่เรียงรายต่อกันเป็นแผง เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ประมวลผลระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ดังประสานกับเสียงรัวแป้นพิมพ์ที่เร็วรัวราวกับพายุ
ริน หรือ นรินทร์ แฮกเกอร์หนุ่มอัจฉริยะ ที่เข้ามาร่วมงานนี้ นั่งฝังตัวอยู่บนเก้าอี้เกมมิ่งตัวโปรด สภาพของเขาดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาดำคล้ำราวกับหมีแพนด้า เส้นผมสีน้ำตาลเข้มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เสื้อยืดสีดำตัวเก่งยับยู่ยี่ บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยกระป๋องเครื่องดื่มชูกำลังและแก้วกาแฟที่ว่างเปล่านับสิบใบ รินทำงานหามรุ่งหามค่ำมาตลอดสามสิบหกชั่วโมงโดยไม่ได้หลับพักผ่อนเลยแม้แต่นาทีเดียว
เป้าหมายเดียวของเขาในตอนนี้ คือการเจาะรหัสข้อมูลจากเศษชิปไมโครคอนโทรลเลอร์ขนาดจิ๋วสองชิ้นที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง ซึ่งเป็นชิปจากเครื่องป้องกัน V1 (อุปกรณ์ต้านทานการสะกดจิต) ที่ผู้พันวุฒิเสี่ยงตายงัดแงะมันออกมาจากใบหูของตนเองและผู้กองเมย์ในคืนที่พ่ายแพ้กลับมา
รินคีบชิปโลหะสีเงินด้วยแหนบปลายแหลมอย่างระมัดระวัง จัดการทำความสะอาดคราบเลือดด้วยน้ำยาละลายชีวภาพ ก่อนจะวางมันลงบนเครื่องสแกนและอ่านค่าความถี่สูง (High-Frequency Analyzer)
"เอาล่ะนางมารร้าย... มาดูกันสิว่าแกซ่อนโค้ดนรกอะไรไว้ข้างในบ้าง" รินพึมพำกับตัวเอง นิ้วเรียวยาวพรมลงบนคีย์บอร์ดเพื่อสั่งการรันโปรแกรมถอดรหัส (Decryption Algorithm) ที่เขาเขียนขึ้นมาเองโดยเฉพาะ
หน้าจอมอนิเตอร์หลักปรากฏแถบประมวลผลสีเขียววิ่งพรวดพราด ตัวเลขฐานสองและโค้ดคำสั่งเรียงร้อยกันเป็นสายน้ำ รินเพ่งมองกราฟคลื่นเสียงที่ถูกถอดรหัสออกมา คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อพบกับความซับซ้อนที่เหนือกว่าการแฮ็กข้อมูลทั่วไป
"บ้าไปแล้ว..." รินอุทานเบาๆ เมื่อเห็นโครงสร้างของระบบ "นี่มันไม่ใช่แค่คลื่นเสียงอัลฟ่าธรรมดา (Alpha Command Wave)... รัชชาผสมผสานโค้ดคำสั่งเสียงเข้ากับคลื่นความถี่ฟีโรโมนสังเคราะห์ (Synthetic Pheromone Frequency) มันเป็นการส่งข้อมูลดิจิทัลที่สามารถแปลงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปกระตุ้นต่อมไร้ท่อในสมองโดยตรง มิน่าล่ะ... ผู้พันวุฒิถึงโดนควบคุมสัญชาตญาณสัตว์ป่าได้หมดจดขนาดนั้น ยัยนี่มันอัจฉริยะสายดาร์กชัดๆ"
รินไม่ได้ยอมแพ้ต่อความซับซ้อนนั้น ในฐานะแฮกเกอร์มือหนึ่ง เขาถือว่านี่คือคำท้าทาย เขารัวแป้นพิมพ์เขียนสคริปต์เพื่อแยกชั้นข้อมูล (Data Isolation) ทันที เขาจัดการกรองเอาคลื่นเสียงสะกดจิตออกไป เหลือไว้เพียงประวัติการเชื่อมต่อและเส้นทางการส่งข้อมูล (Routing Logs) ของชิป V1 ที่รัชชาใช้ส่งสัญญาณสั่งการเข้ามา
ทว่า รัชชาก็ไม่ได้ไร้เดียงสา เมื่อโปรแกรมของรินเจาะเข้าไปถึงแกนกลางของข้อมูล ระบบป้องกันการโจรกรรม (Firewall) ที่รัชชาฝังไว้ก็ทำงานทันที หน้าจอมอนิเตอร์เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมเสียงเตือนภัยไซเรนดังก้องห้องแล็บ
*WARNING: UNAUTHORIZED ACCESS DETECTED. INITIATING DATA WIPE IN 60 SECONDS...*
"คิดจะล้างข้อมูลหนีเหรอ? ฝันไปเถอะป้า!"
