หลังจากผ่านพ้นวิกฤตการณ์นักเลงป่วนและการล่มสลายของคู่แข่งรายใหญ่ หลินเสี่ยวฟานรู้ดีว่ารถเข็นไม้เก่าคร่ำคร่าคันนี้จะขายของแบบส่ง ๆ ไม่มีป้ายร้านอย่างเป็ทางการไม่ได้อีกต่อไป ในเมื่อตอนนี้เขาคือาาของหวานประจำเมือง ภาพลักษณ์ภายนอกต้องดูใหญ่โตอลังการสมเกียรติยศขั้นสูงสุดเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม
เขาจึงนำเงินเดิมพัน 50 ตำลึงเงินที่ชนะมาจากนายน้อยกู้ (หลังจากแบ่งไปจ่ายหนี้ค่าทำขวัญและคืนคลังผลไม้ท่านแม่บางส่วน) ไปว่าจ้างช่างแกะสลักมือหนึ่งของเมือง ให้ทำแผ่นป้ายร้านใหม่แกะสลักจากไม้กระดานหนาเนื้อดี ทาด้วยสีชาดสดใสแวววาว และทำการเขียนด้วยตัวอักษรพู่กันจีนสีทองคำเปลวเปล่งประกายตัวโต ๆ ว่า "สำนักไหมฟ้า ล่าิญญา!" พร้อมปักสโลแกนตัวเล็กคมเข้มไว้ที่มุมป้ายว่า 'ขาดทุนไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้'
เช้าวันรุ่งขึ้น พิธียกป้ายร้านขึ้นแขวนบนรถเข็นไม้ที่ตอนนี้ถูกเสี่ยวฟานและนายน้อยกู้ช่วยกันขัดสีฉวีวรรณจนสะอาดเงาวับ ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตากลางตลาดท้ายเมือง มีชาวบ้านและแม่ค้าพ่อค้านับร้อยมาร่วมแสดงความยินดี นายน้อยกู้สวมชุดหรูหราทำหน้าที่เป็คนจุดประทัดสายยาวส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ควันสีแดงฟุ้งกระจายอบอวลชวนเฉลิมฉลอง
ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ !
เมื่อเสียงประทัดสิ้นสุดลง ป้ายร้านสีแดงทองคำ "สำนักไหมฟ้า ล่าิญญา!" ก็ถูกยกขึ้นแขวนตระหง่านอยู่บนหลังคารถเข็นอย่างสมเกียรติ หลินเสี่ยวฟานในชุดจอมยุทธ์ผ้าป่านตัวเก่ง ยืนกอดอกมองป้ายร้านด้วยแววตาเป็ประกายคมกล้า ยักคิ้วให้กล้องหนึ่งทีอย่างอารมณ์ดี
“ท่านป้าโจว เ้าน้อยกู้... ป้ายร้านของข้าเป็อย่างไรบ้าง? ดูอลังการทรงพลังสมฐานะประมุขพรรคขนมหวานหรือไม่?” เสี่ยวฟานถามพลางหัวเราะร่า
“ไอหยา... เ้าเสี่ยวฟาน ป้ายร้านแกมันใหญ่โตหรูหรายิ่งกว่าป้ายจวนนายอำเภอเสียอีกนะเนี่ย!” เถ้าแก่เนี้ยโจวเอ่ยแซวขำ ๆ
หลินเสี่ยวฟานยืดอกขึ้นสูง ประกาศคำรามก้องฟ้า “แน่นอนอยู่แล้วท่านป้า! ปิดเทอม่แรกในเมืองชิงสุ่ยแห่งนี้ข้าถือว่าได้สร้างรากฐานอันมั่นคงและสยบศัตรูจนราบคาบแล้ว... แต่ข้าจะหยุดอยู่แค่นี้ไม่ได้เด็ดขาด! เป้าหมายต่อไปของสำนักไหมฟ้า... คือการลากรถเข็นบุกไปยึดครองเวทีงานเทศกาลอาหารระดับอำเภอเมฆาคล้อย! พวกแกเตรียมตัวเจอความกวนขั้นกว่าของข้าได้เลย ขาดทุนช่างมัน แต่หน้าตาของข้าต้องสะท้านไปทั้งตัวอำเภอโว้ยยย!”
และนี่คือบทสรุปของภาคแรกอันแสนดุเดือด ก่อนที่รถเข็นสีแดงคันเก่งจะพังทลายขอบเขตมุ่งสู่การขิงระดับภูมิภาคในภาคต่อไป!