กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
อสูรสี่ตากรีดร้องเสียงดังยาวนานกว่าทุกครั้งก่อนจะล้มลง
เสียงไร้ที่มาดังขึ้นในใจของเสวี่ยหลินจนจำได้แล้วว่าเสียงนี้จะกล่าวสิ่งใด
ปราณเซียนจิ้งจอกเพิ่มขึ้น 5%
แต้มสกิลจำนวน 5 แต้ม
จตุธาตุอัญมณี
คำ ‘จตุธาตุอัญมณี’ ฉุดให้เสวี่ยหลินที่กำลังเบื่อหน่ายสุดขีดเบิ่งตากลมกว้างจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง
ที่ลอยอยู่ตรงหน้านางคืออัญมณีทรงกลมสี่เม็ด แต่ละเม็ดมีขนาดราว 1 ชุ่น เม็ดหนึ่งสีน้ำเงินงดงามราวกับมีน้ำทะเลอยู่ภายในเม็ดหนึ่งสีแดงฉานราวกับมีเปลวไฟลุกโหม เม็ดหนึ่งสีขาวพยับหมอกเหมือนมองเห็นพายุโหมกระหน่ำและเม็ดสุดท้ายเป็สีม่วงเข้มที่มีประกายสายฟ้าอัญมณีทั้งสี่เม็ดเปล่งประกายเรืองรองทอแสงสว่างโชติ่
เบื้องหน้าของนางยามนี้มีหน้าจอแสดงอยู่
้าหลอมรวมเพื่อเป็เ้าแห่งธาตุทั้งสี่หรือไม่”
พร้อมกับคำสั่งให้นางเลือกว่า ‘หลอมรวม’ และ ‘ไม่หลอมรวม’
ฝ่ามือเล็กๆ ทาบลงไปบนคำว่า ‘หลอมรวม’ ทันที
พริบตาอัญมณีทั้งสี่เม็ดก็พุ่งเข้าสู่ร่างของนางเสวี่ยหลินรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าอัญมณีทั้งสี่วิ่งขึ้นไปที่ศีรษะก่อนจะแปรสภาพเป็สายน้ำหนึ่งสายเปลวไฟลุกโชน พายุลูกใหญ่ และสายฟ้าแล่นไปมาทั้งสี่อย่างวิ่งเข้าหากันที่กลางศีรษะของนาง ทำให้ปวดศีรษะจนต้องนั่งลงร่างกายของนางบอกว่าให้นางโคจรปราณจิ้งจอกชักนำให้พลังจากจตุธาตุอัญมณีมารวมกัน
เสวี่ยหลินโคจรปราณจิ้งจอกตามที่นางััได้ไม่นานกระแสพลังสี่สายนั้นค่อยรวมกันก่อนจะกลายเป็ปราณธาตุสีน้ำเงิน สีแดงสีขาวหม่น และสีม่วง อันเป็สีประจำธาตุ ปราณธาตุสี่สายนั้นกระจายทั่วร่างของนางไหลผ่านทุกอวัยวะ ทุกเส้นชีพจร และทุกจุดชีพจรโลกหล้าภายในร่างและดวงจิตของนางเต็มไปด้วยแสงปราณทั้งสี่ที่ผสมกลมกลืนกันอย่างงดงาม
ผ่านไปราวหนึ่งเค่อปราณธาตุทั้งหมดจึงไปรวมตัวสงบนิ่งอยู่ภายในแก่นเซียนจิ้งจอกของนางที่อยู่บริเวณท้องน้อยเสวี่ยหลินจึงค่อยลืมตาขึ้น ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารักผุดรอยยิ้มกว้างอย่างดีใจ
“ในที่สุดก็สำเร็จ” นางะโออกมาด้วยความดีใจ
ยามนี้นางรู้สึกว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งที่มาล่าอสูรสี่ตาตัวนี้หลังจากล่าบอสตัวนี้มาถึงสิบวัน เมื่อล่วงเข้าวันที่สิบเอ็ดมันจึงยอมดรอปจตุธาตุอัญมณีมาให้เสียที
“ได้กลับเสียที”เสวี่ยหลินกล่าวออกมาอย่างโล่งใจ
“แต่...ไม่สิ ยังไม่ควรกลับ เราควรล่าอสูรสี่ตาต่อหาจตุธาตุอัญมณีให้ได้อีกสิบสองเม็ด จะได้ให้เสด็จพ่อ เสด็จแม่ และพี่ใหญ่ด้วย”นางพลันนึกขึ้นได้กะทันหัน
“ส่วนท่านน้าเสวี่ยปิงไว้เจอของอื่นที่เหมาะกับท่านน้าแล้วค่อยเอาไปฝากดีกว่า”
เสวี่ยหลินต้องใช้เวลาอีกสองเดือนจึงจะได้จตุธาตุอัญมณีครบตาม้าและผลพลอยได้จากการล่าสัตว์อสูรคือลมปราณของนางที่เพิ่มขึ้นจากการสังหารสัตว์อสูรยามนี้ลมปราณของนางอยู่ที่แปลงเซียนขั้นสองแล้ว เทียบเป็เลเวลที่ 92
ก่อนจะออกจากเทือกเขาครองพายัพนางจึงไปไล่เก็บสมุนไพรวิเศษที่นางพบเจอ ผัก ผลไม้ และดอกไม้ต่างๆ มาจนเต็มไปหมดเรียกได้ว่ามิติส่วนตัวของนางยามนี้ อัดแน่นจนไม่มีที่ว่าง
ยามนี้เสวี่ยหลินมาถึงวังพายัพแล้วและยังมาถึงต้นยามอิ๋น(03.00 น.) นางไม่สนว่าเวลามันดึกมากและบิดามารดาเข้านอนไปนานแล้วเพราะของที่นางนำมาให้พวกท่านล้ำค่าเกินไป นางไม่้าให้มีความเสี่ยงใดๆว่าจะมีผู้อื่นล่วงรู้และแย่งชิงไป ดังนั้น หนทางที่ปลอดภัยที่สุดคือให้พวกท่านหลอมรวมกับพวกมันเสียก่อน
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ตื่นบรรทมก่อนเพคะ ลูกมีเื่อยากเข้าเฝ้า”นางร้องบอกออกไปก่อนจะเคาะประตูอย่างเร่งรีบ
ไม่นานนักประตูห้องบรรทมก็เปิดออกมองเห็นท่านแม่เหม่ยเมิ่งของนาง ผมเผ้ายุ่งเล็กน้อย ไม่รอให้มารดาออกปากนางก็รีบบอกกล่าวทันที
“เสด็จแม่ ปลุกเสด็จพ่อด่วนเลยเพคะลูกจะรออยู่ที่นี่”
เหม่ยเมิ่งต้องประหลาดใจหากก็ไม่กล่าวสิ่งใดคาดเดาได้ทันทีว่าบุตรสาวต้องมีเื่ด่วน นางเดินกลับเข้าไปปลุกาาเสวี่ยิครู่หนึ่งประตูห้องจึงเปิดออกอีกครั้ง
“หลินเอ๋อร์ เ้ามีเื่ด่วนอะไรจึงมาปลุกพ่อกับแม่กลางดึก แล้วนี่เ้าแอบหนีออกมารึ?”าาเสวี่ยิถามขึ้นทันทีที่พบหน้าบุตรสาว
“เื่อื่นเดี๋ยวลูกเล่าให้ฟังเพคะแต่ยามนี้เสด็จพ่อช่วยเปิดคลังสมบัติให้ลูกด้วยพวกเราทั้งหมดจะเข้าไปในนั้นกันเพคะ”
าาเสวี่ยิและราชินีเหม่ยเมิ่งประหลาดใจกับคำขอของบุตรสาวหากก็ยอมกระทำตามที่นางบอก
“เสด็จพ่อท่านปิดประตูคลังให้แ่าก่อนเพคะ”
เมื่อเห็นบิดาปิดประตูเรียบร้อยนางก็แผ่ปราณจิ้งจอกคลุมทั้งคลังสมบัติทันทีเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดแอบซ่อนอยู่เมื่อแน่ใจแล้วจึงค่อยหยิบของออกมา
าาเสวี่ยิและราชินีเหม่ยเมิ่งตกตะลึงตาค้างทันทีเมื่อได้เห็นของที่บุตรสาวนำออกมาครู่หนึ่งจึงตั้งสติได้
“หลินเอ๋อร์ ลูกไปเอามาจากไหนของสิ่งนี้หายากยิ่งนัก แต่นี่เ้ามีถึงสอง” เหม่ยเมิ่งถามอย่างไม่หายตื่นตะลึงเข้าใจได้ทันทีว่าเพราะเหตุใดบุตรสาวตัวน้อยจึงต้องมาปลุกกลางดึกและเร่งรัดให้มายังที่นี้
“เดี๋ยวลูกเล่าให้ฟังเพคะรับรองได้ว่าลูกไม่ได้ไปขโมยใครเขามา แต่ตอนนี้เสด็จพ่อกับเสด็จแม่หลอมรวมกับจตุธาตุอัญมณีให้เสร็จสิ้นก่อนเพคะ”
เสวี่ยิและเหม่ยเมิ่งใช้เวลาราวสองเค่อจึงหลอมรวมกับจตุธาตุอัญมณีเสร็จสิ้น
“เอาล่ะ ทีนี้เ้าบอกมาเ้าไปได้จตุธาตุอัญมณีมาได้อย่างไร”เสวี่ยิหันมาถามเ้าตัวดีที่นั่งดูบิดามารดาด้วยความปลาบปลื้มดีใจ
เื่ราวทั้งหมดถูกเล่าให้ฟังอย่างละเอียดสิ่งที่เสวี่ยหลินไม่เล่าคือระบบเกมที่นางมีนางบอกเล่าว่าจากการศึกษาค้นคว้าของนาง พอคาดเดาได้ว่าเทือกเขาครองพายัพเป็เทือกเขาที่น่าจะมีจตุธาตุอัญมณีเพราะเทือกเขาแห่งนี้มีสมุนไพรวิเศษเป็จำนวนมากที่เติบโตด้วยธาตุที่แตกต่างกันก็เป็ไปได้ว่าจตุธาตุอัญมณีสมควรมีโอกาสเกิดขึ้นที่นี่และเผอิญนางโชคดีที่พบสัตว์อสูรที่ภายในร่างของมันก่อเกิดจตุธาตุอัญมณี นางจึงล่าสัตว์อสูรเ่าั้เพื่อหามัน
“จตุธาตุอัญมณีนี้ลูกตั้งใจจะให้พี่ใหญ่ แต่ยามนี้พี่ใหญ่อยู่ไกลอย่างยิ่งลูกจึงอยากฝากมันไว้ในคลังนี้ก่อน เมื่อใดที่ลูกไปศึกษาที่บูรพานิรันดร์ลูกค่อยเอาไปให้พี่ใหญ่เพคะ” นางยื่นจตุธาตุอัญมณีอีกชุดหนึ่งให้บิดาของนาง
เขาหยิบอัญมณีทั้งสี่เม็ดใส่ไว้ในกล่องหยกใบหนึ่งก่อนจะร่ายเวทเพื่อผนึกมันไว้และนำไปวางไว้ยังที่ที่เคยเก็บรักษาคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอก
“พ่อเก็บไว้ที่นี่รับรองมันจะไม่หายไปไหน และเมื่อถึงเวลานั้นพ่อจะไปส่งเ้าที่บูรพานิรันดร์ด้วยของสิ่งนี้มีค่ามากเกินไป ให้เ้าเอาไปเอง ย่อมไม่ปลอดภัยกับตัวเ้า”
“เพคะ”
ร่างเล็กบอบบางถูกเหม่ยเมิ่งดึงเข้าไปกอดไว้“ขอบใจนะลูกแม่ เ้าทำอะไรก็นึกถึงพ่อกับแม่เสมอ”
เสวี่ยิเข้ามาโอบกอดพวกนางสองแม่ลูกไว้“ขอบใจนะหลินเอ๋อร์ที่ทำเพื่อพ่อกับแม่ถึงเพียงนี้แต่ต่อไปอย่าเสี่ยงอันตรายเช่นนี้อีกนะลูก หากครั้งนี้เ้าพลาดพลั้งเป็อะไรไปพ่อกับแม่คงไม่รู้จะทำอย่างไร”
“เพคะต่อไปลูกจะไม่เสี่ยงอันตรายเช่นนี้อีก”
“เดี๋ยวพ่อกับแม่ไปส่งเ้าที่สถานศึกษาเ้าแอบหนีออกมาเช่นนี้ หากอาจารย์ที่นั่นพบเข้า เ้าจะถูกทำโทษได้”
เสวี่ยิและเหม่ยเมิ่งพาเสวี่ยหลินกลับมาที่เรือนพักของนางในสถานศึกษาอย่างเรียบร้อย
“หากเ้าคิดจะไปที่ใดอีกให้บอกพ่อกับแม่ ไม่ใช่แอบหนีไปคนเดียว รู้หรือไม่”
“เพคะ ลูกไม่ทำอีกแล้ว”
“ดี เ้าไปพักผ่อนได้แล้วนี่ใกล้จะเช้าแล้ว”
“เพคะ”
เมื่อเสวี่ยหลินได้จตุธาตุอัญมณีความสามารถด้านธาตุของนางจึงสูงล้ำยิ่งกว่าเทพเซียนรุ่นราวคราวเดียวกันไปไกลลิบเช่นเดียวกับาาเสวี่ยิและราชินีเหม่ยเมิ่งที่ความสามารถด้านธาตุเพิ่มพูนขึ้นและทั่วทั้งสี่ทะเลแปดดินแดนนี้ย่อมยังไม่มีผู้ใดทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของาาและราชินีเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง
ด้วยผลจากคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกเลเวลของนางที่เพิ่มเป็ 92 จากเดิม 85 รวมทั้งจตุธาตุอัญมณี สกิลที่เสวี่ยหลินใช้จึงได้รับการอัพเกรด
ทลายเกราะ เลเวล 15 (10) –ลดการป้องกันของเป้าหมาย PDEF-20% (-15%), MDEF-20% (-15%), CC Resistance-20% (-15%) นาน 15 วินาที CD= 3 วินาทีผลการลดเกราะสามารถซ้อนทับได้
แหลมคม เลเวล 15 (10) – ลด HIT ของเป้าหมาย -80%(-70%) นาน 5 วินาที และเพิ่ม HIT ของตนเอง +40%(+35%) นาน 10 วินาที ไม่มีผลซ้อนทับ CD=10วินาที
ห้วงนิทรา เลเวล 15 (10) – ทำให้เป้าหมายและศัตรูที่อยู่ใกล้ๆหลับ โดนศัตรูสูงสุด 10 (8) ตัว หลับเป็เวลา 10 วินาที ไม่มีผลซ้อนทับ CT=5วินาที, CD=1วินาที
เคลิ้มฝัน เลเวล 15 (10) - ทำดาเมจ 8 (5) ครั้งใส่ศัตรูและกระทบไปโดนตัวรอบๆ สูงสุด 10 ตัว ทำให้ศัตรูมึนงงนาน 3วินาที CT=4.2วินาที ไม่มีผลซ้อนทับ CD=1.5วินาที
คลี่คลาย เลเวล 15 (10) - ลบ Debuff ทั้งหมดที่ตนเองได้รับจากนั้นจะป้องกัน Debuff จากศัตรูนาน 15 (10) วินาที ถ้าใช้ใส่กับศัตรู จะลบ Buff ทั้งหมดของศัตรู และจะทำให้ศัตรูไม่ได้รับ Buff ของฝ่ายศัตรูนาน15 (10) วินาที CT=5วินาที, CD=7 วินาที
เกราะทองคำ เลเวล 15 (10) - สร้างเกราะคุ้มกันป้องกันการโจมตีทั้งหมดนาน 60 (50) วินาที หรือโดนตีจำนวน 20 (15) ครั้ง เกราะก็จะหายไป CT=0.5วินาที
โจมตีสัมฤทธิ์ผล เลเวล 15 [10] (Passive Skill) – เพิ่ม MATK ของตัวเอง 25% (20%), มีโอกาส 25% (20%) โจมตีติดคริติคอลและทำดาเมจคริติคอล 250% (220%) ทุกครั้งที่โจมตีจะทำดาเมจธาตุน้ำธาตุไฟ ธาตุลม และธาตุสายฟ้ารวมกัน 150%หรือจะเลือกดาเมจด้วยธาตุที่กำหนดเองก็ได้หากเลือกธาตุใดธาตุหนึ่งจะทำดาเมจจากธาตุนั้น 200%
การเพิ่มดาเมจธาตุเข้ามานี้ทำให้เสวี่ยหลินชอบใจมากเพราะไม่ว่านางจะโจมตีด้วยสกิลใด จะเกิดดาเมจครบทุกธาตุเสมอแต่นางเลือกให้เกิดดาเมจธาตุสายฟ้า เพราะธาตุสายฟ้าเป็ธาตุที่ไม่มีธาตุใดชนะได้
อาณาจักรแห่งฝัน (AOE) เลเวล 15 (10) สกิลประจำเผ่าพันธุ์จิ้งจอกทองเก้าหาง- มีระยะสกิลกว้าง 15 (10) จั้ง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในระยะสกิลได้รับ CCeffect สามประการ ได้แก่ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้นาน 8 (5) วินาทีจากนั้นจะหลับนาน 8 (5) วินาที สุดท้ายจะมึนงงนาน 8 (5) วินาทีผลของอาณาจักรแห่งฝันไม่สามารถแก้ไขได้นอกจากเ้าของสกิลจะยกเลิกเอง CD=3 นาที
**ตัวเลขในวงเล็บคือก่อนการอัพเกรด**
เสวี่ยหลินกลับมาอ่านตำราที่หออักษรเช่นเดิมนางตั้งใจศึกษาตำราเวททั้งหมดเพื่อให้แตกฉานที่สุดใช้เวลาอีกราวหกเดือนนางจึงศึกษาตำราเวทได้ครบถ้วน เมื่อมาสอบข้อเขียนแน่นอนว่าผลการสอบข้อเขียน นางทำได้คะแนนเต็มอีกเช่นเคย
เพราะข้อได้เปรียบที่นางมองเห็นค่าสถานะของสัตว์อสูรที่สถานศึกษาเอามาทดสอบกับนางในการสอบวิชาเวทภาคปฏิบัติและนางใช้ได้สี่ธาตุ ผลจากสกิลที่นางเลือกใช้และประสบการณ์ในการล่าบอสทั้งจากในเกมและการล่าอสูรสี่ตาทำให้การสังหารสัตว์อสูรที่มีเลเวล90 ต่ำกว่านาง 2 เลเวล จำนวน 10 ตัว ที่นางเข้าไปรับการทดสอบนั้นตกตายอย่างรวดเร็วสร้างความตื่นตะลึงไปทั้งสถานศึกษาพายัพ
าาเสวี่ยิและราชินีเหม่ยเมิ่งที่มาดูการทดสอบนี้ก็พูดไม่ออกคาดไม่ถึงว่าบุตรสาวตัวน้อยที่อายุเพียงหมื่นสี่พันกว่าปีจะร้ายกาจถึงเพียงนี้และเขาก็ได้เห็นวิธีการใช้คทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกแล้ว ต้องยอมรับว่านี่เป็อาวุธที่เหมาะกับบุตรสาวของเขาจริงๆ
อาจารย์ในสถานศึกษาที่ได้เห็นคทานี้ของนางได้แต่ประหลาดใจล้วนเอ่ยปากชมว่าเป็อาวุธที่งดงามแปลกตาอย่างยิ่งและคาดไม่ถึงว่ามันจะวิเศษถึงเพียงนี้
เสวี่ยหลินสอบผ่านวิชาเวทไปด้วยคะแนนเต็มทั้งข้อเขียนและปฏิบัติเป็ครั้งแรกของสถานศึกษาพายัพที่มีนักเรียนที่สามารถกระทำได้เช่นนี้
ยามนี้เสวี่ยหลินเหลือเพียงวิชาปรุงโอสถวิชาทำครัว วิชาค้นหาและขุดแร่ วิชาแร่ และการต่อสู้นางเลือกฝึกฝนวิชาปรุงโอสถและวิชาทำครัวไปพร้อมกัน นั่นเพราะยามนี้นางสามารถปลูกสมุนไพรและผักผลไม้ต่างๆและเร่งให้มันเติบโตได้ดีเพราะนางมีธาตุที่พวกมัน้า
อีกทั้งการปรุงโอสถและการทำครัวยังเป็สองทักษะดำรงชีวิตที่หากนางไปได้ถึงระดับสูงสุดของระบบจะทำให้โอสถที่นางปรุงมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า และอาหารต่างๆที่นางทำและกินมันลงไปจนครบจำนวนที่ระบบกำหนดจะสามารถเพิ่มพูนค่าสถานะให้นางได้อีก 5%
แม้นางจะได้พรจากผู้เฒ่าตว๋อเทียนมาแล้วว่าให้ทักษะการทำครัวของนางอยู่ในระดับสูงสุดแต่ในระบบเกมตอนนี้มันกลับบอกนางว่านางต้องผ่านการฝึกฝนและทำให้ได้ครบตามระบบกำหนดเสียก่อนทักษะการทำครัวในระดับสูงสุดที่นางได้มาจึงจะเปิดใช้ได้
เสวี่ยหลินใช้เวลาสองปีในการฝึกปรุงโอสถและทำครัวจนไปถึงระดับสูงสุดที่นาง้าแน่นอนว่าเมื่อนางไปสอบ นางจึงได้คะแนนเต็มทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ
ยามนี้นางเหลือเพียงสามวิชาคือวิชาค้นหาและขุดแร่ วิชาแร่ และการต่อสู้ นางเลือกศึกษาแร่ก่อน นางจึงได้พบว่ามีแร่วิเศษและวัตถุดิบวิเศษมากมายที่สามารถใช้ในการสร้างของวิเศษและอุปกรณ์สวมที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมและเมื่อนางดูในระบบเกมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของแร่และวัตถุดิบวิเศษต่างๆจึงได้พบว่าหลายสิ่งนั้นสามารถหาได้จากการสังหารสัตว์อสูรทั่วไป ชิ้นที่พิเศษย่อมต้องเป็การล่าบอสส่วนการขุดแร่นั้น เสวี่ยหลินเห็นแล้วต้องถอนหายใจ เพราะยามที่ยังเป็ฮุ่ยหลันนางสร้างตัวละครอีกหลายตัวขึ้นมาแล้วใช้ตัวละครเ่าั้ทำหน้าที่ขุดหาแร่คอยผลิตของให้ตัวละครหลักของนาง ยามนี้นางสมควรแก้ปัญหาอย่างไรดี
ถ้าจะหาแร่และวัตถุดิบจากการล่าสังหารสัตว์อสูรและบอสเื่นี้นางเต็มใจทำ เพราะนางจะได้ของที่ดรอปหลายอย่าง แต่แร่และวัตถุดิบบางอย่างที่ต้องไปขุดหานั้นต้องใช้เป็จำนวนมากในการสร้างอุปกรณ์หรือของวิเศษ นางควรทำอย่างไรจะให้นางไปนั่งขุดแร่เอง นี่ไม่ไหวแน่ เสวี่ยหลินคิดไม่ออกจริงๆ
นางศึกษาวิชาแร่จนจบภายในหกเดือนก่อนจะเดินไปสอบข้อเขียนทั้งหมดจะได้ตัดความกังวลที่จะต้องศึกษาวิชานี้ออกไป ซึ่งแน่นอนว่านางได้คะแนนเต็มยามนี้ปัญหาจึงอยู่ที่วิชาค้นหาและขุดแร่ เสวี่ยหลินใช้เวลาสามเดือนนั่งศึกษาตำราทั้งหมดของวิชานี้ในหออักษรยามนี้นางนั่งอ่านรายละเอียดของระบบเกี่ยวกับการค้นหาและขุดแร่หากก็ไม่พบว่าเมื่อระดับความชำนาญในการขุดแร่ไปถึงระดับสูงสุดนางจะได้อะไรเป็พิเศษเพิ่มเติมเหมือนวิชาปรุงโอสถและการทำครัว
“ท่านอาจารย์การสอบวิชาค้นหาและขุดแร่นั้น ท่านจะสอบอย่างไรบ้างเ้าคะ” เสวี่ยหลินเอ่ยถามอาจารย์ผู้สอนวิชานี้หลังจากนั่งคิดอยู่หลายวันก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้
อาจารย์ต้องมองหน้านางอย่างประหลาดใจก่อนจะเอ่ยออกมา“องค์หญิงน้อยถามถึงข้อสอบของวิชานี้รึ”
“เ้าค่ะคือข้าหมายถึงว่าข้าต้องขุดแร่ให้ท่านดูหรืออย่างไรเ้าคะ”
อาจารย์ผู้นั้นยิ้มอย่างขบขันทันที“ข้าเข้าใจแล้วว่าองค์หญิงน้อยสงสัยว่าจะสอบวิชานี้อย่างไร”
“ใช่เ้าค่ะ”
“ในด้านข้อเขียนก็ย่อมเหมือนวิชาที่องค์หญิงน้อยสอบผ่านมาแล้ว อย่างเช่น แร่ชนิดนี้เวลาจะขุดต้องทำอย่างไร ขุดมาแล้วต้องเก็บรักษาอย่างไร อะไรทำนองนี้ องค์หญิงน้อยสมควรจะสอบผ่านได้ไม่ยาก”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะแล้วตอนสอบปฏิบัติล่ะเ้าคะ ข้าต้องไปขุดแร่ให้ท่านดู”
“ไม่ใช่เช่นนั้นดอกข้าจะกำหนดว่าข้า้าแร่อะไรบ้าง จำนวนเท่าใดองค์หญิงน้อยต้องนำมาส่งภายในสามเดือนนับจากวันที่ได้รับคำสั่ง”
“แล้วถ้าจะสอบให้ผ่านทีเดียวต้องทำอย่างไรเ้าคะ”
“องค์หญิงน้อยก็ต้องส่งแร่และวัตถุดิบระดับสูง”
“เช่นนั้นท่านอาจารย์กำหนดมาเลยตอนนี้ได้หรือไม่เ้าคะ ข้าจะได้ไปขุดหาไว้ก่อนเพราะกว่าจะหาได้ครบคงนานไม่น้อย เพราะเมื่อครู่ท่านอาจารย์บอกว่าข้าต้องนำมาส่งท่านภายในสามเดือน”
“องค์หญิงจะสอบภาคปฏิบัติก่อนสินะ”
“เ้าค่ะ”
“ได้เช่นนั้นท่านจงจดไปว่าท่านต้องนำของ 15 อย่างๆ ละ 100 ชิ้นมาส่งให้ข้าภายในหกเดือน ท่านจะส่งของทั้งหมดพร้อมกันเมื่อครบหกเดือนก็ได้หรือจะทยอยส่งในระหว่างหกเดือนก็ได้เช่นกันหากของที่ท่านส่งมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม นั่นจึงจะได้คะแนนเต็มสำหรับของชิ้นนั้น”
แล้วท่านอาจารย์ก็บอกกล่าวถึงแร่และวัตถุดิบระดับสูง15 ชนิดที่เสวี่ยหลินต้องนำมาส่งภายในหกเดือน
เสวี่ยหลินกลับมาถึงเรือนพักแล้วยามนี้นางกำลังนั่งจดออกมาว่าของสิบห้าอย่างนั้น ได้จากที่ไหนบ้างโชคดีว่าทั้งหมดได้จากบอส ดังนั้น ตัดปัญหาเื่การไปขุดแร่ได้นางนั่งดูต่อว่าของสิบห้าอย่างนี้ใช้สร้างอุปกรณ์อะไรได้บ้างและมีอุปกรณ์อะไรบ้างที่นาง้า
ผ่านไปสองชั่วยามนางจึงคัดเลือกได้ว่าของที่นางควรสร้างขึ้นคือแหวนจิ้งจอก สร้อยจิ้งจอก ต่างหูจิ้งจอก และปิ่นจิ้งจอกเครื่องประดับแต่ละชิ้นจะให้คุณสมบัติเหมือนกันคือ INT+10%, Skill Effect+5%, CC Effect+5%, CCresistance+5%
เครื่องประดับสี่ชิ้นนี้เป็ชุดเดียวกันและเป็ชุดที่ดีที่สุดในเครื่องประดับทั้งหมดและเมื่อมองเห็นผลดีจากการใส่เครื่องประดับทั้งสี่ชิ้นก็แทบทำให้เสวี่ยหลินกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งนั่นเพราะ
All status+10%, Skill Effect+10%
CC Effect+10%, CC Resistance+10%
Damage Reflection+10%
นี่คือสิ่งที่ระบบแสดงให้นางเห็นถึงผลดีของการใส่เครื่องประดับครบชุดและที่สำคัญคือเครื่องประดับสี่ชิ้นนี้เข้าชุดกับคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกซึ่งในระบบยังบอกว่าหากนางได้ใส่เครื่องประดับชุดนี้ควบคู่กับคทาห้วงฝันแห่งจิ้งจอกแล้วล่ะก็
All status+10%
Perfect Hit+10%, Perfect Dodge+10%,ASPD+10%
All Skill Effect+10%
ดีเลิศขนาดนี้นางไม่สร้างเครื่องประดับสี่ชิ้นนี้มาใส่ก็บ้าแล้ว
วัตถุดิบที่ใช้สร้างเครื่องประดับสี่ชิ้นนี้อยู่ในรายการของที่นางต้องใช้สอบในวิชาค้นหาและขุดแร่อยู่แล้วเพียงแต่นางต้องเพิ่มจำนวนเข้าไป จากเดิมอย่างละ 100 ชิ้นจะมีของห้าอย่างที่นางต้องเพิ่มขึ้นอย่างละ 100ชิ้นเพื่อนำมาสร้างเครื่องประดับให้ตนเอง และเมื่อได้วัตถุดิบครบแล้วเพียงนางใช้บทเวทที่ระบบกำหนดก็สามารถสร้างเครื่องประดับนี้ได้ทันที
เสวี่ยหลินนั่งจดรายชื่อบอสที่นางต้องไปล่าหาวัตถุดิบและสถานที่ที่พวกมันอยู่ยามนี้นางเหมือนได้กลับไปเล่นเกมที่นางชอบอีกครั้งไม่มีผิดแถมยังเป็การล่าบอสที่ไม่มีใครมาแย่งเสียด้วย
เมื่อได้รายชื่อและสถานที่ที่บอสอยู่ครบแล้วเสวี่ยหลินจึงมาเปิดแผนที่ก่อนจะทำเครื่องหมายกากบาทลงในแผนที่เพื่อวางแผนการเดินทางและสามารถวนลูปมาตีบอสได้อย่างต่อเนื่อง บอสแต่ละตัวที่นาง้าล้วนเกิดใหม่ทุกสามชั่วยามดังนั้น ในหนึ่งวัน พวกมันจะเกิดวันละสี่ครั้ง ที่สำคัญคือบอสทั้งหมดที่นางต้องไปล่าอยู่ในแดนพายัพทั้งสิ้น
แต่ปัญหาคือนางจำต้องบอกเื่การไปล่าบอสให้บิดามารดาของนางทราบด้วยหากนางไม่บอก พวกท่านต้องโกรธนางมาก ที่สำคัญคือนางสัญญากับพวกท่านไว้แล้วว่านางจะบอกเสวี่ยหลินคิดหนักทันทีว่านางจะบอกอย่างไรไม่ให้พวกท่านทราบว่านางมีระบบเกมจึงทำให้นางสามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้มากกว่าผู้อื่นนางเห็นว่าเื่นี้ไม่สมควรบอกออกไปเพราะเป็เื่ที่อยู่นอกเหนือโลกแห่งเซียน
“เ้าก็บอกไปสิว่าเ้าได้รับพรจากข้า”เสียงของผู้เฒ่าตว๋อเทียนดังแทรกขึ้นมาในห้วงจิตของนาง
“คุณตา ! แหมมาตอนหนูกำลังคิดถึงพอดีเลย” เสวี่ยหลินประจบ
“ไม่ต้องทำมาประจบ”ผู้เฒ่าตว๋อเทียนรู้ทัน
“แต่หนูสงสัยคุณตาแล้วสิ”
“สงสัยอะไร”ผู้เฒ่าตว๋อเทียนถามอย่างหวาดระแวง
“ก็เหมือนคุณตาติดตามดูหนูทุกฝีก้าวเลยอย่างกับ Reality Show นี่มาแอบดูหนูตอนอาบน้ำรึเปล่าเนี่ย”
“เฮ้ย !ข้าจะไปแอบดูเด็กอย่างเ้าทำไม” ผู้เฒ่าตว๋อเทียนปฏิเสธทันที
“อ้าว พูดแบบนี้ แปลว่าถ้าไม่เด็กก็แอบดูใช่มั้ยคะ” เสวี่ยหลินแหย่
“นังหนู เดี๋ยวเถอะ ข้าเป็พระเ้าผู้สร้างไม่มีทางทำผิดเช่นนั้น” ผู้เฒ่าตว๋อเทียนปฏิเสธเสียงหลง
“ก็แล้วไป ว่าแต่ คุณตามาพบหนูเนี่ยมีอะไรคะ”
“เปล๊าแค่แวะมาดูเ้าว่าเป็อย่างไรบ้าง” ผู้เฒ่าตว๋อเทียนตอบเสียงสูง หากคำตอบกลับเป็แบบขอไปที
“ข้าไปล่ะ คุยกับเ้านานๆ แล้วปวดหัว”
วันรุ่งขึ้นเสวี่ยหลินจึงขออนุญาตอาจารย์กลับมาที่วังพายัพ
“เื่ก็เป็แบบนี้เพคะลูกเลยจะมาขออนุญาตไปล่าสัตว์อสูร”
“เ้าจะไปคนเดียว?”เหม่ยเมิ่งผู้เป็มารดาถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
“ไม่ใช่เพคะก็จะมาชวนเสด็จพ่อหรือเสด็จแม่ไปด้วยเพคะ แหะ แหะ” เสวี่ยหลินยิ้มแหย
“แล้วทำไมเ้าจึงจะไปล่าสัตว์อสูรสัตว์อสูรพวกนี้มีระดับลมปราณสูงกว่าเ้าถึงหนึ่ง่ชั้นใหญ่เ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันแน่นอน”
“ลูกมีวิธีเอาชนะมันได้เพคะแล้วพอลูกสังหารสัตว์อสูรได้ ลูกก็...เอ่อ...จะได้แร่หรือวัตถุดิบมาสร้างของวิเศษเพคะ”
“พ่อจำได้ว่าสัตว์อสูรพวกนี้ชิ้นส่วนบางอย่างของมันเอามาปรุงโอสถเพิ่งได้ยินจากเ้านี่แหละว่ามันมีแร่หรือวัตถุดิบในการสร้างของวิเศษ”าาเสวี่ยิถามขึ้น
“มันจะมีเฉพาะลูกเพคะถ้าลูกเป็ผู้สังหารมันเอง”
“เพราะเหตุใดจึงมีเฉพาะเ้า”
“เพราะท่านตาตว๋อเทียนให้พรลูกมาเพคะ”
คำตอบนี้สร้างความตกตะลึงให้กับเสวี่ยิและเหม่ยเมิ่งพวกเขาจ้องหน้าบุตรสาวอย่างใจริงๆ
“เ้าหมายความว่าท่านเทพผู้สร้างมอบพรนี้ให้เ้า”
“เพคะ ท่านมาพบลูกมาเมื่อไม่นานมานี้และมอบพรนี้ให้ลูกเพคะ”เสวี่ยหลินตัดสินใจบอกความจริงเพียงบางส่วน นางจะบอกได้อย่างไรว่านางได้มาั้แ่ก่อนมาเกิดเป็บุตรสาวของพวกเขา