รินสบถลั่น มือของเขาขยับเร็วจนมองแทบไม่ทัน เขารันโปรแกรม 'Sandbox Trap' เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงขึ้นมาหลอกระบบของรัชชา กักขังคำสั่งทำลายตัวเองไว้ในกรงขังดิจิทัล นิ้วของเขารัวป้อนคำสั่งบล็อกพอร์ตการเชื่อมต่อทีละพอร์ต เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามไรผมเวลาบนหน้าจอเคาท์ดาวน์ถอยหลังอย่างน่าระทึก
*30... 29... 28...*
"บล็อกพอร์ตแปดศูนย์... รีไดเรกต์ไอพี... เจาะช่องโหว่โปรโตคอล..." รินพึมพำอย่างบ้าคลั่ง
*10... 9... 8...*
*แครก!*
รินกดปุ่ม Enter แป้นสุดท้ายอย่างแรง เสียงเตือนภัยสีแดงดับวูบลง หน้าจอกลับมาเป็นสีน้ำเงินตามปกติ พร้อมกับข้อความ *FIREWALL BYPASSED. ACCESS GRANTED.*
"เยส! กินฝุ่นไปซะรัชชา!" รินชูสองแขนขึ้นฟ้าด้วยความสะใจ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หอบหายใจแฮกๆ ก่อนจะคว้ากระป๋องเครื่องดื่มชูกำลังมากระดกอึกใหญ่เพื่อฉลองชัยชนะ
เมื่อเจาะกำแพงน้ำแข็งสำเร็จ ข้อมูลทั้งหมดที่รัชชาพยายามซ่อนไว้ก็ถูกเปิดเปลือย รินทำการไล่ตามรอยไอพีแอดเดรส (IP Tracing) ที่ส่งสัญญาณมายังชิป V1 ในคืนนั้น สัญญาณถูกสะท้อนผ่านพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์ (Proxy Servers) นับสิบประเทศเพื่อหลบซ่อนตัว แต่สำหรับริน มันเป็นแค่เกมซ่อนแอบที่เสียเวลาเล็กน้อย เขาใช้เวลาอีกกว่าสองชั่วโมงในการลอกคราบพร็อกซีเหล่านั้นออกทีละชั้น จนกระทั่งเข้าถึงที่อยู่ของเซิร์ฟเวอร์หลัก (Main Server) ที่ส่งคำสั่งออกมา
"ได้ตัวแล้ว... พิกัดสุดท้าย (End-Point Coordinates)"
รินสั่งปริ้นต์แผนที่จากระบบดาวเทียมความละเอียดสูง (High-Resolution Satellite Imagery) หน้าจอแสดงภาพมุมสูงของพื้นที่ชานเมืองที่ห่างไกลความเจริญ ทว่ากลับมีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าทึบ มันคือ "วิลล่าส่วนตัวสุดหรู" ที่ถูกปกปิดซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน ไม่มีเส้นทางถนนหลักตัดผ่าน ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์หรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อฝ่าดงป่าเข้าไปเท่านั้น
"รังลับของนางมารรัชชา..." รินซูมภาพดาวเทียมเข้าไปใกล้ขึ้น เขาใช้โปรแกรมแฮ็กเข้าสู่ระบบกล้องวงจรปิดรอบนอกของวิลล่านั้นได้อย่างง่ายดาย ภาพที่ปรากฏทำให้เขาต้องผิวปากหวือ "โอ้โห... นี่มันฐานทัพย่อยๆ ชัดๆ"
หน้าจอแสดงให้เห็นกองกำลังบอดี้การ์ดติดอาวุธหนักนับสิบคนเดินลาดตระเวนอยู่รอบวิลล่า มีเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และสุนัขเฝ้ายามกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ รินไม่รอช้า เขาดึงผังโครงสร้างสถาปัตยกรรม (Architectural Blueprints) ของวิลล่านั้นจากฐานข้อมูลกรมที่ดินที่ถูกซ่อนไว้ เอามาประมวลผลสร้างเป็นโมเดลสามมิติ (3D Model) ขึ้นมาบนจอภาพ พร้อมจุดมาร์กสีแดงแสดงตำแหน่งของบอดี้การ์ดและกล้องวงจรปิดทุกตัว
"งานนี้บู๊แหลกแน่..." รินหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา กดโทรออกไปยังหมายเลขสายตรงทันที
ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องแล็บก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของผู้พันวุฒิก้าวเข้ามาภายในห้อง บรรยากาศรอบตัวของผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษแตกต่างจากคืนที่พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง ไม่มีความหดหู่ ไม่มีความรู้สึกผิด หรือความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป แววตาของเขาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว ร่างกายหนั่นแน่นไปด้วยมัดกล้ามที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานแห่งความเป็นผู้นำอัลฟ่า (Alpha Leader) สภาพจิตใจที่ได้รับการเยียวยาจากดร.น้ำฟ้าและมิ้นท์ ทำให้เขากลับมาผงาดในฐานะนักรบที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
"ได้เรื่องว่ายังไงบ้างริน" วุฒิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจ เขาเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของแฮกเกอร์หนุ่ม
"เจาะระบบสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ครับผู้พัน" รินหมุนเก้าอี้หันมาเผชิญหน้า พร้อมกับชี้มือไปที่โมเดลสามมิติบนหน้าจอมอนิเตอร์ "นี่คือพิกัดรังลับของรัชชา... วิลล่านอกเมือง ห่างจากที่นี่ไปทางทิศเหนือประมาณร้อยกิโลเมตร ซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบ"
วุฒิกอดอกมองดูแผนที่สามมิติด้วยสายตาวิเคราะห์ "ระบบป้องกันเป็นยังไงบ้าง"
"แน่นหนาเอาเรื่องเลยครับ" รินอธิบายพลางกดปุ่มซูมภาพ "มีบอดี้การ์ดติดอาวุธสงครามลาดตระเวนวงนอกยี่สิบคน วงในอีกสิบห้าคน มีกล้องวงจรปิดอินฟราเรดทุกมุมตึก และที่สำคัญ... ผมตรวจพบสัญญาณการรบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMP Jammer) ในรัศมีห้าร้อยเมตรรอบวิลล่า หมายความว่าถ้าเข้าไปใกล้ โดรนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเราอาจจะใช้งานไม่ได้"
"เครื่องรบกวนสัญญาณงั้นเหรอ..." วุฒิกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น "แสดงว่ารัชชามันกลัวการถูกโจมตีทางอากาศ และไม่อยากให้เราใช้เทคโนโลยีเข้าสู้... มันต้องการบีบให้เราต้องบุกเข้าไปปะทะด้วยกำลังคนตรงๆ"
"ใช่ครับผู้พัน... และผมเพิ่งดึงข้อมูลตารางเวรยามของพวกมันมาได้ ช่วงเวลาที่ระบบป้องกันอ่อนแอที่สุดคือช่วงตีสามถึงตีสี่ เป็นช่วงผลัดเปลี่ยนเวรใหญ่ และผมสามารถเจาะเข้าไปแช่แข็งภาพกล้องวงจรปิดให้พวกผู้พันได้ประมาณห้านาที... ห้านาทีเท่านั้นนะครับสำหรับการลอบเร้นเข้าไปในตัวตึก" รินย้ำเตือนถึงข้อจำกัด
"ห้านาที... มากเกินพอสำหรับหน่วยรบพิเศษของฉัน" วุฒิเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด "เตรียมโหลดข้อมูลแผนผังทั้งหมดและพิกัดลงในแท็บเล็ตยุทธวิธีของฉัน ฉันจะเรียกทีมของฉันมาประชุมด่วนที่นี่... คืนนี้เราจะจัดแผนบุกจู่โจม"
"รับทราบครับผู้พัน" รินรับคำสั่งก่อนจะหันกลับไปรัวคีย์บอร์ดจัดการถ่ายโอนข้อมูล
วุฒิยืนมองพิกัดสีแดงบนหน้าจอด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้น ความทรงจำอันเลวร้ายที่ถูกควบคุมให้ทำร้ายคนของตัวเองถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันมหาศาล เขาจะไม่ยอมให้รัชชาได้มีโอกาสใช้ศาสตร์มืดนั้นทำร้ายใครได้อีก
"คราวนี้แหละรัชชา..." วุฒิพึมพำกับตัวเองเสียงต่ำ "ฉันจะลากคอแกออกมาจากรัง และทำให้แกได้รู้ว่า... การปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวฉันขึ้นมา มันคือความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของแก"
แผนการโต้กลับอันดุเดือดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ด้วยข้อมูลทางไซเบอร์ที่เจาะทะลวงได้สำเร็จของแฮกเกอร์หนุ่มนรินทร์ ผนวกกับสภาวะผู้นำที่ฟื้นคืนชีพเต็มพิกัดของผู้พันวุฒิ การบุกจู่โจมวิลล่ารังลับของนางมารร้ายรัชชาในครั้งนี้ จะต้องเป็นสงครามที่สั่นสะเทือนวงการจิตวิทยาใต้ดินอย่างแน่นอน!