ณ ใจกลางเมืองหลวงแห่งอาณาจักรสุริยันดับ...
ความหวาดผวาอันเน่าเฟะกำลังกัดกินพระราชวังทองคำที่เคยอวดอ้างสัจธรรมอันสูงส่ง
เหนือท้องพระโรงอันโอ่อ่า ฮ่องเต้สุริยันดับทรงยืนแข็งค้างอยู่หน้ากระจกสอดส่องชะตาฟ้า พระหัตถ์ที่ประดับแหวนหยกสั่นเทาจนเส้นเลือดปูดโปนดุจจะปริแตก
เบื้องหน้าพระองค์... ตราประทับชะตาที่เชื่อมโยงกับหน่วยเงาทมิฬทั้งเจ็ด ละลายกลายเป็นเพียงแอ่งทิพย์วารีขุ่นมัว ไม่มีการต่อสู้ดิ้นรน ไม่มีเสี้ยววิญญาณหลงเหลือให้ติดตาม ราวกับหมาล่าเนื้อที่แข็งแกร่งที่สุดของราชวงศ์... ถูกขย้อนลงสู่ห้วงกลืนกินที่ไร้ก้นบึ้งไปโดยสมบูรณ์
“เปิดม่านสุริยันสัมบูรณ์!” ราชโองการถูกแผดก้องออกไปด้วยสำเนียงที่พยายามสะกดกลั้นสัญชาตญาณสัตว์ตรอก “รีดเร้นแก่นโลหิตจากคลังแก่นมิติทั้งหมด! ต่อให้ต้องสูบอายุขัยของก้อนเนื้อในเมืองหลวงไปครึ่งหนึ่ง... ก็จงกางม่านเดี๋ยวนี้!”
ครืนนนนนนน!!!
กังวานกลไกโบราณใต้รากพิภพคำรามสะเทือนทะลวงไขกระดูกสันหลัง เสาศิลาทองคำนับหมื่นต้นทั่วมหานครสาดแสงสีชาด ค่ายกลระดับราชวงศ์ที่จำศีลสูบเลือดโลกเบื้องล่างมาหลายพันปีถูกกระตุ้นอย่างบ้าคลั่ง แก่นปราณนับหมื่นสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหา ถักทอเกี่ยวกระหวัดกันเป็นโดมเยื่อบุขนาดยักษ์ที่ห่อหุ้มเมืองหลวงทั้งหมด!
ม่านสุริยันสัมบูรณ์! ปราการที่ถักทอจากสายเลือดและรากวิญญาณ! กำแพงที่เคยใช้บดขยี้สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจนเป็นเศษเนื้อ! สัจธรรมสูงสุดที่ราชวงศ์ใช้หลอกหลอนประชากรว่าไม่มีวันพังทลาย
บนกำแพงเมือง... แม่ทัพชราผู้รอดชีวิตจากกองศพมาทั้งชีวิต ทรุดเข่าลงอย่างหมดเรี่ยวแรง มันหอบหายใจ มองเยื่อบุสีทองที่ปกคลุมฟากฟ้า “รอดแล้ว... ม่านบรรพชน... จะเป็นกระดองคุ้มภัยพวกเรา”
รอบด้าน... ก้อนเนื้อนับล้านในคราบประชากร ต่างเงยหน้ามองโดมทองคำเหนือศีรษะ ทว่าในสัจธรรมแห่งห่วงโซ่อาหาร สิ่งที่พวกเขาสัมผัสได้หาใช่ความปลอดภัยไม่
เด็กหญิงตัวน้อยผู้หนึ่งกอดขามารดาแน่น นางไม่ได้เอ่ยถามด้วยความไร้เดียงสาเยี่ยงมนุษย์ ทว่าข่ายเส้นเอ็นของนางกำลังกระตุกเกร็ง ฟันเคลือบกระทบกันดังกึกๆ โลหิตในกายเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง สตรีผู้เป็นมารดาพยายามจะลูบศีรษะปลอบประโลม... ทว่าฝ่ามือของนางกลับแข็งทื่ออยู่ในห้วงอับดาร
เพราะสัญชาตญาณดิบในกายหยาบของสิ่งมีชีวิตนับล้าน... กำลังส่งคลื่นความถี่กรีดร้องเตือนพร้อมกัน
มีบางสิ่ง... กำลังทอดมองลงมา
วูมมมมมมมมม!!!
ห้วงอากาศเหนือเยื่อบุสีทองพลันวิรูปผิดสัณฐาน! ทะเลเมฆนับพันลี้ถูกฉีกทึ้งออกจากกันอย่างไร้ปรานี รอยแยกสีดำคล้ำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางผืนฟ้า ราวกับอเวจีกำลังอ้ากรามกว้าง ม่านตาของมนุษยชาตินับล้านคู่หดแคบลงสุดขีด
สิ่งที่กำลังดิ่งทะลวงลงมา... มิใช่อุกกาบาต มิใช่ทัณฑ์จากสวรรค์ ทว่ามันคือสัณฐานสีหมึกที่แผ่กลิ่นอายแห่งการย่อยสลาย ก้าวล่วงสรรพสิ่งทั้งปวง มวลอากาศรอบสังขารนั้นบีบอัดจนมิติแตกเป็นรอยร้าวสีดำ แสงสว่างรอบด้านถูกสูบกลืนหายไปจนหมดสิ้น ดุจหยดน้ำกรดทะมึน ที่กำลังดิ่งลงสู่ฝูงมดปลวก!
“อัดฉีดแก่นวิญญาณ!! โจมตีมัน!!!” แม่ทัพชราแผดสำเนียงจนหลอดลมฉีกขาด
ค่ายกลสังหารนับหมื่นจุดทั่วกำแพงเมืองถูกจุดระเบิด! ลำแสงพิฆาตสีทองแดงนับหมื่นสายพุ่งทะยานสวนขึ้นสู่ฟากฟ้า สาดกระหน่ำเข้าใส่สัณฐานสีหมึกที่กำลังร่วงหล่น ทว่า... สัจธรรมที่บังเกิดขึ้น กลับบดขยี้ทะเลวิญญาณของผู้มองเห็นจนพังพินาศ ลำแสงทำลายล้างเหล่านั้นไม่ได้ระเบิด ไม่ได้ถูกปัดป้อง แต่พวกมัน “จมหาย” เข้าไปในเงาสีหมึก... ดุจหยดน้ำที่ถูกกระดาษซับดูดกลืนอย่างไร้ร่องรอย!
เสนาบดีค่ายกลผู้เฒ่าบนหอคอยหลวง ทรุดเข่ากระแทกพื้น ทะเลวิญญาณของมันปริแตก “มันไม่ได้ต้านทาน...” กังวานของมันแหบพร่าดุจเศษศิลาขูดขีดกัน “ห้วงกลืนกินของมัน... กำลังสูบกลืนพลังค่ายกล!”
ปังงงงงงงงงง!!!
ในที่สุด กายหยาบมฤตยูก็ปะทะเข้ากับม่านสุริยันสัมบูรณ์! มหานครทั้งเมืองสั่นสะเทือนดุจแผ่นดินไหวระดับทำลายล้าง คลื่นแรงอัดกระแทกทำให้อาคารบ้านเรือนปริแตก ก้อนเนื้อนับล้านหลับตาปี๋ รอคอยให้ผู้บุกรุกถูกม่านพลังย่างสดดุจแมลงเม่า
ทว่า... คลื่นความถี่ที่สะท้อนก้องลงมาจากฟากฟ้า กลับเป็นกังวานที่ชวนให้กระเพาะของมนุษย์ตีกลับ
ฉี่————————!!! จ๊วบ... จ๊วบ...
มันมิใช่กังวานของการปะทะแตกหัก แต่มันคือคลื่นความถี่ของการ “ดูดกลืน” และ “หลอมละลาย” อย่างตะกละตะกลาม!
เด็กหญิงตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมองเป็นคนแรก ม่านตาของนางสะท้อนภาพฝันร้ายที่สลักลึกเข้าสู่รากวิญญาณ ม่านสุริยันสีทอง... กำลัง “เน่าเปื่อย” อักขระศักดิ์สิทธิ์นับล้านตัวบนเยื่อบุม่านพลัง ดิ้นพล่านกระตุกเกร็งดุจเหยื่อที่โดนน้ำร้อนลวก! พวกมันพยายามไถลหนีออกจากจุดปะทะ ทว่าแรงสูบกลืนจากรอยแยกรูปกากบาทกลางทรวงอกของสัณฐานสีหมึก กลับกระชากพวกมันหลุดลอยเข้าไปในความมืดมิดอย่างบ้าคลั่ง!
สัจธรรมดุจหลุมดำที่กำลังสูบกลืนและฉีกทึ้งดาวฤกษ์! แสงสีทองถูกยืดออกเป็นเส้นด้ายและไหลทะลักเข้าสู่เตาหลอมวิปลาส โดมทองคำปรากฏรอยด่างเนื้อตายสีดำคล้ำ จากหนึ่งจุด ลุกลามเป็นสิบ... เป็นร้อย... เป็นหมื่นจุด!
“อ๊ากกกกกก!!!”
กังวานโหยหวนไม่ได้มาจากท้องฟ้า... แต่มาจากภายในพระราชวัง! ผู้อาวุโสนับร้อยที่นั่งอัดฉีดแก่นโลหิตเพื่อค้ำจุนม่านพลัง พลันกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง! พลังชีวิต ไขกระดูก และอายุขัยของพวกมัน ถูก “สายสะดือที่เชื่อมกับม่านพลัง” สูบย้อนกลับขึ้นไปเบื้องบน! กายหยาบของเซียนเฒ่าเหล่านั้นเหี่ยวแห้งฝ่อแฟบกลายเป็นซากศพแห้งกรังในชั่วพริบตา โลหิตถูกสูบจนหมดตัวเพื่อไปป้อนเข้าปากของผู้ย่อยสลาย!
“ตัดค่ายกลทิ้ง!!! หยุดส่งพลัง!!!” ฮ่องเต้คำรามอย่างเสียสติ ทว่าสายเกินการณ์ ยิ่งพวกเขาดิ้นรน ห้วงกลืนกินของอเวจียิ่งอิ่มเอม!
แคว่กกกกก!!!
กรงเล็บสีหมึกขนาดยักษ์สอดทะลวงเข้าไปในม่านพลังที่กำลังละลาย ก่อนจะออกแรง “ฉีกทึ้ง” เยื่อบุสวรรค์จอมปลอมนั้นออกจากกันดุจฉีกเนื้อเปื่อยๆ! ช่องโหว่ขนาดมหึมาเปิดอ้าออกกลางฟากฟ้าเมืองหลวง สัณฐานสีหมึกของผู้ย่อยสลายก้าวทะลวงผ่านรอยแยกเข้ามาอย่างเชื่องช้า
มวลอากาศหนักอึ้งดุจศพทับซ้อนบีบอัดลงมาทั่วมหานคร เงาทะมึนของชายหนุ่มทอดตัวยาวบดบังแสงสว่าง ปกคลุมประชากรนับล้าน เนตรมารบรรพกาลรูม่านตาสามชั้นหมุนวน ทอดมองลงมาจากจุดสูงสุด
เขามิได้เอื้อนเอ่ยวาจาประกาศตน มิได้อธิบายความแค้น มิได้ประกาศสาส์นท้าทายสงคราม เขากางแขนทั้งสองข้างออกอย่างเชื่องช้า จากนั้น... สูบกลืนมวลอากาศเฮือกใหญ่เข้าสู่เตาหลอมวิปลาส
ฟู่ววววววววววววว—!!!
เพียงแค่การสูดลมหายใจของผู้ย่อยสลาย... ไอความเย็นเยียบพลันแผ่ซ่านครอบคลุมทั้งเมืองหลวง! ปราณฟ้าดิน ไอชีวิตของพฤกษา และเรี่ยวแรงของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ถูกกระชากหลุดออกจากรูขุมขน ลอยละล่องเป็นละอองหมอกขึ้นไปป้อนเข้าสู่สังขารบนฟากฟ้า!
ก้อนเนื้อนับล้านทรุดฮวบลงกับพื้นดุจถูกตัดเส้นเอ็น! แม่ทัพ ฮ่องเต้ ทหาร และประชากร พวกเขามิได้พ่ายแพ้ในสงคราม แต่สัญชาตญาณสัตว์ตรอกภายในสายเลือดของพวกเขาทุกคน กำลังบังคับให้กายหยาบ “ยอมจำนน” อย่างสิ้นสภาพ ระบบประสาทสั่งการให้สังขารแข็งทื่อ ไร้ซึ่งผู้ใดในลานสายตากล้าเงยหน้าสบเนตรมาร เพราะในห้วงอนธการแห่งความตายนี้... สัจธรรมอันโหดร้ายได้ประทับลงในไขกระดูกของทุกคนโดยสมบูรณ์
พวกเขาไม่ใช่ประชาชนที่รอการปกป้อง... ไม่ใช่กองทัพที่รอการทำศึก... แต่พวกเขาคือ “อาหารในฟาร์มเพาะเลี้ยง” ที่เจ้าของฟาร์มคนใหม่... กำลังแวะมาประเมินคุณภาพเนื้อ!
วูมมมมมมม!!!
สัณฐานสีหมึกของมัจจุราชทิ้งตัวดิ่งลงมาจากรอยแยกบนฟากฟ้า ดุจหยดน้ำกรดจากอเวจี
ตู้มมมมมมม!!!
ลานจัตุรัสหยกขาวหน้าพระราชวังระเบิดออกเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมา คลื่นกระแทกแห่งการย่อยสลายกวาดล้างทุกสัจธรรมรอบด้าน หอคอยเฝ้ายามศิลาแหลกละเอียดเป็นผุยผง กำแพงปราการศักดิ์สิทธิ์ปริร้าวและถล่มครืน เศษซากสถาปัตยกรรมและก้อนเนื้อของทหารยามลอยเคว้งอยู่กลางห้วงอับดาร ราวกับกฎแห่งแรงโน้มถ่วงถูกบดขยี้ด้วยเจตจำนงของผู้ล่า
เมื่อม่านฝุ่นเถ้าสีดำคล้ำค่อยๆ จางลง... กายหยาบสีหมึกยืนตระหง่านอยู่กึ่งกลางหลุมมรณะ นิ่งงัน เงียบเชียบ ราวกับความโกลาหลระดับอาณาจักรนี้ ไม่คู่ควรแม้แต่จะทำให้เขาขยับปลายนิ้ว ทัณฑ์ปฐพีสีเลือดปักจมลึกลงในศิลาข้างกาย
เนตรมารบรรพกาลรูม่านตาสามชั้น ทอดมองฝูงก้อนเนื้อนับแสนที่ตั้งขบวนเกราะทองคำอยู่เบื้องหน้า มิใช่มองกองทัพ แต่มอง “ภูเขาอาหาร” ที่รอการเคี้ยวกลืน
“บดขยี้มัน!!!” แม่ทัพราชองครักษ์แผดสำเนียงคำรามฉีกหลอดลม หวังใช้กังวานตวาดกลบความหวาดผวาในไขกระดูก
กังวานนั้นปลุกสัญชาตญาณสัตว์ตรอกของทหารนับแสน พวกมันดิ้นรนที่จะเชื่อ เชื่อว่าจำนวนมดปลวกที่มากพอ จะสามารถกัดกินราชสีห์ได้
ครืนนนนนน!!!
ค่ายกลสุริยันสงครามถูกกระตุ้นอย่างบ้าคลั่ง! แก่นโลหิตและปราณชีวิตของทหารนับแสนถูกรีดเร้น หลอมรวมเป็นลำแสงสีทองพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า แสงสว่างนั้นควบแน่น วิรูป และก่อสัณฐานขึ้นเป็นเงาร่างยักษ์สีทองสูงหลายพันจั้ง!
อวตารสุริยันบรรพชน! จิตวิญญาณผู้พิทักษ์ราชวงศ์ที่ถูกบูชาด้วยชีวิตมานับพันปี!
เพียงปรากฏสัณฐาน แรงกดดันแห่งสวรรค์จอมปลอมก็ทำให้ผืนพิภพสั่นสะเทือน ไอความร้อนศักดิ์สิทธิ์แผ่ซ่าน ขับไล่ความเหน็บหนาวแห่งความตายออกไปจากจิตใจของมนุษย์ ก้อนเนื้อชั้นล่างในคราบทหารจำนวนมากถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความปีติ “บรรพชนประทับแล้ว!” “แสงสว่างจะเผาผลาญความมืด! ราชวงศ์ไม่มีวันพ่าย!”
บนหอคอยหลวงเบื้องหลังกำแพงวัง... ฮ่องเต้สุริยันดับขบกรามแน่น พระเนตรที่ฝ่อแฟบเปล่งประกายแห่งความหวังอันบ้าคลั่ง นี่คือสัจธรรมสูงสุด นี่คือเจตจำนงของสายเลือดที่ไม่มีสิ่งใดอาจเอื้อม อวตารทองคำต้องบดขยี้ก้อนเนื้อวิปริตนั่นได้แน่!
บนฟากฟ้า... อวตารสุริยันง้างกระบี่ทองคำขนาดมหึมาขึ้นสูง แสงสาดกระจายดุจดวงอาทิตย์ดวงที่สอง ก่อนจะฟาดฟันลงมาหมายผ่ากะโหลกสิ่งแปลกปลอม!
ฉัวะะะะะะ!!!
คมกระบี่แหวกมิติ ฉีกฟากฟ้าออกเป็นสองซีก พุ่งตรงเข้าใส่สังขารสีหมึกเบื้องล่าง
ทว่า... ผู้ย่อยสลายในคราบมนุษย์เพียงเงยหน้าขึ้น ปราศจากวาจาโอ้อวด ปราศทางการตั้งรับ รอยแยกรูปกากบาทบนทรวงอกของเขา... ค่อยๆ ปริอ้าออก เตาหลอมวิปลาสเต้นกระหน่ำ!
ตึก!!! วูมมมมม!!!
ห้วงกลืนกินแห่งอเวจีเปิดอ้า! กระบี่สุริยันที่ควรจะผ่าขุนเขาให้แยกขาด กลับหยุดชะงักค้างอยู่เหนือศีรษะของเย่เฉินเพียงไม่กี่จั้ง สัจธรรมของมันเริ่มผิดสัณฐาน สัณฐานทองคำเริ่มปริร้าวและ “หลอมละลาย” จากกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ แตกตัวกลายเป็นเพียงสายน้ำโลหิตสีทองขุ่นมัว และถูกแรงดูดอันดิบเถื่อน “กระชาก” ทะลวงเข้าสู่เตาหลอมกลางอกของชายหนุ่มอย่างตะกละตะกลาม! ทีละส่วน... ทีละส่วน...
“ปะ... เป็นไปไม่ได้...” ฮ่องเต้พึมพำ พระพักตร์ซีดเผือดดุจกระดาษเปื่อยยุ่ย พระหัตถ์ที่เกาะระเบียงหินเผลอบีบจนเล็บฉีก พระองค์กำลังทอดพระเนตรเห็นบรรพชนที่เทิดทูนมาทั้งชีวิต... กำลังถูกกิน มิใช่ปะทะพ่ายแพ้ แต่ถูกสูบกลืนเข้าไปดุจของเหลวในแก้ว!
กร้วม... กร้วม... กร้วม...
คลื่นความถี่แห่งการบดเคี้ยวแก่นวิญญาณดังสะท้อนออกมาจากกรงอกของสังขารสีหมึก อวตารสุริยันบรรพชนแตกสลาย ร่างยักษ์สีทองถูกฉีกทึ้งเป็นริ้วๆ แล้วไหลทะลักเข้าสู่เตาหลอมวิปลาสจนไม่เหลือแม้แต่ละอองแสง ความหวังของทหารนับแสน ถูกกลืนลงคอไปต่อหน้าต่อตา!
ชายหนุ่มหลับตาลง เกล็ดสีหมึกทั่วร่างสาดประกายสีแดงคล้ำ เตาหลอมกรองเอารสชาติของศรัทธาจอมปลอมและเจตจำนงที่เน่าเฟะของราชวงศ์ทิ้งไป และสูบฉีดพลังงานบริสุทธิ์เข้าถักทอเกล็ดเนื้อให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ภาพสัจธรรมสูงสุดที่ถูกกลืนกิน... บดขยี้ข่ายเส้นเอ็นของกองทัพนับแสนจนพังพินาศ ผลกระทบทางวิญญาณตีกลับอย่างรุนแรง! ทหารนับหมื่นที่ค้ำจุนค่ายกลกระอักโลหิตออกทวารทั้งเจ็ด โลหิตในกายเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง
“หนะ... หนี...” ทหารแนวหน้าผู้หนึ่งปล่อยหอกหลุดมือ สติสัมปชัญญะแตกซ่าน
ทว่าสัญชาตญาณของการดิ้นรนนั้น ช้ากว่าสัญชาตญาณของการล่าเสมอ
วูมมมมม!!!
เมื่อห้วงกลืนกินได้รับอาหารเรียกน้ำย่อย อาณาเขตแห่งความตายจึงปะทุระเบิดออก! รัศมีสีดำทะมึนแผ่ทะลักกวาดล้างไปทั่วลานจัตุรัส มันมิใช่เพียงพายุลม ทว่ามันคือปรากฏการณ์ทางเคมีวิญญาณ!
“อ๊ากกกกกก!!!”
กังวานกรีดร้องของมนุษย์นับแสนประสานกันดุจนรกแตก ไอความร้อนแห่งการย่อยสลายกัดกร่อนทุกสรรพสิ่ง เกราะทองคำที่ทหารสวมใส่เริ่มหลอมละลาย หลอมรวมติดกับเปลือกผิวเนื้อ! ข่ายเส้นเอ็นปริแตก กล้ามเนื้อถูกปราณกัดกร่อนที่แฝงในอากาศลอกหลุดออกจากกระดูก รองแม่ทัพผู้หนึ่งยกมือที่สั่นเทาขึ้นมอง... ปลายนิ้วของมันกำลังกลายเป็นเถ้าธุลีละลายหายไปในห้วงอับดาร ราวกับถูกลบตัวตนออกจากกฎของโลก
ฉ่าาาาาา!!!
เมื่อกายหยาบถูกทำลาย... แก่นโลหิตและปราณชีวิตนับหมื่นสาย ก็พุ่งทะลวงออกจากซากของพวกมันดุจสายฝนที่ตกย้อนกลับขึ้นฟ้า! พายุสายเลือดข้นคลั่กไหลทะลักถาโถมเข้าสู่กายหยาบของเย่เฉิน กองทัพราชองครักษ์ที่เคยเกรียงไกรที่สุด... กำลังฝ่อแฟบ แห้งเหี่ยว และสลายกลายเป็นเพียงกองกระดูกแห้งกรังในพริบตา ตะกรันความทรงจำ ความหวาดผวา และเจตจำนงของทหารนับแสน ถูกเตาหลอมวิปลาสบดขยี้และย่อยสลายกลายเป็นเชื้อเพลิงบริสุทธิ์
บนหอคอยบัญชาการ... ฮ่องเต้สุริยันดับถอยกรูดหลังชนกำแพง ตราประทับหยกหลุดร่วงจากพระหัตถ์แตกกระจาย ตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์สถาปนาตนว่ากองทัพคือกำแพงเหล็ก ประชาชนคืออิฐหิน ทว่าบัดนี้... สัจธรรมเหล่านั้นเป็นเพียง “ซุปเนื้อ” ในชามของเดรัจฉานตนเดียว กำแพงสวรรค์ละลายแล้ว และในเสี้ยววินาทีนั้น... โลหิตสายเลือดสุริยันในกายของฮ่องเต้ พลันเดือดพล่านและปะทุออกทางพระนาสิก! รหัสสายเลือดราชวงศ์ของพระองค์กำลัง “หวาดผวา” ต่อเชื้อมรณะเบื้องล่าง!
ท่ามกลางทะเลโลหิตที่ลอยฟ่องอยู่รอบกาย เย่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น เนตรมารบรรพกาลรูม่านตาสามชั้น ตวัดมองทะลุระยะทางนับสิบลี้ จ้องตรงข้ามห้วงอากาศ... สบเข้ากับดวงตาของฮ่องเต้บนหอคอยโดยตรง ไม่มีถ้อยคำเย้ยหยัน ไม่มีสาส์นประกาศิต มุมปากที่ฉีกรั้งค่อยๆ แสยะกว้างขึ้นจนกรามเบี้ยวผิดรูป โลหิตข้นหนืดไหลย้อย เตาหลอมในอกส่งคลื่นความถี่กระหึ่มต่ำลึก... คล้ายกังวานคำรามของห้วงกลืนกินที่กำลังเรียกร้องหาอาหารจานหลัก และคลื่นความถี่นั้น... ก็ประทับสลักลงไปในทะเลวิญญาณขององค์ราชันย์โดยสมบูรณ์ ว่ามฤตยูกำลังจะเดินไปหยิบส้อมและมีดแล้ว!
บนยอดหอคอยบัญชาการที่กำลังปริร้าวและสั่นคลอนราวกับจะพังครืน...
ฮ่องเต้สุริยันดับทรุดเข่ากระแทกพื้นศิลาอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรี พระหัตถ์ที่เกาะระเบียงหินสั่นสะท้านจนเล็บฉีกขาด โลหิตไหลซึม เบื้องล่าง... มหานครที่เคยอวดอ้างสัจธรรมว่ารุ่งเรืองที่สุดในแดนตะวันออก กำลังถูกเปลี่ยนเป็นโรงฆ่าสัตว์ที่เปิดอ้า ปราการถูกหลอมละลาย กองทัพนับแสนถูกสูบกลืน แม้แต่จิตวิญญาณบรรพชนที่เทิดทูน... ก็ถูกเคี้ยวกลืนลงคอประดุจเศษขนมขบเคี้ยว ความหวาดผวาอันบ้าคลั่ง... ได้บดขยี้สติสัมปชัญญะขององค์ราชันย์จนป่นปี้!
“อั่ก...” ฮ่องเต้ขย้อนลิ่มเลือด รหัสสายเลือดในกายกำลังกรีดร้องสั่งให้ดิ้นรน พระองค์มิได้หันไปมองแม่ทัพชราที่ยืนสั่นงันงกอยู่เบื้องหลัง มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาตัดพ้อหรือด่าทอประชาชน สัญชาตญาณสัตว์ตรอกของทรราชสั่งการเพียงสิ่งเดียว... คือการเอาชีวิตรอด!
ฉึก!
พระองค์ขบกรามกัดปลายลิ้นของตนเองจนแหว่ง! แก่นโลหิตสายเลือดจักรพรรดิพุ่งทะลักออกจากพระโอษฐ์ สาดกระเซ็นรดลงบนตราประทับโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้แท่นบัลลังก์ศิลา!
ครืนนนนนนนน!!!
ห้วงมิติของเมืองหลวงทั้งเมืองพลิกคว่ำ! รอยร้าวสีแดงคล้ำดุจแผลเหวอะหวะ ฉีกขาดลุกลามไปทั่วถนนทุกสาย ค่ายกลเนื้อตายขนาดมหึมาที่ถูกฝังจำศีลอยู่ใต้มหานคร ปรากฏสัณฐานขึ้น! ประชาชนนับล้านและทหารที่เหลือรอดหยุดชะงัก ข่ายเส้นเอ็นของพวกมันถูกแช่แข็งในห้วงอับดารแห่งความตาย “เกิด...” วาจายังมิทันหลุดจากคอหอย
วูมมมมมมม!!!
รากเนื้อสีเลือดนับล้านเส้น พุ่งทะลวงขึ้นมาจากรอยแยกของผืนดิน! พวกมันชอนไชดุจพยาธิหิวโหย แทงทะลุฝ่าเท้า น่อง และช่วงท้องของก้อนเนื้อทุกชิ้นที่ยืนอยู่บนพื้น!
ฉ่าาาาา!!!
ทหารนับหมื่นถูกตรึงค้าง แม่ทัพชราผู้ภักดีถูกรากเนื้อเสียบทะลุกระดูกสันหลัง เปลือกผิวของประชาชนทุกคนเริ่มปริแตกและเหี่ยวแห้งดุจใบไม้โดนไฟ โลหิต แก่นชีวิต และข่ายเส้นเอ็น ถูก “รีดเร้น” ออกจากกายหยาบอย่างดิบเถื่อน กังวานร้องโหยหวนดุจนรกแตกดังก้องเมืองหลวง ไม่มีเวลาให้อ้อนวอน! ไม่มีเวลาให้ศรัทธาพังทลาย! เพราะสัจธรรมของพวกมัน... ถูกราชวงศ์สร้างขึ้นมาเพื่อเป็น “ปุ๋ยคอกสำรอง” ตั้งแต่แรกเริ่ม!
ตูมมมมมมม!!!
ผืนปฐพีของมหานครยุบตัวถล่มลงเป็นหลุมยักษ์ ทะเลโลหิต ซากศพ และตะกรันวิญญาณนับล้านชีวิต ถูกปั่นรวมกันดุจกระแสโคลนเน่าเฟะ ไหลทะลักทะลวงลงสู่ห้วงใต้พิภพ สถานที่ต้องห้ามที่สุดของราชวงศ์... กรงขังแห่งความวิปริตที่เพาะเลี้ยง “ของเสีย” มานับพันปี!
โฮกกกกกกกกกก!!!
กังวานคำรามที่ไม่ได้มาจากกล่องเสียงของสิ่งมีชีวิตใด ดังก้องทะลวงรอยแยก! สิ่งที่ผุดทะลักขึ้นมาจากใต้พิภพ... หาใช่อสูรผู้พิทักษ์อันสง่างามไม่ ทว่ามันคือ “ก้อนเนื้องอกขนาดมหึมา” ที่สูงตระหง่านเทียบเท่าภูเขา! พื้นผิวของมันสะอิดสะเอียนไปด้วยแขน ขา ใบหน้า และกะโหลกของเหยื่อนับแสนที่ถูกหลอมรวมกันอย่างมั่วซวน ดวงตาต่างขนาดหลายพันคู่เบิกกว้างกลอกกลิ้งอย่างไร้ทิศทาง ทิพย์วารีทำลายล้างและน้ำเหลืองไหลเยิ้มออกจากรูขุมขนที่วิรูป มันคือสัณฐานที่สะท้อนถึงความโสมมและความตะกละของราชวงศ์อย่างแท้จริง
วูมมม...
เนตรมารบรรพกาลรูม่านตาสามชั้นของเย่เฉิน หรี่แคบลง ทอดมองสัณฐานเนื้อวิปลาสเบื้องหน้า เขามองเห็นตะกรันวิญญาณนับแสนที่อัดแน่นอยู่ภายใน สตรี เด็ก คนชรา อสูร... ที่กำลังดิ้นรนอย่างทรมานในก้อนเนื้อนั้น ทว่า... มัจจุราชสีหมึกหาได้มีความรู้สึก “รังเกียจ” หรือเวทนาเยี่ยงมนุษยชาติไม่! ตรงกันข้าม... เตาหลอมวิปลาสในทรวงอกกลับเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง!
ตึก... ตึก... ตึก...
ทิพย์วารีข้นหนืดหยดทะลักออกจากกรามที่ฉีกกว้าง “สัจธรรมที่ถูกหมักหมมมานับพันปี...” ชายหนุ่มครางกระหึ่มต่ำลึกในลำคอ กลิ่นอายของมันช่างเข้มข้นจนทะลวงไขกระดูก
บนหอคอย... ฮ่องเต้ที่สติแตกซ่านแผดสำเนียงหัวเราะอย่างเสียสติ “เห็นหรือไม่! นี่คือก้นบึ้งของราชวงศ์! สังหารมันซะ! ฉีกกระชากเชื้อมรณะนั่น!”
โฮกกกก!!!
ก้อนเนื้องอกอาฆาตอ้าปากที่ผิดสัณฐาน หมายจะสูบกลืนสรรพสิ่งรอบด้าน มันมีพลังมหาศาลพอจะบดขยี้แผ่นดิน ทว่าเย่เฉินกลับหัวเราะ... เป็นกังวานหัวเราะวิปริตที่เสียดแทงโสตประสาทของทุกสัจธรรมที่ยังฝืนหายใจ เขามิได้มองมันเป็นอาวุธ มิได้มองมันเป็นศัตรู แต่มันคือ “บุฟเฟ่ต์จานยักษ์” ที่ฮ่องเต้เพิ่งคลุกเคล้าเสิร์ฟให้ถึงที่!
“พลังงานอัดแน่นดุจก้อนไขมันหมัก...” ทัณฑ์ปฐพีสีเลือดในมือสั่นสะท้านดุจส้อมและมีดที่สั่นระริก ชายหนุ่มย่อสังขารลงจนข่ายเส้นเอ็นสีหมึกปูดโปนดุจขดสปริง มิติอากาศรอบกายแตกปริเพราะแรงบีบอัด! “เจ้าอุตส่าห์เตรียมอาหารจานหลักที่น่าสนใจที่สุดตั้งแต่ข้าลืมตาตื่นขึ้นมา...” มุมปากฉีกรั้งแสยะยิ้มอัปลักษณ์ “ข้าก็จะขอแทรกซึมเข้าไปย่อยสลายมัน... จากข้างในห้วงกลืนกินของมันเอง!”
เปรี้ยงงงงง!!!
ผืนศิลาใต้เท้าแหลกละเอียดเป็นผุยผง! สังขารสีหมึกพุ่งทะยานแหวกห้วงเวหาดุจดาวตกแห่งอเวจี! พุ่งตรงทะลวงเข้าไปใน “โพรงปาก” ขนาดมหึมาของอสูรเนื้องอกนั้นอย่างไม่หวั่นเกรง!
งับบบบ!!! กรามอันผิดสัณฐานของอสูรยักษ์หุบงับลงมา บดขยี้มวลอากาศจนเกิดพายุคลื่นกระแทก กลืนกินสัณฐานของมัจจุราชเข้าไปจนมิด!
ความเงียบงันปกคลุมลานจัตุรัสเพียงเสี้ยวอึดใจ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!” ฮ่องเต้สุริยันดับแผดสำเนียงหัวเราะก้องอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาทะลักออกจากดวงตา “มันโดนกินแล้ว! ตัวเขมือบนั่นตกเป็นอาหารของบรรพชนแล้ว! ข้าชนะ! ราชวงศ์ของข้า—”
ทว่า... กังวานหัวเราะของทรราชพลันหยุดชะงักดุจถูกบีบคอ เมื่ออสูรเนื้องอกยักษ์ที่เพิ่งกลืนเหยื่อลงไป... พลันชะงักงัน ดวงตานับพันคู่บนเรือนร่างของมัน เบิกโพลงจนเส้นเลือดฝอยปูดโปน รูม่านตาขยายกว้างด้วย “ความหวาดผวา” ขั้นสูงสุด!
กึก...
พุบ... พุบ... ฉ่าาาาาา!!!
รอยนูนปูดขนาดใหญ่ผุดขึ้นบนหน้าท้องของอสูรยักษ์ ก่อนที่ผิวหนังเนื้อตายของมันจะ “หลอมละลาย” ทะลุออกเป็นรูโหว่! ทิพย์วารีทำลายล้างสีหมึกเดือดพล่านพุ่งกระฉูดออกมาดุจน้ำพุกรด
โฮกกกกก—แอ้กกก!!!
กังวานคำรามของมันแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสำลักความเจ็บปวดที่ไร้ขีดจำกัด รอยปริแตกสีดำคล้ำและแสงสีทองหม่น สาดทะลักทะลวงออกมาจากอวัยวะภายในของมัน ชอนไชทะลุกะโหลก ทะลุแผ่นหลัง ทะลุดวงตา! สัจธรรมอันโหดร้ายได้ถูกพิสูจน์แล้ว... อสูรยักษ์หาได้กลืนกินมัจจุราชไม่ แต่มันกำลังถูกผู้ย่อยสลายระดับจักรพรรดิ “แหวกว่ายและกัดกิน” อวัยวะภายในของมันดุจแตนเบียนที่กัดกินตัวหนอนทั้งเป็น!
และมื้ออาหารที่วิปลาสที่สุดในประวัติศาสตร์... ก็ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!
[จบตอนที่ 94]