“ขอบคุณท่านมากครับ...แต่เราต้องรีบไปแล้ว”ผมเด้งผุดลุกขึ้นยืน แล้วกระโจนออกไปทันที ทิ้งให้ชายที่ชื่ออนณงวยงงอยู่ตรงนั้น
ผมมัวแต่คุยกับชายผมยาวเพลินจนลืมดูเวทีเหลืออีกเพียงห้านาทีจะถึงเวลานัดหมาย สติของผมกลับมาเต็มเปี่ยมราวกับว่าแอลกอฮอล์ในเลือดระเหิดแห้งไปหมดสิ้นผมวิ่งหน้าตั้งเหมือนคนบ้า สองเท้าสับเปลี่ยนกันพัลวันด้วยความเร็วสุดชีวิต ทุกสิ่งรอบกายกลายเป็นภาพเบลอผมเบี่ยงตัวหลบชายคนหนึ่ง เกือบชนถาดอาหารในมือเขา แล้วกระโดดข้ามกล่องลังที่ขวางทางอย่างไม่คิดชีวิต
ในที่สุดก็เข้าไปใกล้เวทีที่หนึ่งซึ่งมีฝูงชนที่ยืนรายล้อมแน่นขนัดเช่นเดิม
“ขอทางหน่อยครับ” ผมแหวกผ่านฝูงชนไปเหงื่อโชคเต็มหลัง แต่เสื้อผมซึมซับได้ดีจึงไม่ปรากฏภายนอกให้เห็นชัดเจนคนที่พูดบนเวทีเปลี่ยนหน้าตาไปจากเมื่อครู่นี้ คราวนี้เป็นผู้หญิงผมยาวสีทองกำลังเชิญผู้สมัครสภาจังหวัดขึ้นเวทีทีละคนและกล่าวประวัติโดยสังเขป ผมไม่มีเวลาสนใจฟังจึงหยิบกล้องวิดีโอออกมาซูมไป ทางตำแหน่งที่ สส.บุญธรรม เคยนั่งอยู่
“หลบไปสักทีซี่”ผมบอกหญิงชราคนหนึ่งที่ลุกขึ้นยืนบดบังวิสัยทัศน์ของผมราวกับว่าเธอจะได้ยินทั้งที่อยู่ห่างลงไปห้าชั้น ผมลุ้นตัวโก่งทุกเสี้ยววินาทีขณะที่ร่างของเธอค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปด้านข้างจนหมดเผยให้เห็นเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน
ไม่ใช่นี่หว่าสส.บุญธรรม หายไปแล้ว
ผมใช้กล้องสาดส่ายไปตลอดทั้งแถวไม่มีวี่แววของเป้าหมาย ผมหน้าถอดสีทันที ใจผมนึกไปถึงใบหน้าที่โกรธจัดของอิสราแล้วพูดจาประชดประชันว่าขอบใจนะที่ช่วยอาสาทำงานนี้จากนั้นเธอก็ไม่พูดกับผมชั่วชีวิต เราต้องทำงานแบบอึดอัดกันไปตลอดหรือถ้าโชคร้ายกว่านั้นไมตรีก็จะไล่ผมออก
“ขอโทษนะครับ”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากจุดไกล ๆ ด้านหลังผม
เขาต้องพูดซ้ำสองก่อนที่ผมจะหันขวับไปเจอกับชายคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงแสลกสีน้ำตาลมีเข็มกลัดที่เป็นวงกลมสีทองติดตรงกระเป๋าเสื้อ ตราครุฑที่มีครึ่งวงกลมสีขาวตรงกลางและดาวสีฟ้าล้อมรอบ เป็นสัญลักษณ์ของราชการ
สส.บุญธรรมมาได้ไง
ผมสะดุ้งด้วยความตกใจตื่นตะลึงพูดอะไรไม่ออก ต้องให้ฝ่ายโน้นเป็นคนเริ่ม
“ท่านคือ อิสราคนจากสำนักข่าวซัมนิวส์ที่นัดสัมภาษณ์เราไว้รึเปล่าครับ”
“ชะ ชะ ใช่...ครับ” ผมพูดตะกุกตะกักจนอีกฝ่ายมองมาสีหน้าฉงน ผมใช้เวลาสองวินาทีตั้งสติ
“เราชื่อประชา มาจากซัมนิวส์เหมือนกัน”สีหน้าที่เคยซีดเผือดกลับมาเปล่งปลั่งปกติ ผมระบายลมหายใจออกมายืดยาวรู้สึกโล่งอกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์
“เชิญด้านนอกเลยครับท่าน”
ผมพาเขาเดินนำออกมาที่น้ำพุตรงจุดนัดพบที่อิสราบอกไว้ ผมบอกเขาไปแล้วว่าตนเป็นแค่ผู้ช่วย คนสัมภาษณ์จริง ๆคืออิสรา เขาก็ยักไหล่ ไม่ว่าอะไร ชวนคุยเรื่องอื่นแทน สส.บุญธรรมเล่าเหตุการณ์เป็นฉาก ๆ
“พอ 11.17 เราก็ลุกจากที่นั่งขึ้นมายืนด้านบนสุดให้สังเกตได้ง่าย รอจนถึง 11.23 น.ยังไม่เจอใคร กำลังคิดอยู่ว่าจะกลับดีไหมแต่ก็เห็นท่านวิ่งเข้ามาแล้วหยิบกล้องส่องไปทางที่เรานั่งก่อนหน้านี้พอเดินเข้ามาใกล้ ๆ เลยเห็นสัญลักษณ์เครื่องหมายซิกมาบนกล้องของท่านเราเลยมั่นใจว่าใช่ซัมนิวส์แน่ ๆ ถึงเข้ามาทัก”
ผมกล่าวขอโทษสั้น ๆ จากนั้นก็นิ่งเงียบได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ยังไม่หายหวาดผวากับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้คิดแล้วน่าอับอายอย่างยิ่งที่ต้องให้นักการเมืองมาตามหาแทนที่ผมจะเป็นฝ่ายดักรอเจอเขา เรื่องนี้ห้ามเข้าหูอิสราเด็ดขาด
พวกเรายืนอยู่ที่ริมน้ำพุมาห้านาทีแล้วอิสรายังไม่มาสักที ผมไม่รู้ว่าเธอพานักการเมืองคนก่อนไปนั่งสัมภาษณ์ที่ไหนตั้งแต่เดินมา สส.บุญธรรม ที่ผมพามายังพูดพล่ามวิจารณ์พรรคอัตตาไม่หยุดวิพากษ์ทั้งตัวบุคคลมีวิสัยทัศน์ไม่ดี มีการบริหารงานในอดีตที่ล้มเหลว มีนโยบายที่ทำได้ยากมีรัฐมนตรีที่ไม่ผ่านเคโอไอหลายคน และอดเปรียบเทียบกับพรรคตัวเองไม่ได้เขาดูภาคภูมิใจที่พรรคตนมีตำแหน่ง รมต. น้อยกว่า แต่ไม่เคยสอบตกเคโอไอเลยสักครั้ง
{ “จะแก้ปัญหาจราจรติดขัดในจังหวัดแทนที่จะสร้างขนส่งสาธารณะเพิ่มอย่างรถไฟหรือรถราง คนจะได้ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือแท็กซี่อัตโนมัติ แต่ดันไปสร้างรันเวย์ให้รถบินขึ้นฟ้าเพิ่มแค่บินจากขอบจังหวัดทิศเหนือไปทิศใต้ ไม่มีใครใช้หรอก มันไม่คุ้มต้องบินข้ามจังหวัดโน่น เห็นไหมพอทำไปได้แค่ปีเดียวประชาชนก็ประชามติพักโครงการไว้ก่อน เพราะเงินสวัสดิการส่วนอื่นไม่พอสงสัยมัวคิดถึงแต่เรื่องพึ่งพาตัวเอง ต้องมีของโน้นของนี้คิดว่าทุกคนต้องซื้อรถยนต์รุ่นบินได้หรือไง”
สส.บุญธรรมพูดโจมตีผู้ว่าราชการจังหวัดพุกามอย่างจัดเต็ม ฟังไปสักพักผมก็เดาได้ว่าผู้ว่าฯ คนนั้นเป็นคนของพรรคอัตตาชายวัยกลางคนผู้นี้ ไม่สงวนความเห็นแม้แต่น้อยใครได้ยินไม่ว่าจะตาสีตาสาหรือเด็กก็คงรู้ว่าอยู่การเมืองคนละขั้วแต่ไม่เห็นต้องบ่นเหมือนอัดอั้นอะไรขนาดนี้เขาไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าผมเริ่มกดอัดไปแล้วหรือไม่ แสดงว่าพูดตามที่คิด ไม่ได้เสแสร้งผมเพิ่งนึกได้ทีหลังว่าประชาชนสามารถตรวจสอบ สส.ท่านนี้ได้จากเข็มกลัดนักการเมืองอยู่แล้วตำแหน่งที่มีดาวสามดวงบนเข็มกลัดเฉกเช่นเดียวกับเขาจะถูกตรวจสอบตารางเวลาทำงาน บันทึกการทำงานการเมือง(Politicaljourney) พฤติกรรมการเข้าประชุมสภา ผลการโหวตไปจนถึงทรัพย์สินหนี้สินขณะดำรงตำแหน่งนักการเมืองแต่ละคนสามารถยินยอมให้ตรวจสอบมากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำเหล่านี้ได้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสซึ่งจะนำมาสู่ความน่าเชื่อถือและคะแนนเสียง ผมเคยเห็น สส. คนหนึ่งยอมเปิดเผยบันทึกเอวีเอสอีตลอดการทำงานซึ่งเทียบเท่ากับดาวห้าดวงของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
เอาเป็นว่าสาธารณชนสามารถรับรู้ถึงการพูดคุยกับบุคคลสาธารณะได้จากบันทึกการทำงานประจำวันแต่ผมไม่รู้ว่าลงรายละเอียดลึกขนาดไหนเพราะมีวิธีการบันทึกหลายแบบทั้งทำเองให้ผู้ช่วย หรือใช้เอไอก็ได้
“นโยบายของพรรคอัตตาพูดว่าจะสร้างสวนสาธารณะเพิ่มอีกสิบแห่ง เดี๋ยวนี้ เทรนด์พื้นที่สาธารณะแบบนี้กำลังมาจังหวัดไหน ๆ ก็ทำตามกันหมด ประเด็นคือเราว่าภาษีไม่พอหรอก จะเอาที่ไหนมาแจงรายละเอียดมาก็น้อย พอโดนถามก็บอกว่า คนท้องถิ่นเห็นด้วย ไม่มีปัญหาแน่ก็ไม่ได้ถามเรื่องนั้นรึเปล่านะ พอถามซ้ำก็บอกจะจัดการเอง จบไม่เข้าใจเลยว่าเลือกไปได้ไง” }
ผมฟังเขาบ่นเป็นชุดต่อเนื่องขณะนี้ลามมาถึงนโยบายของว่าที่ผู้สมัครคนปัจจุบันแล้วข้อดีคือผมไม่ต้องหาเรื่องคุยเอง แต่ภาวนาให้เขาเปลี่ยนหัวเรื่องบ้าง ผมฟังจนสะอิดสะเอียนแล้วมีช่วงหนึ่งที่เขาเอ่ยถึงข่าวที่ได้ยินมาเมื่อสองวันก่อน
“ได้ข่าวว่าท่านเจอตัวสายลับที่แฝงในองค์กรเหรอ” ผมหาจังหวะช่องว่างพูดแทรก
ชายวัยกลางคนชะงักชั่วครู่เหมือนวงจรถูกตัด แล้วเริ่มต้นใหม่ สีหน้าแห่งอารมณ์โมโหค่อย ๆ จางลง
“เดาเฉย ๆ ไม่มีหลักฐานหรอกสื่อบางเจ้าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตแค่นั้นเอง เป็นเรื่องปกติที่คณะกรรมการตรวจสอบภายในองค์กรท้องถิ่นมักจะส่งสายลับไปจับผิดการทำงานของหน่วยงานย่อยเพื่อไม่ให้มีผักชีโรยหน้าตอนลงไปตรวจสอบ ถ้าสายลับโดนจับได้ว่าเป็นใครเขาก็อาจจะแอบส่งคนใหม่มาอยู่ดี อย่าว่าแต่ในประเทศเลยเรายังเคยได้ยินว่ามีการส่งไปดูงานต่างประเทศด้วยนะ”
“ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอครับ”ผมถามอย่างแปลกใจ
“ใช่ จะได้ข้อมูลมากกว่าการไปดูงานจริงๆของราชการ” นักการเมืองหนุ่มตอบ
โชคดีที่หญิงคนหนึ่งวิ่งตรงรี่เข้ามาในจังหวะนั้นพอดีผมเลยไม่ต้องทนอยู่กับชายผู้นี้ต่อผมสีดำสลวยของเธอปลิวไสวไปตามสายลมทำให้ดูสวยขึ้นไปอีก เหมือนเป็นนางเอกเอ็มวี
“ขอโทษที่ให้รอนานค่ะ ท่านบุญธรรม”หญิงสาวยื่นบัตรประจำตัวนักข่าวให้เขาดู ซึ่งเป็นคนละอันกับเข็มกลัดพนักงานที่ผมมีแม้จะมีเสื้อของสำนักข่าวก็ไม่ได้ยืนยันว่าคุณอยู่ในสภาวิชาชีพนักข่าวจริง
“เราจำเสียงท่านได้แล้วท่านคือคนที่เราเห็นในทีวีบ่อย ๆ” สส.บุญธรรม ยิ้มกว้างต้อนรับตามสไตล์คนใหญ่คนโต
อิสราพยักยิ้มแล้วชี้ให้เขาไปยังม้านั่งที่ว่างใกล้ ๆตรงนั้นมีส่วนของอาคารที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำยื่นออกมาทำให้เกิดเป็นร่มเงาพอดี
“ขอบคุณมากนะท่านไปดักรอคุณพชรต่อได้เลย” เธอกระซิบบอกผมก่อนตามนักการเมืองคนนั้นไปดูเหมือนเธอจะสังเกตหยดเหงื่อเต็มใบหน้าและลำคอของผม
“ท่านวิ่งไปไหนมารึเปล่าเหงื่อท่วมเชียว”
“ซื้ออะไรกินแถวนี้เฉย ๆเราว่าอากาศวันนี้ร้อนอบอ้าวนะ” ผมหัวเราะกลบเกลื่อน รู้สึกไม่แนบเนียนเท่าที่ควร
อิสราไม่ได้ถามอะไรต่อเธอคงไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจผม จิตใจเธอคงวุ่นวายอยู่กับบทสัมภาษณ์ผมจึงโบกมืออำลา แล้วปลีกตัวออกมา