จุติเทพกระบี่

    ตอนที่ 95 มิติปีศาจ


            หลิวอี้ไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับจือเหยายังไงดี นั่งคิดไปคิดมาเขาจึงนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เรื่องนี้ สัตว์สายเลือดที่อยู่ภายในตันเถียนของเขาเคยพูดกับเขาตั้งแต่ครั้งก่อน นั่นคือเรื่องของปีศาจ

            

            หลิวอี้หลับตาลงและเข้าไปพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้นกับสัตว์สายเลือด


            “ทำไมเจ้าถึงชอบเข้ามาก่อกวนพวกข้าทั้งสองในตอนที่พวกเรากำลังพักผ่อนด้วย”เจ้ามังกรทองพูดขึ้นมา


            “เรื่องนี้มันจำเป็นจริงๆ ข้าจึงต้องมารบกวนพวกท่านทั้งสอง”


            “เจ้าลองพูดมา ว่าเกิดเรื่องอะไร”


            “ทาสรับใช้ของข้า อยู่ๆนางก็มีนิสัยที่เปลี่ยนไป นางเริ่มที่จะมีอารมณ์รุนแรงเพิ่มมากขึ้น แถมแววตาและดวงตาของนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดวงตาของนางเริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นสีเลือด”


            เจ้ามังกรทองกับเจ้าฟีนิกซ์สีทองต่างก็จ่องมองหน้ากันและกัน


            “ตอนนี้เจ้าน่าจะอยู่ในมิติที่จอมปีศาจเป็นผู้สร้างขึ้น”ฟีนิกซ์พูดขึ้นมา


            หลิวอี้ได้ฟังเขาก็ไม่ค่อยจะเข้าใจในเรื่องนี้


            “ท่านช่วยพูดให้มันเข้าใจง่ายกว่านี้จะได้หรือไม่ ข้าไม่เข้าใจกับคำว่าปีศาจ”


            “ปีศาจก็เหมือนกับคนปกติทั่วไป คนที่ถูกเรียกว่าปีศาจคือคนที่ฝึกวิชาที่แปลกแยกจากคนอื่นๆ วิชาที่เขาฝึกฝนจะทำให้ระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าคนปกติทั่วไป โดยที่ไม่ต้องใช้โอสถ แต่สิ่งที่จะต้องแรกมาก็คือ การสูญเสียสติของตนเอง จากคนที่เคยมีจิตใจที่ดีจะกลายเป็นคนที่โหดเหี้ยมทันที จิตใจของพวกเขาจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นอีกคน ดวงตาของพวกเขาจะเปลี่ยนเป็นสีเลือด จะบ่งบอกว่าคนพวกนี้คือปีศาจ”มังกรทองพูดอธิบายให้กับหลิวอี้ฟัง


            หลิวอี้พึ่งจะเคยได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก แม้แต่ในชาติก่อนเขายังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน


            “ทำไมข้าพึ่งจะเคยได้ยินเรื่องนี้ละ ส่วนคนอื่นๆ ข้ายังไม่เคยเห็นใครพูดถึงมัน”


            “หลายล้านปีก่อน พวกปีศาจเคยถูกคนที่ฝึกฝนทั่วไปกวาดล้าง จึงทำให้พวกมันหายสาบสูญไป แต่ยังมีคนเชื่อว่าพวกมันยังคงมีตัวตน แต่เลือกที่จะหลบซ่อนตัวจากคนอื่นๆและรอวันที่พวกมันจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”ฟีนิกซ์พูดขึ้นมา


            หลิวอี้ได้ฟังสัตว์ทั้งสองอธิบายเขาจึงเข้าใจในเรื่องนี้ขึ้นมา


            “หากว่าพวกมันกลับมาอีกหนึ่งรอบ คนทั่วไปจะทำยังไง”


            “ก็ต้องรวมตัวกันกำจัดพวกมันและสิ่งที่เจ้าพวกปีสาจกลัวที่สุดก็คือสายเลือดพิเศษเช่นเจ้า หากพวกมันรับรู้ว่าเจ้ามีสายเลือดพิเศษ เจ้าจะต้องถูกไล่ล่าสังหารแน่นอน”


            หลิวอี้ได้ยินประโยคนี้เขาถึงกับเกือบที่จะหยุดหายใจ เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าการที่ตัวเขามีสายเลือดพิเศษ มันไม่ได้ดีเสมอไป เพราะตอนนี้เขามีศัตรูรอคอยที่จะสังหารเขาอยู่ แต่หลิวอี้ยังไม่ได้เกรงกลัวพวกมันขนาดนั้น ตอนนี้เขาจะต้องช่วยจือเหยาก่อน


            “ข้าอยากจะรู้สาเหตุที่ทาสรับใช้ของข้าถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ และอยากจะรู้วิธีรักษา”


            “สิ่งที่เปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นเช่นนี้คือพลังปราณที่พวกเขาดูดซับเข้าไป ในระหว่างที่พวกเขาดูดซับพลัง มันมีพลังปราณอีกสายไหลเวียนเข้าไปยังร่างกายพวกเขาด้วย ส่วนวิธีการรักษาคือจะต้องขับไล่พลังปราณของพวกปีศาจออกไปจากตันเถียนของพวกเขาให้หมดหลังจากที่ขับไล่พลังปราณออกไปจนหมด อย่าให้พวกเขาดูดซับพลังปราณในมิตินี้อีกเด็จขาด ไม่งั้นพวกเขาจะกลายเป็นเเบบเดิม และที่สำคัญเจ้าห้ามดูดซับพลังปราณเด็จขาด”มังกรทองพูดขึ้นมา


            “แล้วทางออกจากที่แห่งนี้ละ”


            “อยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในมิติเเห่งนี้ เจ้ามองด้วยตาน่าจะเห็นมัน”


            หลังจากพูดจบประโยคนี้ สัตว์สายเลือดทั้งสองก็หลับไป


            หลิวอี้ลืมตาขึ้นมา เขามองเห็นจือเหยากำลังนั่งมองหน้าเขาด้วยดวงตาสีเลือดของนาง หลิวอี้นำเข็มออกมาหนึ่งเล่ม จากนั้นเขาสบัดเข็มไปที่จุดตันเถียนของนางทันที


            จือเหยารับรู้ได้ว่าพลังปราณของนางกำลังหลั่งไหลออกจากจุดตันเถียนของนางอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานพลังปราณของนางจึงหมดลง ร่างของนางกำลังจะล้มลงกับพื้น


            หลิวอี้เห็นเช่นนั้นเขาจึงเขาไปประคองร่างของนางเอาไว้


            จือเหยาฟุบลงไปในอ้อมกอดของหลิวอี้ เขายังนำเม็ดโอสถสีทองยัดเข้าไปในปากของนางหนึ่งเม็ด

            

            “ข้าเป็นอะไรไป”


            “เจ้าถูกปีศาจเข้าครอบงำร่างกายและจิตใจ หลังจากนี้เจ้าห้ามดูดซับพลังปราณเด็จขาด ไม่งั้นเจ้าจะต้องกลายเป็นปีศาจแน่นอน”

            

            จือเหยานางไม่เข้าใจในคำพูดของหลิวอี้แม้แต่น้อย