เสียงดนตรีบรรเลงเฉลิมฉลองเคล้าคลอไปกับเสียงหัวร้อยรื่นเริงของผู้คนดังเซ็งแซ่ไปทั่วจัตุรัสกลางเมืองหลวง วันนี้คือ "เทศกาลโคมไฟร้อยดวง" ซึ่งเป็งานรื่นเริงประจำปีที่บรรดาคุณชายคุณหนูจากตระกูลขุนนางและพ่อค้าคหบดีต่างพากันออกมาเดินเที่ยวชมแสงสีและร่วมกิจกรรมอธิษฐานขอพร แสงไฟจากโคมนับพันดวงส่องประกายระยิบระยับสะท้อนผืนน้ำในบึงใหญ่ ราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าที่ร่วงหล่นลงมาประดับผืนดิน
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันครื้นเครงและผู้คนนับพันที่เบียดเสียดกันเดินชมงาน บริเวณลานหินอ่อนหน้าหอชมวิวกลางจัตุรัส กลับกลายเป็จุดศูนย์กลางความสนใจของทุกคนในชั่วพริบตา เมื่อมีข่าวลือสะพัดออกไปอย่างรวดเร็วดุจไฟลามทุ่งว่า... วันนี้ คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลไป๋ 'ไป๋ลี่เซียน' จะมาปรากฏตัวเพื่อสะsางปมปัญหาเื่การหมั้นหมายกับคุณชายตระกูลเฟิงอย่างเป็ทางการ!
ข่าวลือเื่ดวงชะตาดาวมรณะพิฆาตสามีและการถอนหมั้นเมื่อหลายวันก่อน ยังคงเป็หัวข้อสนทนารสแซ่บที่ชาวเมืองนำมาพูดถึงไม่รู้เบื่อ การที่จู่ๆ ฝ่ายหญิงเลือกจะออกมาประกาศเื่นี้ในสถานที่สาธารณะท่ามกลางสักขีพยานนับพันคน จึงเป็การกระทำที่ท้าทายและสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งเมืองหลวง
"เ้าได้ยินข่าวหรือยัง? คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋นางกล้าหาญมากนะ ถึงขนาดนัดหมายให้ตระกูลเฟิงมาพบกันกลางงานเทศกาลโคมไฟวันนี้ เพื่อตบหน้าและฉีกสัญญาหมั้นให้สิ้นซาก!""จริงหรือ? ข้าก็นึกว่านางจะเป็ฝ่ายอับอายจนไม่กล้าโผล่หน้าออกมาเสียอีก ช่างใจกล้ายิ่งนัก!""ตระกูลเฟิง่นี้ยิ่งเสียหน้าเื่กิจการอยู่ด้วย หากวันนี้โดนหักหน้ากลางสาธารณะอีก เกรงว่าคงไม่มีหน้าไปสู้กับใครในสังคมขุนนางแน่ๆ"
เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่ไปทั่วทิศทาง บรรดาคุณชายคุณหนูจากตระกูลต่างๆ ต่างพากันจับกลุ่มยืนล้อมรอบบริเวณลานหินอ่อนเพื่อรอดูความสนุก
ไม่นานนัก ฝูงชนก็ต้องแหวกทางให้แก่การปรากฏตัวของคู่กรณีฝั่งตระกูลเฟิง เฟิงจวิ้นอวี้ในชุดคุณชายเ้าสำราญสีทองปักลายเมฆหมอก สีหน้าของเขาบึ้งตึงและเต็มไปด้วยความอับอายปนความแค้นเคืองอย่างปิดไม่มิด ด้านข้างมีฮูหยินผู้เฒ่าเฟิงผู้เป็มารดา เดินหน้าถมึงทึงตามมาติด ๆ พร้อมกับบ่าวรับใช้ชายฉกรรจ์อีกหลายสคน ท่าทางของพวกเขาดูเกรี้ยวกราดและพร้อมจะหาเื่ได้ทุกเมื่อ
ฮูหยินเฟิงกวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความหงุดหงิดที่ต้องตกเป็เป้าสายตาของชาวบ้าน นางกัดฟันกรอดด้วยความแค้น "นังเด็กสารเลวไป๋ลี่เซียน กล้าดียังไงถึงบังอาจนัดแนะเรามากลางที่สาธารณะเช่นนี้! วันนี้ข้าจะต้องแฉความหน้าไม่อายของนางให้ทุกคนได้รู้ ว่ามันกุเื่ดวงชะตาอัปมงคลขึ้นมาเพื่ออะไร!"
เฟิงจวิ้นอวี้เองก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น ศักดิ์ศรีของบุรุษผู้เป็ถึงคุณชายตระกูลขุนนางถูกเหยียบยละเอียดยิบย่อยต่อหน้าธารกำนัล เขาตั้งใจไว้แล้วว่าวันนี้ ต่อให้ต้องฉีกหน้าตระกูลไป๋กลางงาน เขาก็จะไม่มีวันยอมให้ไป๋ลี่เซียนลอยนวลเด็ดขาด!
ทันใดนั้นเอง เสียงเฮและเสียงฮือฮาก็ ดังขึ้นจากฝูงชนอีกฝั่ง เมื่อร่างระหงในชุดอาภรณ์ผ้าไหมปักลวดลายดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์ คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สีมุกสะท้อนแสงไฟโคม ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาสู่ลานหินอ่อนอย่างสง่างาม
ไป๋ลี่เซียนไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาผู้คน ดวงตากลมโตคู่สวยฉายประกายความเยือกเย็น ทรงอำนาจ และมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม ด้านหลังมีชุนเถากุมหีบเอกสารเล็ก ๆ เดินตามมาประกบอย่างรู้หน้าที่ รัศมีและความงดงามอันโดดเด่นของนาง ทำให้บรรดาบุรุษในงานถึงกับตะลึงงันจนแทบลืมหายใจ
แม้กระทั่งเฟิงจวิ้นอวี้ที่เต็มไปด้วยความโกรธ เมื่อได้เห็นใบหน้าอันงดงามเย้ายวนใจและท่าทีที่เย่อหยิ่งทระนงของลี่เซียนในยามนี้ หัวใจของเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะกระตุกวูบด้วยความเสียดายระคนเจ็บใจ
ลี่เซียนก้าวเท้ามาหยุดยืนเผชิญหน้ากับสองแม่ลูกตระกูลเฟิงในระยะห่างพอสมควร นางแย้มรอยยิ้มบางเบาอันงดงาม แต่รอยยิ้มนั้นกลับเ็าเสียจนผู้ที่พบเห็นต้องรู้สึกหนาวะเื
"ท่านแม่เฟิง... และคุณชายเฟิง ข้าคิดว่าพวกท่านคงจะมาสายเสียอีก ไม่นึกเลยว่าจะตรงต่อเวลาขนาดนี้" ลี่เซียนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชัดเจนทุกถ้อยคำ ท่ามกลางความเงียบกริบของฝูงชนที่ตั้งใจเงี่ยหูฟัง
ฮูหยินเฟิงโกรจนหน้าดำคร่ำเครียด นางก้าวเท้าออกไปข้างหน้าแล้วแผดเสียงแหลมสูงตวาดใส่ทันที "ไป๋ลี่เซียน! เ้าเด็กไร้ยางอาย กล้าดีอย่างไรถึงนัดแนะพวกเรามากลางที่สาธารณะเช่นนี้! เ้าคิดจะเล่นตลกอะไรอีก หรือคิดจะกเื่งมงายขึ้นมาหลอกลวงชาวบ้านเพื่อบ่ายเบี่ยงการแต่งงานอย่างนั้นหรือ!"
เสียงต่อว่าของฮูหยินเฟิงเรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านรอบข้างได้ทันที หลายคนเริ่มหันมาซุบซิบนินทาและมองมาที่ลี่เซียนด้วยสายตาเคลือบแคลง
ทว่า ไป๋ลี่เซียนกลับไม่มีอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน นางปรายตามองฮูหยินเฟิงราวกับกำลังมองตัวตลกที่กำลังเต้นเร่า ๆ อยู่กลางเวที
"หลอกลวงอย่างนั้นหรือเ้าคะ?" ลี่เซียนเอ่ยทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านแม่เฟิงโปรดใช้สมองไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนที่จะกล่าวหาผู้อื่น... เื่ดวงชะตาอัปมงคลที่ข้าพูดถึง เป็คำทำนายจากท่านนักพรตผู้ทรงศีลที่แม้แต่ขุนนางในราชสำนักยังให้ความเคารพเกรงกลัว และที่สำคัญที่สุด... เหตุผลที่ข้าต้องนัดหมายพวกท่านมาประกาศเื่นี้กลางสาธารณะชน ก็เพื่อให้ทุกท่านได้เป็ 'สักขีพยาน' อย่างถูกต้องและเป็ทางการอย่างไรล่ะเ้าคะ!"
"สักขีพยานอะไรของเ้า?" เฟิงจวิ้นอวี้ทนไม่ไหว ก้าวออกมากัดฟันกรอดเอถามด้วยความโกรธเกรี้ยว "สัญญาหมั้นหมายระหว่างเรา ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเป็คนตกลงกัน เ้าไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจยกเลิกตามอำเภอใจเช่นนี้!"
"ไม่มีสิทธิ์อย่างนั้นหรือคุณชายเฟิง?" ลี่เซียนแค่นหัวเราะเยาะ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาทำเอาเฟิงจวิ้นอวี้ชะงักไป "ท่านยังมีความหน้าด้านมาทวงสิทธิ์ในตัวข้าอยู่อีกหรือ ในเมื่อพฤติกรรมและความโลภของพวกท่าน มันฟ้องร้องชัดเจนอยู่ทนโท่!"
ว่าแล้ว ลี่เซียนก็หันไปพยักเพยิดให้ชุนเทยาเปิดหีบไม้เอกสารที่ถือมา ชุนเถาหยิบแผ่นกระดาษสัญญาหมั้นหมายฉบับเดิม และสำเนาหลักฐานพฤติกรรมฉ้อฉล รวมถึงข้อตกลงที่ตระกูลเฟิงเคยแอบส่งคนมาเจรจาต่อรองขอสินเดิมก้อนโตเพื่อพยุงกิจการที่ใกล้ล้มละลาย ชูขึ้นให้ผู้คนรอบข้างได้มองเห็นประจักษ์ชัดเจน
"ทุกท่านโปรดดูให้เต็มตาเถอะเ้าค่ะ!" ลี่เซียนหันไปกล่าวกับฝูงชนรอบข้างด้วยน้ำเสียงกังวานทรงพลัง ดึงดูดทุกสายตาให้หันมามองที่นาง "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตระกูลเฟิงพยายามบีบบังคับให้ข้าแต่งงานเข้าจวน ไม่ใช่เพราะความรักหรือความจริงใจอันใด แต่มุ่งเน้นเพียงแค่ 'สินเดิมและทรัพย์สินเงินทอง' ของตระกูลไป๋ เพื่อนำไปกอบกู้กิจการที่กำลังจะพินาศของตนเอง และเมื่อข้าล่วงรู้ถึงแผนการชั่วร้ายและดวงชะตาอันอัปมงคลที่จ้องจะทำลายชีวิตข้า ตระกูลเฟิงกลับยังดันทุรังใช้ชื่อเสียงมาข่มขู่กดดัน!"
"เหลวไหล! เ้านั่นแหละที่ใส่ร้ายเรา!" ฮูหยินเฟิงกรีดร้องเสียงหลง หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดเมื่อความลับอันดำมืดถูกกระชากออกมาประจานต่อหน้าธารกำนัล "ชาวบ้านทั้งหลาย อย่าไปเชื่องนังเด็กนี่นะ มันสติฟั่นเฟือนไปแล้ว!"
"ใส่ร้ายหรือเ้าคะ?" ลี่เซียนแย้มยิ้มเยือกเย็น นางก้าวเข้าไปใกล้ฮูหยินเฟิงอีกก้าว จนอีกฝ่ายต้องผงถอยหลังด้วยความหวาดกลัวในแววตาทรงอำนาจนั้น "หากท่านคิดว่าข้าใส่ร้าย และคิดว่าตระกูลเฟิงมีความบริสุทธิ์ผุดผ่องจริง ๆ เช่นนั้น... วันนี้ ณ ที่แห่งนี้ ต่อหน้าสักขีพยานนับพันคน ข้า 'ไป๋ลี่เซียน' ขอประกาศ 'ฉีกสัญญาหมั้นหมาย' และตัดขาดวาสนาต่อตระกูลเฟิงอย่างเป็ทางการ ณ บัดนี้!"
พรึ่บ!
สิ้นเสียงคำประกาศอันเด็ดเดี่ยว ลี่เซียนหยิบแผ่นกระดาษสัญญาหมั้นหมายขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะฉีกกระดาษแผ่นนั้นออกเป็สองส่วน... สามส่วน... และฉีกขยำมันทิ้งลงกับพื้นดินต่อหน้าต่อตาฮูหยินเฟิงและเฟิงจวิ้นอวี้อย่างไม่ลังเลและไร้เยื่อใยแม้แต่น้อย!
เศษกระดาษสัญญาหมั้นหมายปลิวว่อนไปตามสายลมยามค่ำคืน ภาพเหตุการณ์นั้นสะท้อนเข้าสู่สายตาของฝูงชนนับพันที่ยืนล้อมรอบ ทุกคนต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงระคนทึ่งในความเด็ดขาดและความกล้าหาญที่ไม่มีหญิงสาวคนใดในยุคสมัยนี้กล้าทำมาก่อน!
"เ้า... เ้ากล้าดีอย่างไร!" เฟิงจวิ้นอวี้หน้าซีดเผือดด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยวจนสั่นไปทั้งตัว การถูกผู้หญิงปฏิเสธและฉีกสัญญาหมั้นหมายประจานกลางสาธารณะเช่นนี้ เท่ากับเป็การเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของบุรุษตระกูลเฟิงจนไม่เหลือชิ้นดี เขากระโจนเข้าหาลี่เซียนด้วยความบันดาลโทสะ หมายจะเอื้อมมือไปคว้าตัวนางมาตบสั่งสอนให้หายแค้น!
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่เฟิงจวิ้นอวี้พุ่งเข้ามา ราวกับมีเงาร่างสีดำสายหนึ่งเคลื่อนไหวด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ร่างสูงโปร่งในชุดอาภรณ์ผ้าแพรสีดำสนิทปักลวดลายัเงินลี้ลับ พุ่งเข้ามาขวางกั้นระหว่างเฟิงจวิ้นอวี้กับลี่เซียนไว้อย่างทันท่วงที
ปั้ง!
เซียวอวี้เจ๋อยื่นมือออกไปคว้าจับข้อมือของเฟิงจวิ้นอวี้ไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล แรงบีบนั้นหนักหน่วงราวน้อยหนีบเหล็ก จนเฟิงจวิ้นอวี้ต้องร้องโหยหออกมาด้วยความเ็ป หน้าตาบิดเบี้ยวเหเก
"โอ๊ย! เจ็บ ๆ ๆ! ปล่อยนะ แกเป็ใครกล้าดียังไงมาสอดเื่นี้!" เฟิงจวิ้นอวี้แผดเสียงร้องลั่น
เซียวอวี้เจ๋อปรายตามองเฟิงจวิ้นอวี้ด้วยแววตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ไอสังหารและรังสีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
"บุรุษหน้าตัวเมีย... ยังมีหน้ากล้าใช้กำลังรังแกสตรีกลางที่สาธารณะอีกหรือ?" เซียวอวี้เจ๋อเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ ก่อนจะสะบัดมือผลักร่างของเฟิงจวิ้นอวี้กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวจนเกือบสะดุดล้มหน้าคะมำกับพื้น
ฮูหยินเฟิงรีบวิ่งเข้าไปประคองบุตรชายด้วยความใ นางชี้หน้าด่ากราดเซียวอวี้เจ๋อและลี่เซียนด้วยความโกรธแค้น "พวกเ้า... พวกเ้าสมรู้ร่วมคิดกัน! นังสารเลวไป๋ลี่เซียน เ้ากล้าหักหน้าตระกูลเฟิงเช่นนี้ จงจำไว้ให้ดีว่าตระกูลเฟิงของเราจะไม่ปล่อยพวกเ้าไว้แน่!"
ลี่เซียนแย้มรอยยิ้มเย้ยหยัน นางก้าวออกมาจากด้านหลังของเซียวอวี้เจ๋อ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจ "ไม่ปล่อยข้าอย่างนั้นหรือเ้าคะ? เชิญตามสบายเลยเ้าค่ะ! แต่ก่อนที่พวกท่านจะมาคิดบัญชีกับข้า... เอาตัวเองให้รอดพ้นจากการล้มละลายและหนี้สินล้นพ้นตัวของตระกูลเฟิงให้ได้เสียก่อนเถอะนะเ้าคะ!"
คำพูดเชือดเฉือนอันเจ็บแสบและเด็ดขาด ทำให้ฮูหยินเฟิงและเฟิงจวิ้นอวี้หมดคำจะเอ่ยเถียง พวกมันอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะและเสียงซุบซิบนินทาของชาวเมืองนับพันที่มองมาด้วยความสมเพชเวทนา ในที่สุด สองแม่ลูกตระกูลเฟิงก็ทนอยู่ต่อไปไม่ไหว ต้องรีบหันหลังวิ่งหนีหายไปจากฝูงชนอย่างน่าอนาถ
เสียงปรบมือเบา ๆ และเสียงชื่นชมดังขึ้นจากฝูงชนรอบข้าง ลี่เซียนหันกลับมาสบตากับเซียวอวี้เจ๋อที่ยืนอยู่ข้างกาย ทั้งสองสบตากันด้วยรอยยิ้มที่มีความหมาย
ประกาศฉีกสัญญาหมั้นหมายกลางสาธารณะในวันนี้ ได้สลัดพันธนาการอดีตอันน่ารังเกียจทิ้งไปจนหมดสิ้นแล้ว และมันคือการประกาศศักดาอย่างเป็ทางการว่า... นางพญาแห่งตระกูลไป๋ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว!