ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่427 หัดรู้อะไรเสียงบ้าง

ก่อนน้ำเสียงของ องค์ชายใหญ่ ชิงไป๋ยี่จะเอ่ยชักชวน เยว่ชิงเซียน กับ หลินเฟย เข้าไปพูดคุย จิบชา ภายในศาลา "หากไม่เป็นการรบกวน แม่นางทั้งสอง พักเสวนา จิบชา หน่อยดีหรือไม่?" ก่อน องค์ชายใหญ่ ชิงไป๋ยี่ จะยกยิ้มทอประกาย ออกมาให้ทั้งสองสาว ยากที่พวกนางจะปฏิเสธได้
 


      ครั้นเมื่อพวกนางเข้าไปเยือนยัง ศาลารับรอง เสียงองค์ชายชิงไป๋ยี่ก็กล่าวขึ้นมา เชยชม สตรีศักดิ์สิทธิ์ อีกครา มองปราดเดียวก็รู้ว่า ตัวเขากำลังเกี้ยวพาราสี ตัวนาง"ไม่คิดแม่นาง เยว่ชิงเซียน จะรุดหน้าไปอีกขั้น รวดเร็วกว่าข้าในยามนี้เสียอีก"

 


เยว่ชิงเซียน ยิ้มน้อยๆ "องค์ชายท่านอย่าได้ เอ่ยพูดจา ตัดพ้อเฉกเช่นนั้น ไม่ช้าท่านก็น่าจะตามข้าทัน ข้าเพียงพบเจอโชคก้อนใหญ่ ทำให้ข้าเลื่อนขั้นพลังได้รวดเร็ว ก็เท่านั้น"

 


           องค์ชายชิงไป๋ยี่ ยกฝ่ามือถูคาง กล่าวพูดด้วยความประหลาดใจ "ช่างโชคดีของแม่นาง ทั้งสองจริงๆ หากสตรีศักดิ์สิทธิ์ เยว่ชิงเซียนมีเวลา ข้าว่าเราควรมาแลกเปลี่ยน การต่อสู้กันดีหรือไม่?" องค์ชายชิงไป๋ยี่ กล่าวเชิญชวนตัวนาง ชนิดไม่อ้อมค้อม แววตาแปรเปลี่ยนไปด้วยความ จริงใจ

 


         เยว่ชิงเซียน ตัวนางกล่าวตัดบทพูดในทันที "ข้าพึ่งจะเลื่อนขั้นพลังกายเนื้อ ยามนี้ คงยังไม่เหมาะให้ข้า กับท่านได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ไหนจะต้องตามหา ผลึกน้ำแข็งวิเศษ ที่ใช้สยบ ไฟเทพอีก"

 


         องค์ชายชิงไป๋ยี่ ครั้นได้ยินคำปฏิเสธ เขาผ่อนลมหายใจ ก่อนจะ ขำน้อยๆ ออกมา ทำให้บรรยากาศ ภายในศาลาจัดวางโต๊ะน้ำชา พูดคุยกันออกรสออกชาติ ไม่น้อย พร้อมกับบรรยากาศที่เป็นกันเองของเหล่าผู้สูงศักดิ์ ของราชวงศ์ชิง ทว่าหลินเฟยตัวนางกับ ไม่ชอบเสียอย่างนั้นสะกิดแขนของ เยว่ชิงเซียน อยู่บ่อยครั้ง

 

      ก่อนหลินเฟย จะเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ทว่าองค์ชาย ชิงไป๋ยี่ กลับได้ยินมันเต็มสองรูหู จนหัวใจของเขาพองโตขึ้นมา "เจ้าชอบบุรุษ เฉกเช่นนี้หรือ เยว่ชิงเซียน"

 


          เยว่ชิงเซียนนาง ถลึงตามอง หลินเฟยในทันที จนทำให้เสียงหัวเราะภายในศาลา ดังออกมา กึกก้อง "แม่นางหลินเฟยผู้นี้ ช่างพูดจารู้ใจ พี่ใหญ่ของพวกข้าจริงๆ" ทว่าบรรยากาศที่ดี ก็อยู่ไม่ได้นานนัก เมื่อสายตาของเหล่าราชวงศ์ เหลือบไปเห็น ชายหนุ่มผมขาว ยืนคุยอยู่กับผู้อาวุโสคุมยอดเขาด้วยความเป็นกันเอง ใบหน้าพวกเขาพลันมืดครึ้ม

 


         ผู้อาวุโสคุมยอดเขาที่หนึ่ง ผู้ที่ได้ฉายาว่า 3นักษัตร เขามีสีหน้าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เมื่อสำรวจกายาของอี้เฉิน ที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวลุกลามไปทั่วกายา ภายในร่างกาย ยังหลงเหลือ หยดเลือดบริสุทธิ์ บรรพกาล อยู่ไม่น้อย แววตาที่มาพร้อมความประหลาดใจ อดไม่ได้ที่จะไต่ถามออกไป "เจ้าดูดซับ หยดเลือดบริสุทธิ์ บรรพกาล จริงหรือหนุ่มน้อย เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก แถมยังออกมาได้ไม่ตายตก แสดงว่าต้องมีผู้ใดช่วยตัวเจ้าไว้สินะ"

 

        ทว่าเมื่อผู้อาวุโส ฉุกคิดว่าใครในยามนี้ ได้ผลประโยชน์มากที่สุด อดไม่ได้ที่จะป้องปาก ยิ้มน้อยๆ ออกมา "หนุ่มน้อย หวังว่าเจ้าคงจะไม่ได้ทำอะไรมิดีมิร้าย กับสองสาวนั้นหรอกนะ ...สระเลือดบรรพกาลของข้าถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์"

 


อี้เฉินได้ยินเขาเพียง ขำแห้งๆ ออกมา  ก่อนโค้งคำนับไปที่ชายชรา ด้วยความนอบน้อม "ข้าคงไม่มีเวลาไปทำเรื่องเช่นนั้นหรอกท่านผู้อาวุโส"

 


          ผู้อาวุโสชรา ยกฝ่ามือถูคาง อยู่สองสามครา รู้สึกประทับใจในตัวอี้เฉิน ไม่น้อย แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ใช่ผู้สูงส่งอีกต่อไป แต่ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมตัวเขา "เชิญเจ้าไปพักผ่อนเถอะ อีก5เดือนข้างหน้า ข้าจะนำเหล่าศิษย์สถาบันยอดเขาสวรรค์ ไปตามหา ผลึกน้ำแข็งวิเศษ จำเป็นสำหรับ สงคราม เทพพันปี สามารถใช้มันในการช่วยสยบไฟเทพ โอกาสกลืนกินไฟเทพสำเร็จจะมีสูงขึ้น หวังว่าเจ้าจะอยู่ถึง5เดือน ภายในสถาบันยอดเขาสวรรค์"

 


          ก่อน ชายชราจะหัวเราะออกมา รับรู้ได้เป็นอย่างดี ช่วงเวลาต่อจากนี้ ดินแดนเทพจะวุ่นวาย โกลาหล จากสงคราม เทพพันปี ที่ใกล้จะถือกำเนิด สมุนไพรล้ำค่า จะถูกนำมาประมูล ยกระดับขั้นพลังลูกหลานภายในตระกูลของตน หมายมั่นจะสร้างชื่อภายในสงคราม เทพพันปี ...เหล่าจอมยุทธที่จำศีลจะลืมตาตื่น อนุชนนับ แสนจะต้องช่วงชิงความเป็นใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงส่งแท้จริง

 


         ครั้นอี้เฉิน คำนับลาผู้อาวุโสชรา เดินสืบเท้าหมายมั่นจะออกจากสถานที่แห่งนี้ ครั้นเมื่อเดินผ่านศาลาไม้ ที่เต็มไปด้วยต้นอิงฮวา บรรยากาศที่น่ากระอักกระอ่วน จึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้น "หืม เยว่ชิงเซียนกับหลินเฟย พวกนางยังไม่ไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างนั้นหรือ" อี้เฉินรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ครั้นเมื่อปรายตาเข้าไปภายในศาลา เห็นหญิงสาวใบหน้าคุ้นเคยทั้งสอง ยังคงอยู่ยังสถานที่แห่งนี้

 


        กลุ่มคนที่อยู่โดยรอบ กำลังพูดคุยออกรสออกชาติ ครั้นเห็นกายาอี้เฉิน เต็มไปด้วย รอยแตกร้าว ลุกลามไปทั่ว เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล พวกเขา ยกรอยยิ้ม เย้ยหยัน มาให้ อี้เฉินในทันที "ดูสิเพียง10วัน สภาพของมันก็เป็นเช่นนั้นแล้ว หากอยู่สัก1เดือนมันจะไม่ตายหรอกหรือ"



        ด้านในศาลา หลินเฟยครั้นได้ยินหมู่ชนพูดจาถากถางอี้เฉิน ตัวนางทำปากมุ่ย อย่างไม่พอใจ ไม่คิดอี้เฉินจะต้องแบกรับ การดูถูกดูแคลนของผู้คนมากถึงเพียงนี้ 'นี่สินะคือการแบ่งชน ชั้น' ทว่าเมื่อนางคิดจะเอ่ยพูดคำใดออกไป ก็ถูกเยว่ชิงเซียนสะกิด แขนเข้าให้ มันจึงทำให้หลินเฟย ใบหน้าพองลมตุ๊บป่องไม่น้อย

 


        ด้านองค์ชายชิงไป๋ยี่ ในยามแรกเขา ยกยิ้มเย้ยหยันในตัวอี้เฉินไม่น้อย ทว่าเมื่อใช้ดวงตาสำรวจร่างกายอี้เฉิน อย่างจริงจัง ครั้นสัมผัสได้ถึง หยดเลือดบริสุทธิ์ บรรพกาล อยู่ในกายของอี้เฉิน ยังถูกเขาดูดซับไม่หมด มันก็ทำให้ตัวเขาหน้าบูดหน้าเบี้ยว ทว่าเมื่อจ้องมอง สองสาว2ที่อยู่ตรงหน้าอีกครา ความเดือดดาลจึงเริ่มผุดพราย ขึ้นมาบนใบหน้า

 


          องค์ชายชิงไป๋ยี่ เขาอดจะคิดไม่ได้ 'หรือพวกนางทั้งสอง จะช่วยเหลือชายหนุ่มไว้ ไม่เช่นนั้นเขาไม่น่าจะดูดซับ หยดเลือดบริสุทธิ์ บรรพกาล' เขาเองก็เคยทำอยู่หลายครา ทว่าก็ไม่ได้คิดกลืนกินมันเข้าสู่ร่างกาย แต่อย่างใด ฝ่ามือน้อยๆ กำหมัดไว้จนแน่น รู้สึกเหมือนว่าแพ้ อี้เฉินอีกครา จ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มเดินจากไป ด้วยโทสะที่บ้าคลั่ง ก่อนจะปลดปล่อยออกมาอย่างไม่ปิดบัง จนรอบๆ ศาลาสั่นไหวน้อยๆ กลีบดอกอิงฮวา กระจัดกระจายทั่วทิศ ส่งอายสังหารโหมซัด อย่างรุนแรง เสียดแทงทุกหมู่ชนโดยรอบ จนกายาหนาวสั่น สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว


 

         หลายคนเอง ก็ต่างพากันประหลาดใจเหตุใด องค์ชายชิงไป๋ยี่ ถึงเดือดดาล ก่อนน้ำเสียง เยว่ชิงเซียนจะกล่าวคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียง เรียบนิ่ง ไม่มีระลอกคลื่นแม้เพียงนิด ทว่าคำพูดของนาง  ก็ราวกับคำพูดถากถาง "เหมือนว่าองค์ชายชิงไป๋ยี่ จะขุ่นเคือง ใครผู้หนึ่งไม่น้อย เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อนดีกว่า ท่านจะได้สงบจิตใจของท่านในยามนี้"

 


        ฝ่ามือขององค์ชายชิงไป๋ยี่ ยิ่งบีบรัดแน่นขึ้นไปอีก ครั้นเห็นความเย็นชา ของหญิงงามเพริศพริ้ง สืบเท้าเดินจากไป ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำมันออกมา ทว่าน้ำเสียงปะปนมากับ โทสะของเขาไม่น้อย "หวังว่าคงจะไม่ใช่เจ้าที่ช่วยมันหรอกนะ เยว่ชิงเซียน ไม่เช่นนั้นข้าคงได้อกแตกตายเป็นแน่"

 


        เหล่าองค์ชาย องค์หญิง ต่างพากันไต่ถาม พวกเขาแปลกใจมากที่ องค์ชายชิงไป๋ยี่ จู่ๆ ก็เดือดดาล บ้าคลั่งขึ้นมา เพราะอี้เฉิน "ท่านพี่ มีอะไรอย่างนั้นหรือ? ..ข้าไม่เคยเห็นท่านวางตัวไม่ดี เฉกเช่นนี้ ต่อหน้าสตรีศักดิ์สิทธิ์ เยว่ชิงเซียนมาก่อนเลย"


 

        ก่อนคำพูดของ องค์ชายชิงไป๋ยี่ จะกล่าวคำพูดทิ้งท้าย ก่อนที่เขาจะเดินสืบเท้าเข้าไปด้านในศาลา บอกกล่าวกลุ่มคนของราชวงศ์ อย่างไม่เกรงใจ "พวกเจ้าก็หัดรู้อะไรเสียงบ้าง ไอ้เวรอี้เฉินนั้น มันดูดซับ หยดเลือดบริสุทธิ์ บรรพกาลไปแล้ว" ครั้นคำพูดนั้นขององค์ชาย ดังขึ้น เม็ดเหงื่อจึงเริ่มผุดพราย บนใบหน้าของเหล่าองค์หญิง องค์ชาย ไม่กล้าพูดจาฉอเลาะ อีกต่อไป



      กลุ่มคน ที่มองดูถูกเย้ยหยัน อี้เฉินในยามก่อน พวกเขาถึงกับหน้าเขียวคล้ำ  กลืนความโอหัง มั่นใจลงคอไปจนสิ้น ไม่คิดอี้เฉินจะ ดูดซับหยดเลือดบริสุทธิ์ บรรพกาลได้จริงๆ แววตาจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความ หวาดหวั่นในใจลึกๆ

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน