ตอนที่ 4 เด็กหนุ่มผู้ตื่นจากการนิทรา
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ณ ศูนย์วิจัยนิวโฮปภาคเหนือแห่งประเทศไทย
สถานที่แห่งนี้เป็ที่ที่เก็บแค็ปซูลผู้นิทราผลึกใสของทั่วทุกแห่งในภาคเหนือแน่นอนว่ามันถูกตั้งไว้ที่จังหวัดที่ปรากฏอบิสสีขาวขึ้นเป็ครั้งแรก
เพราะจากการวิจัยของ New hopeFederation อบิสมักจะไม่ปรากฏขึ้นที่เดิมถึงแม้จะมีเหตุการณ์แบบนี้อยู่บ้างแต่มันก็มีโอกาสน้อยมาก ดังนั้นหลายๆประเทศจึงมักจะตั้งสถานที่สำคัญๆ บนพื้นที่ที่เคยมีอบิสปรากฎขึ้นเพื่อป้องกันการปรากฏตัวของอบิสอย่างไม่รู้ตัวและทำให้ผู้คนได้รับผลจากการนิทราหลับใหลซึ่งนั่นอาจทำให้ต้องสูญเสียบุคลากรสำคัญของประเทศ
ห้าสิบเจ็ดปีหลังจากเกิดเหตุการณ์อบิสปรากฏขึ้นครั้งแรกบนตึกสูงที่มีเทคโนโลยีระดับสูงมีห้องจัดเรียงแคปซูลที่บรรจุผู้นิทราไว้มากมาย
ที่นี่ถือว่าเป็แหล่งให้กำเนิดเวเนเตอร์ของพื้นที่แห่งนี้ก็ว่าได้ผู้นิทราผลึกใสทั้งหมดของภาคเหนือถูกนำมารวมกันไว้ที่นี่
รวมทั้งร่างของเด็กหนุ่มวัยย่างสิบเจ็ดปีคนหนึ่งที่ถูกทำให้ตกอยู่ในห้วงนิทรามาห้าสิบกว่าปีเหตุการณ์การปรากฏขึ้นของอบิสระดับสีขาวครั้งแรกของประเทศไทย
่เวลานั้นครอบครัวของเด็กหนุ่มกำลังอยู่กันพร้อมหน้าบิดาของเขาเป็นายแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในตัวเมืองที่กำลังกลับมาจากการทำงานทั้งวันและเตรียมที่จะกินข้าวพร้อมกับลูกเมียส่วนมารดาของเขาก็เป็แม่บ้านที่กำลังเตรียมอาหารเย็นให้สามีและลูกเด็กหนุ่มกำลังนั่งเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในห้องนอนของตัวเอง
บ้านที่พวกเขาคิดว่ามันเป็สถานที่ที่ปลอดภัยแต่ใครจะคิดเล่าว่า่เวลาที่คาดไม่ถึงระลอกคลื่นสปีริตจากอบิสกลับแผ่กระจายออกมาอย่างรวดเร็วจนมาถึงบ้านของพวกเขา
บ้านของเด็กหนุ่มตกอยู่ในรัศมีของคลื่นสปีริตนั่นจึงทำให้พวกเขาทั้งบ้านกลายเป็ผู้นิทราผลึกใส
แม้ผู้ที่ตกอยู่ในนิทราผลึกใสจะมีโอกาสฟื้นตื่นขึ้นมาได้มากถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์แต่โชคร้ายที่ครอบครัวนี้กลับอยู่ในยี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ
โชคดีที่สิบสองปีก่อนหน้านี้บิดาของเด็กหนุ่มได้ฟื้นตื่นขึ้นมาก่อนผู้ที่ตื่นจากนิทราแม้เวลาจะผ่านมานานแต่รูปร่างและอายุขัยของพวกเขาจะไม่แก่ตามวัยราวกับว่าอายุของพวกเขาถูกทำให้หยุดไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อฟื้นตื่นนาฬิกาชีวิตจึงเริ่มเดินขึ้นอีกครั้ง
หลังจากที่สมคิดฟื้นตื่นเขาต้องใเป็อย่างมากกับสภาพของลูกเมียตนเองแต่เมื่อได้รับรู้เื่ราวต่างๆ จากนิวโฮป นั่นก็ทำให้เขามีความหวังเพราะการนิทราแม้จะดูอันตรายแต่ก็มีโอกาสจะฟื้นตื่นขึ้นมาได้อย่างเช่นตัวเขาที่หลับใหลไปหลายสิบปีนั้นเอง
บิดาของเด็กหนุ่มหรือนายแพทย์สมคิดได้กลายเป็เวเนเตอร์เขาได้รับการทดสอบจากองค์กรนิวโฮปภาคเหนือจนทำให้รู้ว่าไอเทมสปีริตของเขาคือ“ถุงมือ”
ไม่รู้ว่านี่คือโชคชะตารึป่าวที่ทักษะของถุงมือนั้นคือการรักษา
สมคิดที่เป็เวเนเตอร์สายสนับสนุนเขาย่อมเป็ที่้าตัวของกลุ่มกองกำลัง แม้ว่าจะมีเวเนเตอร์อีกหลายคนที่เป็สายสนับสนุนก็ตามแต่สายสนับสนุนย่อมเป็ที่้าของทุกกลุ่ม
สมคิดมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจว่าจะทำงานให้กับนิวโฮปหรือไม่ทำก็ได้แต่เมื่อเขาพบว่าโลกนี้นั้นเปลี่ยนไปมาก เทคนิคทางการแพทย์ที่เขาเคยใช้เมื่อหลายสิบปีก็กลายเป็ความรู้ความสามารถที่ล้าหลังไปแล้วอีกทั้งใบอนุญาตของเขาก็หมดสิทธิ์ไปไม่รู้กี่ปี
ไม่ว่าจะยุคไหนมนุษย์ล้วนดำรงอยู่ได้ด้วยเงินสมคิดจึงยอมเข้าร่วมกับนิวโฮปเพื่อปฏิบัติภารกิจล่ามอนเตอร์
สมคิดต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมดแต่โชคดีที่ทางสมาคมมีการฝึกอบรมสำหรับเวเนเตอร์ดังนั้นเขาจึงสามารถปรับตัวเริ่มต้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย
นับั้แ่นั้นมาสมคิดก็เดินหน้าทำงานในสายอาชีพนี้
หลังจากนั้นสิบกว่าปีผ่านไปเป็ครั้งแรกที่สมคิดได้รับการติดต่อจากทางสมาคมว่าหนึ่งในครอบครัวของเขาที่เป็ผู้นิทราผลึกใสได้ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว
ปัจจุบันสมคิดได้กลายเป็เวเนเตอร์ดาราขาวหกแฉกแม้สิบกว่าปีมานี้การบ่มเพาะของเขาจะต่ำต้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาลำบากมากนัก
สมคิดกลับมาทำงานเป็แพทย์อีกครั้งหลังจากที่เขาทำงานในฐานะเวเนเตอร์มาห้าปี แม้รายได้จากอาชีพเวเนเตอร์จะไม่ได้ทำเงินได้มากมายเพราะเขาทำได้แค่ตะลุยในอบิสระดับสีขาวจึงทำให้ได้เงินไม่มากนักแต่ก็พอที่จะทำให้เขาตั้งตัวได้ สมคิดเป็สายสนับสนุนจึงทำให้เขาได้รับการคุ้มกันเป็อย่างดีและสามารถรอดพ้นจากอันตรายต่างๆออกมาได้
สมคิดยังคงคิดถึงครอบครัวลูกเมียของเขายังหลับใหลดังนั้นเขาจึงอยากมีชีวิตเพื่ออยู่รอดูหน้าลูกเมียอีกครั้งแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังออกล่าในฐานะเวเนเตอร์อีกบ้างเป็ครั้งคราว โดยที่รับแต่ภารกิจที่มีไม่อันตรายมากนักนั่นจึงทำให้การบ่มเพาะของเขาอยู่เพียงแค่ระดับดาราขาวหกแฉก แม้จะเดินในสายอาชีพนี้มาสิบกว่าปีก็ตาม
หลายสิบปีมานี้โลกนั้นวิวัฒนาการไปไกลมากจากเดิมที่มีอบิสปรากฏขึ้นในสถานที่ที่ไม่รู้จักจนเกิดเหตุการณ์อบิสแตกขึ้นมาจึงทำให้บางถิ่นที่อยู่กลายเป็อาณาเขตของเหล่ามอนเตอร์การจะจัดการอบิสที่แตกแล้วเป็เื่ที่ยุ่งยากมากเพราะเหล่ามอนเตอร์ที่หนีออกมาหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ต่างๆทำให้ยากที่จะค้นหาหรือถูกมอนเตอร์เ่าั้ลอบโจมตี
แต่ตอนนี้มนุษย์ได้พัฒนาเทคโนโลยีการตรวจจับพลังสปีริตพวกเขาสามารถััได้ทันทีเมื่อมีพลังสปีริตเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติบนโลกนั่นจึงทำให้พวกเขาสามารถเข้าไปจัดการอบิสและมอนเตอร์ที่หลุดออกมาได้ทันท่วงที
ยิ่งนานวันเทคโนโลยีเหล่านี้ยิ่งล้ำหน้ามากยิ่งขึ้นว่ากันว่าพวกเขาถึงกับสามารถปลุกผู้นิทราขึ้นมาก่อนได้ เพียงแต่ว่ายาที่พวกเขาคิดค้นนั้นต้องได้วัตถุดิบมาจากอบิสระดับสีน้ำเงินและมันเป็สิ่งที่หาได้ยากดังนั้นมันจึงไม่มีวางขายทั่วไป จะมีไว้ใช้กับพวกที่เป็คนสำคัญๆ เท่านั้นหรือไม่ก็ต้องจ่ายเงินเป็จำนวนมากเพื่อให้ได้มันมา
หลายคนกังวลกับคนในครอบครัวที่ยังนิทราอยู่พวกเขา้าปลุกคนใกล้ชิดให้ตื่นขึ้นมา ซึ่งสมคิดก็เป็หนึ่งในนั้น
แต่ทว่าในวันนี้สมคิดก็ได้รับข่าวดีว่าลูกชายของเขาได้ฟื้นตื่นขึ้นมา
สมคิดเป็คนที่รักภรรยาและลูกของเขามากตลอดเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดที่จะมีครอบครัวใหม่และยังเฝ้ารอครอบครัวของเขาให้กลับมาสมบูรณ์
สมคิดที่ทำงานเป็แพทย์อยู่ในโรงพยาบาลที่อยู่ในอีกจังหวัดหนึ่งเขารีบทำเื่ลางานเพื่อเดินทางไปรับลูกชายของเขากลับมาทันที
ภายในห้องรับรองผู้ตื่นจากการนิทรา เด็กหนุ่มถูกบรรจุในแท่งกระจกใสสภาพบนร่างกายของเขามีผลึกใสเกาะกุม
เมื่อผลึกใสหายไปนาฬิกาชีวิตจะกลับมาเดินอีกครั้ง
ผลึกใสเ่าั้ค่อยๆ มุดหายเข้าไปในร่างของเด็กหนุ่มเพื่อก่อรูปร่างเป็สัญลักษณ์ดารากลางหน้าผาก
สติของเด็กหนุ่มดูเลือนรางเป็อย่างมากเปลือกตาของเขาค่อยๆ ขยับพร้อมกับสติรับรู้ที่กำลังคืนย้อนมา
“ที่นี่ ...”
ตอนนั้นเองภาพเหตุการณ์ที่เลือนรางราวกับความฝันก็แล่นเข้ามาในหัวมันคือภาพของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่หลุดเข้าไปยังโลกที่ไม่รู้จักแห่งหนึ่งที่นั่นเขาได้พบกับอาจารย์ ได้เผชิญกับเื่ราวที่น่าตื่นเต้นมากมาย รวมทั้งเหตุการณ์ที่เขาได้รับมรดกของเซียนกระบี่ท่านหนึ่ง
เพียงแต่ว่า ...
ภาพทั้งหมดนั้นไม่ต่างจากความฝันแม้จะรู้สึกว่าชัดเจนแต่มันกลับดูเหมือนหมอกที่ไม่สามารถคว้าจับได้
เขาไม่สามารถจดจำได้แม้แต่ชื่อของอาจารย์ซึ่งเป็ตัวละครสำคัญที่สุดด้วยซ้ำ
สิ่งเดียวที่เขาพอจะจดจำได้คือชื่อชื่อหนึ่ง
นั่นก็คือ “ ... เอ็ดเวิร์ด”
ทว่าตอนนั้นเองเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ทำให้เขาได้กลับมาโฟกัสกับความเป็จริง
เสียงเปิดประตูอัตโนมัติดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวผู้สวมเครื่องแบบสีขาวและมีสัญลักษณ์รูปดาวประดับอยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายเธอเดินมาพร้อมกับชายวัยกลางคนในเสื้อเชิร์ตสีขาวที่ดูสุภาพ
“คุณหมอสมคิดเชิญทางนี้ค่ะ”หญิงสาวคนนั้นก้มอ่านภาพโฮโลแกรมที่ฉายออกมาจากนาฬิกาของเธอแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มกับคนที่เดินมากับเธอ
“คุณโชคดีมากดูเหมือนว่าลูกชายของคุณจะควบแน่นสัญลักษณ์เสร็จพอดี มาค่ะฉันจะพาคุณไปพบกับลูกชาย” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูจริงใจ
@font-face{font-family:"Cordia New";panose-1:2 11 3 4 2 2 2 2 2 4;mso-font-charset:222;mso-generic-font-family:swiss;mso-font-pitch:variable;mso-font-signature:-2130706429 0 0 0 65537 0;}@font-face{font-family:"Cambria Math";panose-1:2 4 5 3 5 4 6 3 2 4;mso-font-charset:0;mso-generic-font-family:roman;mso-font-pitch:variable;mso-font-signature:3 0 0 0 1 0;}@font-face{font-family:Calibri;panose-1:2 15 5 2 2 2 4 3 2 4;mso-font-charset:0;mso-generic-font-family:swiss;mso-font-pitch:variable;mso-font-signature:-536859905 -1073732485 9 0 511 0;}p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal{mso-style-unhide:no;mso-style-qformat:yes;mso-style-parent:"";margin:0cm;mso-pagination:widow-orphan;font-size:12.0pt;mso-bidi-font-size:15.0pt;font-family:"Calibri",sans-serif;mso-ascii-font-family:Calibri;mso-ascii-theme-font:minor-latin;mso-fareast-font-family:Calibri;mso-fareast-theme-font:minor-latin;mso-hansi-font-family:Calibri;mso-hansi-theme-font:minor-latin;mso-bidi-font-family:"Cordia New";mso-bidi-theme-font:minor-bidi;}.MsoChpDefault{mso-style-type:export-only;mso-default-props:yes;font-family:"Calibri",sans-serif;mso-ascii-font-family:Calibri;mso-ascii-theme-font:minor-latin;mso-fareast-font-family:Calibri;mso-fareast-theme-font:minor-latin;mso-hansi-font-family:Calibri;mso-hansi-theme-font:minor-latin;mso-bidi-font-family:"Cordia New";mso-bidi-theme-font:minor-bidi;}div.WordSection1{page:WordSection1;}