-ห้องผู้ป่วย-
“เมื่อไหร่ฉันจะได้กลับสักที...ยังไงในคลิปก็ไม่รู้อยู่แล้วว่าฉันเป็ใคร...เดี๋ยวเื่ก็คงเงียบไปเองนั่นแหละ”
“ผมคงให้คุณกลับไม่ได้” โดฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉียบเน้นหนักให้คนฟังต้องสงสัยว่าด้วยเหตุอะไรทำไมถึงให้เธอไปไม่ได้
“ทำไม...ฉันไม่ซีเรียสหรอกนะ... แค่มีอะไรกันครั้งเดียวมันเป็เื่ที่ไม่มีใครตั้งใจอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว... ทั้งฉันทั้งนายต่างก็เป็เหยื่อ”
แต่คำพูดของนลินนั้นทำให้เขาใยิ่งกว่า โดฮยอนต้องรีบลุกพรวดขึ้นตรงไปยังเตียงของเ้าของน้ำเสียงโวยวายโดยอัตโนมัติสองแขนแกร่งอ้ากว้างพอที่จะคร่อมคนตัวเล็กให้อยู่ในอณาเขตร่างเขาพร้อมจ้องมองใบหน้าหวานอย่างครุ่นคิด
ตอนนี้เขาไม่อาจคาดได้ว่าเธอคิดอะไรอยู่กันแน่ แม้จะไม่อยากกล่าวตรงๆ แต่หากเธอยังไม่รู้ตัวอยู่อย่างนี้คงต้องพูดออกไปอย่างแ่เบาผ่านริมฝีปากหนาช้าๆ
“คุณ....แต่ผมไม่ได้.....ไม่ได้ใส่....นะ” คนผู้โดนจ้องมองด้วยสายตาที่สื่อออกมาบวกกันสีหน้าที่เคร่งขรึมทำให้ใบหน้าเธอตอนนี้ร้อนผ่าว.. สายเืจากทุกส่วนเหมือนมาหล่อเลี้ยงเพียงบริเวณแก้มนวลที่ตอนนี้เต้นตึบๆ ปนระเรื่อสีแดง...เธอไม่อาจทนสายตาแน่วแน่ของเขานั้นได้ จึงผลัดสายตามองไปทางอื่น
“ฉันก็กินยา ไปแล้วไง”
“อืม... คือ...คุณแพ้ยา...กว่าคุณจะฟื้นก็เลยเวลากินยาเม็ดแรกที่เสียไปตอนคุณอ้วกออกมานะ” เขาเน้นย้ำที่ข้างหูของเธอให้ชัดเจน จนััได้ถึงลมหายใจที่หอบแรงตามจังหวะของหัวใจนั้นเต้นแรงมากแค่ไหน
“ฮ่ะ!!! …ฉันว่าฉันเมารถมากกว่านะ”
“…ผมไม่ปล่อยคุณไปหรอกนะถ้าผมยังไม่รู้ว่าคุณท้องหรือเปล่า” เขาถอยห่างออกมาเนื่องจากสีหน้ากังวลของเธอ
“จะยากอะไรก็แค่เอาออก...”
สิ่งที่เธอพูดออกมาทำให้เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง มีแต่ผู้หญิงที่เข้ามาพยายามที่จะผูกพันกับเขาแล้วยึดเข้าไว้ด้วยวิธีต่างๆ รวมทั้งการยึดเขาไว้ด้วยสายโซ่ที่ไม่มีวันขาดได้ แต่กับเธอคนนี้กลับต่างออกไปพยายามที่จะหนีห่างอย่างกับเขาเป็เศษอะไรสักอย่างที่ต้องเขี่ยทิ้ง
"ทำไม...ถ้าฉันท้องมันก็เป็ปัญหาของฉัน...ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจอยู่ดี”
“แต่ผมก็มีสิทธิ์เหมือนกัน”
“สิทธิ์บ้าอะไร....ยังไม่ได้เป็ไรกัน...ไม่ได้แต่งงานไม่มีทะเบียนสมรส...นายจะบ้าเหรอ...อย่าทำอะไรให้มันยุ่งยากจะได้ไหม..ต่างคนต่างไปเถอะ”
“ไม่....อย่างน้อยคุณต้องอยู่ที่เกาหลีก่อนสองสัปดาห์”
“จะบ้าเหรอ....”
“ผมเช็กมาแล้วว่าที่นั่นจะเปิดเทอมก็อีกสามเดือน....ดังนั้นอยู่ที่นี้ก่อนเข้าใจไหมครับ”
“เฮ่อ....นายนี้มัน”
“อีกอย่าง...ตอนนี้ไม่ปลอดภัยแน่ถ้าคุณไปจากผม...ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ตามคุณต้องอยู่กับผม”
“แล้ว...ฉันทำอะไรได้บ้าง....ให้ฉันอยู่เป็ผักแบบนี้เหรอ”
“ผมติดต่อกับทางค่ายให้คุณไปพักอยู่กับผมที่หอพักได้เพราะทางค่ายปลอดภัยกว่า…."
"ค่าย.....บ้าไปใหญ่แล้ว...ค่ายเพลงเนี่ยนะปลอดภัย"
" ผมรับรองได้เลยว่าคุณจะปลอดภัยและค่ายคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดอย่างน้อยก็ดีกว่าที่นี้...ว่าไหม"
" เเชะ!! เเชะ!! เเชะ!! เเชะ!! เเชะ!! .... "
“... ก็จริง....ขืนฉันยังอยู่ที่นี่จะพรานทำให้คนไข้คนอื่นๆ ต้องเดือดร้อนแน่ๆ”
เสียงฝูงนักข่าวที่อยู่ข้างนอกดังเซ็งแซ่อยู่ด้านหน้าของโรงพยาบาลโดยไม่สนใจความเป็ส่วนตัวของใครทั้งนั้นขอเพียงให้ได้ข่าวก็เท่านั้น แค่ผ่านไปคืนเดียวนักข่าวพวกนี้ก็ตามหาเจอจนได้ จะต้องหนีอีกแล้วเหรอ
“เราจะออกจากที่นี่กันคืนนี้”
“แบบไหน...?” นลินส่งสายตาด้วยความสงสัยว่าเป็แบบคืนนั้นรึเปล่า ไม่เอานะ แค่นึกถึงก็เหมือนจะอาเจียนออกมาทันที
“แบบนั้นแหละ”
“หา!!!!”
“คุณจะได้อยู่ในอ้อมอกผมตลอดเลยไง” เขากลับมาทำสายตาเ้าเล่ห์อีกครั้งเมื่อลูกแกะติดกับเขาแล้ว
“เอ๊ะ...เออ...มันเกี่ยวอะไรกันไม่ทราบ..เฮ่อ...ออกไปห่าง ๆ ฉันเลย…ออกไปสิ” แรงผลักเพียงน้อยนิดนั้นไม่ส่งผลให้ร่างกายเขาขยับแม้แต่น้อย แต่เขาก็ยอมถอยห่างให้โดยดี
.
.
“นานแล้วนะ...อีกดึกขนาดไหนกันล่ะเนี่ย....ฉันเบื่อจะแย่แล้ว….ให้ตายเถอะ”
คนที่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมมาเกือบสามวันบ่นอุบ ไม่ได้อยู่เปล่าแต่กำชับไม่ให้ออกไปไหน พยาบาลก็นั่งคุมทั้งวันอย่างกันเธอเป็นักโทษ โทรศัพท์ที่ขอก็ยังไม่ได้สักที อะไรกันนักกันหนาอึดอัดจะตายอยู่แล้ว ออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อยดีกว่า คุณพยาบาลที่คอยห้ามเธอตอนนี้ได้หมดแรงก็หลับไปบนโซฟาเรียบร้อยกับการใช้แรงห้ามเธอไม่ให้ไปไหน
“คุณทำหน้าที่ได้เต็มที่แล้วล่ะพักซะนะคะ...เสร็จแล้วฉันจะกลับมาไม่เถลไถลแน่นอน” นลินกระซิบบอกคนที่ฟุบหลับพร้อมกับเอาผ้าข้าง ๆ มาห่มให้ ก่อนจะย่องเดินออกจากห้องขึ้นไปชั้นระเบียงที่เป็สวนขนาดย่อม ๆ ของโรงพยาบาล แม้จะเป็เพียงแค่สวนเล็กๆ แต่กลับมีหิ่งห้อยมาบินว่อนส่องแสงในยามกลางคืนให้สดใสท่ามกลางเมืองใหญ่ที่แสนจะวุ่นวายให้รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้
“เฮ่อ...ชีวิตฉันจะเป็ไงต่อนะ...ต่อให้ฉันพูดแบบนั้นไปก็เถอะ...ถ้าเกิดท้องขึ้นมาจริง ๆ ฉันก็ทำไม่ลง...อ้า...ยากเย็นซะมัด”
นลินเดินตามเ้าหิ่งห้อยที่บินอยู่ตรงหน้าไปอย่างไร้จุดหมายจนเกือบจะตกลงไปยังด้านล่างหากไม่มีระเบียงกระจกกั้นเอาไว้ คงจะตกลงไปยังด้านล่างทำให้เธอสะดุ้งและถอยเท้ากลับทัน นี้ละนะอยู่บนที่สูงถ้ามัวแต่เริงร่าอยู่กับชื่อเสียงเมื่อถึงวันตกต่ำมันคงจะเ็ปเจียนตายแน่ๆ เ้าหิ่งห้อยพวกนี้อยู่ในความวุ่นวายของเมืองแบบนี้ได้งั้นสินะ ทั้งๆ ที่เป็ที่ที่ไม่ควรอยู่ก็ยังมีพื้นที่เล็กๆ ให้ใช้ชีวิตอย่างที่ควรเป็ แต่ก็น้อยนิดเสียเหลือ
“ถ้าออกไปจากนายนั้นฉันอาจจะเป็อันตราย...หึ... เขาสนใจด้วยงั้นเหรอ...เห็นเมื่อก่อนผู้หญิงจะตายต่อหน้ายังไม่สนใจเลย”
“คงมีฉันไว้เป็เหยื่อล่อสินะ...เห็นฉันโง่รึไง...ทำได้ทุกอย่างเพื่อรักษาชื่อเสียงจริง ๆ สินะ...แต่ทำไมต้องทำตัวน่ารำคาญด้วยอยากจะจับบี้ให้ตายคามือ... น่าหมั่นไส้เป็บ้า”
"นี่ๆ ดูนั่นๆ รถโดฮยอนออกไปแล้ว คันนั่นแหละ ๆ ตามไปเร็ว”
เสียงร้องะโจากด้านล่างของฝูงนักล่าที่มารอทำเหยื่อออกจากที่ซ้อนต่างพากันวิ่งไล่ตามรถลีมูซีนสีดำที่ออกไปทางด้านข้างของโรงพยาบาลเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ ทำให้นักข่าววิ่งตามจนทันแต่แล้วก็เร่งเครื่องออกไปอย่างไวแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้นักข่าวต่างก็ต้องเคลื่อนย้ายไล่ตามรถคันนั้นออกไปจนเกือบหมด
“นี้สินะ...แผนของนายอย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องเมารถ...ก็ใช้ได้อยู่นะ”
เมื่อเห็นว่าอีกเดี๋ยวคนเ้ากี้เ้าการจะกำลังต้องขึ้นมาแล้ว นลินก็รีบเดินดุ่ม ๆ ลงไปยังห้อง หากไปช้าอย่างน้อยเธอก็โดนบ่นแต่พยาบาลอาจจะซวยต้องถูกว่าหลับในเวลางาน เธอรีบสาวเท้ารัวๆ เพื่อจะได้ไปให้ทัน
“ดูเหมือนว่าทางฝ่ายหญิงได้เตรียมการก่อเหตุนี้มาอย่างดีเลยละค่ะ เพื่อที่จะทำให้โดฮยอนเป็ข่าวฉาวกับเธอนะเหรอครับ ค่ะก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าไอดอลหนุ่มโดฮยอนจะจัดการกับเธอยังไง....อย่างว่านะคะซาแซงสมัยนี้ทั้งกล้าและทั้งน่ากลัวขึ้นมากจริงๆ เลยค่ะ”
นลินที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเดินกลับอีกนิดเดียวก็จะถึงห้องก็ต้องหยุดทันทีสายตาหันมองหาไปยังต้นเสียงการนำเสนอข่าวของเธอกับโดฮยอนที่มาจากโทรทัศน์กลางห้องส่วนรวม ในข่าวนั้นมีภาพเด่นชัดว่าเป็ใครดูก็รู้ว่าผู้หญิงในภาพคือเธอ
โดฮยอนที่กำลังเดินมาเมื่อเห็นเธอยืนดูข่าวที่กำลังนำเสนอก็รีบเข้าไปคว้าตัวเธอทันที
“ปล่อยฉัน....ปล่อย... จะมากอดฉันทำไมเนี่ย... ปล่อย”
“หันมองผม...หันมองผมสิ” โดฮยอนพยายามให้เธอไม่สนใจข่าวบ้าบอนั้น สองมือค่อย ๆ ประคองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธอย่างทะนุถนอม
“ฉันมองแน่...นายมัวไปทำอะไรอยู่ไหนบอกจัดการได้...แล้วดู...ทำไมถึงมีหน้าฉันขึ้นจอเด่นอย่างนั้นล่ะฮ่ะ”
“ผมขอโทษ...มันเร็วมากจน...ผมขอโทษ…คุณ..”
“ฉันไม่โอเค...นี่...ปล่อยฉันนะ” เธอสลัดเขาออกอย่างแรงจนหลุดออกจากอ้อมแขนเขาได้
“ไม่ว่ายังไงคุณอย่าทำร้ายตัวเองกับลูกนะ”
“ฉันจะทำร้ายตัวเองเพื่อ...อีกอย่างฉันยังไม่ได้ท้อง...ไม่ต้องมาทำทีว่าเป็พ่อเด็กจะได้ไหม.. ท่าจะบ้า”
โดฮยอนไม่ตอบอะไรเขาได้แต่ก้มหน้าเืในตัวสูบฉีดอย่างบ้าคลั่งมือไม้สั่นอย่างกับคนเป็ไข้ขึ้นมาซะอย่างนั้นเหมือนกลัวอะไรบางอย่างจะเกิดขึ้น
“จะไปได้ยัง...รึจะรอให้นักข่าวกลับมา”
“ฮะ...” โดฮยอนถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นสองแขนกอดขานลินไว้แน่นเสียงหายใจหอบเหนื่อยทำให้ห้องส่วนกลางที่เงียบสงัดในเวลานี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยเสียงของโดฮยอน
"เป็ไรของนายเนี่ย...ใอะไรขนาดนั้น...ฉันนี้ควรจะใ.."
“ไปกันเถอะ” โดฮยอนลุกขึ้นคว้ามือเธอได้ก็ออกเดินทันที
“ฉันเดินเองได้หรอกนะ...” มือนั้นกลับจับแน่นขึ้นจนเธอรู้สึกได้ถึงว่ามันกระตุกอยู่เล็กน้อยพร้อมความร้อนที่แพร่ผ่านมือที่ััจนมือเธอแทบจะละลาย
.
.
“พี่ผู้จัดการไม่มาเหรอ”
“เขาเป็ตัวล่อให้เราน่ะ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พยายามไม่ให้ความรุ่มร้อนในใจปะทุออกมาอีกแล้วสตาร์ทรถออกทันที
“อ้อ..ป่านนี้พวกนักข่าวคงได้คลื่นไส้กันเป็แถวมั่ง” พูดพลางหันไปมองโดฮยอนก็พบว่าเขาจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้าอย่างมาก เมื่อเธอเห็นเขาเงียบก็ไม่อยากจะกวนสมาธิในการขับรถของเขาเพราะตอนนี้เหมือนเขามีพลังงานบางอย่างที่เธอไม่อยากจะท้าทาย
มีเพียงเขาและเธอตลอดการเดินทางทั้งคู่ต่างก็เงียบจวบจนถึงที่หมาย มันกลางดึกมากจนเธอแทบไม่ได้สังเกตว่าที่นี้เป็อย่างไรบ้างได้แต่เดินทางแรงจูงของคนข้างหน้าอย่างหลีกหนีไม่ได้จนถึงห้องขนาดใหญ่เท่าคอนโดห้องหนึ่ง...นี้หอพักจริง ๆ เหรอ
“คืนนี้คุณนอนที่นี่นะ....นอนได้ไหม”
“ได้...สบายมาก”
“โอเคงั้นนอนกันเถอะ...ง่วงมากเลย...อ้า”
“เดี๋ยวๆ ......”
“ทำไมล่ะ...ผมง่วงจะแย่แล้ว...คุณไม่นอนก็แล้วแต่...แต่คุณไปไหนไม่ได้หรอกนะ...เพราะชั้นนี้มันห้องพักชาย”
“นี้นายย้ายที่ขังฉันเหรอ...ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ...”
“ขึ้นมานอนเถอะน่า...พรุ่งนี้เรามีเื่ต้องจัดการอีกเยอะ..นี่ก็ตี 2แล้วด้วย”
“ไม่...ให้ฉันไปอยู่กับพี่ผู้จัดการไม่ได้รึไง”
“ครอก....”
“ฮะ...นึกจะหลับก็หลับไปเฉย ๆ งี้เลยเหรอ...โทรศัพท์นายอยู่ไหน..เอามานี้นะฉันจะโทรหาพี่ผู้จัดการ” นลินรีบค้นตัวของโดฮยอนที่นอนทิ้งตัวอย่างอ่อนแรงลงบนเตียง ขณะที่คลำได้โทรศัพท์โดฮยอนก็โอบเธอเข้ามากอดไว้แน่น
“นอนได้แล้ว...จะดื้อไปถึงไหน...ผมไม่มีแรงแล้วนะ”
“ไม่มีแรงบ้าอะไร...”
เธอพยายามควักโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงของโดฮยอน แต่เขาใช้เพียงมือเดียวก็หยิบโทรศัพท์ออกมาได้ก็คว้างมันไปยังโซฟาข้าง ๆ แล้วหันกลับมากอดเธอไว้ดังเดิม นลินที่อยู่ในอ้อมกอดนั้นก็พยายามดิ้นสุดแรง แต่ดูท่าจะดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่มีที่ท่าจะหลุดออกได้เลย นายนี่มันเหลี่ยมจัดทำเป็ตกอกใทั้งที่ตัวเองไม่ได้เสียหายอะไรการที่มีหน้าฉันบนนั้นมันก็เหมือนเอาน้ำกรดมาสาดหน้ากันอยู่แล้ว...หรือว่านี้เป็การจัดการฉันในแบบของนายเหรอ ในหัวแม้จะมีเื่ให้คิดมากแค่ไหนก็ต้องพักตามสภาพร่างกายตอนนี้ที่อ่อนเพลียเหลือเกิน สุดท้ายเธอก็หลับไปในอ้อมกอดของเขาจนได้
...