หุบเขาหมอกโลหิต
เซี่ยวซิงอวี่เดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งเห็นบึงสีแดงอยู่ตรงหน้า
ในหุบเขามีทางเดียวถ้าอยากผ่านการสอบก็ต้องข้ามบึงน้ำสีแดงนี้ไปให้ได้
ปุปุ~
ในบึงโคลนที่ข้นเหนียวมีฟองอากาศผุดขึ้นมาไม่หยุด
หัวของจระเข้กลุ่มหนึ่งผุดขึ้นมาเหนือน้ำ
ซ่า~
จระเข้ตัวหนึ่งพุ่งขึ้นจากน้ำ ปีนขึ้นฝั่ง
ขนาดของจระเข้ตัวนี้ไม่แพ้รถถังหุ้มเกราะเลยแม้แต่น้อยมันมีเกล็ดหนาและเต็มไปด้วยหนามแหลมคมปกคลุมทั่วตัว
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือปากของจระเข้เป็นโลหะเมื่อโดนแสงแดดส่องกระทบก็สะท้อนแสงเย็นยะเยือก
ดวงตาของเซี่ยวซิงอวี่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง แล้วเปิดใช้งานเนตรปีศาจ
แผงข้อมูลปรากฏขึ้นตรงหน้า
[ชื่อ] : จระเข้ปากเหล็ก
[ระดับ] : เริ่มต้น (ขั้นสาม)
[สายเลือด]: ชั้นยอด
[พรสวรรค์]: แรงกัดทรงพลัง พิษมรณะ
[คุณสมบัติ] : ธาตุพิษ
ทักษะ :
[ม้วนตัวสังหาร] : กัดส่วนสำคัญของศัตรูแล้วหมุนตัวอย่างบ้าคลั่ง
[พ่นพิษ] : พ่นพิษสีแดงออกมาจากลำคอสร้างผลกระทบร้ายแรงแก่ศัตรู ได้แก่ เผาไหม้ ลดความเร็ว และลดพลังป้องกัน
ซ่าซ่า~
เมื่อได้กลิ่นเนื้อของมนุษย์จระเข้ปากเหล็กตัวแล้วตัวเล่าก็พุ่งขึ้นจากน้ำ
เซี่ยวซิงอวี่ประเมินแล้วว่าเขาถูกจระเข้ปากเหล็กกว่ายี่สิบตัวล้อมไว้
จระเข้ปากเหล็กทุกตัวคลานเข้าหาเซี่ยวซิงอวี่อย่างช้าๆดวงตาเต็มไปด้วยความดุร้ายและกระหายเลือดเผยให้เห็นสัญชาตญาณของสัตว์ร้ายอย่างชัดเจน
สถาบันชิงหลง
ห้องประชุม
ผู้นำระดับสูงของสถาบันต่างก็จ้องมองหน้าจอโปรเจคเตอร์
ภาพจากกล้องชัดเจนมากจนสามารถเห็นขนบนใบหน้าของเซี่ยวซิงอวี่ได้ทุกเส้น
หลินชาง หัวหน้าฝ่ายวิชาการวิเคราะห์ว่า“จระเข้ปากเหล็กพวกนี้เป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นขอแค่เซี่ยวซิงอวี่อัญเชิญหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกออกมา ก็ไม่น่าจะมีอันตรายอะไร”
ซูหรูเยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองไปที่เฉินฉี่เหนียนที่อยู่ข้างๆ
“อาจารย์เฉินฉันได้ยินมาว่าเซี่ยวซิงอวี่ได้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองแล้วสัตว์อสูรตัวที่สองของเขาคืออะไร?”
เฉินฉี่เหนียนนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าพร้อมหัวเราะ “ผู้อำนวยการ บอกตามตรงนะผมยังไม่ได้ถามเซี่ยวซิงอวี่เลย”
ซูหรูเยียนหันกลับไปมองหน้าจอโปรเจคเตอร์
“ไม่แน่ว่าเขาอาจจะอัญเชิญสัตว์อสูรตัวที่สองออกมาเพื่อรับมือกับจระเข้ปากเหล็กก็ได้”
ทุกคนต่างก็อยากรู้เรื่องสัตว์อสูรตัวที่สองของเซี่ยวซิงอวี่โดยเฉพาะซูหรูเยียน เธอเผยสีหน้าคาดหวัง
“เฟรยา!”
เซี่ยวซิงอวี่เปิดตราผนึกอสูรเพื่ออัญเชิญสัตว์อสูร
ครั้งนี้ข้างตัวเซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้ปรากฏเปลวเพลิงสีดำแต่กลับพวยพุ่งแสงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา
แสงสว่างปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาขับไล่ความมืดมิด
เมื่อแสงสว่างจางลงสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูตตัวหนึ่งก็ค่อยๆ ร่อนลงมายืนข้างเซี่ยวซิงอวี่
ปีกที่เกิดจากแสงศักดิ์สิทธิ์ขยับตามแรงลมอากาศเต็มไปด้วยละอองแสงระยิบระยับราวกับหิ่งห้อย
รูปร่างงดงามอรชรถูกห่อหุ้มด้วยชุดเกราะสีเงิน
ผมสีทองยาวสลวยราวกับคลื่นทะเลพลิ้วไหวอย่างสง่างาม
หน้าผากเนียนขาวผ่องประดับด้วยที่คาดโลหะสีทองที่เปล่งประกายเจิดจรัสราวกับมงกุฎ
ห้องประชุม
ทุกคนตกตะลึง!
หลินชางตาเบิกโพลง พูดตะกุกตะกัก
“นี่... นี่มัน...สัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูต?”
เทคโนโลยีสมัยใหม่พัฒนาไปอย่างมากเครื่องตรวจจับสัตว์อสูรที่ล้ำสมัยที่สุดสามารถตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของสัตว์อสูรทุกชนิดได้อย่างรวดเร็ว
บนหน้าจอโปรเจคเตอร์ปรากฏข้อมูลพื้นฐานของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์
[ชื่อ] : เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์
[ระดับ] : เริ่มต้น (ขั้นหนึ่ง)
[สายเลือด]: สายเลือดเทวทูต(ระดับเทพเจ้า)
[พรสวรรค์] : ผู้พิทักษ์แสงศักดิ์สิทธิ์(สามารถขจัดผลกระทบเชิงลบจากศัตรูและมอบเกราะป้องกันแสงศักดิ์สิทธิ์ให้กับเพื่อนร่วมทีม)
[คุณสมบัติ] : เทวทูต บินได้แสงศักดิ์สิทธิ์
นี่คือข้อมูลพื้นฐานของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมากพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องประชุมอ้าปากค้าง
ส่วนข้อมูลระดับสูง เช่น ความภักดีเส้นทางการวิวัฒนาการที่ซ่อนเร้น เครื่องตรวจจับสัตว์อสูรไม่สามารถตรวจสอบได้
ข้อมูลระดับสูงนั้นมีเพียงเนตรปีศาจของเซี่ยวซิงอวี่เท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้
“ผู้อำนวยการเซี่ยวซิงอวี่นี่มันปีศาจชัดๆเขาทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรสายเลือดเทพเจ้าได้ยังไงกัน!”
“ไม่สมเหตุสมผลเลย ในเมืองหลงอิ่นของเราไม่เคยมีสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูตปรากฏตัวมาหลายปีแล้ว”
“เจ้าหนุ่มนี่ไปหาสัตว์อสูรตัวนี้มาจากไหนกัน?”
“มีข่าวลือว่าเมื่อวานเซี่ยวซิงอวี่ไปร้านสัตว์อสูรแล้วซื้อภูตน้อยธาตุน้ำมาตัวหนึ่งค...”
สถาบันชิงหลงมีอิทธิพลมากการสืบสวนทุกความเคลื่อนไหวของเซี่ยวซิงอวี่จึงไม่ใช่เรื่องยากเลย
ตอนนี้สีหน้าของซูหรูเยียนน่าสนใจมาก
“อาจารย์เฉินคุณคิดว่าเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ จะเป็นภูตน้อยธาตุน้ำตัวนั้นไหม?”
เฉินฉี่เหนียนส่ายหน้าปฏิเสธ
“คงเป็นไปไม่ได้หรอก”
“ภูตน้อยธาตุน้ำเป็นสัตว์อสูรสายเลือดต่ำต้อยมีแค่พวกชนชั้นสูงที่วิปริตเท่านั้นที่จะซื้อไปเลี้ยงเป็นสาวใช้สัตว์เลี้ยง”
“ส่วนเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์เป็นสายเลือดเทวทูตบริสุทธิ์”
ซูหรูเยียนยิ้มจางๆ แล้วเตือนว่า“อาจารย์เฉิน คุณอย่าลืมสิว่าหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกตอนแรกก็เป็นแค่หมาป่าสายลมสายเลือดต่ำต้อยเท่านั้น”
เฉินฉี่เหนียนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วหรี่ตาลงพร้อมถอนหายใจ
“นั่นสินะสิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ พออยู่ในตัวของเจ้าหนุ่มนี่มันกลับกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้”
ซูหรูเยียนเม้มริมฝีปากสีแดงสดดวงตาเผยแววชื่นชมและประทับใจ
“เซี่ยวซิงอวี่เป็นหยกชิ้นงามที่ใหญ่ที่สุดที่เราเคยค้นพบตั้งแต่ก่อตั้งสถาบันชิงหลงมาเลย”
“เมื่อเทียบกับนักเรียนคนอื่นๆเขาสมกับเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่แท้จริง!”
ซูหรูเยียนให้คำชมเชยสูงสุด
เฉินฉี่เหนียนพยักหน้าเห็นด้วย
พรสวรรค์ของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าผู้ควบคุมสัตว์อสูรจะแข็งแกร่ง
ผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่แท้จริงสามารถเปลี่ยนของเสียให้เป็นของล้ำค่า และยกระดับขีดจำกัดของสัตว์อสูรได้
บึงน้ำแดง
จระเข้ปากเหล็กตัวหนึ่งคลานไปตามพื้นอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งเข้าโจมตีเซี่ยวซิงอวี่ทันที
จระเข้ปากเหล็กอ้าปากเผยให้เห็นฟันแหลมคมราวกับมีดสองแถวที่มีพิษไหลออกมาจำนวนมาก
“เฟรยา ดาบแสงสังหารไขว้!”
ชิ้งฉับ~
แสงเย็นวาบผ่านไปแล้วดาบก็พุ่งออกมาดุจมังกร!
เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ถือดาบแสงยาวหนึ่งเมตรสองเล่มฟันเป็นรูปกากบาท
ผัวะ~
เลือดสาดกระเซ็นเต็มพื้น
จระเข้ปากเหล็กหงายท้องหมดสติบริเวณท้องมีรอยดาบรูปกากบาท
บาดแผลลึกยังคงมีแสงสีทองไหลออกมาและไม่สามารถสมานได้
“เพียงกระบวนท่าเดียวก็ฆ่าจระเข้ปากเหล็กไปหนึ่งตัวแล้ว!”
“จระเข้ปากเหล็กนี่อย่างน้อยก็เป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น (ขั้นสาม) นะ ทำไมมันถึงอ่อนแอขนาดนี้?”
“ไม่ใช่ว่าจระเข้ปากเหล็กมันอ่อนแอหรอกแต่มันคือการกดขี่ทางสายเลือด!”
จระเข้ปากเหล็กเป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น(ขั้นสาม)
เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์เป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น (ขั้นหนึ่ง)
แม้ทั้งสองจะต่างกันสองระดับแต่เมื่อเผชิญหน้ากับการกดขี่ทางสายเลือดที่แท้จริงความต่างของระดับก็ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง
จระเข้ปากเหล็กมีสายเลือดคุณภาพชั้นยอดซึ่งต่ำกว่าระดับมหากาพย์
เหนือระดับมหากาพย์คือระดับตำนานและเหนือกว่านั้นคือระดับเทพเจ้า
ส่วนสายเลือดของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์คือสายเลือดเทวทูตบริสุทธิ์ซึ่งเป็นสายเลือดคุณภาพระดับเทพเจ้า
ความต่างของสายเลือดระหว่างทั้งสองก็เปรียบเสมือนความต่างระหว่างมนุษย์ธรรมดากับเทพเจ้า!
ชิ้งฉับฉับ...
คมดาบแหวกอากาศ แสงศักดิ์สิทธิ์ส่องสว่าง
เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ทำตามคำสั่งของเซี่ยวซิงอวี่ปล่อยดาบแสงสังหารไขว้อย่างต่อเนื่อง
เสียงกรีดร้องน่าเวทนาดังไม่หยุดกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วทุกมุมของหุบเขา
จระเข้ปากเหล็กในบึงน้ำแดงมีจำนวนมาก
ระหว่างการต่อสู้เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนพิษกระเซ็นใส่แต่เธอก็ไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย
เฉินฉี่เหนียนจ้องมองหน้าจอโปรเจคเตอร์แล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจไม่ได้
“สมกับเป็นสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูตสายเลือดคุณภาพเทพเจ้าไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ!”
“พิษของจระเข้ปากเหล็กสามารถสร้างผลกระทบร้ายแรงหลายอย่างให้กับศัตรูได้เช่น เผาไหม้ พิษ สับสน ลดความเร็ว”
“แต่เกราะป้องกันแสงศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตัวมาสามารถขจัดผลกระทบเชิงลบทั้งหมดได้ หรือแม้กระทั่งปลดปล่อยจากการควบคุมของศัตรู”
ความสามารถในการขจัดผลกระทบเชิงลบนี้ยังสามารถใช้กับเพื่อนร่วมทีมได้ และมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้แบบทีม
ในห้องประชุมคณะผู้นำของสถาบันหลายคนต่างประหลาดใจและพูดคุยกัน
“เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ อนาคตสดใสแน่นอน!”
“นับจากนี้ไปสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูตตัวนี้น่าจะเป็นไพ่เด็ดที่ใหญ่ที่สุดของเซี่ยวซิงอวี่สินะ”
“นั่นสินะ เมื่อเทียบกันแล้วหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกก็ดูด้อยไปหลายส่วน”
“ไม่เลยทุกคนอย่าลืมสิว่าหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเป็นสัตว์อสูรสี่ธาตุและยังปลุกพลังปีศาจได้ด้วย!”
ซูหรูเยียนนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้
“ปีศาจกับเทวทูต...”
ซูหรูเยียนกระซิบ“อาจารย์เฉิน คุณยังจำได้ไหมว่าใครเป็นคนสุดท้ายที่สามารถบ่มเพาะสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์ปีศาจและสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูตได้พร้อมกัน?”
ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาในใจ
ในความคิดของเฉินฉี่เหนียนปรากฏภาพพระราชวังอันสง่างามและงดงาม
บนบัลลังก์ในพระราชวังชายหนุ่มรูปงามที่มีใบหน้าเยือกเย็นกำลังนั่งถือ “คัมภีร์เทพปีศาจ”อยู่
ด้านซ้ายของชายหนุ่มคือยืนเทวทูตมีคาเอลส่วนด้านขวาคือปีศาจซาวิทาร์
“แน่นอนว่าจำได้คนคนนั้นคือชายผู้เปลี่ยนโฉมหน้าโลกใบนี้เลยนะครับ”
ซูหรูเยียนขยับริมฝีปาก
“คุณไม่คิดว่าเซี่ยวซิงอวี่เหมือนชายคนนั้นเลยเหรอ?”
เฉินฉี่เหนียนไม่พูดอะไรนั่นก็คือเขาเห็นด้วย
การพูดคุยของผู้นำสถาบันเซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้ยิน
เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์กระพือปีกทั้งสองข้างพุ่งทะยานผ่านกลุ่มจระเข้ปากเหล็ก พลางเหวี่ยงดาบสองเล่มราวกับกำลังร่ายรำในบึงโคลน
เมื่อคมดาบฟาดผ่านจระเข้ปากเหล็กตัวแล้วตัวเล่าก็จมลงสู่ก้นบึง เหลือไว้เพียงฟองอากาศ
ไม่ถึงสิบนาทีจระเข้ปากเหล็กหลายสิบตัวก็ตายหมดสิ้นด้วยคมดาบแสง ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว
เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ก็กลับมายืนข้างเซี่ยวซิงอวี่สีหน้าของเธอนอกจากจะสงบนิ่งแล้ว ก็ยังดูสง่างาม
“เฟรยา ทำได้ดีมาก!”
เซี่ยวซิงอวี่ลูบหัวเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์พร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ
“บึงนี้ค่อนข้างลึก คงต้องรบกวนเธอหน่อยนะช่วยพาฉันข้ามบึงไปด้วย”
เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์เข้าใจความหมายของเจ้านายทันทีและอุ้มเซี่ยวซิงอวี่ขึ้นมา
ในท่าอุ้มแบบเจ้าหญิง
เซี่ยวซิงอวี่เป็นผู้ชายตัวสูง 185เซนติเมตร การที่ถูกเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์อุ้มไว้ในอ้อมแขนเช่นนี้ภาพที่ปรากฏก็ชวนขำอย่างช่วยไม่ได้
เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์กระพือปีกทั้งสองข้างอุ้มเซี่ยวซิงอวี่บินข้ามบึงน้ำแดงไป
เมื่อมาถึงฝั่งตรงข้ามของบึงน้ำแดงก็หมายความว่าการเดินทางผ่านไปแล้วครึ่งทาง
ในห้องประชุมซูหรูเยียนมองหน้าจอโปรเจคเตอร์ แล้วก้มดูนาฬิกาข้อมือ
“เซี่ยวซิงอวี่ใช้เวลาเดินทางผ่านบึงน้ำแดงสร้างสถิติใหม่เลยนะ”
“เจ้าหนุ่มคนนี้น่าจะเป็นผู้เข้าสอบที่ใช้เวลาผ่านการสอบสองดาวได้เร็วที่สุด”
สำหรับผู้เข้าสอบคนอื่นๆจระเข้ปากเหล็กเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะพิษที่พวกมันปล่อยออกมาจะสร้างผลกระทบเชิงลบหลายอย่างให้กับสัตว์อสูร
แต่เกราะป้องกันแสงศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์สามารถขจัดผลกระทบเชิงลบทั้งหมดได้เรียกได้ว่าเป็นคู่ปรับโดยธรรมชาติของสัตว์อสูรประเภทจระเข้ปากเหล็กเลยก็ว่าได้
เฉินฉี่เหนียนรู้สึกกังวลเล็กน้อย
“ผู้อำนวยการต่อไปเซี่ยวซิงอวี่ก็จะเดินทางไปถึงถ้ำอสูรแล้ว”
“คุณเป็นห่วงเหรอ?”
“ใช่ครับ เพราะในถ้ำอสูรมีแมงมุมปีศาจโลหิตตัวหนึ่งที่วิวัฒนาการจนกลายเป็นระดับสมบูรณ์ไปแล้ว”
การจะฆ่าสัตว์อสูรระดับสมบูรณ์ด้วยตัวคนเดียวผู้ควบคุมสัตว์อสูรจะต้องมีระดับอย่างน้อยสามดาว
นี่คือการสอบระดับสองดาวแต่ความยากกลับใกล้เคียงกับการสอบสามดาวแล้ว!
ทว่าเซี่ยวซิงอวี่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะเผชิญหน้ากับการทดสอบระดับนรก