ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่711 เหลี่ยมใส่กัน

        ก่อนที่หมู่ชนจะเห็น ร่างเลือนรางของชายแก่ ลอยตัวเหนือต้นโพธิ์ อายุเก่าแก่หลายพันปี บางครั้งถึงกับมองเห็นร่างเงา ของงูเพลิงแผดเผาดวงตะวัน ปรากฏออกมา ทับซ้อนกับร่างชายแก่ที่เลือนราง
 


        ภาพนั้นต่างก็พาให้หมู่ชน เบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง ด้วยความไม่อยากเชื่อ ‘แดนลับหยวนเทียนแห่งนี้ ไม่น่าจะมีผู้ยิ่งใหญ่ อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ได้ นี่มันหมายความว่าอย่างไร’ เหล่าราชาอมตะ ต่างก็ครุ่นคิดกันไม่ตก

 


        ก่อนพวกเขาจะประสานฝ่ามือ คำนับออกมาเบื้องหน้า ไปยังทิศทางต้นโพธิ์ ไม่เว้นแม้แต่อี้เฉินเองก็ตาม ทว่าอี้เฉินก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเช่นกัน ‘เหตุใดตราประทับมังกร ภายในทะเลความรู้ของเขา ถึงได้เกิดการสั่นไหว อย่างหนักไม่หยุด เมื่ออยู่ต่อหน้าชายแก่ที่อยู่ห่างออกไป ที่อี้เฉินมองว่า ชายแก่ผู้นี้ ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป เป็นเพียงจิตยึดติด ของชายแก่ ขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิเท่านั้น แต่แรงยึดติดนั้น แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มันยังคงตัวตน ดั้งเดิมเขาเอาไว้ได้’

 


“ขออภัยท่านผู้อาวุโส ที่พวกเราพลการ

 


       ล่วงล้ำ มายังพื้นที่ส่วนตัวของท่าน ไม่ทราบว่า ท่านผู้อาวุโส จะแบ่งเมล็ดพันธุ์ ระดับสูงที่สุกงอม บนต้นโพธิ์ ให้พวกเรา คนดินแดนจักรพรรดิ ได้บ้างหรือไม่?” ราชาอมตะชรา เอ่ยไต่ถามออกมา กลืนคำพูดของตนเองลงคอไปจนหมด

 


       ทำให้อี้เฉิน มองชม ฉากสนทนาเบื้องหน้า ใบหน้าเขียวคล้ำ จนดำมืดในทันใด ‘เหมือนว่าเขาจะเสียเหลี่ยม ให้พวกราชาอมตะ เข้าเสียแล้ว ไอ้พวกงูเฒ่าพวกนี้ เมื่อได้โอกาส พวกเขาฉกคว้าไว้ทันที’

 


      ..แต่แล้วในทันใด อี้เฉินก็ต้องคลี่ยิ้มออกมากว้าง ครั้นได้ยินน้ำเสียงแหบพร่าชายแก่ กล่าวพูดปฏิเสธเสียงแข็งออกมา “ข้าไม่มีทางยกเมล็ดพันธุ์ ให้กับคนดินแดนจักรพรรดิ แม้แต่เมล็ดเดียว พวกเจ้าไสหัวไปเสีย”

 


      ใบหน้าราชาอมตะทั้งสาม ที่รับรู้ถึงน้ำเสียงเดือดดาล ของชายแก่ชรา ‘เกรงว่าชายแก่ยามที่มีชีวิตอยู่ผู้นี้ จะผูกใจเจ็บ คนดินแดนจักรพรรดิ ไม่มากก็น้อย’ ก่อนพวกเขา จะก้าวฝีเท้าถอยห่างออกมา แม้จะรับรู้ว่าเป็นเพียงจิตยึดติด แต่อย่างไรก็ยังเป็นขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิ หากส่งเรื่องนี้ รายงานไปยังเบื้องบน คงจะได้รับของรางวัล ก้อนใหญ่

 


       ครั้นพวกเขาเหล่าราชาอมตะ เดินผ่านอี้เฉินในเสี้ยวพริบตาหนึ่ง พวกเขาต่างก็ยิ้มหน้าเจื่อนมาให้อี้เฉิน ราวกับคำพูดเหล่านั้น ของพวกเขาเหล่าราชาอมตะ ถูกกลืนลงคอไปจนสิ้น หลงลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เคยตกลงกันไว้หมดแล้ว

 


       อี้เฉินสืบฝีเท้าเข้าไปใกล้ต้นโพธิ์ทันที เอ่ยไต่ถาม ชายแก่ที่ยืนลอยตัว เหนือต้นโพธิ์อย่างไม่เกรงใจ ครั้นรับรู้ตราประทับมังกรตอบสนอง กับชายแก่ที่อยู่เบื้องหน้า อย่างเห็นได้ชัด เกรงว่าชายแก่ผู้นี้ จะต้องมีความเกี่ยวข้อง กับตราประทับมังกร ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง “ข้าต้องการต้นโพธิ์ กลับไปให้ผู้คนดินแดนเทพ ไม่ทราบผู้อาวุโส จะยกมันให้ข้าได้หรือไม่”

 


       เหล่าราชาอมตะ แม้กระทั่งผู้คนโดยรอบ ต่างก็ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่จักรพรรดิอี้เฉินขอ ไม่คิดอี้เฉินจะใจกล้าห่อฟ้า ขอมากมายถึงเพียงนี้ “ไม่กลัวเกรง ความโกรธเกรี้ยวของขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิ เลยหรืออย่างไร”

 


เสียงผู้คนดินแดนจักรพรรดิ เอ่ยพูดออกมาไม่ขาด “อืมๆ ชายผู้นี้โอหังจริงๆ นี่ก็ไม่ต่างจากการขอชีวิต ขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิ ไปเลยไม่ใช่หรือ”

 


       แล้วยิ่งเห็นชายแก่ รอยเหนือต้นโพธิ์ คลี่ยิ้มออกมากว้าง มันก็ยิ่งทำให้กายาของหมู่ชนหนาวสั่น ด้วยความหวาดกลัว ฉับพลันที่ชายแก่โบกฝ่ามือ จู่ๆ กลางกระหม่อม อี้เฉินก็เปล่งแสงเรืองรอง ของตราจักรพรรดิผู้ปกครองดินแดนเทพ ออกมาจนสว่างพร่างพราว

 


     “เจ้ายังอยู่ดีซินะ ตราประทับมังกรที่ข้ากับพวกสร้างขึ้นมา ผิดกับตัวข้า ที่โรยราถูกยุคสมัย กลบฝังกลืนกิน” ชายแก่กล่าวพูดพึมพำ ทำให้เขาหวนนึกถึง เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา

 


       ครั้นชายแก่เอ่ยพูดสิ้นประโยค ต้นโพธิ์เก่าแก่โบราณ ถูกชายแก่โบกฝ่ามือ ย่อขนาดต้นโพธิ์สูงใหญ่ มาลอยอยู่ภายในฝ่ามือ ของอี้เฉินในทันใด พร้อมกับร่างชายแก่ ที่แหลกสลาย เมื่อถูกแสงพร่างพราว ของตราประทับมังกร ปลดเปลื้องพันธนาการตัวเขา “ข้ารอเจ้ามานาน ในที่สุดจิตยึดติด ข้าก็ถูกปลดปล่อยเสียที”

 


       ภาพที่อี้เฉินเห็นรอยยิ้มชายแก่ คลี่ยิ้มออกมาในคราสุดท้าย มันก็ทำให้เขา รู้สึกเจ็บปวดหัวใจขึ้นมา แม้แต่หมู่ชนในยามนี้ ต่างก็ไม่อยากเชื่อว่า อี้เฉินจะได้ครอบครอง ต้นโพธิ์ ทั้งหมดไว้คนเดียวเช่นนี้ บรรยากาศรอบๆ พลันอึมครึม หนักอึ้งขึ้นมาในทันใด เมื่อสิ่งของที่พวกเขาหมายตา อย่างเมล็ดพันธุ์ระดับสูง ตกไปอยู่ในมือ คนดินแดนเทพ

 


       ครั้นเหล่าราชาอมตะทั้งสาม ที่คิดจะลงมือแย่งชิงต้นโพธิ์ จากอี้เฉิน พวกเขาต้องเก็บโทสะกลับไปในทันใด เมื่อนึกถึงความหวาดกลัว ที่เคยประสบในยามก่อน การเจรจาจึงเหมาะสมที่สุดในยามนี้

 


      น้ำเสียงของเหล่าราชาอมตะที่ดังขึ้นมา มันก็ทำให้ใบหน้าของเหล่าอนุชน ต่างก็หน้าดำกันเป็นแถบๆ ไม่คิดว่า ราชาอมตะทั้งสามจะเลือกแก้ปัญหา ด้วยการเจรจาอย่างนอบน้อม

 


“ไม่ทราบจักรพรรดิอี้เฉิน พอจะแบ่งเมล็ดพันธุ์ระดับสูง ให้พวกเขาคนดินแดนจักรพรรดิ บ้างได้หรือไม่”

 


อี้เฉินพยักหน้ารับคำ “ได้ ท่านผู้อาวุโส แต่ท่านต้องไปส่งพวกเราเสียก่อน”

 


      ชายแก่สีหน้าอ้ำอึ้งในทันใด ครั้นพวกเขารวมพลผู้คนบนเรือ หันปรายตาไปมองเรือรบที่พังยับ ของจักรพรรดิอี้เฉินได้ เขาก็ผุดพรายแผนชั่วร้ายออกมาทันที

 


      “เอาเช่นนี้เป็นอย่างไรเล่า จักรพรรดิอี้เฉิน หนึ่งคนต่อหนึ่งเมล็ดพันธุ์ ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผล ไม่เลวใช่หรือไม่” สิ้นคำพูดนั้นของชายชรา ผู้คนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาต่างก็คลี่ยิ้มออกมากว้าง บางคนถึงกับแสยะยิ้ม ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง พอจะรู้ว่าพวกอี้เฉิน ไม่มีทางเลือกมากนัก


 

ศิษย์อนุชนดินแดนเทพ พวกเขาสบถด่าขึ้นมาทันที “ไม่เลวกับผีนะซิ นี่มันขูดเลือดกินเนื้อกันชัดๆ”

 


        สายตาของเหล่าอนุชนรุ่นเยาว์ ต่างก็ไม่จำยอม “ไอ้เวรพวกนี้ได้ที ขี่แพะไล่พวกเราเลยนะ” ก่อนอี้เฉินจะโบกฝ่ามือ ห้ามปรามเหล่าอนุชน ครั้นเห็นชายแก่ เตรียมจะเอ่ยพูดออกมาอีกครา

 


      “พื้นที่บนเรือรบของเรามีไม่มาก แถมมิติเวลาตัวหนอนนั้น ทำให้ห้วงเวลาปั่นป่วน เพียงเข้ามาภายในมิติ แห่งนี้เวลาภายนอก ก็ผ่านไปร่วม5ปี อย่างรวดเร็ว ลองคิดดู หากเราอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้นานๆ จะเป็นเยี่ยงไร”

 


       คำพูดของชายแก่ทำให้อี้เฉิน รู้สึกหวาดกลัว ห้วงมิติเวลาตัวหนอนแห่งนี้ขึ้นมาเสียแล้ว “ได้ ข้าตกลง” ฉับพลันที่ลูกบาศก์มิติ ลอยขึ้นมาอยู่ในฝ่ามือ โอบล้อมเรือรบทั้งลำ ไปพร้อมกับเหล่าศิษย์ หายวับเข้าไปภายใน ลูกบาศก์มิติในเสี้ยวพริบตา หลงเหลือผู้อาวุโส ภายนอกไว้ไม่กี่หยิบมือ มันก็ทำให้หมู่ชน เบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง

 


       ภาพอี้เฉินกับเหล่าผู้อาวุโสไม่กี่คน สืบฝีเท้า ขึ้นไปบนเรือรบลำใหญ่ ต่างก็ทำให้พวกเขา คนดินแดนจักรพรรดิ ใบหน้ามืดทะมึนเป็นอย่างมาก เมื่อต่างฝ่ายก็ต่างเหลี่ยมเข้าใส่กัน

 


       “ออกเดินทางซิ มัวรออะไรอยู่” ก่อนอี้เฉินจะขับเคลื่อนเรือรบ ออกไปด้านหน้าด้วยตนเอง ทำให้เหล่าผู้อาวุโส ที่ยืนอยู่บริเวณหัวเรือรบ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 


       แต่ชั่วขณะเมื่อวิถีอาชูรา ด้านหลังอี้เฉินก่อร่างวิถีมารขึ้นมาใหญ่โต ซัดสาดปราณพลังที่บ้าคลั่ง โหดเหี้ยมออกมาทั่ว ราวกับพวกเขายืนอยู่ปากหุบเหวอเวจี มันก็ทำให้ผู้คนดินแดนจักรพรรดิ ต่างก็กายาหนาวสั่น เย็นเยือก ด้วยความหวาดกลัว จวนขาทั้งสองข้าง จะยันอยู่กับพื้น ไม่ไหวอีกต่อไป “นี่หรือคือพลังที่แท้จริง ของจักรพรรดิ ผู้ปกครองดินแดนเทพ”

 


       ก่อนอี้เฉินจะหันปรายตาไปมอง ราชาอมตะทั้งสาม “อย่าลืมข้าสามารถกลบฝังผู้คน ไว้ภายในสถานที่แห่งนี้ได้ ผู้คนภายนอก จะไม่มีใครรับรู้เรื่องราว ของพวกเจ้าอย่างแน่นอน หากยังเล่นแง่กับข้าอีกละก็”

 


       ผู้คนรอบด้านต่างก็หอบหายใจหนักถี่ ครั้นรับรู้จิตสังหารอี้เฉิน ที่โพยพุ่งสูงในเสี้ยวพริบตา ส่งให้กายาของพวกเขา ขนลุกซู่ชูชันขึ้นมาน้อยๆ รีบปิดปากเงียบในทันใด แม้บัดนี้ จะเห็นรอยยิ้ม ของอี้เฉินกลับมาแล้วก็ตาม พวกเขาก็ไม่กล้า เอ่ยปากกันออกมาแม้แต่น้อย

 


        ปิงหยวน นางกำฝ่ามือของนางไว้จนแน่น แม้จะรับรู้อี้เฉินยังห่างชั้นกับ ศิษย์อัจฉริยะดินแดนจักรพรรดิ อยู่ก้าวหนึ่ง แต่นางไม่มีความรู้สึกว่า นางจะไล่ตามชายผู้ที่อาจารย์เยว่ชิงเซียน ของนาง ยกย่อง ได้ทันเลยแม้แต่น้อย


คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน