ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 56 เดินทางสู่เมืองหลวง

            “เช่นนั้นเจ้าก็ต้องระมัดระวังให้มากตอนนี้เจ้าสามารถฝึกฝนจนใช้กระบี่บินได้แล้ว เรือบินของเจ้าก็ให้เด็ก ๆพวกนี้เอาไว้ใช้ก็แล้วกันเดินทางด้วยกระบี่บินจะเร็วกว่าเดินทางด้วยเรือบินเล็กของเจ้า”

            ผู้อาวุโสซุนหวู่นำกระบี่ที่ผู้อาวุโสอู๋ทงตีออกมาให้กับเฟยหลง

            “ขอบคุณท่านอาจารย์ข้าขอตัวก่อน”

            เฟยหลงออกเดินทางออกจากสถาบันฟ้าครามครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เฟยหลงตัดสินใจออกหาประสบการณ์ด้วยตัวเองเพียงลำพังหลังจากออกจากสถาบันฟ้าครามไปได้ไม่นาน เฟยหลงเรียกเสี่ยวเทียนมาในทันทีตอนนี้เสี่ยวเทียนเองก็ตัวโตเกือบสามเมตรแล้ว มันสามารถบินได้ไวกว่าเรือบินเล็กและยังไวกว่าเรือรบของสถาบันฟ้าครามเสียอีก

            เฟยหลงใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองชั่วโมงเขาสั่งให้เสี่ยวเทียนล่อนลงห่างจากประตูเมืองหลวงของอาณาจักรรุ่งอรุณไปราวๆ  สองกิโลเมตรจากนั้นเฟยหลงจึงเดินทางต่อด้วยการเดินเฟยหลงเดินปะปนไปกับกลุ่มของชาวบ้านที่ต้องการเดินทางเข้าเมืองหลวงเช่นเดียวกัน

            เฟยหลงเดินเข้าไปต่อแถวเพื่อเข้ารับการตรวจสอบก่อนเข้าเมืองแต่เมื่อกำลังจะถึงคิวของเฟยหลง มีรถม้าคันใหญ่ตรงเข้ามา

            “หลบไปหลบไป พวกเจ้ารู้ไหมนายน้อยตระกูลเจียงจะเข้าเมืองแล้ว พวกเจ้าหลีกทางไป” รถม้าคันนั้นวิ่งตรงเข้ามายังจุดตรวจพร้อมกับยื่นป้ายประจำตระกูลเจียงให้กับทหารยามที่ทำการตรวจตราความปลอดภัยอยู่

            “พวกเจ้ารู้ไหมตระกูลเจียงเป็นตระกูลที่ปกครองเมืองเมืองซีเหวิน  พวกเขากดขี่ข่มเหงชาวเมืองและชาวบ้านตาดำ ๆให้ใช้แรงงานเยี่ยงทาสเลยพวกเจ้ารู้ไหม”

            “เจ้าอย่าได้พูดเสียงดังไปหากคนของตระกูลเจียงได้ยินเข้าพวกเจ้าจะเดือดร้อนเอาได้”

            “แล้วนายน้อยตระกูลเจียงมาทำอะไรที่เมืองหลวงแห่งนี้กันปกติพวกเขาไม่ค่อยจะออกไปไหนมาไหนเลยนี่ จะอยู่เฉพาะในเมืองซีเหวินเท่านั้นนี่นา”

            “นี่เจ้าไม่รู้อะไรบ้างเลยอย่างนั้นหรืออีกสองวันก็จะเป็นวันเกิดขององค์หญิงของอาณาจักรรุ่งอรุณแห่งนี้พวกเจ้าเมืองทั้งหลายต้องคอยประจบสอพลอ เพื่อให้ตนเองได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปอีกพวกเขาเลยส่งบุตรชาย บุตรสาวเพื่อมาตีสนิทกับองค์หญิงยังไงหละ”

            “มิน่าละคุณหนูคุณชายทั้งหลายถึงได้เดินทางมายังเมืองหลวงในช่วงนี้กันเยอะที่แท้ก็เพราะอีกสองวันจะเป็นวันเกิดขององค์หญิงนี่เอง”

            เฟยหลงได้ยินที่พวกเขาพูดกันพลันนึกขึ้นได้ว่าเขาเองก็คงต้องมีของขวัญติดไม้ติดมือไปบ้างหากจะเข้าไปเยี่ยมเยือนองค์กษัตริย์

            “ข้าคงต้องหาของสักชิ้นติดไม้ติดมือไปเยี่ยมองค์กษัตริย์บ้างตั้งแต่แต่งตั้งข้าขึ้นเป็นโหว ข้ายังไม่เคยไปเยี่ยมพระองค์เลยแม้แต่ครั้งเดียวแล้วข้าควรจะนำสิ่งใดไปให้พระองค์ดีละนี่”

            “เจ้าจะเข้าไปหรือไม่ ถ้าไม่เข้าก็หลีกทางไป มัวยืนเหม่ออยู่ได้ คนอื่นเขารอคิวอีกหลายคนนะ”ทหารยามคนหนึ่งพลันอารมณ์เสียขึ้นมาในทันที เพราะวันนี้พวกเขาต้องทำงานอย่างหนักโดยเฉพาะเมื่อมีลูกชาย ลูกสาวของคนใหญ่คนโตพากันเดินทางมายังเมืองหลวงแห่งนี้

            “ขอโทษด้วยพี่ชายข้ามัวคิดอะไรเพลินไปหน่อย นี่ป้ายของข้า”

            หลังจากตรวจสอบเสร็จทหารยามก็ปล่อยให้เฟยหลงเข้าไปเฟยหลงเดินเข้าไปในเมืองในตอนนี้เขายังคิดไม่ตกว่าควรจะหาอะไรไปเป็นของฝากให้กับองค์กษัตริย์และจะนำของอะไรไปฝากองค์หญิงดี เฟยหลงเดินไปตามถนนในเมืองหลวงเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดมุ่งหมายทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา

            “นายน้อยท่านมาอยู่ที่เมืองหลวงได้อย่างไร?”

            เฟยหลงหันไปตามเสียงเรียกในทันที

            “ท่านลุงเฉินมู่ข้าน้อยขออนุญาตอาจารย์ออกเดินทางหาประสบการณ์ภายนอกข้าน้อยว่าจะเข้าไปเยี่ยมองค์กษัตริย์เสียหน่อยแต่คิดไม่ตกว่าจะเอาอะไรไปฝากพระองค์ดี”

            “นายน้อยก็คิดมากไปได้  นายน้อยคิดว่าองค์กษัตริย์ต้องการทรัพย์สินเงินทองอย่างนั้นหรือ? ไม่เลย พระองค์ทรงมีครบหมดทุกอย่างแล้วหากนายน้อยต้องการหาของเพื่อเป็นของฝากให้กับองค์กษัตริย์แล้วละก็ไม่ยากเลย”

            “ท่านจะให้ข้าน้อยเอาอะไรไปฝากพระองค์ดีหละ”

            “นายน้อยสามารถหลอมกลั่นโอสถได้นายน้อยก็แค่เอาโอสถที่นายน้อยหลอมกลั่นให้เป็นของฝากกับองค์กษัตริย์แบบนี้จะง่ายกว่าที่นายน้อยจะไปเดินตามหาของอย่างอื่นเสียอีกอีกอย่างโอสถที่นายน้อยหลอมกลั่นออกมานั้นมีคุณภาพสูงกว่าของทั่วไปมากองค์กษัตริย์ต้องชอบอย่างแน่นอน”

            “จริงด้วยสินะขอบคุณท่านลุงเฉินมู่จริง ๆ ว่าแต่ท่านลุงมาทำธุระที่เมืองหลวงอย่างนั้นหรือ?”

            “ใช่แล้วขอรับนายน้อยตอนนี้ตระกูลเฉินของเราได้ซื้อที่เปิดเป็นร้านค้าไว้ร้านหนึ่งที่เมืองหลวงแล้วโอสถของนายน้อยเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากแต่พวกเราก็ต้องจำกัดการขายในแต่ละวันดังเช่นที่นายน้อยแนะนำทำให้โอสถนั้นขายได้ในราคาสูงอีกอย่างทางเมืองหลวงเองก็สั่งโอสถจำนวนมากทำให้โอสถของนายน้อยที่หลอมกลั่นให้พวกเราใกล้จะหมดแล้วเช่นกัน”

            “จริงด้วยสิเช่นนั้นท่านพาข้าน้อยไปยังร้านค้าใหม่ของพวกท่าน ข้าน้อยจะหลอมกลั่นโอสถไว้ให้พวกท่านรวมกับช่วงก่อนข้าน้อยได้สมุนไพรมาเยอะเลยฝึกหลอมกลั่นอยู่หลายเดือนโอสถที่ข้าน้อยฝึกฝนหลอมกลั่นตอนนี้น่าจะช่วยให้พวกท่านมีโอสถขายไปอีกหลายปีเลยทีเดียว”

            “จริงหรือนายน้อยนับเป็นข่าวดีสำหรับพวกเราเป็นอย่างยิ่ง เช่นนั้นเชิญนายน้อยทางนี้ขอรับ”

            เฉินมู่เดินนำเฟยหลงไปยังร้านค้าแห่งใหม่ของพวกเขาเมื่อมาถึงเฉินมู่สั่งให้คนจัดห้องให้กับเฟยหลงเพื่อพักผ่อนส่วนตัวเขานั้นจะไปจัดเตรียมสมุนไพรไว้ให้เฟยหลงเพื่อใช้หลอมกลั่นโอสถ

            “นายน้อยเชิญท่านพักผ่อนก่อนข้าน้อยจะไปเตรียมสมุนไพรไว้ให้ท่าน วันนี้ท่านคงเดินทางมาเหนื่อย ๆเช่นนั้นท่านก็เริ่มหลอมโอสถในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

            “ดีเหมือนกันเช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านลุงว่า เช่นนั้นข้าขอตัวพักผ่อนก่อน”

            เช้าวันรุ่งขึ้นเฉินมู่จัดเตรียมอาหารเช้าให้เฟยหลงเสร็จหลังจากที่เฟยหลงทานอาหารเช้าเสร็จเฉินมู่จึงพาเฟยหลงไปยังห้องหลอมโอสถที่มีสมุนไพรจำนวนมากมายเตรียมไว้ให้เฟยหลง

            “เชิญนายน้อยข้าน้อยเตรียมทุกอย่างให้ท่านเรียบร้อยแล้ว”

            เฟยหลงมองดูสมุนไพรที่จัดเป็นชุดๆ เตรียมไว้ให้เขาหลอมกลั่นโอสถชนิดต่าง ๆ อย่างเป็นระเบียบ เฟยหลงลงมือหลอมกลั่นโอสถพวกนั้นด้วยความชำนาญ เขาใช้เวลาเพียงไม่ถึงห้านาทีในการหลอมกลั่นโอสถระดับสี่และระดับห้า ส่วนระดับที่ต่ำกว่านั้นเฟยหลงใช้เวลาเพียงหนึ่งถึงสองนาทีก็สามารถหลอมกลั่นโอสถเหล่านั้นเสร็จสร้างความตื่นตะลึงกับเฉินมู่ที่คอยเก็บโอสถเหล่านั้นลงขวดแทบไม่ทัน

            “นายน้อยท่านทำได้อย่างไรกันความเร็วขนาดนี้ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในยุทธภพก็ว่าได้ข้าไม่เคยเห็นใครหลอมกลั่นโอสถได้รวดเร็วและมีความบริสุทธิ์สูงดังเช่นนายน้อยมาก่อนเลยในชีวิตนี้เป็นบุญของข้าน้อยจริง ๆ ที่ได้มาพบนายน้อย ”

            เพียงไม่ถึงครึ่งวันสมุนไพรจำนวนมากที่เตรียมไว้พลันหมดสิ้นเฟยหลงนั่งนิ่งอยู่นานก่อนที่จะสั่งให้เฉินมู่ไปเตรียมสมุนไพรกว่าหนึ่งร้อยชนิดมาให้เขา

            “ท่านลุงช่วยเตรียมสมุนไพรตามรายการที่ข้าเขียนให้ท่านให้ข้าอย่างละสามชุด”

            “ได้ขอรับนายน้อยข้าจะรีบไปเตรียมมาให้ท่านในทันที”

            เฉินมู่ไม่ถามอะไรเฟยหลงมากเขารีบไปจัดเตรียมสมุนไพรตามที่เฟยหลงต้องการในทันทีเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงสมุนไพรนับร้อยชนิดกลับมากองอยู่ตรงหน้าเฟยหลงอีกครั้ง

            เหยหลงเริ่มลงมือหลอมกลั่นโอสถในทันทีโอสถที่เฟยหลงต้องการหลอมกลั่นในครั้งนี้เป็นโอสถระดับหก จำนวนสองชนิดด้วยกันซึ่งหากนักหลอมกลั่นโอสถคนอื่นอาจจะต้องใช้เวลาหลอมกลั่นนานกว่าหนึ่งวันถึงจะสำเร็จหนึ่งชนิดได้

            ตลอดทั้งบ่ายเฟยหลงหมกมุ่นอยู่กับการหลอมกลั่นโอสถเพียงอย่างเดียวเขาใช้เปลวเพลิงได้อย่างคล่องแคล่วเพียงไม่นานสมุนไพรแต่ละชนิดกลั่นเป็นของเหลวอย่างรวดเร็วสมุนไพรจำนวนกว่าหนึ่งร้อยชนิด กลายเป็นหยดของเหลวหลอมรวมด้วยเปลวเพลิงที่มีอุณภูมิที่แม่นยำเพียงไม่นานก็ถูกบีบอัดให้กลายเป็นเม็ดยา เมื่อโอสถสำเร็จ กลิ่นของมันฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งตึกเลยทีเดียว

            แต่เมื่อเฉินมู่หยิบโอสถที่หลอมกลั่นสำเร็จแล้วออกมาตรวจสอบเขาถึงกับมือสั่น

            “โอสถระดับหก นายน้อยท่านหลอมกลั่นโอสถระดับหกได้แล้วเช่นนั้นหรือ?”

            “ใช่แล้วนี่คือโอสถเสริมปราณระดับหก ข้าหลอมกลั่นครั้งหนึ่งได้เพียงแค่สิบสองเม็ดเท่านั้นมันใช้สำหรับฟื้นฟูสภาพร่างกายจากอาการบาดเจ็บให้หายได้โดยเร็วแถมยังสามารถฟื้นฟูพลังปราณได้อย่างรวดเร็วอีกด้วยส่วนโอสถอีกหนึ่งชนิดที่ข้าน้อยจะหลอมกลั่นนั้นเป็นโอสถหิมะหยกขาวจะเป็นโอสถที่ใช้สำหรับฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาอ่อนวัยอีกครั้ง”

            “นายน้อยท่านช่วยหลอมกลั่นโอสถหิมะหยกขาวไว้อีกชุดหนึ่งหรือสองชุดได้หรือไม่ข้าน้อยคิดว่าจะใช้โอสถเหล่านี้สร้างชื่อให้กับร้านโอสถใหม่ของพวกเรา”

            “ได้สิท่านไปเตรียมสมุนไพรมาให้ข้าข้าจะหลอมเอาไว้ให้พวกท่าน”

            “ขอรับนายน้อยข้าน้อยจะรีบไปเอาสมุนไพรมาให้ท่านในทันที”

            เฟยหลงได้หลอมกลั่นโอสถหิมะหยกขาวไว้อีกจำนวนหกสิบเม็ดให้เฉินมู่พร้อมกับกำหนดราคาขายเอาไว้ โดยหนึ่งเม็ดจะขายอยู่ที่ราคาห้าพันเหรียญทองเลยทีเดียวเฉินมู่อยากจะขายในราคาที่สูงกว่านี้แต่เฟยหลงกลับเห็นว่าหากราคาสูงเกินไปจะไม่มีใครสนใจแม้ว่าสรรพคุณของมันจะดีมากแค่ไหนก็ตามเฉินมู่เลยทำตามคำแนะนำของเฟยหลงที่จะตั้งราคาขายไว้ที่ห้าพันเหรียญทอง

            หลังจากนั้นวันต่อมาเฟยหลงจึงได้เดินทางไปหาองค์กษัตริย์ก่อนไปเฉินมู่ได้มอบเงินส่วนของเฟยหลงที่จะได้รับให้เขาเมื่อเฟยหลงตรวจสอบพบว่าเงินที่เขาได้รับมีจำนวนมากมาย

             “นายน้อยนี่คือส่วนของนายน้อยที่นายน้อยจะได้รับในครั้งนี้”

             “อะไรกันทำไมมันถึงได้มากมายเพียงนี้พวกท่านคิดเงินผิดหรือเปล่า”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน