จอมอาคมกู้บัลลังก์

    บทที่ 107: กลลวงในเงามืด

    เสียงนกหวีดกระดูกอันแหลมเล็กของตูระยังคงเสียดแทงอยู่ในโสตประสาท แต่มันกลับถูกกลบด้วยเสียงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงของหอกโลหิตขนาดมหึมาที่กำลังแหวกอากาศ...พุ่งลงมาจากฟากฟ้า!


    มันคือพลังทำลายล้างที่ถูกควบแน่นจากม่านอาคมทั้งหมดคือการโจมตีครั้งสุดท้ายที่ตูระเดิมพันด้วยทุกสิ่ง!


    คำอินทร์เงยหน้าขึ้นมองมัจจุราชที่กำลังพุ่งตรงลงมา ดวงตาของเขาสะท้อนแสงสีแดงก่ำอันน่าพรั่นพรึง 


    ร่างกายที่บาดเจ็บและอ่อนล้าทำให้เขาไม่อาจหลบหลีกได้ทัน...ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงชั่วลมหายใจ 


    แต่ในวินาทีที่จนตรอกที่สุดนั้นเอง...จิ้งจอกเฒ่าก็ได้สำแดงเดช!


    "คิดจะฆ่าเด็กของข้า...มันเร็วไปร้อยปี!" ลุงมีคำรามลั่น! แกไม่ได้ร่ายมนตร์หรือขว้างยันต์แต่กลับกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง! แล้วล้วงหยิบเอา "ลูกประคำไม้จันทน์" เส้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ!


    ลูกประคำเส้นนั้นส่องแสงสีทองอร่าม! ก่อตัวขึ้นเป็นโดมพลังงานศักดิ์สิทธิ์บางๆ เข้าโอบอุ้มร่างของคำอินทร์ไว้ในวินาทีสุดท้าย!


    เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงง!


    หอกโลหิตปะทะเข้ากับโดมพลังงานพุทธคุณอย่างจัง! เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทจนแผ่นดินสั่นสะเทือน! 


    แรงปะทะมหาศาลซัดทุกสิ่งทุกอย่างให้ปลิวกระเด็น! แต่โดมพลังงานนั้นแม้จะสั่นไหวและปริแตกแต่ก็สามารถต้านทานพลังทำลายล้างของหอกโลหิตไว้ได้!


    ตูระเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อ! "เป็นไปไม่ได้! พุทธคุณแค่นั้นจะต้านหอกโลหิตของข้าได้อย่างไร!"


    "เพราะมันไม่ใช่แค่พุทธคุณ...ไอ้หนู" ลุงมีแสยะยิ้ม ในขณะที่ร่างของแกทรุดลงไปกับพื้น เลือดไหลทะลักออกจากปาก! "แต่มันคือพลังชีวิตทั้งหมดของข้า!"


    แกได้ใช้พลังเฮือกสุดท้าย ถ่ายทอดพลังชีวิตทั้งหมดของตนเองเข้าไปในลูกประคำเพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมาชั่วพริบตา!


    เมื่อหอกโลหิตสลายไปโดมพลังงานก็แตกสลายลงเช่นกัน...ทิ้งให้คำอินทร์รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด


    แต่ลุงมี...กลับนอนแน่นิ่ง...หมดสติไปแล้ว...


    "ท่านลุง!" คำอินทร์ตะโกนลั่น! ความรู้สึกผิดและโกรธแค้นถาโถมเข้าใส่จิตใจของเขาอย่างรุนแรง!


    ตูระซึ่งบัดนี้บาดเจ็บสาหัสไม่แพ้กัน เมื่อเห็นว่าไพ่ตายสุดท้ายของตนไร้ผล มันก็ไม่รอช้าตัดสินใจหันหลังกลับแล้วพุ่งทะยานหนีเข้าไปในความมืดของวัดร้างทันที!


    "คิดจะหนีรึ!"


    คำอินทร์ไม่ปล่อยให้มันหนีไปได้! เขาฝืนความเจ็บปวด รวบรวมพลังจากแก่นอาคมที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยแล้วทะยานร่างไล่ตามตูระไป!


    การต่อสู้ได้เปลี่ยนเป็นการ "ไล่ล่า"!


    บัดนี้สมรภูมิได้ย้ายจากลานกว้างหน้าอุโมงค์เข้าสู่เขาวงกตแห่งซากปรักหักพังภายในวัดโลกโมฬี!


    คำอินทร์และตูระต่างบาดเจ็บแต่จิตสังหารของทั้งสองกลับคุกรุ่นยิ่งกว่าเดิม!


    ตูระผู้ชำนาญในพื้นที่ได้ใช้วัดร้างแห่งนี้ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ มันวิ่งลัดเลาะไปตามแนววิหารที่พังทลาย...ลอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดแล้วดักซุ่มโจมตีคำอินทร์จากมุมที่คาดไม่ถึง!


    มีดสั้นอาบยาพิษพุ่งออกมาจากเงามืด! คำอินทร์ต้องตวัดดาบปัดป้องอย่างฉิวเฉียด!


    กับดักเชือกเถาวัลย์ถูกขึงไว้ตามทางเดิน! คำอินทร์ต้องใช้ "จิตสัมผัสกระแส" ในการตรวจจับและกระโดดข้ามไป!


    มันคือเกมแมวไล่จับหนูที่แสนอันตรายที่ซึ่งผู้ล่าและผู้ถูกล่าสามารถสลับบทบาทกันได้ทุกเมื่อ!


    คำอินทร์รู้ดีว่าการไล่ตามไปซึ่งๆ หน้า มีแต่จะทำให้เขาตกเป็นเหยื่อ เขาจึงเปลี่ยนกลยุทธ์!


    เขาหยุดนิ่ง...หลับตาลง...แล้วแผ่จิตของตนเองให้หลอมรวมเข้ากับวัดร้างแห่งนี้


    เขาใช้พลังมายา...สร้าง "กลลวงในเงามืด" ขึ้น!


    เขาไม่ได้สร้างร่างมายาของตนเองแต่กลับสร้าง "เสียง" และ "เงา" ของ "ทหารองครักษ์เงา" ที่เคยถูกเขาสังหาร!


    เสียงฝีเท้าที่วิ่งไล่ตาม เงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวไปมาตามซอกหลืบทำให้ตูระที่กำลังซ่อนตัวอยู่ต้องสับสนและหวาดระแวง!


    "พวกมันยังไม่ตาย! เป็นไปได้อย่างไร!"


    ในจังหวะที่มันกำลังเสียสมาธิกับภาพลวงตานั้นเอง คำอินทร์ก็ได้เคลื่อนไหว!


    เขาย่องเข้าไปทางด้านหลังของมันอย่างเงียบกริบแล้วใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ แทงดาบเข้าใส่แผ่นหลังของมัน!


    แต่ตูระก็คือยอดฝีมือ! สัญชาตญาณของมันร้องเตือนในวินาทีสุดท้าย! มันบิดตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด!


    ฉัวะ!


    ดาบของคำอินทร์จึงทำได้เพียงแค่เสียบทะลุหัวไหล่ข้างซ้ายของมันเท่านั้น!


    "อ๊าค!" ตูระร้องลั่น!


    มันหันกลับมาตวัดดาบที่เหลืออยู่เพียงเล่มเดียวเข้าใส่คำอินทร์! แต่ในสภาพที่บาดเจ็บทั้งคู่


    การต่อสู้จึงกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง!


    ทั้งสองยืนหอบหายใจ จ้องหน้ากันเขม็งท่ามกลางซากปรักหักพังและเงามืดที่สั่นไหว


    รอบกายเต็มไปด้วยเสียงกระซิบของภาพมายาที่คำอินทร์สร้างขึ้น

    คล้ายกับเรื่องจอมอาคมกู้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน