ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 2 บทที่ 52 เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ออกศึกครั้งแรก การบดขยี้ด้วยสายเลือด!

            หุบเขาหมอกโลหิต

            เซี่ยวซิงอวี่เดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งเห็นบึงสีแดงอยู่ตรงหน้า

            ในหุบเขามีทางเดียวถ้าอยากผ่านการสอบก็ต้องข้ามบึงน้ำสีแดงนี้ไปให้ได้

            ปุปุ~

            ในบึงโคลนที่ข้นเหนียวมีฟองอากาศผุดขึ้นมาไม่หยุด

            หัวของจระเข้กลุ่มหนึ่งผุดขึ้นมาเหนือน้ำ

            ซ่า~

            จระเข้ตัวหนึ่งพุ่งขึ้นจากน้ำ ปีนขึ้นฝั่ง

            ขนาดของจระเข้ตัวนี้ไม่แพ้รถถังหุ้มเกราะเลยแม้แต่น้อยมันมีเกล็ดหนาและเต็มไปด้วยหนามแหลมคมปกคลุมทั่วตัว

            สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือปากของจระเข้เป็นโลหะเมื่อโดนแสงแดดส่องกระทบก็สะท้อนแสงเย็นยะเยือก

            ดวงตาของเซี่ยวซิงอวี่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง แล้วเปิดใช้งานเนตรปีศาจ

            แผงข้อมูลปรากฏขึ้นตรงหน้า

            [ชื่อ] : จระเข้ปากเหล็ก

            [ระดับ] : เริ่มต้น (ขั้นสาม)

            [สายเลือด]: ชั้นยอด

            [พรสวรรค์]: แรงกัดทรงพลัง พิษมรณะ

            [คุณสมบัติ] : ธาตุพิษ

            ทักษะ :

            [ม้วนตัวสังหาร] : กัดส่วนสำคัญของศัตรูแล้วหมุนตัวอย่างบ้าคลั่ง

            [พ่นพิษ] : พ่นพิษสีแดงออกมาจากลำคอสร้างผลกระทบร้ายแรงแก่ศัตรู ได้แก่ เผาไหม้ ลดความเร็ว และลดพลังป้องกัน

            ซ่าซ่า~

            เมื่อได้กลิ่นเนื้อของมนุษย์จระเข้ปากเหล็กตัวแล้วตัวเล่าก็พุ่งขึ้นจากน้ำ

            เซี่ยวซิงอวี่ประเมินแล้วว่าเขาถูกจระเข้ปากเหล็กกว่ายี่สิบตัวล้อมไว้

            จระเข้ปากเหล็กทุกตัวคลานเข้าหาเซี่ยวซิงอวี่อย่างช้าๆดวงตาเต็มไปด้วยความดุร้ายและกระหายเลือดเผยให้เห็นสัญชาตญาณของสัตว์ร้ายอย่างชัดเจน

            สถาบันชิงหลง

            ห้องประชุม

            ผู้นำระดับสูงของสถาบันต่างก็จ้องมองหน้าจอโปรเจคเตอร์

            ภาพจากกล้องชัดเจนมากจนสามารถเห็นขนบนใบหน้าของเซี่ยวซิงอวี่ได้ทุกเส้น

            หลินชาง หัวหน้าฝ่ายวิชาการวิเคราะห์ว่า“จระเข้ปากเหล็กพวกนี้เป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นขอแค่เซี่ยวซิงอวี่อัญเชิญหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกออกมา ก็ไม่น่าจะมีอันตรายอะไร”

            ซูหรูเยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองไปที่เฉินฉี่เหนียนที่อยู่ข้างๆ

            “อาจารย์เฉินฉันได้ยินมาว่าเซี่ยวซิงอวี่ได้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองแล้วสัตว์อสูรตัวที่สองของเขาคืออะไร?”

            เฉินฉี่เหนียนนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าพร้อมหัวเราะ “ผู้อำนวยการ บอกตามตรงนะผมยังไม่ได้ถามเซี่ยวซิงอวี่เลย”

            ซูหรูเยียนหันกลับไปมองหน้าจอโปรเจคเตอร์

            “ไม่แน่ว่าเขาอาจจะอัญเชิญสัตว์อสูรตัวที่สองออกมาเพื่อรับมือกับจระเข้ปากเหล็กก็ได้”

            ทุกคนต่างก็อยากรู้เรื่องสัตว์อสูรตัวที่สองของเซี่ยวซิงอวี่โดยเฉพาะซูหรูเยียน เธอเผยสีหน้าคาดหวัง

            “เฟรยา!”

            เซี่ยวซิงอวี่เปิดตราผนึกอสูรเพื่ออัญเชิญสัตว์อสูร

            ครั้งนี้ข้างตัวเซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้ปรากฏเปลวเพลิงสีดำแต่กลับพวยพุ่งแสงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา

            แสงสว่างปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาขับไล่ความมืดมิด

            เมื่อแสงสว่างจางลงสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูตตัวหนึ่งก็ค่อยๆ ร่อนลงมายืนข้างเซี่ยวซิงอวี่

            ปีกที่เกิดจากแสงศักดิ์สิทธิ์ขยับตามแรงลมอากาศเต็มไปด้วยละอองแสงระยิบระยับราวกับหิ่งห้อย

            รูปร่างงดงามอรชรถูกห่อหุ้มด้วยชุดเกราะสีเงิน

            ผมสีทองยาวสลวยราวกับคลื่นทะเลพลิ้วไหวอย่างสง่างาม

            หน้าผากเนียนขาวผ่องประดับด้วยที่คาดโลหะสีทองที่เปล่งประกายเจิดจรัสราวกับมงกุฎ

            ห้องประชุม

            ทุกคนตกตะลึง!

            หลินชางตาเบิกโพลง พูดตะกุกตะกัก

            “นี่... นี่มัน...สัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูต?”

            เทคโนโลยีสมัยใหม่พัฒนาไปอย่างมากเครื่องตรวจจับสัตว์อสูรที่ล้ำสมัยที่สุดสามารถตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของสัตว์อสูรทุกชนิดได้อย่างรวดเร็ว

            บนหน้าจอโปรเจคเตอร์ปรากฏข้อมูลพื้นฐานของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์

            [ชื่อ] : เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์

            [ระดับ] : เริ่มต้น (ขั้นหนึ่ง)

            [สายเลือด]: สายเลือดเทวทูต(ระดับเทพเจ้า)

            [พรสวรรค์] : ผู้พิทักษ์แสงศักดิ์สิทธิ์(สามารถขจัดผลกระทบเชิงลบจากศัตรูและมอบเกราะป้องกันแสงศักดิ์สิทธิ์ให้กับเพื่อนร่วมทีม)

            [คุณสมบัติ] : เทวทูต บินได้แสงศักดิ์สิทธิ์

            นี่คือข้อมูลพื้นฐานของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมากพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องประชุมอ้าปากค้าง

            ส่วนข้อมูลระดับสูง เช่น ความภักดีเส้นทางการวิวัฒนาการที่ซ่อนเร้น เครื่องตรวจจับสัตว์อสูรไม่สามารถตรวจสอบได้

            ข้อมูลระดับสูงนั้นมีเพียงเนตรปีศาจของเซี่ยวซิงอวี่เท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้

            “ผู้อำนวยการเซี่ยวซิงอวี่นี่มันปีศาจชัดๆเขาทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรสายเลือดเทพเจ้าได้ยังไงกัน!”

            “ไม่สมเหตุสมผลเลย ในเมืองหลงอิ่นของเราไม่เคยมีสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูตปรากฏตัวมาหลายปีแล้ว”

            “เจ้าหนุ่มนี่ไปหาสัตว์อสูรตัวนี้มาจากไหนกัน?”

            “มีข่าวลือว่าเมื่อวานเซี่ยวซิงอวี่ไปร้านสัตว์อสูรแล้วซื้อภูตน้อยธาตุน้ำมาตัวหนึ่งค...”

            สถาบันชิงหลงมีอิทธิพลมากการสืบสวนทุกความเคลื่อนไหวของเซี่ยวซิงอวี่จึงไม่ใช่เรื่องยากเลย

            ตอนนี้สีหน้าของซูหรูเยียนน่าสนใจมาก

            “อาจารย์เฉินคุณคิดว่าเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ จะเป็นภูตน้อยธาตุน้ำตัวนั้นไหม?”

            เฉินฉี่เหนียนส่ายหน้าปฏิเสธ

            “คงเป็นไปไม่ได้หรอก”

            “ภูตน้อยธาตุน้ำเป็นสัตว์อสูรสายเลือดต่ำต้อยมีแค่พวกชนชั้นสูงที่วิปริตเท่านั้นที่จะซื้อไปเลี้ยงเป็นสาวใช้สัตว์เลี้ยง”

            “ส่วนเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์เป็นสายเลือดเทวทูตบริสุทธิ์”

            ซูหรูเยียนยิ้มจางๆ แล้วเตือนว่า“อาจารย์เฉิน คุณอย่าลืมสิว่าหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกตอนแรกก็เป็นแค่หมาป่าสายลมสายเลือดต่ำต้อยเท่านั้น”

            เฉินฉี่เหนียนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วหรี่ตาลงพร้อมถอนหายใจ

            “นั่นสินะสิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ พออยู่ในตัวของเจ้าหนุ่มนี่มันกลับกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้”

            ซูหรูเยียนเม้มริมฝีปากสีแดงสดดวงตาเผยแววชื่นชมและประทับใจ

            “เซี่ยวซิงอวี่เป็นหยกชิ้นงามที่ใหญ่ที่สุดที่เราเคยค้นพบตั้งแต่ก่อตั้งสถาบันชิงหลงมาเลย”

            “เมื่อเทียบกับนักเรียนคนอื่นๆเขาสมกับเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่แท้จริง!”

            ซูหรูเยียนให้คำชมเชยสูงสุด

            เฉินฉี่เหนียนพยักหน้าเห็นด้วย

            พรสวรรค์ของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าผู้ควบคุมสัตว์อสูรจะแข็งแกร่ง

            ผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่แท้จริงสามารถเปลี่ยนของเสียให้เป็นของล้ำค่า และยกระดับขีดจำกัดของสัตว์อสูรได้

            บึงน้ำแดง

            จระเข้ปากเหล็กตัวหนึ่งคลานไปตามพื้นอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งเข้าโจมตีเซี่ยวซิงอวี่ทันที

            จระเข้ปากเหล็กอ้าปากเผยให้เห็นฟันแหลมคมราวกับมีดสองแถวที่มีพิษไหลออกมาจำนวนมาก

            “เฟรยา ดาบแสงสังหารไขว้!”

            ชิ้งฉับ~

            แสงเย็นวาบผ่านไปแล้วดาบก็พุ่งออกมาดุจมังกร!

            เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ถือดาบแสงยาวหนึ่งเมตรสองเล่มฟันเป็นรูปกากบาท

            ผัวะ~

            เลือดสาดกระเซ็นเต็มพื้น

            จระเข้ปากเหล็กหงายท้องหมดสติบริเวณท้องมีรอยดาบรูปกากบาท

            บาดแผลลึกยังคงมีแสงสีทองไหลออกมาและไม่สามารถสมานได้

            “เพียงกระบวนท่าเดียวก็ฆ่าจระเข้ปากเหล็กไปหนึ่งตัวแล้ว!”

            “จระเข้ปากเหล็กนี่อย่างน้อยก็เป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น (ขั้นสาม) นะ ทำไมมันถึงอ่อนแอขนาดนี้?”

            “ไม่ใช่ว่าจระเข้ปากเหล็กมันอ่อนแอหรอกแต่มันคือการกดขี่ทางสายเลือด!”

            จระเข้ปากเหล็กเป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น(ขั้นสาม)

            เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์เป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น (ขั้นหนึ่ง)

            แม้ทั้งสองจะต่างกันสองระดับแต่เมื่อเผชิญหน้ากับการกดขี่ทางสายเลือดที่แท้จริงความต่างของระดับก็ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง

            จระเข้ปากเหล็กมีสายเลือดคุณภาพชั้นยอดซึ่งต่ำกว่าระดับมหากาพย์

            เหนือระดับมหากาพย์คือระดับตำนานและเหนือกว่านั้นคือระดับเทพเจ้า

            ส่วนสายเลือดของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์คือสายเลือดเทวทูตบริสุทธิ์ซึ่งเป็นสายเลือดคุณภาพระดับเทพเจ้า

            ความต่างของสายเลือดระหว่างทั้งสองก็เปรียบเสมือนความต่างระหว่างมนุษย์ธรรมดากับเทพเจ้า!

            ชิ้งฉับฉับ...

            คมดาบแหวกอากาศ แสงศักดิ์สิทธิ์ส่องสว่าง

            เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ทำตามคำสั่งของเซี่ยวซิงอวี่ปล่อยดาบแสงสังหารไขว้อย่างต่อเนื่อง

            เสียงกรีดร้องน่าเวทนาดังไม่หยุดกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วทุกมุมของหุบเขา

            จระเข้ปากเหล็กในบึงน้ำแดงมีจำนวนมาก

            ระหว่างการต่อสู้เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนพิษกระเซ็นใส่แต่เธอก็ไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย

            เฉินฉี่เหนียนจ้องมองหน้าจอโปรเจคเตอร์แล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจไม่ได้

            “สมกับเป็นสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูตสายเลือดคุณภาพเทพเจ้าไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ!”

            “พิษของจระเข้ปากเหล็กสามารถสร้างผลกระทบร้ายแรงหลายอย่างให้กับศัตรูได้เช่น เผาไหม้ พิษ สับสน ลดความเร็ว”

            “แต่เกราะป้องกันแสงศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตัวมาสามารถขจัดผลกระทบเชิงลบทั้งหมดได้ หรือแม้กระทั่งปลดปล่อยจากการควบคุมของศัตรู”

            ความสามารถในการขจัดผลกระทบเชิงลบนี้ยังสามารถใช้กับเพื่อนร่วมทีมได้ และมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้แบบทีม

            ในห้องประชุมคณะผู้นำของสถาบันหลายคนต่างประหลาดใจและพูดคุยกัน

            “เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ อนาคตสดใสแน่นอน!”

            “นับจากนี้ไปสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูตตัวนี้น่าจะเป็นไพ่เด็ดที่ใหญ่ที่สุดของเซี่ยวซิงอวี่สินะ”

            “นั่นสินะ เมื่อเทียบกันแล้วหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกก็ดูด้อยไปหลายส่วน”

            “ไม่เลยทุกคนอย่าลืมสิว่าหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเป็นสัตว์อสูรสี่ธาตุและยังปลุกพลังปีศาจได้ด้วย!”

            ซูหรูเยียนนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้

            “ปีศาจกับเทวทูต...”

            ซูหรูเยียนกระซิบ“อาจารย์เฉิน คุณยังจำได้ไหมว่าใครเป็นคนสุดท้ายที่สามารถบ่มเพาะสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์ปีศาจและสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์เทวทูตได้พร้อมกัน?”

            ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาในใจ

            ในความคิดของเฉินฉี่เหนียนปรากฏภาพพระราชวังอันสง่างามและงดงาม

            บนบัลลังก์ในพระราชวังชายหนุ่มรูปงามที่มีใบหน้าเยือกเย็นกำลังนั่งถือ “คัมภีร์เทพปีศาจ”อยู่

            ด้านซ้ายของชายหนุ่มคือยืนเทวทูตมีคาเอลส่วนด้านขวาคือปีศาจซาวิทาร์

            “แน่นอนว่าจำได้คนคนนั้นคือชายผู้เปลี่ยนโฉมหน้าโลกใบนี้เลยนะครับ”

            ซูหรูเยียนขยับริมฝีปาก

            “คุณไม่คิดว่าเซี่ยวซิงอวี่เหมือนชายคนนั้นเลยเหรอ?”

            เฉินฉี่เหนียนไม่พูดอะไรนั่นก็คือเขาเห็นด้วย

            การพูดคุยของผู้นำสถาบันเซี่ยวซิงอวี่ไม่ได้ยิน

            เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์กระพือปีกทั้งสองข้างพุ่งทะยานผ่านกลุ่มจระเข้ปากเหล็ก พลางเหวี่ยงดาบสองเล่มราวกับกำลังร่ายรำในบึงโคลน

            เมื่อคมดาบฟาดผ่านจระเข้ปากเหล็กตัวแล้วตัวเล่าก็จมลงสู่ก้นบึง เหลือไว้เพียงฟองอากาศ

            ไม่ถึงสิบนาทีจระเข้ปากเหล็กหลายสิบตัวก็ตายหมดสิ้นด้วยคมดาบแสง ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว

            เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ก็กลับมายืนข้างเซี่ยวซิงอวี่สีหน้าของเธอนอกจากจะสงบนิ่งแล้ว ก็ยังดูสง่างาม

            “เฟรยา ทำได้ดีมาก!”

            เซี่ยวซิงอวี่ลูบหัวเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์พร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ

            “บึงนี้ค่อนข้างลึก คงต้องรบกวนเธอหน่อยนะช่วยพาฉันข้ามบึงไปด้วย”

            เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์เข้าใจความหมายของเจ้านายทันทีและอุ้มเซี่ยวซิงอวี่ขึ้นมา

            ในท่าอุ้มแบบเจ้าหญิง

            เซี่ยวซิงอวี่เป็นผู้ชายตัวสูง 185เซนติเมตร การที่ถูกเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์อุ้มไว้ในอ้อมแขนเช่นนี้ภาพที่ปรากฏก็ชวนขำอย่างช่วยไม่ได้

            เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์กระพือปีกทั้งสองข้างอุ้มเซี่ยวซิงอวี่บินข้ามบึงน้ำแดงไป

            เมื่อมาถึงฝั่งตรงข้ามของบึงน้ำแดงก็หมายความว่าการเดินทางผ่านไปแล้วครึ่งทาง

            ในห้องประชุมซูหรูเยียนมองหน้าจอโปรเจคเตอร์ แล้วก้มดูนาฬิกาข้อมือ

            “เซี่ยวซิงอวี่ใช้เวลาเดินทางผ่านบึงน้ำแดงสร้างสถิติใหม่เลยนะ”

            “เจ้าหนุ่มคนนี้น่าจะเป็นผู้เข้าสอบที่ใช้เวลาผ่านการสอบสองดาวได้เร็วที่สุด”

            สำหรับผู้เข้าสอบคนอื่นๆจระเข้ปากเหล็กเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะพิษที่พวกมันปล่อยออกมาจะสร้างผลกระทบเชิงลบหลายอย่างให้กับสัตว์อสูร

            แต่เกราะป้องกันแสงศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์สามารถขจัดผลกระทบเชิงลบทั้งหมดได้เรียกได้ว่าเป็นคู่ปรับโดยธรรมชาติของสัตว์อสูรประเภทจระเข้ปากเหล็กเลยก็ว่าได้

            เฉินฉี่เหนียนรู้สึกกังวลเล็กน้อย

            “ผู้อำนวยการต่อไปเซี่ยวซิงอวี่ก็จะเดินทางไปถึงถ้ำอสูรแล้ว”

            “คุณเป็นห่วงเหรอ?”

            “ใช่ครับ เพราะในถ้ำอสูรมีแมงมุมปีศาจโลหิตตัวหนึ่งที่วิวัฒนาการจนกลายเป็นระดับสมบูรณ์ไปแล้ว”

            การจะฆ่าสัตว์อสูรระดับสมบูรณ์ด้วยตัวคนเดียวผู้ควบคุมสัตว์อสูรจะต้องมีระดับอย่างน้อยสามดาว

            นี่คือการสอบระดับสองดาวแต่ความยากกลับใกล้เคียงกับการสอบสามดาวแล้ว!

            ทว่าเซี่ยวซิงอวี่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะเผชิญหน้ากับการทดสอบระดับนรก

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน