จอมโจรทลายสวรรค์

    ตอนที่ 42 ฝึกฝนหรือทรมาน

     ณ หอตำราเทพยุทธ์


            “วันนี้ข้าขอบคุณเจ้ามาก ข้าไม่คิดว่าจะเป็นเจ้าที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือข้า” หลิ่งอี้เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าโศกเศร้า“อือ” เจี่ยงซวนอี้เอ่ยขึ้นเพียงคำเดียว ก่อนเดินจากไปอย่างไร้เยื้อใย ‘เจ้านี้มันเข้าใจยากจริงๆ’หลิ่งอี้เอ่ยขึ้นภายในใจ มันมุ่งหน้าสู่ประตูมิติของมัน “ซุนข้าจะแก้แค้นให้เจ้าข้าจะทำเจ้ากงฝูและเจ้าหนานจิ้งสูญเสียทุกอย่างที่พวกมันมี” หลิ่งอี้หลับตาลงช้าๆจิตสัมผัสกวาดออกไปหลายลี้เฟ้นหาค้นหาทักษะที่ซ้อนเร้นอยู่ภายในมิติของมัน “ข้าจะต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้”พลังปราณหลิ่งอี้ปกคลุมทั่วร่างอย่างหนาแน่นพลันทะยานหายลับไปจากบริเวณเดิม…

     

            แสงแดดแรกของวันรุ่งขึ้นยังไม่ทันขึ้นดีเฟยซุนกลับมายืนรอท่านอาจารย์ตงฟางบริเวณห้องโถงด้วยท่าทีสงบ ผ่านไปประมาณสามสิบนาทีท่านอาจารย์เดินออกมายังบริเวณห้องโถงพบชายหนุ่มในชุดฝึกสีฟ้าอ่อนยืนก้มหน้าด้วยแววตาเหม่อลอย“เจ้ามารอข้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เฟยซุนเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ “เพียงชั่วครู่ศิษย์ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ ปราณอัคคีที่ข้าได้รับมาต้องแลกกับชีวิตของผู้อาวุโสเตียวฟง…ขะ…ข้าไม่…อาจ” เฟยซุนฝืนกลั้นน้ำตาอย่างทรมาน‘เจ้าเด็กคนนี้…แม้มันก่อเรื่องมากมายแต่ภายในใจกับขาวสะอาดซื่อสัตย์ต่อผู้มีพระคุณอย่างแท้จริง…นับว่าหายากนัก’ ท่านอาจารย์พลันสังเกตเฟยซุนท่าทีอยู่พักใหญ่ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ“ก่อนจะไปสุสาน ข้ามีข้อแม้อย่างนึ่ง” เฟยซุนช้อนตามองท่านอาจารย์ด้วยความสงสัย “ท่านอาจารย์เชิญเอ่ยออกมาศิษย์ยินดีปฏิบัติตาม” ท่านอาจารย์ตงฟางพลันหันหลังสะบัดเสื้อคลุมสีขาวพลิ้วไหวลม “เมื่อ…ข้าพาเจ้าไปสุสานเจ้าเตียวฟง…หากกลับมาแล้ว…เจ้าต้องฝึกตามที่ข้าสอนพักตามที่ข้าสั่ง…ห้ามมีข้อแม้ใดๆ…ถ้าไม่เชื่อฟังคำที่ข้าเอ่ยแม้แต่คำเดียว…ข้าจะทำลายวรยุทธ์เจ้าทันที”ภายในใจเฟยซุนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ทว่าปากมันกลับตอบรับอย่างตั้งใจ “ท่านอาจารย์…ข้ารับปากท่าน”

     

            สายตาอันแข็งกล้าของท่านอาจารย์ทอดมองร่างศิษย์สายตรงของมันอย่างนุ่มนวล“ดี…งั้นไปกัน” ท่านอาจารย์ขยับเท้าเพียงสองก้าว ร่างอาจารย์โผล่ด้านหน้าเฟยซุนมันหอบหิ้วศิษย์มันพาเคลื่อนย้ายในพริบตาตามท่าร่างอันพิสดารทะยานออกเป็นเส้นตรงรวดเร็วดั่งพายุทัศนีย์ภาพรอบข้างเฟยซุนไม่อาจมองได้ชัดสายลมโหมพัดใส่ใบหน้าหายใจได้อย่างติดขัดการใช้ท่าร่างอันพิสดารยังใช้เวลาเกือบสามสิบนาทีทิวทัศน์รอบๆปรากฏสู่สายตาเฟยซุนอีกครั้ง ปรากฎป่าทึบอับส่งกลิ่นอับชื่นคละคลุ้งไปรอบบริเวณบรรยากาศวังเวงน่าพิศวง “ป่าแห่งนี้เรียกว่าป่าช้าทัณฑ์มังกร ด้านหน้าเป็นอาณาเขตสุสานเจ้าไปเถอะ อาจารย์ให้เวลาครึ่งชั่วโมง ข้าไปธุระก่อน เมื่อถึงเวลาข้าจะกลับมารับเจ้า”ท่านอาจารย์ตงฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบก่อนเลื่อนหายไปจากสายตาเฟยซุนขยับเท้าก้าวเดินความระวังเพียงไม่กี่อึดใจ มันพบป้ายหลุดศพจำนวนมากเฟยซุนเดินไล่เรียงรายชื่อ ทว่ากลับไม่พบรายชื่อตรงตามที่มันต้องการหา ‘สุสานผู้อาวุโสเตียวฟงอยู่ที่ใดกัน’เฟยซุนเดินเข้าไปในส่วนที่ลึกมันต้องพบกับความประหลาดใจมีป้ายหินถูกตั้งขึ้นในที่ลับตาเกือบสิบป้าย ทุกป้ายล้วนเสื่อมโสมคล้ายถูกสร้างไว้นานทว่ามีเพียงป้ายหนึ่งที่ตั้งอยู่ด้วยสีสันที่ดูใหม่สะดุดตา มันรีบวิ่งเข้าไปชื่อบนป้ายหินนั้น‘เตียวฟง’

     

            วินาทีแรกที่เฟยซุนพบสองเข่าทรุดลงกระแทกพื้นดิน‘ตุบ’ ศีรษะโค้งก้มจนหน้าผากปักดินเอ่ยด้วยน้ำตา “ท่านผู้อาวุโสเตียวฟงหะ…เหตุใดกัน…ทำไมท่านถึงทำแบบนี้ด้วย…”มันร่ำไห้ร้องเรียกถวิลหาเหตุผล “ตัวข้ามีเพียงท่านย่าและผู้อาวุโสสี่ที่ดีต่อข้า…หลังจากข้าจากท่านย่ามาไม่นาน…ก็มีท่าน…แม้ข้าและท่านจะรู้จักเพียงชั่วคืนการที่ท่านมอบปราณราชันเทพอัคคีให้กับข้า นับแต่นั้นตัวข้านับถือท่านเป็นผู้มีพระคุณสิ่งที่ท่านปรารถนา ขะ…ข้าจะส่งมอบจมหมายฉบับนี้ให้ถึงกับมือผู้อาวุโสเตียวหยูไป่…ข้าสัญญา…ข้าสัญญา”เฟยซุนยังก้มหน้าที่ป้ายหินผู้อาวุโสเตียวฟงยังไม่คงลุกขึ้นแต่อย่างใด จู่ๆก็มีสายลมอ่อนๆพัดเข้าหามันราวกับโอบอุ้มตัวมันอย่างอ่อนโยน‘ผู้อาวุโส’ มันดันตัวลุกขึ้นยืนนิ่งจ้องมองป้ายหินอย่างอาลัยเมื่อใกล้ถึงเวลามันค่อยๆละสายตาออกจากบริเวณรีบไปรั้งรอตามที่ท่านอาจารย์มันนัดหมายเพียงไม่นานท่านอาจารย์ตงฟางมาถึงพร้อมกระสอบใบโต “ท่านอาจารย์สิ่งใดอยู่ในกระสอบอย่างนั้นเหรอ” ท่านอาจารย์ตงฟางเพียงส่งยิ้มบางๆไม่รีรอให้เฟยซุนเอ่ยปาถามต่อแต่อย่างใด มันถูกหอบหิ้วไปกลางอากาศอีก  ผ่านหลายอึดใจมันและท่านอาจารย์ตงฟางยื่นอยู่บริเวณห้องโถงของหมู่ตึกไขมังกร


            “เจ้าจัดการสิ่งที่เจ้าต้องการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ท่านอาจารย์ยืนหรี่ตาทองมองศิษย์ตัวน้อยเบื้องหน้ามัน“เรียบร้อย ท่านอาจารย์” เฟยซุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม “ดี…ดีมาก…ข้าเริ่มสอนเจ้าตั้งแต่วันนี้…ตอนนี้”ร่องรอยความสงสัยปรากฏขึ้นในแววตาท่านอาจารย์ลูบเครามองเฟยซุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

     

            “เจ้ามีความรู้พื้นฐานเรื่องปราณถึงขึ้นใดบ้าง”

     

            “เรียนท่านอาจารย์ ความรู้ข้ามีเพียงเล็กน้อยพลังปราณเกิดจากพลังงานธรรมชาติหลอมร่วมเข้ากับจุดตันเถียน โดยแบ่งเป็นระดับชั้น”

     

            ท่านอาจารย์ขมวดคิ้วลึก “แล้วเจ้ารู้ไหมว่าทักษะที่เจ้าใช้มันแบ่งออกได้หลายระดับชั้น”

     

            “เอ๋…ท่านอาจารย์ทักษะมันถูกแบ่งออกเป็นระดับชั้นด้วยอย่างนั้นเหรอ”เฟยซุนเกิดประกายความสงสัยในแววตา

     

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ความรู้อันน้อยนิดสมแล้วที่พึ่งเริ่มฝึกปราณได้เพียงเกือบครึ่งปี นับจากนี้เจ้าต้องหมั่นฝึกฝนเพิ่มเติมความรู้เรื่องต่างๆเพราะบนโลกใบนี้มีหลายสิ่งที่เจ้าจำเป็นต้องรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด…ถ้าหากเจ้าหยุดคนอื่นก็จะข้ามเจ้าไปเรื่อยๆ…จงตั้งใจ”

     

            “ขอรับท่านอาจารย์…ศิษย์จะตั้งใจศึกษา…ไม่เกียจคร้าน”เฟยซุนพลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

     

            “เจ้ากงซุน…เคยให้พวกเจ้าฝึกขาช่วงล่างแล้วใช่ไหม”

     

            “ศิษย์พี่กงซุนเคยให้ศิษย์ใหม่ทุกคนฝึกฝนแล้วขอรับ”

     

            “ดี…ในเมื่อเจ้าคุ้นเคย…ข้าจะเพิ่มเติมการฝึกอีกหนึ่งอย่างให้เจ้า”

     

            “ศิษย์จะพยายามอย่างสุดความสามารถ”

     

            “รู้ไหม…ทำไมข้าถึงให้ศิษย์ทุกคนฝึกช่วงล่างให้แข็งเพราะช่วงล่างเป็นแหล่งกำเนิดพลังในการขับเคลื่อนไม่ว่า ความว่องไวการใช้ท่าร่างพลังหมัดที่เหวี่ยงออกไป ล้วนเกิดการวางเท้า” ท่านอาจารย์เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เจ้าไปเตรียมตัวรอ…ข้าจะไปหยิบของก่อน”ท่านอาจารย์เดินหายเข้าไปในห้องนอน เฟยซุนไปยืนกลางห้องโถงฉีกขานั่งย่อลงกลางอากาศเพียงไม่กี่อึดใจท่านอาจารย์เดินออกมาพร้อมหนังสือสามเล่ม “รับสิ่งนี้ไป…ภายในหนึ่งอาทิตย์  เจ้าต้องศึกษาข้อมูลในหนังสือด้วยท่าฝึกช่วงล่าง”ท่านอาจารย์เอ่ยเสร็จพลันโยนหนังสือให้เฟยซุนรับ มันพลิกหนังสือดูสามเล่ม ‘ประวัติศาสตร์จักรววรดิมังกรฟ้า’‘ระดับชั้นทักษะ’ ‘ระดับชั้นปราณพื้นฐาน’

     

            “ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เมตตา”เฟยซุนเอ่ยด้วยตาแววตามุ่งมั่น “อย่าพึ่งดีใจไป ข้าไม่ได้ใจดีขนาดนั้นระดับที่เจ้าต้องถือหนังสืออ่านต้องอยู่ในระดับอกเท่านั้น…ถ้าหากมือตกมาเมื่อไร…” ท่านอาจารย์ตงฟางใช้มือขวาล้วงเข้าไปในกระสอบหยิบผงสีดำขึ้นปั้นเป็นลูกบอลขนาดเล็กเฟยซุนมองสิ่งที่อยู่ในมือท่านอาจารย์ของมันด้วยสายตาหวาดหวั่น “สิ่งนั้น…คะ…คือ” มือซ้ายท่านอาจารย์ใช้มือขวาลูบเคราเบาๆเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่มนวล“อย่างที่เจ้าคิด…ดินปืน”

     

            “ไม่ต้องตกใจไป…ถ้าเจ้าไม่เกียจคร้าน…สิ่งที่อยู่ในมือข้าก็ไม่อาจไปถึงตัวเจ้า”ท่านอาจารย์เอ่ยขึ้นด้วยร้อยยิ้ม “แต่ถ้าเจ้าไม่มีความอดทน…สิ่งที่อยู่ในมือข้ามันจะพุ่งเข้าใส่เจ้าจนหมดกระสอบ”แววตาอันโหดเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าท่านอาจารย์ เฟยซุนขนลุกชันสั่นสะท้านไปทั่วร่าง

     

    เวลาเดินผ่านไปห้าชั่วโมง…


            บรรยากาศในห้องโถงคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นดินปืน“เจ้าเด็กบ้า…เพียงแค่ห้าชั่วโมงเจ้ายังไม่มีความอดทน ยังจะมีหน้าไปปกป้องใครเค้าได้”ภาพเบื้องหน้าท่านอาจารย์ตงฟางปรากฎเด็กหนุ่มผมสีดำเสื้อผ้ามันเป็นรอยไหม้ขาดวิ่นไปทั่วร่างยามนี้ใบหน้าเฟยซุนเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อไหลรวมอยู่ใต้คางหยดลงพื้นราวกับสายน้ำสองมือมันถือหนังสือ ‘ระดับชั้นปราณพื้นฐาน’ อย่างมั่นคง สองตาจดจ้องไปที่ตัวหนังสืออย่างไม่ลดสายตาขาทั้งสองสั่นสะท้านส่งผลให้ช่วงแขนสั่นไม่อาจควบคุมมันต้องใช้เวลาในการอ่านจดจำและทำความเข้าใจนานกว่าปกติ ทว่าแม้จะมันโดนลูกบอลดินปืนปาใส่ตัวมันร่างกายมันก็ไม่ปรากฏร่องรอยบาดแผลสักแห่งเฟยซุนไม่แม้แต่ปริปากอ้อนวอนให้หยุดมือเพียงสักคำ


            ‘เจ้าศิษย์คนนี้ปราณอัคคีของมันปกป้องร่างกายจากประกายไฟเกิดจากดินปืนแต่ไม่อาจครอบคลุมถึงรอยชำบนร่างมัน สมกับเป็นปราณราชันเทพอัคคีที่สามารถเพิ่มภูมิต้านทานในเปลวเพลิงแต่สิ่งที่ทำให้ข้าประหลาดใจ แม้มันเจ็บปวดเพียงใดมันก็ไม่แม้แต่แสดงความรู้สึกว่าเจ็บปวดหรือร้องออกมาสักคำ…ชีวิตก่อนหน้านี้มันผ่านอะไรมากันแน่น’ท่านอาจารย์ตงฟางครุ่นคิดหาเหตุผลจากศิษย์เบื้องหน้ามัน

     

    ด้านหน้าตำหนักผู้อาวุโสตงฟาง

     

            “ฟูหลิวเจ้าคิดว่าท่านอาจารย์จะจัดการเรื่องศิษย์พี่หนานจิ้งอย่างไร” กงซุนกำลังมุ่งไปยังห้องโถงพลันเอ่ยถามขึ้นอย่างกะทันหันฟูหลิวกระตุกหยุดเดินพลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าคิดว่าการที่ท่านอาจารย์รับศิษย์น้องฮุ่ยซุนเป็นศิษย์สายตรงนั้น สถานะของศิษย์พี่หนานจิ้งอาจต้องเปลี่ยนไปศิษย์พี่ผู้นี้แม้จะเป็นยอดฝีมือแต่มิได้เป็นศิษย์สายตรง อาจจะต้องเป็นผู้ที่ออกไปจากหมู่ตึกไขมังกรแห่งนี้เป็นแน่น” น้ำเสียงกงซุนแฝงด้วยความสับสน

     

            “ถ้าหากเป็นจริง ดั่งที่เจ้าว่าเช่นนั้นแล้วนับว่าหมู่ตึกไขมังกรของผู้อาวุโสฝั่งตกวันตกจะขาดยอดฝีมือ ในช่วงเวลาประลองเปรียบฝีมือกับผู้อาวุโสประจำทิศต่างๆ…ศิษย์สังกัดผู้อาวุโสตงฟางที่มีอยู่คนที่มีฝีมือเหนือกว่าศิษย์พี่หนานจิ้ง ยังสามารถใช้นิ้วมือยังนับได้เลยข้าว่าท่านอาจารย์อาจจะคิดหนทางอื่นก็เป็นไปได้เพราะไม่ถึงแปดเดือนใกล้ถึงช่วงเวลาเปรียบฝีมือคัดเลือกศิษย์ยอดฝีมือเข้าร่วมชุมนุมหุบเขาสุสานกระบี่”กงซุนก้าวเดินไปลูบคางไปแววตาแสดงออกถึงความวิตกกังวล “เจ้าก็รู้ว่าท่านอาจารย์ของเรานิสัยเป็นเช่นไรท่านอาจารย์ไม่ไว้หน้าถ้าศิษย์คนใดทำผิดกฎที่หมู่ตึกเราตั้งไว้ต่อให้ศิษย์ผู้นั้นจะเป็นอับดับหนึ่งหรือสองถ้าหากทำผิดกฎมันผู้นั้นต้องออกไปจากหมู่ตึกแห่งนี้ แต่สิ่งที่เจ้าเอ่ยออกมาเรื่องชุมนุมอาจเป็นเหตุผลที่ท่านอาจารย์ไม่เคลื่อนไหวใดๆก็ได้ ข้าว่าพวกเรารีบไปพบท่านอาจารย์กันเถิด”ฟูหลิวพลันเร่งฝีเท้าไปโดยมีกงซุนติดตามไปอย่างติดๆก่อนทางถึงทางเข้าห้องโถงกงซุนหยุดเดินอย่างฉับพลัน

     

            “นี้มัน…กลิ่นดินปืนคละคลุ้มอย่างหนาแน่น”กงซุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “จริงดั่งเจ้าว่า…หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์กัน”ฟูหลิวทะยานเข้าไปด้วยความเร่งรีบปราณแผ่พุ่งออกจากร่างหอบลมพัดกลุ่มควันที่ปกคลุมอยู่ในห้องจนหมดสิ้น ภาพแรกที่ปรากฎสู่สายตากงซุนเห็นท่านอาจารย์กำลังง้างมือคว้างดินปืนใส่ชายหนุ่มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยดินปืนฟูหลิวเพ่งพินิจไปที่ใบหน้าชายหนุ่มผู้นั้นอย่างจดจ้อง ดวงตาของมันเบิกโผล่ด้วยความตกตะลึง“ศิษย์น้องฮุ่ยซุน ทำไมถึงมาอยู่ในสภาพนี้” กงซุนก้าวเดินไปยังด้านหน้าท่านอาจารย์“คารวะท่านอาจารย์” ฟูหลิวติดตามมาอย่างติดๆ “คารวะท่านอาจารย์ ท่านกำลังลงโทษศิษย์น้องฮุ่ยซุนอยู่เหรอขอรับ”ท่านอาจารย์ตงฟางขมวดคิ้วลึก “ข้ากำลังฝึกฝนมะ….” ท่านอาจารย์ตงฟางสัมผัสได้ถึงท่อนแขนที่เฟยซุนกำลังลดระดับลูกบอลดินปืนถูกดีดออกจากนิ้วอย่างรวดเร็ว ‘ปัง’   ลูกบอลดินปืนกระแทกหน้าที่หน้าผากเฟยซุนจนหัวโยกไปด้านหลังเพียงไม่กี่อึดใจเฟยซุนที่เหนื่อยล้าอย่างสุดขีด ศีรษะของมันถูกกระทบกระเทือนอย่างไม่ทันตั้งตัวมันสิ้นสติล้มนอนแผ่หลาอยู่กลางห้องโถง

     

            “บ้าจริง!...พวกเจ้านี้นะ…มาหาข้าตอนกำลังฝึกให้มัน…ข้ากะความแรงพลาดไป”ฟูหลิวและกงซุนมองตากันอย่างเลิ่กลั่ก ฟูหลิวพลันสะท้านขึ้นในใจ ‘แบบนี้มันไม่ใช่การฝึกฝนแล้วมันคือการทรมานชัดๆ’ ศิษย์พี่ทั้งสองเอ่ยขึ้นตรงข้ามกับความเป็นจริงอย่างเร่งรีบ“ศิษย์…ขออภัย” ท่านอาจารย์ตงฟางเอ่ยขึ้นอย่างเบื่อหน่าย


    คล้ายกับเรื่องจอมโจรทลายสวรรค์ ที่คุณอ่าน