เสียงสะท้อนจากความทรงจำในยุคสวรรค์โบราณยังคงก้องอยู่ในหัวใจของเฉินหยวน—
ภาพสงครามระหว่างผู้เหยียบฟ้ากับเผ่าพันธุ์โบราณนั้น ราวกับคมดาบที่สลักรอยแผลลึกลงไปในจิตวิญญาณ
เขานั่งสงบนิ่งกลางหุบเหว ร่างกายอบอวลด้วยกลิ่นเลือดและกลิ่นปราณโบราณที่ยังไม่เลือนหายไป
“...นี่คือเส้นทางที่ข้าเลือกจริง ๆ หรือ?” เสียงพึมพำของเขาเจือด้วยความสับสน
แม้พลังของตนจะค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น แต่เบื้องหน้ากลับปรากฏปริศนาซับซ้อนยิ่งกว่าที่คิด
สิ่งที่เคยเรียกว่า ฟ้าเก่า กลับไม่ใช่ฟ้า หากเป็น “เศษเสี้ยวของผู้รอด” จากยุคสวรรค์โบราณที่พยายามดึงโลกกลับสู่ระเบียบเดิม
และเขา—กลับถูกลากเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งโดยไม่ทันตั้งตัว
แสงจันทร์สาดส่อง เสียงน้ำตกไหลกระทบหิน
เฉินหยวนค่อย ๆ นั่งขัดสมาธิ เริ่มหมุนเวียนเคล็ดวิชา ลมปราณแปรจิตสวรรค์
ปราณฟ้าและดินไหลเข้าสู่ตันเถียนเหมือนสายธารไม่สิ้นสุด
เขารู้สึกได้—ทุกครั้งที่จิตสงบลง ภาพความทรงจำที่บิดเบี้ยวก็เริ่มชัดเจนขึ้น
“หากอดีตถูกปิดบัง… เช่นนั้นข้าก็ต้องหาคำตอบด้วยตนเอง”
ประกายในดวงตาเฉินหยวนส่องวาบ ราวกับตัดขาดความลังเลไปชั่วขณะ
ทันใดนั้น—
เสียงแผ่วเบา แต่แฝงอำนาจโบราณดังขึ้นในห้วงสำนึก
“เจ้าจะเลือกเดินตามเส้นทางของผู้เหยียบฟ้า… หรือจะสืบทอดเจตจำนงยุคสวรรค์โบราณ?”
หัวใจเฉินหยวนเต้นแรง
นี่คือคำถามที่ไม่ใช่เพียงการเลือกฝั่งในสงคราม—
แต่คือการเลือกชะตาของตนเอง
สายลมยามราตรีพัดแรง ใบไม้ปลิดปลิวประหนึ่งเสียงกระซิบจากอดีตกาล
เฉินหยวนลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ไม่ว่าจะเป็นฟ้าเก่าหรือสวรรค์โบราณ… ข้าจะสร้างเส้นทางของข้าเอง”
และในยามนั้นเอง—ร่องรอยลึกลับแห่งพลัง “แก่นเต๋าแรกที่ไม่อาจอธิบาย” เริ่มก่อตัวขึ้นเล็กน้อยในจิตวิญญาณของเขา
เป็นเพียงประกายเล็ก ๆ แต่กลับสั่นสะเทือนจนแม้แต่หุบเหวยามราตรีก็คล้ายจะเงียบลง