บทที่0005 ไสหัวไป
คำว่า“สามี” นั้นทำให้ไป๋เวยอีสีหน้าเปลี่ยนทันทีด้วยความที่มือสั่น แก้วกาแฟจึงเผลอหลุดจากมือเธอไป
“โอ๊ย ร้อนจังเลย...” ไป๋เวยอีร้องด้วยความเ็ป
หนิงจื้อหย่วนใมากเขารีบดึงทิชชู่ออกมา ก่อนจะนั่งลงไปเช็ดคราบกาแฟที่หก ชั่วขณะนั้นเขาก็เห็นรอยาแที่ข้อมือเล็กๆของเธอ
“นี่มันอะไรกัน” เขาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
ไป๋เวยอีดึงเขนเสื้อลงมาปิดแผลนั้นไว้ขณะเดียวกันเธอก็เงยหน้าขึ้นมามองลั่วหว่านเหยียนราวกับว่าตัวเองพยายามจะปิดความจริงแต่ความจริงเธอกลับยิ่งทำให้มันชัดเจนมากขึ้น
ลั่วหว่านเหยียนแอบยิ้มอย่างสมเพชอยู่ในใจเพราะเธอพอเดาออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“เธอเป็คนทำหรือ?” หนิงจื้อหย่วนหันมาถามเธอทันที
“พี่หว่านเหยียนไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะพี่เขาก็แค่รีบออกไป ก็เลยทำแจกันดอกไม้แตก เศษแจกันมันก็เลยบาดฉัน...” ไป๋เวยอีช่วยอธิบายแทนลั่วหว่านเหยียนด้วยความหวังดี
จู่ๆ ดวงตาดำขลับของหนิงจื้อหย่วน ก็จ้องมาที่ลั่วหว่านเหยียน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเ็า
ลั่วหว่านเหยียนรู้ว่าคำพูดต่อไปของเขามันคงไม่น่าฟังแน่เธอจึงยอมรับไปซะเลย “ใช่ ฉันเป็คนทำเอง ตอนนี้คุณจะลงโทษฉันยังไงจะให้ฉันใช้มีดกรีดแผลให้เหมือนกันใช่ไหม?”
เธอพูดประชดใส่แล้วเธอก็เห็นบนโต๊ะน้ำชามีมีดปอกผลไม้อยู่พอดีเธอเดินเข้าไปหยิบมีดขึ้นมาอย่างไม่ลังเลเลิกแขนเสื้อขึ้น และกรีดแขนขาวเนียนของตัวเอง
หนิงจื้อหย่วนสายตาเปลี่ยนไปเขารีบลุกขึ้นมาจับข้อมือเธอเอาไว้
แต่ลั่วหว่านเหยียนนั้นเร็วมากเมื่อมีดได้กรีดลงบนผิวของเธอเืแดงสดก็ไหลออกมา มันไหลลงมาตามผิวของเธอ ซึ่งเป็ภาพที่น่าใมาก
ลั่วหว่านเหยียนเงยหน้าขึ้นมาจ้องเขาเธอยังคงยิ้มอย่างประชด “ทำไม รู้สึกว่าฉันกรีดตัวเองแบบนี้ มันเบาเกินไปใช่ไหม?”
ไม่งั้นทำไมถึงห้ามเธอล่ะ
หนิงจื้อหย่วนหลุบตาลงมองไปที่ใบหน้าเรียวเล็กที่ซีดขาวของเธอแต่เขาก็ละสายตาไป เขาสะบัดข้อมือของเธอออก ก่อนจะพูดออกมาเพียงแค่สามคำอย่างเยือกเย็น“ไสหัวไป”
ไล่เธอเธอก็ไปสิ เธออยากจะไปเต็มทีแล้ว
ลั่วหว่านเหยียนเตรียมตัวจะเดินออกไปแต่ก็ได้ยินหนิงจื้อหย่วนพูดอย่างเ็า“ไปยืนที่สวนซะ ห้ามออกไปไหน แล้วก็ห้ามเข้ามาด้วย”
นั่นก็คือเขาให้เธอยืนอยู่ในสวนดอกไม้
นี่มันหนักกว่าให้เธอกรีดตัวเองอีกนะ
ลั่วหว่านเหยียนกำมือแน่นเธอเดินไปที่สวนอย่างเงียบๆหันหลังให้พวกเขา ยืนหลังตรง
เพราะตอนนี้มันคือตอนกลางวันพอดีดวงอาทิตย์อยู่กลางศีรษะ แผดเผาคนซะจนผิวแสบไปหมด
ลั่วหว่านเหยียนยืนไปได้แค่สิบกว่านาทีหลังเธอก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เธอกัดฟันทนไปครึ่งชั่วโมงดวงอาทิตย์ที่ร้อนระอุก็โดนเมฆดำปกคลุมลมพัดแรง ก่อนที่ฝนห่าใหญ่จะตกลงมา ไม่ทันไร ลั่วหว่านเหยียนก็ตัวเปียกโชกไปหมด
เรือนร่างอ่อนช้อยของเธอสวมชุดที่เปียกโชก เธอยืนอยู่ตรงนั้นท่ามกลางลมและสายฝนที่ตกกระหน่ำดูแล้วเหมือนตัวเธอจะโดนลมพัดปลิวไปได้ตลอด
หนิงจื้อหย่วนก็กำลังจ้องแผ่นหลังของเธอจากในคฤหาสน์โดยไม่พูดอะไรเลยแม้สักคำ
ไป๋เวยอีนั้นสะใจมากแต่เธอก็แกล้งทำเป็พูดใจดี“ฝนตกหนักขนาดนี้ เดี๋ยวพี่หว่านเหยียนได้เป็หวัดหรอกยังไงเราเรียกพี่เขาเข้ามาดีกว่านะคะ”
หนิงจื้อหย่วนไม่ตอบอะไรเขาแค่ลุกขึ้นยืนเดินขึ้นไปที่ห้องหนังสือชั้นสอง
ไป๋เวยอีอึ้งไปสักพักนี่เขา...เห็นด้วยกับเธองั้นหรือ?
ทำไม? นี่เขาใจอ่อนกับผู้หญิงคนนั้นหรือ?
ไป๋เวยอีรู้สึกโมโหขึ้นมาทันทีแต่เพราะเธอพูดไปแล้ว ไม่ทำไม่ได้ เธอจึงต้องเรียกให้คนรับใช้ออกไปเรียกลั่วหว่านเหยียนกลับมา
ลั่วหว่านเหยียนโดนลมโดนฝนปากเธอกลายเป็สีเขียวอมม่วงร่างกายของเธอก็สั่นเทาเล็กน้อย
ไป๋เวยอีไม่คิดจะเห็นใจเธอเลยแม้แต่น้อยแต่กลับพูดด้วยความโหดร้าย“ลั่วหว่านเหยียน ฉันปวดขา เธอมานวดให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”
คนใช้ที่อยู่ข้างๆก็อดไม่ได้ที่จะขอร้องแทนเธอ“คุณหนู ให้คุณหนูลั่วเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหมคะ”
ไป๋เวยอีจ้องเธอตาเขม็ง“นี่เธอกล้าปากมากเหรอ”
คนรับใช้คนนั้นก็รีบก้มหน้าทันที
ลั่วหว่านเหยียนหันไปมองคนรับใช้คนนั้นด้วยความซาบซึ้งก่อนจะเดินไปนั่งลงนวดขาให้ไป๋เวยอีโดยพยายามอดทนความหนาวเหน็บเอาไว้
ไป๋เวยอีแค่นเสียง’เหอะ’ ใส่ก่อนจะเปิดโทรทัศน์ดู เธอให้ลั่วหว่านเหยียนนวดให้เธอ โดยที่เธอยังคงสวมเสื้อผ้าที่เปียกโชกอยู่แบบนั้นถึงสองชั่วโมง
เสื้อผ้าที่เปียกนั้นก็เกือบแห้งเพราะอุณหภูมิในห้องแล้ว
บนชั้นสองมีเสียงเปิดประตูหนิงจื้อหย่วนออกมาแล้ว
ไป๋เวยอีทำเสียงอ่อนทันทีเธอให้ลั่วหว่านเหยียนไปชงกาแฟมาให้จากในห้องครัว
ลั่วหว่านเหยียนลุกขึ้นเดินไปทันที
พอถึงห้องครัวเธอก็ใช้มือจับไปที่ขอบอ่างล้างมือเพื่อพยุงตัวเองใช้มืออีกข้างจับหน้าผากที่กำลังร้อนผ่าว
ตอนแรกก็ตากแดดต่อมาก็เปียกฝน เธอเป็ไข้ก็ไม่ใช่เื่แปลก
ลั่วหว่านเหยียนยุ่งอยู่สักพักก่อนจะถือกาแฟที่กว่าจะชงเรียบร้อยไม่ใช่ง่ายเลยออกมา
ในห้องรับแขกไป๋เวยอีกำลังนั่งแอบอิงหนิงจื้อหย่วนสองคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนิทสนม
ลั่วหว่านเหยียนเดินเข้ามาใกล้ระหว่างที่เธอกำลังยกถ้วยกาแฟออกจากถอดรองนั้นเธอก็เกิดหน้ามืดขึ้นมา ขาทั้งสองข้างอ่อนแรง ก่อนที่ร่างของเธอจะล้มลงไปกับพื้น
ถ้วยกาแฟที่อยู่ในมือเธอก็หกกระจายไปที่ขาของไป๋เวยอี
“ลั่วหว่านเหยียน”
เธอได้ยินเสียงตะคอกของหนิงจื้อหย่วนก่อนที่จะหมดสติไป