หลังจากเธอเห็นจำนวนเงินดวงตาเล็กก็เบิกกว้างด้วยความใทันที พิชญ์สินีหันไปมองหน้าผู้เป็แม่พร้อมกับมือไม้สั่นไปหมด เพราะเธอและแม่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพ่อของเธอแอบทำประกันชีวิตเอาไว้ แม้ว่าเงินจำนวนนี้จะได้มาจากการเสียชีวิตของผู้เป็พ่อ แต่ก็เหมือนพ่อได้ทิ้งชีวิตใหม่ไว้ให้เธอและแม่ด้วยเหมือนกัน
“นี่คงเป็สิ่งสุดท้ายที่พ่อแกทิ้งไว้ให้”
“พิ้งค์จะจัดการเงินก้อนนี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุดค่ะ ว่าแต่แม่ไม่รู้เื่นี้มาก่อนเลยเหรอคะ”
“แม่พอรู้ว่าพ่อแกทำประกันเอาไว้ แต่่ที่ครอบครัวเราวิกฤตแทบจะไม่มีเงินมาหมุนเวียนแม่ก็ตัดใจไปแล้ว เพราะคิดว่าพ่อแกคงไม่ส่งต่อ ไม่คิดว่าประกันนี้จะยังอยู่ แต่ต่อให้ได้เงินประกันมาแม่ก็จะให้ลูกจัดการในส่วนหนี้ของคุณศรัณย์ ลูกจะได้กลับมาใช้ชีวิตของลูก ส่วนหนี้อื่นๆ จำนวนไม่ได้มากมายเท่าก้อนนี้แม่ก็จะขายที่ดินที่ไม่จำเป็ออกเพื่อเอาเงินมาปิดเหมือนเดิม ถึงเก็บเอาไว้ก็คงไม่ได้ใช้เท่าไหร่”
“เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ ไม่เป็ไรนะ อย่างน้อยๆ จ่ายเขาไป 30 ล้าน เราก็ยังเหลือตั้งตัวอีกตั้ง 20 ล้าน เงินก้อนนี้พิ้งค์จะพาแม่กลับมามีชีวิตที่ดีเหมือนเดิมให้ได้ เชื่อใจพิ้งค์นะคะ” ผู้เป็แม่ยิ้มกริ่มด้วยความภาคภูมิใจของลูก พร้อมกับพยักหน้าไปด้วย
“ชีวิตนี้แม่ไม่ได้้าอะไรแล้ว นอกจากอยากเห็นแกมีความสุขสักที ไม่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักหรือต้องทนกับอะไรที่ไม่ควรจะทน แม่ขอโทษนะที่พาแกมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เป็ความผิดของแม่และพ่อเอง”
“อย่าโทษตัวเองสิคะ เดี๋ยวพอทยอยจ่ายหนี้ไปเดี๋ยวก็หมด เราจะมีชีวิตใหม่กันนะคะแม่” เธอพูดพร้อมกับบีบมือผู้เป็แม่แน่น
หลายวันต่อมา
เธอใช้เวลาในการจัดการดำเนินเื่ประกันชีวิตของพ่ออยู่หลายวัน จนกระทั่งได้รับการอนุมัติจากบริษัทประกันเป็ที่เรียบร้อย วินาทีที่เธอเห็นเงินทยอยเข้าบัญชีเธอก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ จะบอกว่าดีใจก็ดีใจที่จะได้หลุดพ้นจากเขาสักที หากแต่ความรู้สึกดีใจนั้นก็ปะปนไปด้วยความเศร้าที่เงินก้อนนี้ได้มาโดยแลกกับชีวิตพ่อของเธอ
หญิงสาวจัดการทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะขับรถกลับมายังบ้านของศรัณย์ผู้เป็สามี ระหว่างที่เธอกำลังก้าวขาลงจากรถก็เป็จังหวะเดียวกับที่เขาเดินออกมาจากบ้านพอดี ศรัณย์หันมามองหญิงสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาก้าวเข้าไปหาเธอก่อนจะเอ่ย
“โผล่หน้ามาได้แล้วเหรอ”
“พิ้งค์้าหย่ากับคุณค่ะ” เขาเงียบไปก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก ซึ่งทำให้เธอประหลาดใจในรอยยิ้มของเขา
“วันนี้ฉันไม่ว่าง เธอไม่เห็นรึไงว่าฉันกำลังจะออกไปข้างนอก”
“แล้ววันไหนคุณว่างคะ งั้นวันนี้พิ้งค์รอคุณได้ทั้งวันค่ะ เสร็จงานแล้วเราไปหย่ากันส่วนเื่เงินพิ้งค์จะเคลียร์ให้เสร็จวันนี้เลยค่ะ”
“งั้นก็รอฉันว่างก่อนแล้วกัน เพราะตอนนี้ฉันรีบ” เขาพูดน้ำเสียงเ็าก่อนจะเดินชนไหล่เธอไปขึ้นรถ จากนั้นรถคันหรูก็ถูกขับออกไปอย่างไว
“คุณพิ้งค์เข้าไปรอได้ในก็ได้นะคะ เดี๋ยวป้าเอาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่มก่อนค่ะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวพิ้งค์มาใหม่ตอนเย็นค่ะ รอให้คุณศรัณย์เขาว่างก่อนพิ้งค์ก็ลืมไปว่าวันนี้เขาต้องเข้าบริษัท”
“ค่ะคุณพิ้งค์”
“งั้นพิ้งค์กลับก่อนนะคะ”
ตอนเย็น
ในระหว่างที่หญิงสาวนั่งคุยกับผู้เป็แม่อยู่ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอรีบหยิบขึ้นมาดูและเมื่อเห็นว่าเป็สายของศรัณย์ก็รีบกดรับสายทันที
พิ้งค์: ดีค่ะ
ศรัณย์: ฉันจองโต๊ะร้านอาหารxxxเอาไว้ ไปเจอกันที่นั่น
พิ้งค์: ทำไมต้องเจอที่ร้านอาหารด้วยคะ พิ้งค์ว่าเราควรคุยกันที่บ้านน่าจะรู้เื่กว่านะคะ
ศรัณย์: ใจคอเธอจะไม่ให้ฉันกินอะไรเลยรึไง เธอก็รู้ว่าฉันต้องกินข้าวเย็นเวลาไหน
พิ้งค์: ก็ได้ค่ะ แล้วเจอกัน ว่าแต่คุณจะมาประมาณกี่โมงคะ
ศรัณย์: เสร็จงาน
พิ้งค์: แล้วประมาณกี่โมงล่ะคะ นี่ก็เย็นมากแล้วนะคะ
ตื้ด...ตื้ด~
หลังจากที่เธอถูกเขาวางสายใส่เธอก็พ่นลมหายใจหนักออกมาทันที เพราะสิ่งที่เขาทำเมื่อสักครู่ก็ไม่ได้ต่างจากทุกๆ ครั้ง เธอหันไปมองหน้าแม่ก่อนจะเอ่ย
“พิ้งค์อาจจะกลับดึกหน่อย แม่ไม่ต้องรอนะคะ”
“อืม ยังไงก็ขอให้คุยกันดีๆ ราบรื่นนะลูก”
“ค่ะ”
หญิงสาวขับรถออกมารอเขายังร้านอาหารที่เขาส่งโลเคชั่นให้ แน่นอนว่าไม่ใช่เื่ยากในการหาโต๊ะนั่งเพราะเขาได้ทำการจองเอาไว้แล้ว แต่ทว่าเธอนั่งรอครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งเสียงท้องเริ่มส่งเสียงก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา แต่ก็ยังเชื่อว่าเขาต้องมาตามนัด ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ถึงขั้นจองโต๊ะเอาไว้แน่นอน ในระหว่างที่เธอนั่งรอจวบจนจะครบชั่วโมงเขาก็ไม่มาสักที จึงตัดสินใจโทรไปหาเขาอีกครั้ง
ตื้ด...ตื้ด...
แต่กลับไม่มีการรับสาย แม้แต่สายเดียว
ตื้ด...ตื้ด...
เธอพ่นลมหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะยกมือขึ้นเรียกพนักงานแล้วสั่งอาหารมาไว้รอ เผื่อว่าเขามาจะได้ทานอาหารเลย เธอนั่งรออาหารอยู่สักพักก่อนพนักงานจะเดินกลับมาพร้อมกับอาหาร หญิงสาวชะโงกหน้ามองไปยังประตูร้านแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะมา เธอถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าจึงตัดสินใจทานอาหารก่อนโดยไม่รอ
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งเธอทานข้าวเสร็จ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าคงโดนแกล้งเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เขาหลอกให้เธอมานั่งรอและเสียเงินจ่ายค่าอาหารโดยใช่เหตุ เมื่อเช็กบิลเสร็จเธอก็ตัดสินใจขับรถไปยังบ้านเขาอีกรอบ เพื่อหวังว่าวันนี้จะได้คุยกันเขาให้รู้เื่
“ป้าคะ คุณศรัณย์กลับมารึยังคะ” เธอเดินเข้าไปถามแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี
“คุณศรัณย์เหรอคะ ป้าเห็นกลับมาตั้งนานแล้วนะคะ ตอนนี้น่าจะอยู่ข้างบนค่ะคุณพิ้งค์ให้ป้าไปตามให้มั้ยคะ”
“หึ กลับมาตั้งนานแล้วงั้นเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ ั้แ่หัวค่ำแล้วค่ะ เดี๋ยวป้าไปตามให้นะคะ” ยิ่งเธอรู้ว่าเขาจงใจแกล้งเธอ อารมณ์โกรธที่เก็บเอาไว้ก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่ต้องค่ะ พิ้งค์ไปเอง” จากนั้นเธอก็เดินดุ่มๆ ขึ้นบันไดไปด้วยความโมโห ก่อนจะยื่นมือไปเคาะประตูห้องเขารัวๆ
ก๊อก! ก๊อก!
“เปิดสิ คุณศรัณย์!”
พลั่ก แอด~
“โวยวายอะไร?”
“ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอคะ คุณแกล้งพิ้งค์ทำไม พิ้งค์ไปนั่งรอคุณเกือบสองชั่วโมงแถมอาหารที่สั่งมาพิ้งค์ก็ต้องจ่ายเองทั้งหมด ทั้งที่คุณเป็คนจองโต๊ะ”
“โมโหที่ฉันผิดนัดหรือโมโหที่ได้เป็คนจ่ายค่าอาหาร?”
“ทั้งหมดค่ะ ทุกอย่างที่คุณทำกับพิ้งค์ ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรคะ”
“ฉันลืม ไม่ได้จะแกล้งเธอ”
“ให้ตายเถอะ! คนอย่างคุณเนี่ยเหรอจะลืม ขนาดวันเกิดพิ้งค์คุณยังจำได้เลยทั้งที่คุณเกลียดพิ้งค์จะตาย ถ้าไม่ว่างคุยพิ้งค์ไม่ว่าแต่อย่ามาแกล้งกันแบบนี้เลยค่ะ แล้วสรุปคุณจะเอายังไงคะ”
“เื่อะไร” เขาตอบกลับเธอด้วยน้ำเสียงเรียบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พิ้งค์้าหย่ากับคุณค่ะ”
“ไหนล่ะเงิน พร้อมแล้วก็เอาเงินมากองตรงหน้าฉันสิ”
“ก็วันนี้พิ้งค์รอคุณทั้งวัน จะไปธนาคารตอนนี้ก็คงปิดหมดแล้วมั้งคะ”
“ก็เป็พรุ่งนี้ แล้วเธอจะโวยวายทำไม”
“หึ โวยวายสิ ก็พิ้งค์อยากจะเคลียร์กับคุณให้จบ พิ้งค์จะได้ไปมีชีวิตใหม่สักทีไงคุณก็น่าจะรู้ดีว่าพิ้งค์และคุณ เราต่างรอคอยวันนี้มานานเท่าไหร่แล้ว”
“งั้นพรุ่งนี้เธอก็เอาเงินมาคืนฉัน ส่วนวันนี้เชิญกลับไปได้ละฉันจะพักผ่อน” พูดจบเขาก็ทำท่าจะปิดประตู แต่ทว่าถุกมือเล็กปรามไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!”
“มีอะไรอีก” เธอหยิบบิลค่าอาหารจากกระเป๋า แล้วยัดใส่มือเขา
“ค่าอาหาร 4,325 บาท จ่ายมาค่ะ” เธอพูดพร้อมกับแบมือ
“เธอนี่มัน!”
“หรือจะให้พิ้งค์คิดค่าเสียเวลาเพิ่มมั้ยคะ นั่งรอคุณแทบจะเป็ริดสีดวงอยู่แล้ว อย่าคิดว่าจะรังแกพิ้งค์ได้ฝ่ายเดียวเพราะต่อจากนี้พิ้งค์ไม่ใช่ภรรยาคุณแล้ว จ่ายมาค่ะ!” เธอมองหน้าเขาอย่างจริงจังพร้อมกับกระแทกหางเสียงใส่
“พิชญ์สินี เธอมัน!”
“ไม่ต้องมาเรียกชื่อ จ่ายมา!!!”