.... ตลอดเวลา หลายวัน ที่เฟยหลง ได้อยู่รักษาชายแดนทางใต้ของแคว้นเหลียง ด้วยชื่อเสียงของเขา ไม่ว่า จะเป็นแคว้นอู๋ หรือหนานไห่ ต่างก็ไม่กล้าที่จะรุกล้ำเข้ามา เฟยหลงจึงใช้เวลาในการ ฝึกยุทธและอ่านตำราพิชัยสงครามสองเล่มที่เขาได้เก็บเอาไว้.
..... ภายในท้องพระโรงแคว้นเหลียง
" หยางฉ่วง ข้าได้ปรึกษากับท่านโหราแล้ว กำหนดแต่งงานของเจ้ากับ. องค์หญิงหยุนซี อีกสองเดือนข้างหน้านับว่าเป็นฤกษ์ดีที่สุด เจ้าคิดว่ายังไง " หยางเล่อ ที่นั้งอยู่บนบัลลังก์เอ่ยขึ้น
" ขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ ส่งเสริม หากเป็นเช่นนั้น ก็เอาตามนี้เถอะพะยะค่ะ " เสียงของบุรุษหนุ่มที่มีรูปร่างสง่างาม ผิวขาวราวกับหยก ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพบุตร แต่กับมีแววตาที่เจ้าเลห์และขี้โกงดังขึ้น ใช่แล้ว บุรุษผู้นี้ก็คือ. หยางฉ่วงนั้นเอง
.... หยางเล่อ. แม้จะมีตำแหน่งเป็นอ๋องแต่ด้วยตอนนี้ร่างกายไม่สู้ดีนักอีกทั้งยังเจ็บออดๆแอดๆ ราชกิจทุกอย่างจึงเป็น หยางฉ่วงที่เป็นคนจัดการ จึงทำให้ ภายในราชสำนักมีแต่คนของ หยางฉ่วงอยู่เต็มไปหมด หากจะพูดง่ายๆก็คือ คนที่มีอำนาจแท้จริงในแคว้นเหลียงตอนนี้ไม่ใช่ หยางเล่อ แต่เป็นองค์รัชทายาทหยางฉ่วงต่างหาก แต่ทว่า ถึงกระนั้นเขาก็มีก้างขวางคออยู่ นั้นก็คือ หยางเจ้าจื่อ ที่ตอนนี้เป็น โหวรักษาเมืองหลิวนั้นเอง. และเป็นคนที่เฟยหลง ทำงานให้ จึงไม่แปลกเลยที่ หยางฉ่วง จะคิดสังหาร เฟยหลง
.... เสนาไฉ จึงรีบพูดขึ้น " ทูลองค์รัชทายาท หากพระองค์ทรงอภิเษก หม่อมฉันคิดว่า เจ้าหลี่เฟยหลง คงจะสร้างปัญหาให้เราได้ เห็นที่เราจำเป็นจะต้องวางแผนป้องกันเอาไว้ก่อน "
.... หยางฉ่วง ได้ฟังดังนั้น ก็ยิ้มออกมา ก่อนจะพูดขึ้น " ท่านจะกังวลไปทำไม่ เราก็แค่กำจัดมันทิ้งก็สิ้นเรื่อง " เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปทาง หยางเล่อ พร้อมๆกับพูดขึ้น " จริงมั้ยเสด็จพ่อ "
.... ทุกคนได้ฟังดังนั้น ก็ตกใจ ก่อนที่ หยางเล่อ จะรีบพูดขึ้น. " เจ้าคิดจะกำจัดมันทิ้งอย่างนั้นหรือ ไม่ได้ หลี่เฟยหลง. เป็นขุนพลมากฝีมืออีกทั้งยังทำความดีความชอบเอาไว้มาก หากเราสังหารเขาเกรงว่า จะทำให้เหล่าขุนพลคนอื่นๆเอาใจออกห่างได้ "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า. เรื่องนี้ข้าได้เตรียมการเอาไว้แล้ว หลี่เฟยหลงผู้นี้ เท่าที่ข้าได้ยินมา มันเป็นคนที่คิดไม่ซื่อ ลำพังแค่เคลื่อนทัพโดยพละการถึงสองครั้งก็บ่งบอกได้แล้วว่า ไม่ช้ามันจะต้องก่อกบฏแน่นอน การกำจัดมันจึงนับว่าเป็นการกำจัดภัยที่จะเกิดแก่แคว้นเหลียงในภายหน้า. "
" เห้อ... ที่เจ้าพูดมา ข้าเองก็วิตกเช่นเดียวกัน แต่คิดจะกำจัดเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คนผู้นี้มีทั้งปัญญาและฝีมือ ข้าเกรงว่าหากกำจัดเขาไม่สำเร็จ จะเป็นการก่อภัยร้ายให้แก่แคว้นเหลียงของเราเองหนะสิ " หยางเล่อรีบพูดขึ้น
.... หยางฉ่วงได้ฟังดังนั้น ก็รีบพูดขึ้น " เรื่องนี้ เสด็จพ่อ ไม่ต้องกังวล ขอเพียงพระองค์ ทรงมีรับสั่ง ให้ หลี่เฟยหลง ไปรักษาชายแดนตะวันตก แล้วข้าจะให้ ขุนพลเอกทั้งสี่ปลอมตัวเป็นกองทหารแคว้นอู๋ นำทหารลอบสังหารมันระหว่างทาง ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะรอดมือของ ขุนพลเอกทั้งสี่และทหารหลายหมื่นได้ "
.... หยางเล่อ ได้ยินเช่นนั้นก็จนใจ ภายในใจของเขาเองก็รู้สึกว่า หลี่เฟยหลงผู้นี้ ต่อไปจะสามารถช่วยให้แคว้นเหลียงกลับมายิ่งใหญ่ได้ แต่ว่า ตัวเขาในเวลานี้แทบไม่มีอำนาจอะไรด้วยซ้ำ. ไหนเลยเขาจะกล้าขัดขวางแผนการของ หยางฉ่วงได้ " อืม เช่นนั้นก็ทำตามที่เจ้าว่ามาเถอะ "
" พะยะค่ะเสด็จพ่อ แต่ว่าเรื่องนี้ พวกเราจะให้ หยุนซีรู้ไม่ได้เด็ดขาด หาไม่แผนการนี้คงจะไม่สำเร็จ " หยางฉ่วงเอ่ยขึ้น ก่อนจะคิดขึ้นในใจว่า ( หากกำจัดเจ้านี้ได้ ก็เท่ากับตัดแขนของ เจ้าจื่อไปข้างนึง ดูซิว่ายังจะมีใครคอยรับใช้มันอีกไหม ฮ่า ฮ่า ฮ่า ) ที่แท้ การกำจัด เฟยหลง ก็เพื่อเป็นการตัดกำลังของ เจ้าจื่อนั้นเอง
.... ไม่ช้า หยางเล่อ ก็ให้คนนำราชโองการมายังเมืองชายแดนทางใต้. ในขนาดที่ เฟยหลง และจางชิงกำลัง นั่งปรึกษากันอยู่. " ท่านแม่ทัพ. มีราชโองการมาขอรับ " นายทหารคนนึงรีบพูดขึ้น
.... ทั้งสอง ได้ยินเช่นนั้น ก็รีบออกไปตอนรับทันที ก่อนที่ผู้นำราชโองการจะเอ่ยขึ้น " ขุนพลขั้นสามหลี่เฟยหลง รับราชโองการ "
.... ทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็คลุกเข่าลง ก่อนที่. เฟยหลง จะรีบพูดขึ้น " หม่อมฉัน. หลี่เฟยหลง น้อมรับราชโองการ "
" ท่านอ๋องมีรับสั่ง ชายแดนใต้ตอนนี้สงบดี จึงมีคำสั่งให้ ขุนพลขั้นสามหลี่เฟยหลง ไปประจำการที่ชายแดนตะวันตก เพื่อป้องกันการรุกรานของแคว้นอู๋ ให้ออกเดินทางทันที จบราชโองการ " ผู้นำราชโองการเอ่ยขึ้น
" หม่อมฉัน. น้อมรับราชโองการ " เฟยหลงเอ่ยออกมา.
.... หลังจากรับราชโองการแล้ว. จางชิง ก็เอ่ยขึ้น " เฟยหลง ข้ารู้สึกว่ามันแปลกๆนะ เหตุใดท่านอ๋อง ถึงได้ให้เจ้าไปรักษาการที่ชายแดนตะวันตกด้วย "
" อืม เรื่องนี้ข้าเองก็รู้สึกแปลก แต่ว่านี้เป็นราชโองการ ข้าคงต้องไป ท่านอยู่ที่นี้ก็รักษาตัวด้วย " เฟยหลงเอ่ยขึ้น
" เจ้าเองก็เช่นกัน. ระวังตัวด้วยหละ ข้าจะเขียนจดหมายไปยังแม่ทัพผัง เขาจะได้ช่วยดูแลเจ้า " จางชิงเอ่ยออกมา
.... หลังจากกล่าวลากันเรียบร้อย เฟยหลง. และหกนายกองก็นำทหารสามพันมุ่งหน้าไปยังชายแดนตะวันตกของแคว้นเหลียงทันที ตลอดสามวันภายในใจของเขารู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก จนมู่ปิง ยังสังเกตได้. " ท่านขุนพล ท่านเป็นอะไรหรือไม่ ดูท่านแปลกๆไปตั้งแต่ออกจากเมืองชายแดนใต้แล้ว "
" ข้าไม่เป็นอะไรหรอก เจ้าไม่ต้องห่วง ว่าแต่อีกนานมั้ยกว่าจะถึงเมืองชายแดนตะวันตก " เฟยหลงเอ่ยถามออกมา
.... มูปิง ได้ยินเช่นนั้น ก็รีบพูดขึ้น " อีกไม่เกินเจ็ดวันขอรับ "
" อืม เช่นนั้น ให้ทหารเดินทางอีกสามสิบลี้แล้วพักได้ ส่วนเจ้าหมีดำ นำทหารห้าร้อยนำหน้าไปก่อน " เฟยหลงสั่งออกไป
" ขอรับท่านขุนพล " ทั้งสองรับคำ ก่อนที่ หมีดำจะนำทหารห้าร้อยนำหน้าไปก่อน. ไม่ช้า เฟยหลงและกองทหารของเขาก็หยุดตั้งค่ายพักแรม
.... ภายในกระโจมใหญ่ เฟยหลงกำลังปรึกษากับเหล่านายกองของเขา แต่แล้วจูๆก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้น เฮ เฮ เฮ ก่อนจะปรากฎกองทหารจำนวนหลายหมื่นคนบุกเข้ามาทั้งสี่ทิศ
" แย่แล้วท่านขุนพล มีกองทหารบุกทะลวงเข้าโจมตีเราขอรับ " นายทหารคนนึงรีบพูดขึ้น
.... เฟยหลงและเหล่านายกองได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ กอนที่ เฟยหลงจะรีบพูดขึ้น " พวกมันเป็นใครกัน "
" เรียนท่านขุนพล ดูจากชุดแล้วน่าจะเป็นทหานแคว้นอู๋ขอรับ " นายทหารคนเดิมเอ่ยออกมา
.... หมีดำได้ยินเช่นนั้น ก็รีบพูดขึ้น " เหลวใหล ที่นี้ห่างจากชายแดนแคว้นอู๋ตั้งหลายร้อยลี้พวกมันจะเข้ามาได้ยังไง เจ้าดูดีแล้วหรือ "
" ขอรับท่านนายกอง ข้าเห็นมากับตา บนธงเขียนอักษรอู๋เอาไว้อย่างเด่นชัด " นายทหารรีบพูดขึ้น
.... เฟยหลง ได้ยินเช่นนั้น ก็รีบพูดขึ้น " อย่ามัวแต่ถามอะไรมากเลย พวกเรารีบถอยทัพก่อนเร็วเข้า "
" ท่านจะให้พวกเราถอยไปที่ใด ในเมื่อพวกมันบุกเข้ามาทั้งสี่ทางแบบนี้ " มู่ปิงรีบเอ่ยออกมา
.... เฟยหลง ได้ยินเช่นนั้น ก็ชี้ไปที่เทือกเขาซงซาน ก่อนจะพูดขึ้น " พวกเราจะถอยไปยัง เทืองเขาซงซานที่อยู่ทางทิศเหนือกัน มู่ปิง หมีดำ เจ้านำทหารตีฝ่าออกไป เดี๋ยวข้าและทุกคนจะตามพวกเจ้าไป "
" ขอรับท่านขุนพล " ทั้งสองรับคำก่อนจะรีบออกไป
.... ด้านนอกค่าย เหล่าทหารหลายหมื่นที่กำลังบุกเข้ามา " เร็วเข้า วันนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องสังหาร หลี่เฟยหลงให้ได้ " ขุนพลท่านนึงรีบพูดขึ้น
" ท่านขุนพล ดูนั้น พวกมันคิดจะฝ่าออกไปทางทิศเหนือ " ทหารคนนึงเอ่ยออกมา
.... ขุนพลได้ยินเช่นนั้น ก็หัวเราะออกมาก่อนจะรีบพูดขึ้น " ข้าเคยได้ยินว่า หลี่เฟยหลงเชี่ยวชาญการศึกนัก แต่เมื่อได้มาเห็นแล้วไม่จริงเลย. "
" เหตุใดท่านขุนพลจวง ถึงได้กล่าวเช่นนั้น " ขุนพลอีกคนเอ่ยถาม
" ท่านขุนพลปู้ คิดดูสิ ทางที่ พวกมันตีฝ่าออกไป เป็นเทือกเขาซงซาน หากขึ้นไปยังที่นั่นไม่เท่ากับว่าพาตัวเองไปติดกับหรอกหรือ " ขุนพลจวงเอ่ยออกมา
.... ขุนพลปู้ ได้ฟังดังนั้นก็พยักหน้า. ก่อนจะรีบพูดขึ้น " สงสัย หลี่เฟยหลงคงจะจนตรอกแล้วจริงๆถึงได้ทำเช่นนั้น "
.... แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้น " แต่ข้าไม่คิดอย่างนั้น เทือกเขาซงซาน ขึ้นชื่อเรื่อง สลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก ข้าคิดว่า มันคงคิดจะดักซุ่มโจมตีพวกเราซะมากกว่า "
" อืม ข้าเองก็คิดแบบเดียวกับท่านขุนพลเย่ หลี่เฟยหลงผู้นี้ ที่ข้าเคยได้ยินมาเชี่ยวชาญการศึกนัก การที่เขาฝ่าขึ้นไปยังเทือกเขาซงซานคงจะเป็นอย่างที่ท่านขุนพลเย่กล่าวออกมาเป็นแน่ "
.... ทั้งสามได้ฟังดังนั้น. ก็พยักหน้า ก่อนที่ขุนพลจวง จะเอ่ยขึ้น " จะยังไงก็แล้วแต่วันนี้พวกเราทั้งสี่ก็ต้องสังหารเจ้าหลี่เฟยหลงให้ได้ ถึงหลี่เฟยหลง มันจะเก่งปานใด ลำพังแค่ทหารสามพันไหนเลยจะสู็กับทหารแปดหมื่นของพวกเราได้ "
" เช่นนั้นพวกเราก็รีบ สั่งทหารบุกตามเข้าไปเถอะ " ขุนพลปู้รีบเอ่ยออกมา
.... ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า ก่อนจะพากันชักม้าตาม เฟยหลงขึ้นไปยังเทือกเขาซงซาน