เมื่อได้ฟังรายละเอียดในมรดกทั้งหมดอย่าว่าแต่ปลายนภาเลยที่หน้าถอดสี แม้แต่คุณพิศเพลินพิศสมัยก็หน้าเจื่อนไปไม่น้อยนี่ก็เท่ากับว่าคุณปลายนภาแทบไม่ได้อะไรเลย ที่ได้บ้างก็มีแต่เนตรนภาเท่านั้นแต่ก็น้อยมากจริงๆ ปลายนภามองหน้าทนายความสุวิทย์อย่างเดือดดาล และค่อนข้างงงว่าทำไมทนายสุวิทย์ถึงเอาเอกสารชุดเก่าที่ยังไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงออกมาอ่านแล้วไปเอามาได้ยังไง ก็ในเมื่อเอกสารเก่าพวกนั้นถูกทำลายไปแล้ว
ทนายสุวิทย์เหมือนจะรู้ดีว่าปลายนภาคิดเช่นไรจากสายตาที่ปลายนภาส่งมาทางตนทนายสุวิทย์พยายามที่จะส่งสัญญาณสายตากลับไปเช่นกันว่ามันมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นแต่ดูเหมือนว่าปลายนภาจะไม่ได้รู้ความหมายในสายตาของทนายสุวิทย์เลยแม้แต่น้อยอลินตาที่นั่งอยู่ก็ยิ้ม ซึ่งเป็นยิ้มที่ปลายนภารู้สึกว่าเหมือนยิ้มแกมเยาะเสียมากกว่าอลินตาขยับตัวนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น
“เก็บอาการบ้างก็ดีนะคะคุณน้า..”ปลายนภาปรายตามองหลานสาวตัวเองช้าๆ ไม่ชอบที่อลินตาพูดทิ่มแทงใจดำแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกลืนน้ำลายลงคอ และพยายามเก็บอาการอย่างที่สุดทนายสุวิทย์ออกอาการเลิ่กลั่ก ก่อนจะอ้อมแอ้มพูด
“เอ่อ..สำหรับทรัพย์สินชุดที่หก ที่ดินท้ายสวนหลังคฤหาสน์โหราตระกูล พร้อมบ้านเดี่ยวในจำนวน6 ไร่ ยกให้กับปลายนภาน้องสาวของข้าพเจ้ามีสิทธิ์โดยชอบธรรม..”เมื่อทนายสุวิทย์อ่านมาถึงตรงนี้ ปลายนภาก็กำหมัดแน่นมรดกเท่าหางอึ่ง ได้แค่นี้จริงๆ เหรอ ปลายนภาเหมือนโดนตบหน้าสามฉาดรวดในคราวเดียวแค่นี้เองอย่างนั้นเหรอ!!
“จบหรือยัง!!”ปลายนภาสะบัดเสียงห้วนใส่ทนายสุวิทย์อย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้น ทนายสุวิทย์อึกอัก
“ยังครับยังมีอีกสองข้อ..” อลินตาที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานนั้นก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“ต่อเลยค่ะจะได้จบๆ เผื่อคุณน้าอยากมีพื้นที่ส่วนตัว..” พูดจบสองน้าหลานก็ประสานสายตา ชิ้ง.. ขวับ.. ประหนึ่งจะหยุมหัวกันอยู่แล้วเชียวล่ะ
“ทรัพย์สินชุดที่เจ็ดเงินสดในธนาคารจำนวนสิบล้าน ยกให้เนตรนภา โหราตระกูล หลานสาวคนเดียวของข้าพเจ้า..”เนตรนภาได้ยินก็ถึงกับตะลึง ตกใจ เพราะไม่คิดว่าป้าดารารายจะมีเมตตามาถึงตนตั้งสิบล้านแน่ะ เนตรนภารู้สึกซาบซึ้งและดีใจมากส่วนอลินตาก็ยิ้มให้กับเนตรนภาอย่างดีใจด้วย แต่สำหรับปลายนภาตอนนี้หน้าตึงเหมือนเพิ่งร้อยไหมมา88 เข็มถ้วน
“และมรดกชุดที่แปด ชุดสุดท้ายแล้วครับ เฮือนทอผ้าอีกหลังที่อยู่ติดกับที่ดินท้ายสวนที่ข้าพเจ้ายกให้ปลายนภาน้องสาวของข้าพเจ้านั้นเฮือนหลังนี้ข้าพเจ้ายกให้กับเนตรนภา โหราตระกูลแต่เพียงผู้เดียว!!” อลินตาได้ยินก็เข้าใจความหมายการเขียนพินัยกรรมของแม่เธอทันที แม่เป็นคนที่ฉลาดมากที่สุดคนหนึ่งแม่แยกที่ดินออกหลายส่วน และในที่ดินแต่ละผืนก็มีเรือนปลูกแฝงอยู่บนที่ดินนั้นๆโดยมีกี่ทอผ้าบ้าง บางเรือนก็เป็นที่เก็บผ้าบ้าง บางเรือนก็เป็นสถานที่ทอผ้าบ้าง
ซึ่งความหมายแฝงของแม่นั่นคือมันจะต้องมีสิ่งสำคัญซ่อนอยู่ภายในทรัพย์สินพวกนี้ ดังนั้นของสำคัญจะเอามารวมกันเพื่อให้ง่ายแก่การติดตามไม่ได้แต่.. ประโยคหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวของอลินตาตอนนี้นั่นคือ ‘ที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด’ เมื่อคิดได้ดังนั้นอลินตาก็รีบเก็บงำความคิดของตัวเองให้หมดสิ้นก่อนที่จะมีใครแอบอ่านใจของเธอหรืออ่านความคิดของเธอเข้า ส่วนทนายสุวิทย์ก็อ่านรายละเอียดในพินัยกรรมเป็นการปิดท้าย
“ข้าพเจ้า นางสาวดารารายโหราตระกูลขอรับรองว่าข้อความทั้งหมดเป็นข้อความที่ข้าพเจ้าเขียนขึ้นในขณะที่ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดีทุกประการและเขียนขึ้นด้วยความเต็มใจทั้งหมดข้าพเจ้าได้ทำการลงลายมือชื่อในหน้าเอกสารทุกแผ่นเรียบร้อย ต่อจากนั้น อลินตาจะเป็นคนจัดการทุกอย่างแทนข้าพเจ้าลงชื่อ ดาราราย โหราตระกูล ครับ...” ทนายสุวิทย์กล่าวทิ้งท้ายอลินตายิ้มกริ่มเปลี่ยนขาอีกข้างขึ้นมาไขว้เอาไว้พร้อมกับยกมือข้างหนึ่งนวดคางเบาๆ แล้วพูดเสียงดังฟังชัด
“คุณลุงคะจัดการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดให้อลินภายในวันนี้เลยนะคะเดี๋ยวอลินจะเซ็นต์เอกสารทั้งหมด เรามีพยานพร้อมร่วมเซ็นต์ชื่ออยู่แล้วค่ะหมิงเต๋อ เป๋าตุง ฉันเปลี่ยนแผนการเดินทางนิดหน่อยนะเดี๋ยวฉันจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสองคืน ส่วนน้าปลายนภาอลินให้เวลาคุณน้าถึงสิ้นปีนี้ก็แล้วกันนะคะ สำหรับการย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่”อลินตาพูดอย่างมีอำนาจในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเธอเต็มที่
ปลายนภาเดือดดาลยิ่งนักกับการที่ต้องมานั่งฟังคำสั่งนังเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้เธอได้แต่กำมือแน่น และอลินตาก็รู้ว่าตัวเองได้จุดไฟกองใหญ่ขึ้นเสียแล้วแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าไฟนั้นจะเผาใครระหว่างตัวเธอกับน้าของเธอแต่เธอคงต้องรีบเสียแล้วไม่มีเวลามาเกรงใจ หรือเห็นอกเห็นใจใครทั้งสิ้น ปลายนภาตาแข็งกร้าว
“พี่ดาราใจดำกับนภามาก!!”ปลายนภาคำรามผ่านไรฟัน ไม่สนใจใคร ด้วยความแค้นที่สุมเข้ามาในหัวอกอลินตาไม่พอใจที่น้าสาวของเธอเอ่ยถึงแม่แบบนั้น
“แม่ยุติธรรมแล้วต่างหากของของแม่ ก็ต้องตกเป็นของลูก ก็ถูกต้องแล้ว คุณน้าก็ยังได้ที่ดินที่แม่แบ่งให้มรดกของคุณน้าทุกอย่างก็ไม่ได้กระเด็นไปไหน หนำซ้ำแม่ยังแบ่งสันปันส่วนมาถึงยัยเนตรทั้งที่ถ้าคุณน้าตายไป ยัยเนตรก็ได้รับมรดกเกือบเทียบเท่าอลินเลยไม่ใช่เหรอคะ?ถ้าาเป็นญาติพี่น้องบ้านอื่น โดยปกติเขาจะซาบซึ้งและขอบคุณคุณแม่ด้วยซ้ำแต่นี่..." อลินตาหรี่ตามองน้าสาวของตัวเองเนตรนภาได้แต่ขยับเข้ามาหาแม่ของตนก่อนจะบีบมือให้กำลังใจ
ส่วนทางด้านคุณพิศเพลินพิสมัยก็เงียบไปคดีพลิกไปจากที่คิดมาก ไม่คิดว่าปลายนภาจะเป็นฝ่ายชวดมรดกชนิดที่เรียกได้ว่าแทบไม่ได้อะไรติดมือเลยด้วยซ้ำเป๋ากับหมิงยืนเงียบฉี่ อารมณ์เหมือนกำลังอยู่ท่ามกลางศึกสงครามแห่งสายเลือดอลินตามองหน้าปลายภาพลางเอ่ยลอยๆ
“หรือมันมีอะไรที่สำคัญมากกว่ามรดกในพินัยกรรมคะคุณน้า!”เมื่ออลินตาพูดขึ้นมาแบบนั้น ปลายนภาก็ลุกพรวดขึ้นทันที ใจจริงอยากจะตบหลานสาวตัวดีให้คว่ำแต่เพราะอยู่ต่อหน้าคนมากมายทั้งอลินตาก็ไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาอย่างเมื่อวันวานอีกต่อไป จึงได้แต่
“อย่ามาลามปามผู้ใหญ่ให้มันมากนักนะอลินตาอย่างน้อยฉันก็มีศักดิ์เป็นน้าเธอ ทำอะไรให้รู้จักเกรงอกเกรงใจกันบ้าง..” อลินตานั่งนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ตอบโต้ใดๆ ทว่าอลินตากลับคิดในใจสิ่งที่เธอพูดมันยังน้อยไปกับสิ่งที่น้าเธอกระทำถึงขั้นทำให้แม่กับพ่อเธอระเห็จออกไปจากบ้านหลังนี้ เพราะหลงเชื่อไอ้ปีศาจอสูรกายดำนั่นและหนักหนาไปกว่านั้นคือปล่อยให้มันมาไล่ล่าฆ่าพ่อกับแม่เธอจนตาย!!นี่ก็มากเกินกว่าจะนับญาติกันแล้วเนตรนภาที่ทนเห็นน้าหลานทะเลาะกันไม่ได้ก็รีบลุกขึ้นเข้าประคองแขนแม่ตัวเอง
“คุณแม่คะกลับห้องไปพักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวเนตรพาไป” เนตรนภาน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งนักนั่นแหละคุณปลายนภาถึงได้ลุกขึ้นยืนก่อนจะหันมาสั่งเด็กรับใช้ที่เหลือในบ้านด้วยน้ำเสียงหนักๆ
“นังรุ้ง ดูแลคุณพิศเพลินพิสมัยให้ฉันด้วย”จากนั้นก็หันไปทางคุณพิศเพลินพิศสมัย ที่นั่งปั้นหน้ายากอยู่อีกฝั่ง
“คุณพิศคะฉันขอตัวก่อนนะคะ อยู่ไม่ไหวจริงๆ เด็กมันไร้มารยาทไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่รู้จักว่าเวลาไหนควรพูดเวลาไหนไม่ควรพูด..” คุณพิศเพลินพิสมัยไม่เคยเห็นปลายนภาบ้าเลือดออกอาการเกรี้ยวกราดเช่นนี้มาก่อนก็ได้แต่แอบคิดในใจว่าคงจะผิดหวังรุนแรงที่พลาดมรดกของพี่สาวตัวเอง แต่อลินตากลับคิดว่าน้าปลายนภาพลาดที่เชิญคุณพิศเพลินพิศสมัยมาเป็นพยานการรับมรดกในครั้งนี้
เพราะหลังจากที่คุณพิศเพลินพิสมัยกลับไปแล้วหลังจากนี้ข่าวเรื่องมรดกตระกูลเธอคงได้แพร่กระจายไปไกลทั้งประเทศเป็นแน่ แต่ขณะที่เนตรนภากำลังประคองปลายนภาผู้เป็นแม่ออกไปอลินตาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ...