เสียงปรบมือและเสียงแสดงความยินดีดังกึกก้องขึ้นมาจากทิศทางของเหล่าคณาจารย์แห่งโรงเรียนสหเวทย์ สาขา 896 อย่างไม่ปิดบัง นี่คือผลลัพธ์ที่พวกเขาภาวนาให้เกิดขึ้น! การที่ผู้เข้ารอบห้าอันดับแรกถึงสี่คนมิได้มาจากตระกูลใหญ่ทั้งสี่ ถือเป็นสัญญาณแห่งความหวังและความเปลี่ยนแปลงที่พวกเขารอคอยมานานแสนนาน
"น่าชื่นชมยินดียิ่งนัก!" อาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "เด็กกลุ่มนี้...พวกเขาคือความหวังของเมือง 896 อย่างแท้จริง!"
"ใช่แล้วท่านอาจารย์ใหญ่" อาจารย์อีกท่านเสริม "พวกตระกูลใหญ่กุมอำนาจและถือครองทรัพยากรแต่เพียงผู้เดียวมานานเกินไปแล้ว การที่เด็กเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือกว่า ย่อมเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริงเสียที!"
ความจริงแล้ว เหล่าคณาจารย์เหล่านี้มิได้มีความสุขกับการต้องมาประจำการอยู่ที่เมือง 896 ซึ่งถือเป็นเมืองท้ายแถวนี้เลยแม้แต่น้อย มันไม่ต่างอะไรกับการถูกทอดทิ้งให้รอวันโรยรา อนาคตของพวกเขาดูมืดมน แต่กลุ่มของณิชา เป็นแสงแห่งความหวังอันริบหรี่ให้แก่พวกเขา การเลื่อนอันดับเมืองเท่านั้น ที่จะปลดปล่อยพวกเขาจากชะตากรรมอันน่าเบื่อหน่ายนี้ได้ และเด็กสาวทั้งสี่นี้คือตัวแปรสำคัญ
ณิชา เชียร์ร่า รุจี และมาริน เดินตรงมายังที่พักของผู้อาวุโสมทินา (ดารานั้นแยกตัวออกไปสมทบกับตระกูลนันทกุลของตนเองแล้ว ตามคำสั่งของณิชา) บรรยากาศรอบข้างยังคงคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
เจ้าตระกูลวรกุลมองตามร่างของณิชาด้วยแววตาที่ลุกโชนด้วยเพลิงแค้น น้ำตาไหลพรากเมื่อคุณชายใหญ่ วรุฒ และคุณหนูรอง วริศ ซึ่งแม้จะผ่านการทดสอบมาได้ แต่ก็ด้วยคะแนนที่ไม่น่าพอใจนัก เดินเข้ามาสมทบ "พวกเจ้าจะต้องทำให้ข้าเห็น! ทำให้ตระกูลวรกุลกลับมายิ่งใหญ่! ส่วนนังเด็กณิชานั่น...ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่!"
ส่วนคุณชายเจ็ด วรัต นั้นไม่กล้าแม้แต่จะสบตาณิชา ได้แต่หลบอยู่หลังบิดา
ทันใดนั้น อัคคี รัชโยธิน ก็ปรี่เข้ามาขวางหน้าณิชาและพวก "พวกเจ้า! โดยเฉพาะเจ้า ณิชา! กล้าดียังไงมาทำร้ายข้าและสหาย!" เขาโวยวายเสียงดัง แต่ณิชากลับไม่แม้แต่จะชายตามอง ทำให้เขายิ่งเดือดดาล
ท่านผู้เฒ่ารัชโยธินเดินตามมาสมทบด้วยท่าทีคุกคาม "เจ้าเด็กไร้มารยาท! คิดว่ามีผู้อาวุโสมทินาหนุนหลังแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นรึ!" ด้วยความอาวุโส เขาทำท่าจะเข้ามา "สั่งสอน" เด็กสาว แต่ณิชากลับแวบหลบไปอยู่ด้านหลังของมทินาอย่างรวดเร็วและแนบเนียน
มทินาเหลือบมองณิชาเล็กน้อยด้วยแววตาทึ่งๆ ที่เจือความสนใจในท่าทีที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปของศิษย์เอกผู้นี้ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับท่านผู้เฒ่ารัชโยธินด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
"ท่านผู้เฒ่ามีธุระอันใดกับศิษย์ของข้าหรือ?" น้ำเสียงของมทินาเย็นชา
ท่านผู้เฒ่ารัชโยธินถึงกับชะงัก พูดไม่ออกไปชั่วขณะ เมื่อเห็นว่ามทินาพร้อมจะปกป้องศิษย์ของตนอย่างเต็มที่ จึงเปลี่ยนเป้าหมาย "ท่านมทินา! ศิษย์ของท่านมันเหิมเกริมเกินไปแล้วนะ! พวกมันทำร้ายทายาทของตระกูลใหญ่ถึงสองตระกูล! เรื่องนี้ท่านจะว่าอย่างไร!?"
"การทดสอบย่อมมีการกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา" มทินาตอบอย่างไม่ใส่ใจ "หากทายาทของท่านอ่อนแอเอง ก็ไม่ควรจะโทษผู้ใด"
"เจ้า!" ท่านผู้เฒ่าโกรธจนตัวสั่น "ดี! ดีมาก! ข้าจะจำไว้! ข้าจะให้บุตรชายคนโตและคนรองของข้าที่อยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ มา 'เยี่ยมเยียน' สั่งสอนศิษย์ของท่านให้รู้สำนึกถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน!" ว่าแล้วก็กระทืบเท้าเดินจากไปอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง
คณิน ธีรเดช ซึ่งยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ มองมาทางณิชาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจระคนทึ่งในความสามารถและความกล้าของนาง
ไม่นานนัก เสียงประกาศจากกรรมการก็ดังขึ้นอีกครั้ง "บัดนี้ ขอประกาศการแข่งขันรอบที่สอง! ซึ่งจะเป็นการประลองฝีมือแบบตัวต่อตัว เพื่อจัดอันดับผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแท้จริงของโรงเรียนสหเวทย์ สาขา 896 ในปีนี้!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"ผู้ชนะเลิศเพียงหนึ่งเดียวของการประลองครั้งนี้ จะได้รับรางวัลอันล้ำค่า ได้แก่ รอยสักวงแหวนระดับสี่! ลูกแก้วว่างเปล่าระดับมิทริล! ผลึกเวทมนตร์บริสุทธิ์หนึ่งก้อนใหญ่! คะแนนสะสมพิเศษอีกสองหมื่นแต้ม! และสุดท้าย...ลูกแก้ววิญญาณหงส์อัคคีระดับมิทริล ซึ่งถูกจับและผนึกด้วยศาสตร์ชั้นสูง รับประกันการได้ทักษะระดับสูงอย่างแน่นอน!"
สิ้นเสียงประกาศรางวัลสุดท้าย! ดวงตาของรุจี ราตรี สุธีรา สินี โชติกา รวมถึงผู้อาวุโสนักบุญสาธิตา ถึงกับลุกเป็นไฟ! ลูกแก้ววิญญาณหงส์อัคคี! มันช่างเหมาะสมกับสายพลังธาตุไฟของพวกนางอย่างที่สุด! นี่คือโอกาสที่จะก้าวกระโดดในพลังฝีมืออย่างแท้จริง!
พลันปรากฏหน้าจอเสมือนขนาดใหญ่ขึ้นกลางลาน แสดงสายการแข่งขันของการประลองรอบสอง ณิชาซึ่งขยับไปนั่งบนอัฒจันทร์กับพวกเชียร์ร่าแล้ว อดที่จะทึ่งกับสิ่งประดิษฐ์อันล้ำสมัยตรงหน้าไม่ได้ แต่ในขณะที่นางกำลังพิจารณาสายการแข่งขันอยู่นั้น ก็มีร่างสูงของชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินเข้ามา ก่อนจะทรุดกายนั่งลงไม่ห่างจากนางนัก
"แม่นางณิชา...ช่างงดงามสง่าสมคำร่ำลือเสียจริง แม้จะมีผ้าปิดปากผืนบางนั้น ก็มิอาจปิดกั้นรัศมีความงามอันเจิดจรัสของแม่นางได้เลยแม้แต่น้อย"
ชายหนุ่มผู้เอ่ยวาจาเกี้ยวพาราสีณิชาอย่างเปิดเผยผู้นี้ มิใช่ใครอื่น...เขาคือ คณิน ธีรเดช นั่นเอง
"ดูนั่นสิณิชา มีบุรุษรูปงามมาโปรยเสน่ห์ถึงที่เลยนะ!" รุจีกระแซะณิชาอย่างอารมณ์ดี
มารินเพียงแค่ยิ้มบางๆ ส่วนเชียร์ร่ากลับถอนหายใจเบาๆ "เฮ้อ...ตั้งแต่มีณิชาเข้ามานี่ รู้สึกว่าจำนวนบุรุษที่เคยมาวนเวียนใกล้ๆ ข้ามันจะลดน้อยถอยลงไปเยอะเลยนะ" นางแกล้งทำเสียงน้อยใจ
ณิชาได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบรับคำหยอกล้อของสหาย
เสียงกระซิบจากอัฒจันทร์ฝั่งคุณชายเริ่มดังขึ้น
"นั่นคุณชายคณินนี่นา! รวดเร็วดั่งใจคิดจริงๆ!"
"แม่นางณิชานั่นช่างงามล่มเมือง แม้จะเห็นเพียงครึ่งหน้าก็ยังสะกดสายตา!"
"แต่ดูท่าทางเย็นชานัก คุณชายคณินจะเข้าถึงตัวได้รึ?"
ส่วนฝั่งคุณหนูบางคนก็เริ่มมีเสียงหมั่นไส้
"เหอะ! คุณชายคณินก็เหมือนเดิม เห็นสาวงามหน่อยเป็นไม่ได้!"
"นังเด็กนั่นมันมีดีอะไรนักหนา!"
คณิน ธีรเดช ผู้นี้เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงสังคมชั้นสูง เขาคือบุตรชายคนโปรดของท่านขุนธีรเดช รูปงามราวเทพบุตร ท่าทางภูมิฐาน ผนวกกับฐานะจากตระกูลอันดับหนึ่งของเมือง (ในแง่ความก้าวหน้าทางอารยธรรม) ทำให้มีหญิงสาวมากหน้าหลายตาพากันตกหลุมรักและหมายปอง แต่คณินนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าสำราญและความหลงใหลในรูปลักษณ์ของตนเองอย่างหาใครเปรียบ เขาเชื่อมั่นว่าสตรีใดได้ยลโฉมและได้รับเกียรติให้เขาสนทนาด้วย ย่อมต้องหลงใหลในตัวเขาเป็นธรรมดา
'หึ...น่าสนใจ' ณิชา แสยะยิ้มในใจอย่างเย็นชา 'ดูเหมือนจะมีของเล่นชิ้นใหม่มาให้ข้าได้หยอกเย้าแก้เบื่อเสียแล้วสิ' นางตัดสินใจที่จะลองเล่นตามน้ำไปกับคุณชายเจ้าสำราญผู้นี้สักหน่อย ณิชาคนเดิมอาจจะอึดอัดและพยายามหลีกหนี แต่ณิชาในยามนี้...กลับรู้สึกสนุกอย่างประหลาด
‘เอ๊ะ?’ แต่ในขณะเดียวกัน นิชาค่อนข้างประหลาดใจกับท่าทีเปลี่ยนไปของณิชา
"ท่านคณินกล่าวชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" ณิชาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเขินอายเล็กน้อย แต่แววตากลับทอประกายบางอย่างที่คณินอ่านไม่ออก
"มิได้เกินเลยไปแม้แต่น้อย แม่นางณิชา" คณินยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
"ตระกูลธีรเดชของเรานั้นให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าทางอารยธรรมเสมอมา สิ่งประดิษฐ์เช่นหน้าจอภาพเสมือนนี้ ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับพวกเรา ไม่เหมือนพวกตระกูลอื่นที่ยังคงคร่ำครึอยู่กับสิ่งเดิมๆ" เขาอดที่จะโอ้อวดถึงความเหนือกว่าของตระกูลตนเองมิได้
คณินรู้สึกพึงพอใจในตัวเองอย่างที่สุด ตามข่าวลือที่เขาได้ยินมา แม่นางณิชาผู้ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความหยิ่งผยองและไม่เคยแยแสบุรุษใด บัดนี้กลับดูเหมือนจะกำลังหลงใหลในเสน่ห์และความรู้ของเขา สมกับเป็นเขาจริงๆ!
เหล่าคุณชายจากตระกูลอื่นที่นั่งอยู่ไม่ไกล ต่างหันมามองคณินด้วยแววตาอิจฉาริษยาอย่างไม่ปิดบัง ทำให้คณินยิ่งเชิดหน้าชูตาและรู้สึกเหนือกว่าขึ้นไปอีก
แต่ในทางกลับกัน เหล่าคุณหนูจากตระกูลต่างๆ ที่เคยหมายปองคณิน ต่างมองมาทางณิชาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาและชิงชัง มีเสียงซุบซิบนินทาว่าร้ายนางดังขึ้นเป็นระยะ
"นังนั่นมันใช้มารยาอะไรหลอกล่อคุณชายคณินกันนะ!"
"ดูท่าทางออดอ้อนไม่รู้จักอาย!"
"ดูสายการแข่งขันสิ! แม่นางณิชา...ท่านได้ลงประลองเป็นคู่แรกเลยนะ" คณินชี้ไปยังหน้าจอ
"คู่ต่อสู้ของท่านคือ...อ้อ คุณชายสี่จากตระกูลรัชโยธินนั่นเอง ดูท่าทางอ่อนแอสิ้นดี หากแม่นางไม่รังเกียจ ให้ข้าน้อยไป 'สั่งสอน' เขาแทนแม่นางสักหน่อยดีหรือไม่?" เขาเสนอตัวอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง หวังจะสร้างความประทับใจ
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านคณิน ขอบคุณสำหรับความหวังดี" ณิชาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ก่อนจะลุกขึ้นยืน "ข้าขอตัวไปเตรียมตัวก่อนนะเจ้าคะ" ว่าแล้วนางก็เดินตรงไปยังเวทีประลองทันที ไม่เปิดโอกาสให้คณินได้เอ่ยคำใดต่อ
คู่ต่อสู้ของนางคือคุณชายที่สี่แห่งตระกูลรัชโยธิน ท่าทางดูตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าตนเองต้องมาประลองกับ "เจ้าแม่ดาบทอง" ผู้เป็นตำนานคนใหม่ของการทดสอบรอบแรก
"เริ่มการประลองได้!" เสียงกรรมการประกาศก้อง
แต่ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศ!
"ข้า...ข้ายอมแพ้ขอรับ!" คุณชายสี่ตระกูลรัชโยธินตะโกนลั่น พร้อมกับโค้งคำนับให้ณิชาอย่างสุภาพ
"ข้าน้อยมิอาจหาญสู้กับแม่นางผู้เก่งกาจและงดงามเช่นท่านได้ ชัยชนะนี้...ขอมอบให้แม่นางด้วยความเต็มใจขอรับ!" เขาพยายามจะสรรหาถ้อยคำหวานหูมาเกี้ยวพาราสี
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากอัฒจันทร์
"อะไรกัน! ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยรึ!"
"คุณชายรัชโยธินผู้นั้นช่างตาถึง! รู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ไม่ฝืน!"
"แต่ก็น่าเสียดาย อยากเห็นพลังของแม่นางณิชาอีกครั้ง"
พวกเชียร์ร่าที่นั่งดูอยู่ถึงกับเบ้ปากอย่างพร้อมเพรียง "อะไรกันเนี่ย! ยังไม่ทันได้สู้เลย!" รุจีบ่นอุบอิบอย่างเสียดาย
“นี้สินะที่เขาว่ากันว่า หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง”เชียร์ร่า เพ้ออย่างอดไม่ได้ มารินเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
ส่วนพวกสินี โชติกา และราตรีนั้น ยิ่งแล้วใหญ่! พวกนางมองภาพนั้นด้วยความขุ่นเคืองและหมั่นไส้ณิชาจนแทบกระอักเลือด! "ชิ! ดีแต่ใช้รูปโฉมหลอกล่อบุรุษ!" ราตรีสบถ