บทที่ 13
รองแม่ทัพใหญ่
บนเตียงไม้ของผู้ป่วยที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักร่างของทหารผู้ที่จางิช่วยเอาไว้นั่งอยู่บนเตียงไม้เตียงนั้น
ยามนี้ชุดเกราะที่กำลังสวมใส่ถูกถอดออกเหลือเพียงแค่ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดก้ามและกำลังถูกพันทับด้วยผ้าสีขาว
บุรุษวัยกลางคนผู้หนีทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยาแการต่อสู้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเค้าคงจะพบเจออะไรมามากมาย
จางิเดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เท้าทั้งสองข้างเดินมาหยุดลงใช้ดวงตาจ้องมองไปที่ชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง
จากที่ได้ยินเมื่อครู่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายนั้นจะกล่าวว่าคนผู้นี้เป็รองแม่ทัพใหญ่
เมื่อเดินมาถึงสถานที่แห่งนี้เท้าทั้งสองข้างหยุดลงห่างจากเตียงที่อีกฝ่ายนั่งประมาณสิบก้าวจึงทำการกล่าวถามขึ้นมา “ อาการเป็อย่างไรบ้างขอรับ?”
ผู้ที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าตอบรับก่อนที่จะกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ยังอ่อนเพีย “ ดีขึ้นแล้วถ้าไม่ได้เ้าค่าคงจะต้องตายอยู่ภายในสถานที่แห่งนั้นแน่นอน?”
จางิลองประเมินด้วยสายตาอีกฝ่ายนั้นดูเป็คนที่มีความคิดมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้
อันที่จริงแล้วเมื่อเห็นว่าเป็ทหารแน่นอนว่าบางทีก็ย่อมคิดว่าพวกทหารมีความคิดหรือเหตุผลน้อยกว่าพวกบัณฑิต
แต่ในตอนนี้คนพวกนี้ดูแตกต่างออกไปแม้ว่าจะเป็ทหารที่ดูมีร่างกายกำยำและเก่งกาจแต่กลับมีความคิดราวกับบัณฑิตแถมยังมีการควบคุมอารมณ์ที่ดีเยี่ยม
จางิเลยถือโอกาสนี้ในการถามขึ้นมา “ ถ้าเช่นนั้นผู้น้อยขอถามท่านหน่อยได้หรือไม่ท่านเป็ผู้ใดเหตุใดถึงไปอยู่ที่สถานที่แห่งนั้นได้?”
อันที่จริงไม่ต้องถามก็รู้อยู่แล้วเพียงแต่ว่าเค้าถามเพื่อที่จะยืนยันความมั่นใจของตนเองเท่านั้น
เป็เพราะว่าในตอนนี้จากที่มองเห็นรอบรอบเตียงของคนผู้นี้มีทหารรักษาการของเมืองที่มายืนรออยู่บริเวณรอบรอบเพื่อเฝ้าระวัง
มองเพียงแค่นี้ก็รู้ได้ในทันทีว่าน่าจะเป็คนที่มีตำแหน่งแล้วก็มีฐานะที่สูงเป็อย่างมากรวมไปถึงคำที่ทหารด้านหน้าที่เรียนเชิญเข้ามาบอกว่าคนผู้นี้เป็รองแม่ทัพ
เพียงแต่ว่าอยากจะยืนยันเท่านั้นว่าความเข้าใจของเค้านั้นถูกต้องหรือไม่
ชายวัยกลางคนผู้นั้นพยักหน้าตอบรับพร้อมกับพูดขึ้นมา “ ข้ามีนามว่าอู๋เสี่ยวกวนมีตำแหน่งเป็รองแม่ทัพของอาณาจักรฉี ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาทั้งสองข้างก็ตื่นตระหนกคำตอบของผู้ที่อยู่บริเวณด้านนอกนั้นเป็จริงเช่นนั้นผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเป็รองแม่ทัพของอาณาจักรฉีแห่งนี้จริงๆ ”
แน่นอนอยู่แล้วว่ายอมตื่นตระหนกใตำแหน่งรองแม่ทัพใหญ่มีความเกรียงไกรและมีความเก่งกาจเพียงใด
ถ้าลองให้เปรียบเทียบแล้วตำแหน่งรองแม่ทัพใหญ่มันเองก็เปรียบเทียบได้กับเป็ขุนนางระดับสูงภายในราชสำนักเลยทีเดียว
เพราะแบบนั้นคนที่อยู่บริเวณด้านหน้าถือว่าเป็ตัวตนที่มีทั้งอำนาจและก็มีทั้งบารมีภายในดินแดนแห่งนี้
ตอนแรกกะจะช่วยเพียงแค่พวกทหารธรรมดาธรรมดาทั่วไปผู้ใดจะคิดล่ะว่าทหารที่ช่วยเอาไว้จะเป็ถึงรองแม่ทัพใหญ่
เขาแสดงท่าทางสงบใจจังิพยายามสงบใจเอาไว้มองไปที่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแล้วก็ได้เปลี่ยนท่าทางกายเป็ท่าทางที่นอบน้อมตีใบหน้าและท่าทางของตนเองพร้อมกับแสดงความความเคารพผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
เขาก้มศีรษะของตนเองต่ำลงไปเล็กน้อยพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่ยกขึ้นมาประสานกันกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ ที่แท้ก็เป็ท่านรองแม่ทัพไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจอกันที่สถานที่แห่งนี้ผู้น้อยดวงตาพร่ามัวแล้ว”
“ ไม่หรอกไม่เป็อันใดอันที่จริงแล้วการที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยข้าก็ถือว่าดีเท่าใดแล้วเ้าเป็คนที่มีคุณธรรมยื่นมือไปช่วยคนที่ไม่รู้จักทั้งที่ตนเองนั้นอาจจะได้รับอันตรายถือว่าเป็ยอดคน” อู๋เสี่ยวกวนปฏิเสธมิได้ว่าตอนนี้มันประทับใจกับน้ำใจของจางิเป็อย่างมาก
โดยทั่วไปแล้วถ้ามีกลุ่มโจรมากมายขนาดนั้นจะมีซักกี่คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยโดยที่ไม่ใช่เื่ของตนเอง
เพราะแบบนั้นมันเลยประทับใจกับน้ำใจของเด็กหนุ่มผู้นี้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพวกมันในยามที่คับขัน
จางิเงยใบหน้าของตนเองขึ้นเล็กน้อยหลังจากเก่าทักทายเสร็จมองตรงไปที่อู๋เสี่ยวกวนนั้นก่อนที่จะถามขึ้นมาอีกหนึ่งคำถาม “ แล้วเหตุใดคนที่เป็ถึงรองแม่ทัพใหญ่อย่างท่านถึงมาอยู่ที่สถานที่อย่างนี้อย่างนั้นหรือขอรับ?”
เขาถามออกมาอย่างสงสัยเมื่อมองถึงหลายอย่างคนที่เป็ถึงรองแม่ทัพน่าจะอยู่ภายในเมืองหลวงและคอยแนะนำเื่ต่างๆอยู่ภายในกองทัพเหตุใดถึงลงทุนแล้วก็มาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้และยังโดนพวกกลุ่มโจรรายล้อมพร้อมกับจะเล่นงานอีก
ถ้าเขาไม่เข้าไปช่วยก่อนหน้านี้คนผู้นี้คงจะโดนสังหารตายภายในสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน
เมื่อถามกับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าออกไปมันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาหนึ่งคราแล้วอธิบาย “ ข้ามีงานสำคัญต้องมาทำภายในสถานที่แห่งนี้แต่ไม่คิดเลยว่าจะพาดถ้าแล้วก็โดนเล่นงานจนสภาพร่อแร่เช่นนี้ ”
มันพูดออกมาราวกับตัดพ้อในสิ่งที่ตนเองนั้นทำผิดพลาดลงไปจนทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจึงเป็แบบนี้
จางิมองเห็นเช่นนั้นเค้าแสดงใบหน้าครุ่นคิดบางอย่างภายในใจก่อนที่จะทำการถามขึ้นมา “ เื่ที่ท่านแม่ทัพกล่าวถึงคงจะหมายความถึงงานสำคัญภายในดินแดนชิงกระมัง”
อู๋เสี่ยวกวนหันใบหน้ามองเล็กน้อยขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนที่จะถามขึ้น “ เ้ารู้ได้อย่างไร? ”
จางิเริ่มมองเห็นท่าทางของพวกเขาเปลี่ยนไปคงจะเป็เพราะว่าสิ่งที่เขาพูดออกมาเลยทำให้พวกเขานั้นเริ่มแสดงท่าทางที่เปลี่ยนไปจากเดิม
จึงเริ่มทำการอธิบายออกมาอย่างรวดเร็วเพราะเกรงว่าจะเข้าใจผิด “ โปรดอย่าพึ่งเข้าใจผิดตัวของข้าไม่ใช่คนที่น่าสงสัยอันใดเพียงแต่ว่าที่รู้ได้ก็เป็เพราะคาดการณ์จากประสบการณ์เท่านั้น”
“ อย่างที่ข้านั้นเคยบอกกับพวกท่านไปว่าข้าเป็พ่อค้าที่เดินทางไปที่สถานที่ต่างๆเพราะแบบนั้นเลยพบเจอผู้คนมามากมายพบเจอสถานการณ์มาหลากหลายสถานการณ์”
“ ในตอนนี้ข้าลองคิดเล่นเล่นว่าการที่พบเจอพบท่านที่สถานที่แห่งนั้นบริเวณนั้นมันเป็ชายแดนของทั้งสองอาณาจักรที่เชื่อมโยงถึงกันการที่พบเจอท่านภายในสถานที่อย่างนั้นในสภาพที่ร่างกายเต็มไปด้วยาแก็แสดงว่าท่านคงจะเดินทางกลับมาจากอาณาจักรชิง”
“ และการเดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นและได้บัตรแผลกลับมาเช่นนี้ก็แสดงว่าพวกท่านน่าจะไปทำบางอย่างที่เป็ความลับแก่อาณาจักรชิงจนโดนจับได้”
“ อาจจะเป็ข้อมูลลับบางอย่างหรือว่าอาจจะเป็เบาะแสสำคัญบางอย่างที่อาจจะเป็การขัดแย้งของทั้งสองอาณาจักรเลยทำให้พวกท่านมีสภาพเช่นนี้กลับมา” เขาคาดเดาจากความคิดของตนเอง
อย่างไรเสียเขาก็ไม่ใช่คนโง่แม้ว่าเมืองนอกผู้คนมากมายจะมองเขาว่าเป็องค์ชายที่ไร้ค่ารัชทายาทที่ไร้ความสามารถ
แต่เบื้องลึกเื้ัภายในชีวิตก่อนเขานั้นผ่านประสบการณ์มามากมายเพียงเื่แค่นี้จะไม่สามารถมองออกได้อย่างไร
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้ที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับเอ่ยชื่นชม “ ยอดเยี่ยมเป็อย่างมากเด็กหนุ่มเ้ามีทั้งความคิดมีทั้งสติปัญญาแถมยังคาดเดาเื่ราวต่างๆได้อย่างแม่นยำข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนเช่นเ้าจะเป็เพียงแค่นักเดินทาง? ”
ชายผู้ที่อยู่ด้านหน้าอู๋เสี่ยวกวนผู้นี้หลังจากที่ได้ฟังคำวิเคราะห์จึงประเมินเด็กหนุ่มผู้นี้สูงเป็อย่างมาก
จางิจึงยกยิ้มขึ้นที่มุมปากก้มใบหน้าของตนเองเล็กน้อย “ ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เอ่ยชมแต่ข้าเป็เพียงแค่นักเดินทางธรรมดาจริงๆแต่เป็เพราะว่าผ่านโลกมามากมายจึงได้พอจะคาดเดาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ”
“ ดีในเมื่อเ้าเป็คนฉลาดเฉลียวเช่นนี้ก็ดีถ้าเช่นนั้นข้าขอกล่าวตรงตรงในตอนนี้ดูเหมือนว่าทางอาณาจักรชิงคิดจะทำการเปิดากับทางอาณาจักรฉี”
มันทำการพูดออกมาเมื่อมันพูดออกมาจบใบหน้าของจางิก็ตื่นตระหนกใเป็อย่างมาก
“ ว่าอย่างไรนะขอรับอาณาจักรทั้งสองจะเปิดากัน?” ในตอนนี้เค้าแสดงท่าทางที่ตื่นตระหนกใเมื่อได้ยินข่าวสารสำคัญที่ออกมาจากปากของรองแม่ทัพผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าพยักหน้าของตนเองตอบรับกลับไปเพื่อที่จะทำการยืนยันในคำพูดของตนเอง
จางิยกนิ้วมือของตนเองขึ้นมาแล้วก็มาลูบคำบริเวณปลายคางพร้อมกับคิดอย่างหนัก “ นี่มันอะไรกันเหตุใดถึงเป็เช่นนี้ได้มันไม่น่าจะมีการเปิดาขึ้นมาได้เนี่ยตอนที่ขัาอยู่ที่อาณาจักรชิงภายในอาณาจักรก็ไม่มีอันใดที่ผิดแปลกออกไปขนาดตอนที่เดินทางออกมาก็ไม่มีอะไรที่ผิดแปลก”
“ แล้วเหตุใดในตอนนี้มาถึงเกิดเื่ราวเช่นนี้ขึ้นมาได้เหตุใดถึงมีคนคิดจะทำการประกาศาระหว่างดินแดนขึ้นมา?”
ในตอนนี้ยิ่งคิดเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปอีก
เขายิ่งไม่เข้าใจเกี่ยวกับถ้อยคำที่อีกฝ่ายนั้นพูดออกมาแล้วก็ความจริงที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ด้วย
เขามองตรงไปที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าแล้วเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ “ ที่ท่านพูดออกมาแน่ใจแล้วใช่หรือไม่ขอรับ?”
เค้าทำการพยักหน้าตอบรับกลับมาก่อนที่จะเริ่มอธิบาย “ ข้าจะเริ่มอธิบายเื่ทั้งหมดให้เ้าฟังอย่างน้อยก็ถือว่าเป็การตอบแทนก็แล้วกันที่เ้ามาช่วยเหลือข้า”
เมื่อเขากล่าวออกมาเช่นนั้นทหารที่ยืนอยู่บริเวณข้างเตียงก็ทำการอ้าปากราวกับว่าจะกล่าวแย้งขึ้นแต่ว่าผู้ที่เป็รองแม่ทัพก็ยกมือของตนเองขึ้นมาเพื่อห้ามปากของมันเอาไว้ “ ไม่เป็อันใดคนผู้นี้ไม่ใช่คนที่น่าสงสัยข้ามองดูได้จากสายตา”
จบบท