แม่นวลคอยเดินสำรวจความเรียบร้อยของงาน ก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้นในอีกสองชั่วโมงข้างหน้าวันนี้คุณวิศาลรับปากกับทุกคนว่าจะกลับมาให้ทันเวลาที่ต้องกำชับให้รับปากเป็มั่นเหมาะเพราะปกติคุณวิศาลทำงานล่วงเวลาจนบางครั้งก็ลืมเวลาอยู่บ่อยๆถึงแม้จะเป็เ้าของกิจการก็ไม่เคยเอารัดเอาเปรียบพนักงานหรือลูกจ้างทำให้เป็ที่เคารพรักของทุกคน
“อ้าววิศาลกลับมาแล้วเหรอจ๊ะ คำเอ้ย คำเอ้ยจ้ะไปยกน้ำมาให้คุณวิศาลเร็ว”แม่นวลหันไปสั่งเด็กในบ้าน โล่งใจที่วันนี้วิศาลกลับมาบ้านตรงเวลาตามที่รับปากกันเอาไว้
“เป็ยังไงบ้างครับคุณพี่ นายกรมาที่นี่หรือยังครับแล้วสองคนนั้นเจอกันรึยังครับ”วิศาลรีบถามญาติผู้พี่ทันทีนั่งลงเพราะนึกเป็ห่วงว่าเด็กสองคนนั้นจะมีปฏิกิริยายังไงเมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากที่ครอบครัวดิลกย้ายกลับไปอยู่ที่กรุงเทพ
“ใจเย็นๆ จ้ะวิศาล สองคนนั้นคงเจอกันแล้วละจ้ะเพราะวันนี้ยัยจาอาสายกของว่างไปให้แขกซึ่งก็คือนายกรนะแหละแต่พอดีพี่ไม่ได้เข้าไปดูซะด้วยสิ เลยไม่รู้ว่าเป็ยังไงแต่เอาล่ะยังไงคืนนี้เขาสองคนก็คงได้เจอกันอย่างเป็ทางการละนะทีนี้ก็ดูเอาเองละกันจ้ะว่าเป็ยังไง” แม่นวลบอกเพราะเห็นคนตรงหน้าเป็กังวลนักทั้งๆ ที่เื่ที่จะต้องกังวลจริงๆ นั้นยังมาไม่ถึงก็เื่ที่ตกลงหมั้นหมายกัลจารีไว้กับภัสกรั้แ่ยังเด็กไงเล่านั่นละประเด็นสำคัญเลยแม่นวลเองก็อดกังวลไปด้วยไม่ได้ไม่รู้ว่าทางนั้นบอกลูกชายเค้าเื่นี้รึยังถึงได้ส่งภัสกรมาเป็ตัวแทนในครั้งนี้หรือแค่อยากให้เด็กๆ มาเจอกันก่อน หลังจากห่างหายกันไปนาน
“นั่นสินะครับพี่นวล ผมคงวิตกเกินไปหน่อยเดี๋ยวคืนนี้ก็จะได้รู้กันล่ะว่าเราจะทำยังไงกันต่อดี”วิศาลพูดพร้อมกับยิ้มให้กำลังใจตัวเองปกติวิศาลเองก็ไม่เคยขัดใจลูกสาวคนเดียวอยู่แล้ว ด้วยความที่กัลจารีเป็เด็กน่ารักนิสัยดีถึงจะแก่นและรั้นไปบ้างแต่ไม่เคยทำเื่เดือดเนื้อร้อนใจมาให้ทำให้เขาเองทั้งรักและไว้วางใจในตัวลูกสาวคนนี้มากเพื่อนสนิทที่ตอนนี้กลายมาเป็ลูกสาวคนเล็กของบ้านก็น่าเอ็นดูนักจนเขาไม่ลังเลใจเลยที่จะรับหญิงสาวมาเป็ลูกอีกคน
“วิศาล วิศาลเหม่ออะไรจ๊ะวันนี้ยัยขวัญไปเก็บผักกูดมาทำยำที่เราบ่นอยากกินด้วยนะ เดี๋ยวพี่ให้เด็กยกมาให้มีของว่างเป็สละลอยแก้วด้วยจ้ะ”
“แหม ลูกสาวผมนี่ช่างรู้ใจจริงๆ เลยนะครับนี่ถ้ายัยขวัญเปลี่ยนใจไม่ไปอยู่ที่แม่ฮ่องสอน ผมจะส่งไปเรียนทางด้านอาหารต่อให้แกกลับมาเป็เชฟดังหรือเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารให้แกซะเลย”วิศาลนึกถึงอนาคตลูกสาวคนเล็กที่ตอนนี้เธอเลือกทางเดินของตัวเองแล้วและคนเป็พ่อแบบเขาถึงจะไม่ใช่พ่อผู้ให้กำเนิดแต่เขาก็พร้อมจะทำหน้าที่พ่อและให้การสนับสนุนลูกสาวคนนี้เต็มที่นับั้แ่ตัดสินใจรับขวัญข้าวมาเป็บุตรบุญธรรม
“แหมจ้า เธอก็ลองคุยกับยัยขวัญดูอีกทีสิจ๊ะ เผื่อแกจะเปลี่ยนใจพี่เองก็ไม่อยากให้ยัยขวัญไปอยู่ไกลๆนักหรอกถึงแม่ฮ่องสอนจะใกล้กว่ากรุงเทพก็เถอะ”แม่นวลเองก็คัดค้านขวัญข้าวเหมือนกันเมื่อรู้ว่าเธอจะไปทำโฮมสเตย์และอาศัยอยู่เมืองหมอกแต่พอรู้ความตั้งใจเดิมที่จะทำความฝันของครอบครัวให้เป็จริงแม่นวลก็ไม่คิดจะห้ามอีกแถมยังจะคอยช่วยดูแลกิจการให้จนกว่าขวัญข้าวจะเรียนจบและพร้อมมาบริหารงานด้วยตัวเองอีกด้วย
“ใครจะกล้าขัดความฝันของครอบครัวลูกกันละครับคุณพี่ก็รู้ว่ายัยขวัญมุ่งมั่นแค่ไหนที่ผมทำได้ก็แค่สนับสนุนลูกเต็มที่เท่านั้นละครับ”วิศาลพูดเพราะเขาเองก็รู้ดีถึงสิ่งที่ครอบครัวของขวัญข้าวตั้งใจจะทำการได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขท่ามกลางธรรมชาติเป็สิ่งที่หลายคนใฝ่ฝันถึงแต่กลับไม่้ามันอย่างแท้จริง ผิดกับยัยขวัญที่มีความตั้งใจจริงส่วนกัลจารีนั้นค่อนข้างแน่นอนแล้วละที่จะกลับมาสานต่อกิจการของที่บ้าน ทั้งๆที่วิศาลก็ไม่ได้บังคับลูกสาวให้กลับมาทำงานที่บ้านแต่กัลจารีเองกลับมีความตั้งใจที่จะมาสานต่อและแบ่งเบาภาระให้กับเขาเพียงเท่านี้วิศาลก็พอใจแล้ว
“ยัยขวัญทำอะไรอยู่ลูก ยังไม่ไปอาบน้ำแต่งตัวอีกเดี๋ยวใกล้เวลางานเริ่มแล้วนะจ๊ะ ไปลูกไปขึ้นไปอาบน้ำได้แล้วเดี๋ยวทางนี้แม่ดูแลต่อเอง” แม่นวลบอกขวัญข้าวที่กำลังเดินตรวจดูความเรียบร้อยของบริเวณงานเลี้ยงอยู่ในขณะนั้น
“โหแม่นวล สวยจังเลยค่ะ แบบนี้หนุ่มๆ เห็นคงเหลียวหลังแน่เลยค่ะ”ขวัญข้าวพูดแซวคนตรงหน้าที่คืนนี้แม่นวลสวมชุดผ้าไหมพื้นเมืองสีฟ้าอ่อนใช้ผ้าผืนเดียวตัดมาได้ขนาดพอดีตัวมีลายไหมในตัวผ้าทั้งบนมวยผมที่เกล้าขึ้นยังถูกประดับด้วยปิ่นเงินที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตงดงามอย่างของเก่าแก่เหมาะสมเข้ากับชุดผ้าไหมเสริมให้ดูสง่างามยิ่งขึ้นไปอีก‘สมัยก่อนแม่นวลคงมีหนุ่มตามจีบตรึมแน่ๆ’ ขวัญข้าวคิด
“เหลียวหลงเหลียวหลังอะไรกันจ้ะ กลัวว่าจะรีบหันหนีกันไปซะหมดละสิไม่เอาล่ะอย่ามายืนแซวคนแก่อยู่เลยลูก ไปอาบน้ำอาบท่าซะเถอะจ้ะยัยจาก็เพิ่งขึ้นไปเมื่อครู่นี้เอง ไปเถอะลูกเดี๋ยวจะสาย” แม่นวลเตือนอีกครั้ง
“ได้เลยค่ะแม่นวลงั้นขวัญขอตัวก่อนนะคะ”
“จ้ารีบไปเถอะ อย่าลืมแต่งตัวให้สวยๆ นะลูก” ถึงแม่นวลไม่พูดก็มั่นใจอยู่แล้วว่าสองสาวต้องสวยที่สุดเพราะรูปร่างหน้าตาของทั้งสองคนสวยระดับดารานางแบบเลยก็ว่าได้ขนาดเคยมีตัวแทนเอเจนซี่หลายแห่งมาติดต่อขอให้เข้าวงการออกบ่อยแต่สองสาวกลับไม่สนใจ
“ยัยจาแต่งตัวเสร็จแล้วเหรอ โหวันนี้เพื่อนจาสวยจังเลยจ้ะ สงสัยมีหนุ่มๆตามจีบตรึมแน่เลย” ขวัญข้าวแซวกัลจารีที่แต่งตัวสร็จแล้ววันนี้กัลจารีแต่งตัวด้วยชุดเดรสสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย สีชมพูหวานเป็ชุดเดรสคอปาดที่ตัดด้วยผ้าไหมไทยในแบบทันสมัยเข้ากันกับต่างหูและสร้อยข้อมือมุกเม็ดงามซึ่งเธอเลือกเอามาเป็เครื่องประดับในค่ำคืนนี้ส่วนผมเธอก็ปล่อยยาวลงมาตามธรรมชาติผมสีดำขลับราวเส้นไหมล้อมกรอบใบหน้าของเธอขลับให้วงหน้าได้รูปสวยดูหวานซึ้งยิ่งขึ้น
“เอาเถอะยัยขวัญจารู้ว่าจาสวยแต่ขวัญรีบไปแต่งตัวเถอะเดี๋ยวจะสวยสู้จาไม่ได้นะจ๊ะจะหาว่าไม่เตือน”
“โอเคจ้ะเดี๋ยวจัดให้นะจ๊ะคุณเพื่อน จะเอาสวยแบบไหนดีละ สวยเซ็กซี่สวยหวานฉ่ำหรือสวยเพรียวๆ ดีจ้ะ”
“เป็ยังไงยะสวยเพรียวๆ ของแกนะยัยขวัญ”
“เดี๋ยวก็รู้ ไปแต่งตัวก่อนล่ะ”
“โหสวยเพรียวๆ จริงด้วยยัยขวัญ น้อยแต่มาก เยี่ยมเลยแบบนี้มาเดี๋ยวฉันทำผมให้” กัลจารีชมเพื่อนที่วันนี้แต่งตัวด้วยชุดเดรสพื้นสีครีมมีลายดอกไม้สีชมพูน่ารักอยู่ตรงขอบกระโปรงตัวเดรสสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย เครื่องประดับมีสร้อยคอทองคำขาวห้อยจี้รูปหัวใจกับสร้อยข้อมือทำจากวัสดุเดียวกัน ออกแบบเข้าชุดกันได้อย่างลงตัวสวยน่ารักเหมาะสมกับคนใส่นัก กัลจารีไม่รอช้ารีบจับเพื่อนเกล้ามวยแล้วปล่อยชายผมลงมาที่ต้นคอเล็กน้อยพอให้ดูอ่อนหวานและเซ็กซี่นิดๆแถมเครื่องประดับผมเป็กิ๊บทองคำขาวฝังด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ ขนาดพอเหมาะเหน็บตกแต่งเล็กน้อย เท่านี้ก็เรียบร้อยโรงเรียนกัลจารีแล้วละ
“เอาละ เสื้อผ้าหน้าผมพร้อมแล้ว ลุยกันเลยดีกว่ายัยขวัญ ไป”กัลจารีพูดพร้อมกับเดินจูงขวัญข้าวลงไปข้างล่าง
อีกด้านหนึ่งสองหนุ่มมาดเท่ห์มีฐานะดาราและนายแบบระดับต้นๆเป็ประกันสวมชุดสูทสีเข้มตามด้วยกางเกงผ้าเนื้อดีเข้าชุดกันกำลังเดินเข้ามาในงานและเป็ที่จับจ้องของบรรดาสาวๆทั่วทั้งงาน ยกเว้นก็แต่สองสาวที่กำลังเดินลงมาจากเรือนใหญ่ซึ่งตอนนี้ก็ตกเป็เป้าสายตาหนุ่มๆไม่แพ้กันไม่ว่าจะหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่รวมสองคนดังที่เพิ่งมาถึงต่างพากันมองไปที่สองสาวทั้งนั้น
“นั่นลูกสาวอีกคนของคุณลุงวิศาลใช่ไหมวะ” ภัสกรพูดขึ้นมาพร้อมกับหันไปมองคนข้างๆ ที่ตอนนี้เหมือนจะพูดไม่เป็ไปชั่วขณะ
“เฮ้ยไอ้วิน ถึงกับตะลึงเลยเหรอวะฉันนึกว่าแกชินแล้วซะอีกกับสาวสวยระดับดารานางแบบพวกนั้นน่ะ” ภัสกรทักเพื่อนกวินพยายามบอกตัวเองว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าคือผู้หญิงคนเดียวกันกับที่เขาเจอเมื่อเช้านี้และ่บ่ายแต่ตอนนั้นเธอดูลุยๆ และก็มอมแมมกว่านี้เยอะ ขอบอกว่าเยอะมากจริงๆตอนนี้ผู้หญิงตรงหน้าดูงดงามอ่อนหวานนักราวกับไม่ใช่คนที่ทำท่าขึงขังซักไซ้เขาเมื่อเช้าแล้วก็คนที่ทำให้เขาเจอดีถึงสองครั้งสองครา จะสะดุดใจอะไรกันนักหนานะก็แค่คอนเซ็ปเดิมๆ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งแค่นั้นเอง กวินคิดในใจพลางนึกถึงหน้าใสๆ ของหญิงสาวทั้งเมื่อตอนเช้า บ่าย กระทั่งตอนนี้เธอแต่งหน้าเพียงอ่อนๆเท่านั้นแต่กลับดูงดงามอ่อนหวานไม่แพ้ดอกไม้ในเรือนกระจกที่เธอคอยเฝ้าดูแลเลยสักนิด
“ไอ้วินตื่นๆ เข้าไปทักทายคุณลุงวิศาลกันมัวแต่มองสาวอยู่นั่นละ” ภัสกรแซวพร้อมกับลากเพื่อนเข้าไปคลุกวงในมากขึ้น
“สวัสดีครับคุณลุงวิศาลผมภัสกรเป็ตัวแทนคุณพ่อมาอวยพรวันเกิดให้คุณลุงครับขอให้คุณลุงสุขภาพแข็งแรง มีความสุขมากๆ นะครับ ส่วนนี่กวินเพื่อนผมครับผมชวนเขามาเป็เพื่อนแล้วก็แวะมาทำธุระแถวนี้ด้วย”
“ขอบใจมากหลานชายทำตัวกันตามสบายเลยนะ ที่นี่ก็เหมือนบ้านของเรานะละคิดว่ากลับมาเยี่ยมบ้านก็แล้วกัน เอ้อแล้วนี่เจอลูกๆ ของลุงกันรึยังล่ะยัยจายัยขวัญมานี่หน่อยลูก” วิศาลเรียกลูกสาวทั้งสองที่ตอนนี้อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆที่มาอวยพรพ่อของตน
พอสองสาวหันมาเจอคู่ปรับก็แทบจะผงะ ถึงจะเตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าเลี่ยงไม่ได้แต่ก็ทำใจไม่ได้สักที
“นี่มาทักทายพี่เขาหน่อยลูก ไงกรจำน้องได้ไหม นี่ยัยจากัลจารี อดีตคู่ปรับเก่าเราไงส่วนนี่ลูกสาวคนสุดท้องของลุงชื่อขวัญข้าวเรียกยัยขวัญก็ได้ แล้วยัยจายัยขวัญนี่พี่กร ภัสกรลูกชายคนเดียวของคุณอาดิลก ส่วนอีกคนหนึ่งก็คุณกวินพ่อว่าลูกๆ คงรู้จักกันดีแล้วล่ะ ทักทายกันซะสิ ตามสบายนะท่านผู้ว่ามานู่นแล้วพ่อต้องขอตัวก่อน ฝากดูแลพี่ๆ เขาด้วยนะลูก”วิศาลพูดจบก็ปลีกตัวไปช่วยแม่นวลต้อนรับแขกผู้ใหญ่ทันที ทั้งที่จริงๆแล้ววิศาลอยากลอบสังเกตท่าทางของพวกเด็กๆ อยู่ห่างๆ มากกว่า
“ไงยัยจา ในที่สุดก็ได้แนะนำตัวเองอย่างเป็ทางการสักทีนะ โตขึ้นมากนะเราเห็นทีแรกเกือบจะจำไม่ได้แน่ะ” ภัสกรทักสาวร่างเล็กตรงหน้า ที่ตอนนี้แอบใเล็กๆที่ภัสกรจำเธอได้ก่อนที่วิศาลจะแนะนำให้รู้จัก
“สวัสดีค่ะ ตกลงว่าพี่กรจำจาได้เหรอคะ แล้วทำไมเมื่อ่บ่ายพี่กรยังถามจาอยู่เลยว่าจาเป็ใครพี่กรแกล้งจาอีกแล้วรึไงคะ” กัลจารีพูดแบบใส่อารมณ์นิดๆเมื่อรู้ว่าถูกคนตรงหน้าแกล้งเอาอีกแล้ว
“ทำไมจะจำไม่ได้ละ ถึงเราจะเจอกันตอนเด็กๆ แต่ก็โตจนรู้เื่แล้วนะที่สำคัญตอนนั้นพี่โตกว่าเราอีก ว่าแต่นี่จะไม่แนะนำน้องสาวอีกคนให้พี่รู้จักรึไง”ภัสกรพูดตัดบทไปพลางหันไปมองหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกัลจารีซึ่งตอนนี้กำลังทำาเล็กๆ ทางสายตากับกวินอยู่
‘ฮึ่มม ฝากไว้ก่อนเถอะ พี่กรนะพี่กรทำเป็พูดเลี่ยงเฉยเลยแกล้งกันก็ยอมรับมาเถอะ ทำเป็เบี่ยงประเด็น แต่ก็เอาเหอะวันพระไม่มีหนเดียวหรอก’ คิดได้แบบนั้นแล้วกัลจารีก็หันไปแนะนำคนข้างตัวให้ภัสกรรู้จัก
“นี่ขวัญข้าวค่ะเป็เพื่อนสนิทแล้วก็น้องสาวของจาขวัญจ้ะนี่พี่กรลูกชายคุณลุงดิลกที่เคยเล่าให้ฟังนะจ๊ะ”
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณภัสกร”ขวัญข้าวทักทายชายหนุ่มที่คาดว่าอายุคงห่างกันประมาณ สองสามปีเท่านั้น
“สวัสดีครับคุณขวัญ ผมขอเรียกคุณว่าน้องขวัญนะครับส่วนคุณเรียกผมว่าพี่กรเหมือนยัยจาก็ได้ครับ ดีใจนะครับที่ได้น้องสาวน่ารักๆเพิ่มอีกคนหนึ่ง” ภัสกรพูดพร้อมกับหันไปแนะนำเพื่อนสนิทให้หญิงสาวทั้งสองรู้จัก
‘แหมทีกับยัยขวัญละเรียกน้องขวัญเลยนะ ทีกับเราละยัยจาอย่างนู้นยัยจาอย่างนี้เชอะเลือกปฏิบัตินี่หว่า’
“ยัยจา นี่ยัยจา ยืนเหม่ออะไรอยู่คุณ..เอ่อพี่กรเขาแนะนำคุณกวินให้รู้จักแน่ะ” ขวัญข้าวหันไปสะกิดคนข้างๆที่กำลังบ่นพึมพำอะไรคนเดียวเพลินๆ เลยสะดุ้งซะจนโดนชายตรงหน้าแซวให้อีก
“มัวเหม่อมองหนุ่มๆ ที่ไหนอยู่ล่ะงานนี้รู้สึกว่าจะมีลูกท่านหลานเธอมาเยอะเหมือนกันนะแต่ก็แน่ละงานใหญ่ประจำจังหวัดเลยนี่”ภัสกรอดพูดแซวคนตรงหน้าพร้อมกับส่งสายตายียวนไปให้
“พอเลยพี่กร ยิ่งพูดยิ่งกวนอารมณ์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณกวินตัวจริงคุณกวินนี่หล่อกว่าในโทรทัศน์อีกนะคะ ไม่เหมือนคนบางคนที่ทำให้จารู้สึกว่าวิธีรีทัช(แต่งภาพ) นี่มันดีจริงๆ” กัลจารีแขวะคนตรงหน้า
“อ้าวยัยจาพูดแบบนี้ก็ขี้เหร่ดิ คนอย่างนายภัสกรนอกจากหล่อ หุ่นดีแล้วยังมีเสน่ห์ไม่ธรรมดาอยู่แล้วไม่ต้องอาศัยการรีทัชอะไรให้เสียเวลาหรอก”ภัสกรสวนกลับสาวร่างเล็ก
“แหวะ ทำเป็พูดไป สาวๆ ที่มาหลงคงหลงทางจริงๆ อ่ะถ้าว่างจะช่วยไปเตือนเค้าให้นะว่ามันเสียเวลาเปล่า”
“เสียเวลาเปล่าหมายความว่าไงยัยจา คนอย่างนายภัสกรรักใครรักจริงนะจะบอกให้หรืออยากจะลอง”
“แหวะ ใครจะลองก็ลองไปเถอะจาขอผ่านละแค่นี้ก็รู้ไส้รู้พุงกันจนจะทะลุไปถึงไหนแล้ว” กัลจารีพูดพร้อมกับทำท่าจะแหวะจริงๆ
“นี่ยัยจา..”
“เอ่อขวัญว่าเราไปหาอะไรทานกันก่อนดีไหมค่ะ ขวัญหิวแล้วละคะ”งานนี้ขวัญข้าวต้องรีบมาเป็กรรมการห้ามทัน เพราะเห็นว่าชายหนุ่มอีกคนดูท่าทางจะพึ่งไม่ได้เพราะได้แต่มองดูศึกเล็กๆนี้หน้าตาเฉย
“โอเคเลย พี่ก็กำลังหิวพอดี กองทัพต้องเดินด้วยท้องนินะไปยัยจาไปตักของกินกัน” พูดเสร็จภัสกรก็หันไปคว้าแขนคนตัวเล็กออกเดินทันทีปล่อยให้หนุ่มสาวอีกคู่ยืนงงนิดๆ กับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วของคนทั้งสอง
“อ้าวคุณมัวแต่เหม่อมองคู่นั้นอยู่นั่นละ ผมก็หิวแล้วนะไปกันเถอะครับ”กวินชวนคนข้างๆ บ้าง
“แหมอ้าปากพูดได้แล้วเหรอคะ นึกว่ายืนมองสองคนนั้นทะเลาะกันจนอิ่มแล้วซะอีกทีหลังอ่ะหัดช่วยกันมั่งดิคุณ” ขวัญข้าวพูดพร้อมส่งค้อนไปให้คนข้างๆ วงหนึ่ง
“นั่นเรียกว่าทะเลาะเหรอครับ ผมคิดว่าคู่นั้นเขาทักทายกันมากกว่าผมก็เลยปล่อยให้เขาคุยกันไป เพื่อนผมไม่ได้เจอคุณจาตั้งนานคงมีเื่คุยเยอะดูสิครับท่าทางสองคนนั้นดูมีความสุขออก ผมว่าเราอย่าไปกวนเขาดีกว่า”กวินพูดพร้อมกับพยักพเยิดให้หญิงสาวมองดูกัลจารีกับภัสกรที่ชี้ชวนกันตักอาหารพร้อมแขวะกันพอให้หายคิดถึงจนหญิงสาวเริ่มคล้อยตามว่าจริงๆแล้วสองคนนั้นไม่เหมือนคู่กัดกันสักนิด ดูเหมือนคู่รักที่กำลังหยอกล้อกันมากกว่า
“ผมว่าเราไปหาของว่างกับเครื่องดื่มทางนู้นกันดีกว่า”กวินพูดพร้อมคว้าข้อมือหญิงสาวข้างๆที่กำลังมองเพื่อนรักเพลินพร้อมกับประมวลผลในสมองว่าที่คิดไว้คงจะจริงที่เพื่อนเราแอบกิ๊กเพื่อนรุ่นพี่ซะแล้วโดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกจูงมือไปโดยคนแปลกหน้าที่หน้าไม่แปลกและกำลังเป็เป้าสายตาของคนทั้งงานทั้งคู่ของตนและกัลจารีกำลังเป็จุดสนใจเพราะชายหนุ่มทั้งสองจัดว่าไม่ธรรมดาเลยในวงสังคมและวงการบันเทิงพอรู้สึกตัวอีกทีก็มีพันซ์สีสวยอยู่ในมือพร้อมกับค็อกเทลของว่างเต็มจานแล้ว
“นี่คุณกวินจะลากฉันไปไหนนะ โต๊ะตรงนู้นก็มีเยอะแยะอีกอย่างเดี๋ยวยัยจาหาไม่เจอจะโวยวายเปล่าๆ” ขวัญข้าวชี้ไปตรงโต๊ะใกล้ๆ เวทีที่ตอนนี้กัลจารีกำลังนั่งคุยอยู่กับภัสกรอย่างออกรสไม่รู้ว่าแขวะกันไปถึงไหนแล้ว
“ไม่เอาดีกว่าผมไม่ชอบที่คนเยอะๆ น่ารำคาญตอนเดินมาที่งานผมเห็นมีโต๊ะไม้เล็กๆ น่านั่งอยู่แถวนู้นเราไปทานที่นู่นกันดีกว่า” แล้วกวินก็ลากคนตัวเล็กที่ยังงงๆ อยู่ว่ามันเกี่ยวอะไรกับฉันละเนี่ย ‘เขาอยากไปนั่งตรงนู้นอ่ะไมฉันต้องไปกับนายสองคนด้วยล่ะฉันเสียชื่อน้า เดี๋ยวลงข่าวหน้าหนึ่งไปทำไงอ่ะแต่คิดอีกทีเราไม่ใช่ดารานี่หว่าอีกอย่างงานนี้คุณพ่อก็ไม่ได้เชิญสื่อมาด้วยงั้นช่างมันก็ได้วะ’
“เอ้าเชิญนั่งครับ เป็ไงผมว่าตรงนี้น่านั่งกว่าเยอะเห็นดาวชัดด้วย”กวินรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เห็นดาวบนฟ้าชัดๆ แบบนี้มานานหลายเดือนแล้ว ่หลังๆดนัยป้อนงานให้เขาตลอด จะแอบแวบไปพักผ่อนไกลๆ สักวันสองวันยังไม่ได้เลยนี่ดีหน่อยที่ก่อนงานแฟชั่นโชว์ครั้งใหญ่พี่ซินดี้อยากให้นายแบบนางแบบพักให้เต็มที่เลยให้งดรับงานไปสองสามวันเขาเลยมาที่นี่กับภัสกรได้
“ต่างจังหวัดก็แบบนี้ละคุณ ไม่มีแสงสีหมอกควันมาบดบังท้องฟ้าทำให้เราเห็นดาวชัดขึ้นนี่ถ้าอยู่ที่แม่ฮ่องสอนนะเห็นชัดกว่านี้อีกจนบางครั้งคิดว่าเราััมันได้เลยละถ้าได้นอนดูดาวบนระเบียงบ้านกลางเนินนะ เหมือนถูกห่มด้วยดวงดาวนับล้านดวงเลยละ”ขวัญข้าวคิดถึงบ้านและโฮมสเตย์ที่เมืองหมอกซึ่งตอนนี้เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้วพรุ่งนี้แล้วละที่เธอจะได้เดินทางกลับบ้านที่เธอคิดถึงทุกคืนวันซะที