Brave Hero เกิดใหม่เป็นพระเอกในเกมส์

    ตอนที่สามสิบสอง กฎของถนน

    ตอนที่สามสิบสอง กฎของถนน

    สิ่งที่ผมอิจฉาพวกขุนนางตัวร้ายคือชาวบ้านนั้นแบบยุคปัจจุบันนั่นล่ะโดนคาดหวังให้ยากจน

    ผมนึกถึงเรื่องเล่าของคนที่ทำงานในแอฟริกา

    ว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งพยายามเก็บหอมรอมริบเงินมาเพราะหวังจะรวยขึ้นได้เก็บเงินมาทำขนมปังขายและเอาออกมาวางขายในหมู่บ้าน

    และได้เจอบิดาของตนเองเอาขนมปังที่ตนเองวางขายไปหมดด้วยเหตุผล

    “ทางบ้านน้องๆต้องการขนมปัง”

    บิดาและ ญาติพี่น้อง ก็ดีใจที่ได้ขนมปังจำนวนมากในวันนั้น

    ส่วนคนที่พยายามจะเก็บเงินมานานและพยายามจะผลักดันตนเองให้พ้นความยากจนก็หมดตัวในวันนั้น

    ผมเลยไม่เคยคาดหวังว่า คนที่เกิดมาเป็นตัวร้ายขุนนางที่ร่ำรวยจะเข้าใจคนที่ฐานะต่ำกว่า

    พวกเขามีชีวิตที่ดีอยู่แล้ว

    แม้แต่ท่านแม็กนัส ทางเทคนิคก็คือเชื้อพระวงศ์ตั้งแต่ชาติก่อนนู้น

    ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดที่เงินและฐานันดรสามารถทำได้

    ขณะที่คนธรรมดาปากกัดตีนถีบแม้กระทั่งฟืนที่ใช้ในบ้านเพื่อไม่ให้ตนเองหนาวตายก็นับเป็นของฟุ่มเฟือย

    ดังนั้นผมที่เก็บข้าวของที่มีค่าได้มาก

    เลยพยายามเก็บไว้เป็นช่องมิติ

    เพราะไม่อยากเอาออกมาเปลี่ยนเป็นเงินและลงเอยอย่างเดียวกับคนทำขนมปังในแอฟริกาที่ว่านั้น

    ผมไม่ได้ตำหนิชาวบ้านธรรมดา

    หากว่ากันถึงที่สุด

    ผมที่มีการศึกษาจากต่างโลกนั้นคือข้อได้เปรียบที่คนในโลกนี้ไม่มีทางมีได้

    เพราะการศึกษาอย่างต่ำสิบสองถึงสิบหกปี

    คนที่สามารถให้เด็กที่เป็นแรงงานสำคัญในบ้านไปเรียนหนังสือได้อย่างนั้นมีแต่พ่อค้าที่มีเงินทองพอสมควรกับขุนนางเท่านั้นล่ะ เฮ้อ

    กับอีกอย่างคือ

    “กำลัง”

    ที่ผมเกิดมาเป็นพระเอกที่มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเก่งเป็นที่สองในความเชี่ยวชาญแต่ละด้านแต่จะแสดงความสามารถออกมาในการดึงความสามารถของสมาชิกในปาร์ตี้ให้แสดงออกมามากกว่าปรกติ

    เป็นความสามารถที่ต้องหาพันธมิตรเพิ่มเติมจึงจะแสดงความสามารถออกมาได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

    การตั้งกองทหารรับจ้างที่มีคนจำนวนมาก สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้

    เพื่อรับประกันว่า หากราชาหรือขุนนางหัวกรวยเล่นตุกติก

    ผมจะทำตัวแบบพระเอกจีนไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่นอน

    การบอกว่า “ฆ่าราชาและขุนนางบ้านเมืองจะวุ่นวาย”น่ะ

    มันใช้ไม่ได้กับผมหรอกนะ

    เฮ้อ ผมแค่เศร้าใจเท่านั้นล่ะ

    ว่าคนที่มีความสามารถไม่พอก็คงทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินต่อไปแค่เอาชีวิตรอดไปวันวันก็คงสุดความสามารถของคนทั่วไปแล้วนั่นเอง

    และในโลกที่มอนสเตอร์มีจริง

    การเอาชีวิตรอดได้ ก็คงไม่ใช่เป้าหมายที่แย่อะไรนักสำหรับคนทั่วไป

    ผมถึงไม่ได้อยากจะเข็นกิโยตินออกมาอะไรนัก

    ที่ผมว่าจะจัดการพวกราชาหัวกรวยหรือขุนนางต่างๆนั้นในตอนที่พวกเขาทรยศผมตามสไตล์แนวอิเซไคเท่านั้น

