“เด็ก ๆ พี่อาจจะไม่อยู่บ้านหลายวันนะพี่ต้องไปทำธุระแล้วก็ต้องยืมตัวพี่เพชรกับพี่พลอยไปด้วย น้องอยู่บ้านเป็นเด็กดีนะ”ไผ่ลูบหัวทั้งสองด้วยรอยยิ้มมีความสุขแล้วพูดขึ้น
เมื่อได้ยินคำพูดของไผ่เด็กทั้งสองก็ต้องชะงักไป
“พี่จะไปต่อสู้อีกแล้วหลออันตรายไหม”ฟ้าเอยถามขึ้นด้วยแววตากังวล
ส่วนเมฆเมื่อได้ยินก็ไม่พูดอะไรด้วยความที่เป็นเด็กผู้ชายและอ่านหาความรู้มาเยอะทำให้เขาพอจะรู้และเข้าใจว่าหลังจากที่พี่ชายปลุกพลังแล้วมักจะฝึกฝนและต่อสู้อยู่ตลอดเวลา
“ใช้แล้วแต่น้องไม่ต้องเป็นห่วงนะเพราะว่าพี่ชายของน้องคนนี้แข็งแกร่งมาก สัตว์ประหลาดพวกนั้นทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก”ไผ่ทำท่าเบ่งกล้ามให้ฟ้าดู
ไผ่ไม่ได้บอกว่ากำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นเพราะเขาไม่ต้องการให้ทั้งสองคนกลัว เขาจำได้ในชีวิตก่อนทั้งสองคนนั้นกลัวจนตัวสั่นหลังจากเห็นการต่อสู้ที่ข่าวในทีวี
สองวันต่อมา
“อาทิตย์ผมฝากทางนี้ด้วย อุษาเองก็จะอาสาอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน”ไผ่เอยกับอาทิตย์ขณะยืนมองน้ำและอุษาเล่นเกมอยู่กับเมฆและฟ้า
ในตอนแรกไผ่ตั้งใจจะให้อาทิตย์และน้ำที่อยู่ดูแลเมฆกับฟ้าแต่เพื่อความมั่นใจเขาจึงให้อุษาที่เป็นหนึ่งในระดับจันทราอยู่ที่นี่ด้วยอีกคนเพื่อความมั่นใจ
ในช่วงเวลานี้โรงเรียนประถมและมัธยมทั้งหมดต่างก็หยุดเรียน ทำให้เมฆกับฟ้าต้องอยู่บ้านและไม่ต้องโรงเรียน
“นายน้อยไม่ต้องห่วงครับ”อาทิตย์รับปากอย่างมั่นใจ
ไผ่พยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นก็บอกลาเมฆกับฟ้าจากนั้นก็เดินไปขึ้นรถที่หน้าคฤหาสน์โดยมีเพชรกับพลอยยืนรออยู่
เมืองทะเลครามเป็นเมืองติดทะเลขนาดใหญ่มีพื้นที่หลายร้อยตารางกิโลเมตร โดยที่มีกำแพงสูงหลายสิบเมตรอยู่ติดทะเลทอดยาวไปหลายร้อยกิโลเมตร
ทุก ๆ หนึ่งพันเมตรจะมีป้องปราการขนาดใหญ่ตั้งอยู่และจะมีคนของทางการหรือก็คือทหารที่เป็นผู้ปลุกพลังหลายพันคนพลัดเปลี่ยนกันเฝ้า
หลังจากออกมาจากคฤหาสน์ไผ่ก็เดินทางมายังหอประมูลแห่งนี้พร้อมกับทุกคนเพื่อรอเวลาอย่างใจเย็น
ผ่านไปไม่นานสัญญาณเตือนดังขึ้นทั่วทั้งเมืองสร้างความแตกตื่นให้กับคนภายในเมืองเป็นอย่างมาก โชคดีที่ไผ่รู้เรื่องนี้และเตรียมตัวเอาไว้ก่อนแล้วจึงให้พวกอาทิตย์พาทั้งสองคนเล่นเกมหรือดูการ์ตูนเพื่อที่จะไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือน
“ไปกันเถอะ ถึงเวลาสร้างชื่อเพื่อให้ทุกคนได้รู้จักชื่อหอประมูลหมื่นสมบัติของตระกูลรัตนโชคแล้ว”ไผ่พูดพร้อมพร้อมขึ้นเดินออกจากห้องโถงไป
“ครับ/ค่ะ นายน้อย”ทุกคนตอบพร้อมกันแล้วลุกขึ้นเดินตามออกไป
เพราะมีค่ายกลเคลื่อนย้ายไม่นานพวกไผ่ก็มาปรากฎใกล้ ๆ กับประตูทางออก
หลังจากออกจากค่ายกลไผ่ไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้างเดินตรงไปยังหน้าประตูเมืองที่มีทหารยืนอยู่
ด้วยแรงกดดันที่ปล่อยออกมาทำให้กลุ่มของไผ่ที่พึ่งปรากฎตัวได้ดึงดูดความสนใจของผู้ปลุกพลังทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ทันที
“พวกเขาเป็นใครมาจากขุมกำลังไหนกันทำไมถึงมีผู้แข็งแกร่งมากมายขนาดนี้”
“นั้นนะสิข้าไม่เคยเห็นเลยว่าเมืองของเรามีขุมกำลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้แต่กลับไม่เป็นที่รู้จักอยู่ด้วย”
“หรือว่าจะเป็นขุมกำลังลับที่ปิดซ้อนความแข็งแกร่งมาตลอด”
“ไม่แน่หรอกพวกเขาอาจจะมาจากที่อื่นก็ได้ พวกเจ้าก็เห็นว่าตอนนี้มีขุมกำลังและตระกูลที่แข็งแกร่งมากมายเดินทางมายังเมืองของเรา ถ้าพวกเขาจะมาจากที่อื่นก็ไม่แปลกที่พวกเราจะไม่รู้จัก”
ไผ่นั้นได้ยินเสียงพูดคุยกันของคนรอบข้างทั้งหมดแต่เขาไม่คิดจะสนใจ แต่ขณะนั้นเองไผ่กลับได้ยินเสียงที่เย็นชาและเย่อหยิ่งดังขึ้น
“พวกแกใช่ไหมที่เป็นคนทำร้ายพี่เหมยอิง”ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับไผ่แล้วพูดอย่างเย็นชา
เมื่อไผ่เห็นหน้าชายหนุ่มคนนี้ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สายตาจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาพร้อมกับจิตสังหารที่ถูกระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
“นายน้อย”เสียงของเพชรดังขึ้นดึงสติของไผ่เอาไว้
“ผมไม่เป็นไร”ไผ่เก็บจิตสังหารที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกับเดินไปหาชายหนุ่ม
ไม่แปลกที่ไผ่จะมีอาการเช่นนี้เพราะว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือคนที่ลงมือสังหารน้องทั้งสองของเขาเมื่อชีวิตที่แล้ว ไผ่เคยคิดทบทวนและสุดท้ายก็ให้อภัยชายตรงหน้าไปแล้ว
แม้ว่าชายตรงหน้าจะเป็นต้นเหตุให้น้องเขาต้องตายแต่ก็เป็นสาเหตุทำให้เขาได้ย้อนเวลากลับมาอยู่กับน้อง ๆ ของเขาอีกครั้งแม้จะโกรธแค้นแต่ในใจก็รู้สึกขอบคุณเช่นกัน
เนื่องจากในชีวิตนี้พวกเขามีชีวิตที่ดีกว่าชีวิตที่แล้วนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ไผ่ไม่เคยคิดที่จะหาเรื่องชายหนุ่มตรงหน้าและตระกูลของเขาเลย
แต่ตอนนี้มันต่างออกไปแล้วเนื่องจากว่าพี่สาวของชายตรงหน้าบังอาจลงมือกับน้องของเขาและจากท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วพวกเขาคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้อีกแล้ว
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม”ไผ่หยุดเดินแล้วหันไปมองคนที่พูดและตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“จะทำไมงั้นรึ พวกแกไม่…”ชายวัยกลางคนกำลังพูดก็ถูกไผ่พูดขัดขึ้นมาก่อน
“ผมว่าคุณควรจะอยู่เงียบ ๆ แล้วคิดว่าควรจะแก้ปัญหาในสิ่งที่ตัวเองก่อขึ้นมายังไงจะดีกว่านะ”ไผ่ไม่รอให้ชายหนุ่มพูดจบจึงเอยขัดขึ้น
ไผ่มองหน้าชายหนุ่มแล้วเผยรอยยิ้มมุมปาก ‘คิดจะใช้คำพูดเดิม ๆ อย่างคำว่าพวกแกรู้ไหมว่าฉันเป็นใครงั้นรึ ฉันรู้ว่าพวกแกเป็นใครและฉันก็หมายหัวพวกแกเอาไว้แล้ว’