    แต่หากพวกเขาไม่ทรยศ ผมก็จะมุ่งเป้าหมายอื่นของผมก่อนที่จะมาจัดการพวกเขา

    แต่ผมเชื่อว่าผมกับพวกเขาต้องมีเรื่องทะเลาะกันด้วยอะไรบางอย่างในเร็วๆนี้ล่ะ

    ไม่น่าจะมีขุนนางนักเวทย์ที่ไหนที่จะพอใจที่จะเห็นว่าผมใช้เวทย์เก่งกว่าพวกเขาหรือนักดาบขุนนางที่เห็นผมฟันดาบเก่งกว่าพวกเขา

    อย่างที่บอก ผมสามารถเป็นที่สองในทุกอาชีพที่มีได้ในโลกนี้นั่นล่ะ

    ผมถึงได้รีบทำสารพัดอย่างที่จะหากลุ่มผลประโยชน์มาเกาะเกี่ยวกับตัวผมไว้ก่อน

    ว่าอ้างช่วยงานคนแคระน่าจะพอถ่วงเวลาได้สักพัก

    อย่าได้ลงมืออะไรลงไปโดยไม่มีผลประโยชน์บางกลุ่มหนุนหลัง

    นั่นคือคติของผมในตอนนี้

    “การทูต “”การเมือง “ “พลังมิตรภาพ”

    คืออย่างเดียวกัน

    คนที่หัวเราะเยาะ “พลังมิตรภาพ”น่ะมีแต่คนที่ไม่ได้เข้าใจเรื่องการเมืองเท่านั้นล่ะ

    ทำไมผมไม่เกิดเป็นขุนนางวายร้ายฟะ?

    เกิดมาเป็นสามัญชนมันลำบากนะโว๊ย แม้ว่าจะเก่งแค่ไหนแต่สิ่งที่สามัญชนทำได้คือการเป็นทหารที่ยังเปิดให้สามัญชนไปทำเพราะมีโอกาสตายสูง

    และลำบากกว่านั้นคือการที่เป็นคนธรรมดาคงไม่มีความหวังก้าวหน้าใดใดได้เลย

    แม้กระทั่งผมที่มีความสามารถระดับผู้กล้าในตำนาน

    ก็ยังต้องระวังสารพัดเวลาลงมือทำอะไรลงไป

    ในอนาคต ผมคำนวณไว้แล้วว่า

    ผมคงต้องกังวลนับไม่ถ้วนในการที่จะเลือกรักษาสถานะของตนเองหรือคุณธรรมของตนเอง

    ผมถึงได้เลือกที่จะลุยมอนสเตอร์ตามป่าตามเขาก่อนที่จะไปยุ่งกับใครหรืออะไรในเมืองใหญ่

    แน่นอน ผมทำใจไว้แล้ว

    ว่าหากใครตุกติก ผมจะฆ่ามันและฝังศพในป่านี่ล่ะ

    พวกเจ้าคิดว่าเราจะใช้กฎของถนนสู้กันหรือ?มันแน่อยู่แล้ว กฎของถนนชนะเสมอ

    อย่างที่พี่ดอม ทอเรตโต้กล่าวไว้

    ตูข้าไม่เล่นกฎเดียวกับพวกขุนนางหรอกนะ

    “จะกู้หรืออะไรก็ได้ผมต้องสร้างถนนเข้าไปในป่าที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์และล่ามอนสเตอร์ทุกตัวที่ขวางหน้าจนกว่าจะสามารถยึดครองถ้ำเก่าของคนแคระกลับมาให้ได้”

    ธอรินดื่มเหล้าไปอีกอึกและจ้องหน้าผม

    “นั่นคือแผนการที่เจ้าคิดได้หรือ เจ้าบ้าไปแล้ว”

    “บ้าหรือเพราะอะไรล่ะ?”

    ผมถามอย่างสงสัย

    “เพราะในป่าเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ต่างๆมากมายน่ะสิ”

    “ก็เพราะอย่างนั้นแสดงว่ามันจะมีซากมอนสเตอร์มากมายที่ผมจะสามารถขายได้สินะ?”

    ผมค่อนข้างจะขอบคุณธอรินที่ให้กำลังใจผมว่าผมน่าจะมีเงินทุนมาทำสงครามได้ตลอด ตราบใดที่ยังสามารถล้ามอนสเตอร์ในป่ามาได้

    “เจ้าไม่เข้าใจหรืออย่างไรมันอันตรายมหาศาลในการที่คนเราจะเข้าไปในป่าที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์”

    ธอรินกล่าวอย่างเหนื่อยใจ

    ผมพยักหน้า

    “ก็เพราะอย่างนั้นผมถึงต้องนำคนไปด้วยเยอะๆจนกว่าผมจะทำมันสำเร็จ”

    ชอบมีมุกเสมอว่า ผู้กล้ามีแต่กำลัง ไร้หัวคิด ทำให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของขุนนาง

    คนที่พูดอย่างนี้ลืมนึกไปอย่างหนึ่งว่า “กำลัง”นั่นล่ะ

    คือสิ่งที่การเมืองหรือตำแหน่งทุกอย่างยืมอำนาจของกำลังมาใช้

    คล้ายกับเรื่องBrave Hero เกิดใหม่เป็นพระเอกในเกมส์ ที่คุณอ่าน