ตอนที่ 13 – วิวาท
พวกเด็กม.ปลายที่ยังรอดชีวิตอยู่ พักอยู่ในห้องพักอาจารย์มาประมาณยี่สิบนาทีแล้วโดยไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ ชัชชัยออกจะหงุดหงิดนิดหน่อยที่ต้องรอแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาอยากจะออกไปจากห้องอันอุดอู้นี้ อยากจะออกไปจากโรงเรียนนี้แล้ว เขาถอดหมวกของเขาออกแล้วเอามือเกาเส้นผมสีดำที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ขณะที่จู่ๆ พันธกรก็ถามวรรณสาขึ้นมา
“สา” เขาถามเธอขึ้นมา “แผลที่เข่าเป็ยังไงบ้าง?”
ทุกคนหันมาหาพันธกรเมื่อเห็นเขาเพิ่งจะพูดขึ้นมา วรรณสาก็คลี่ยิ้มบางๆ พลางตอบ “ก็ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ พัน ขอบคุณที่เป็ห่วงนะ”
ปฏิคมแอบมองทั้งสองคนอย่างเสียใจนิดหน่อย เขาอยากจะพูดอะไรออกออกมาสักคำแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา พันธกรพอได้ยินวรรณสาว่าอย่างนั้น เขาก็เบาใจลงที่วรรณสาหายเจ็บาแแล้ว แล้วเขาก็สั่งให้เธอเลิกขากางเกงขึ้นเพื่อจะดูาแว่ายังดีอยู่หรือเปล่า? วรรณสาก็ทำตาม เธอเลิกขากางเกงขึ้นให้พันธกรดูาแที่เธอเป็คนทำเอง
“อืม ไม่มีเืไหลซึมออกมา ท่าทางน่าจะหายดีแล้วล่ะ” พันธกรลองวิเคราะห์ดู ก่อนจะบอกให้เธอพับขากางเกงลงเหมือนเดิม วรรณสาก็ทำตาม แล้วชัชชัยก็บอกขึ้นมาด้วยเสียงดังขึ้นนิดหนึ่ง
“เราออกไปได้ยัง?” ชัชชัยถามขึ้นมาอย่างหงุดหงิด “เราอยู่ที่นี่มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะ”
“นั่นสิ” ภัทรเองก็เห็นด้วย แต่ปฏิคมบอกว่ายังไม่ครบชั่วโมงเลย แล้ววรรณสาเองก็าเ็ การจะออกไปจากโรงเรียนที่มีแต่พวกเอไอเต็มไปหมด มันอันตรายเกินไป ชัชชัยได้ฟังอย่างนั้น เขาก็กล่าวโทษวรรณสาออกมา
“แล้วทำยังไงถึงไปล้มได้?” ชัชชัยถามวรรณสา “ทำไมไม่ระวังตัว? หา?”
“นี่” พันธกรว่ากล่าวชัชชัยขึ้นมา “ใครมันจะไปอยากล้ม? ใครจะอยากได้แผล? คิดซะมั่งสิ”
ชัชชัยที่นั่งอยู่ลุกยืนขึ้นทันทีแล้วทำท่าจะเข้ามาหาเื่พันธกร ฝ่ายพันธกรถึงกับใ แต่ภัทรก็ลุกขึ้นมาแล้วห้ามชัชชัยเอาไว้ “เอาน่า อย่าโกรธกัน เราต้องดีๆ กันไว้”
“ก็มันพูดจาออกมาแบบนี้” ชัชชัยชี้ไปที่พันธกร “จะว่าไป ก็เป็เพราะมันนั่นแหละ ที่ทำให้เราต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้ ถ้ามันไม่อาสาจะฆ่าพวกเอไอแทนพวกผู้ใหญ่ พวกเราคงไม่มาตกอยู่ในสภาพเนี้ย!”
“อ้าว?” พันธกรเองก็ชักฉุนขึ้นมาเหมือนกัน เขายืนขึ้นบ้าง “ตัวเองขึ้นมาบนเวทีเอง แล้วจะมาโทษผมได้ไง? ผมไม่ได้บังคับคุณให้ขึ้นมาบนเวทีนะเว้ย!”
ชัชชัยทำท่าจะเข้ามาหาเื่พันธกรอีกครั้ง แต่ภัทรก็ยังรั้งตัวเขาเอาไว้ได้ทัน ชัชชัยพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากอ้อมกอดของภัทรอย่างโมโหพร้อมกับบอก “ปล่อยนะ ไอ้ภัทร! ไอ้นี่มันต้องโดน!”
“นี่ หยุดเถอะ” ทรัพย์สินบอกขึ้นมา “เราจะแตกกลุ่มแบบนี้ไม่ได้นะ ไม่งั้นได้ตายกันแน่ เราต้องสามัคคีกันเข้าไว้”
ทรัพย์สินบอกออกมาแบบนั้น ชัชชัยก็สะบัดตัวให้หลุดจากภัทรอย่างหงุดหงิดแล้วก็นั่งลงเหมือนเดิม ฝ่ายภัทรก็นั่งลงเช่นกัน พันธกรเหลือบมองชัชชัยอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก ชัชชัยดูเป็คนโกรธง่ายมาก และดูเหมือนจะหงุดหงิดตลอดเวลา นั่นทำให้เขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
สิบนาทีต่อมา ทรัพย์สินก็ลุกขึ้นพร้อมกับปืนลูกซอง “เอาล่ะ ออกไปจากที่นี่กันดีกว่า” เขาบอกออกมา ก่อนจะสะพายกระเป๋ายังชีพของเขาขึ้นมา ทุกคนภายในห้องก็ลุกขึ้นบ้างพลางสะพายกระเป๋า วรรณสาค่อยๆ ลุกเพราะมีแผลที่เข่า เธอร้องโอดโอยนิดหน่อยเมื่อต้องยืนขึ้น
“สา? ไหวไหม?” ปฏิคมเอ่ยถามอย่างเป็ห่วงเมื่อเห็นเธอร้องออกมาแบบนั้น เขาจับมือเธอเอาไว้ วรรณสาก็ส่ายหน้าออกมา
“ไหวจ้ะ” เธอบอกกับปฏิคม “ขอมือสาคืนได้ไหม?”
“อ้อ” ปฏิคมเลยเลิกเอามือจับมือวรรณสา แล้วเขาก็เดินออกไปจากห้องพักอาจารย์ตามคนอื่นๆ ไปเลย พันธกรเข้ามาช่วยพยุงวรรณสา แต่เธอบอกเขาว่า
“ไม่เป็ไร สาพอทนาแได้แล้ว” เธอบอกออกมาอย่างเกรงใจเพราะกลัวจะเป็ตัวถ่วงให้พันธกรอีก “พันไม่ต้องมาประครองหรอก เดินไปได้เลย”
“แน่ใจนะ?” พันธกรถามอย่างเป็ห่วงเช่นกัน วรรณสาที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดีใจขึ้นมา ที่พันธกรเป็ห่วงเธอ
“พันก็ห่วงสาเหมือนกันเหรอ?” เธอตัดสินใจถามขึ้นมาอย่างอยากรู้จริงๆ พันธกรถึงกับหันมาตอบทันที
“ก็ต้องห่วงสิ เราเป็ ‘เพื่อนสนิท’ กันนะ” พันธกรว่าออกมา วรรณสาที่ได้ยินคำว่า ‘เพื่อนสนิท’เธอจากดีใจก็กลับกลายเป็ความเสียใจอีกครั้ง เธอเม้มปากแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ใช่เนอะ เราเป็ ‘เพื่อนสนิท’ กัน” วรรณสาถอนหายใจออกมา พันธกรเองก็ไม่ได้รู้เื่อะไรเลย ปฏิคมที่เห็นวรรณสาทำท่าเสียใจออกมาแบบนั้นเพราะพันธกร เขาก็เดินกลับมาเพื่อต่อว่าพันธกร
“ไอ้พัน แกทำอะไรลงไป?” ปฏิคมว่าเพื่อน ทำเอาพันธกรถึงกับงุนงง
“ฉันทำอะไรลงไปเหรอ?” เขาถามอย่างซื่อๆ ปฏิคมเองก็ส่ายหน้าออกมา นึกโมโหเพื่อนเหมือนกันที่ทำให้วรรณสาเสียใจ พันธกรช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ขนาดวรรณสาบอกออกมาขนาดนี้ เขาตัดสินใจไม่พูดต่อ แล้วก็เดินตามวาสุกรีไปเลย
“อ้าว? ไอ้คม” พันธกรร้องเรียกเพื่อนสนิท “ฉันทำอะไรผิดวะ? เฮ้ย กลับมาก่อน”
แล้วกลุ่มของทรัพย์สินก็ค่อยๆ เดินลงบันไดไปชั้นล่างอย่างระวังฝีเท้าไม่ให้ดัง เพราะอาจจะบังเอิญเจอพวกเอไอก็ได้ แต่พวกเขาก็ไม่เจอ พวกเขาเดินลงมาถึงชั้นที่หนึ่งแล้ว ทรัพย์สินก็เปิดประตูออกไปจากโรงเรียน ชัชชัยพอััอากาศเย็นๆ ภายนอก เขาก็ยืดตัวออกมาอย่างสบายใจ
“เฮ้อ! ในห้องนั่นอุดอู้จะตาย” ชัชชัยบอกออกมาเสียงดัง ภัทรเลยบอกให้เขาเงียบๆ ชัชชัยที่ได้ยินดังนั้นก็ยกมือกุมปากตัวเอง เขาลืมตัวไปเลยว่าควรจะเงียบๆ
แล้วทั้งหมดก็เดินทางออกจากโรงเรียนเก่าแก่ไป ก่อนจะออกมาเดินตามถนนที่เต็มไปด้วยซากสิ่งของสกปรกอีกครั้ง ทั้งหมดเดินเรียงแถวยาวเป็หนึ่ง วรรณสาอยู่รั้งท้ายเลย เพราะเธอต้องค่อยๆ เดิน เพราะเดี๋ยวแผลจะไม่หาย
ครึ่งชั่วโมงต่อมาที่พวกเขาเดินไปตามถนน ก็ยังไม่มีวี่แววจะเห็นว่ามีอาณาเขตอื่นเลย ชัชชัยเป็คนแรกที่สังเกตขึ้นได้ ขณะที่พวกทรัพย์สินเดินอยู่นั้น เขาก็หยุดแล้วก็พูดออกมา
“เดินให้ตายก็หาไม่เจอหรอก อาณาเขตอื่นน่ะ” เขาพูดออกมา ทำเอาทุกคนที่เดินเรียงแถวหนึ่งหยุดแล้วหันกลับมามอง วรรณสาที่เดินรั้งท้ายก็หยุดฝีเท้าเหมือนกัน
“ต้องเจอสิ” ทรัพย์สินตอบอย่างมั่นใจ ทำเอาชัชชัยโมโหขึ้นมาทันที เขาตะคอกใส่ทรัพย์สิน
“แล้วไหนล่ะ!? อาณาเขตอื่น?” เขาตะเบ็งเสียงออกมาดังลั่น “เราเดินมาจะสองชั่วโมงแล้วนะ ยังไม่เห็นเจอเลย อาณาเขตอื่นน่ะ!!”
“นายช่วยใจเย็นๆ แล้วพยายามได้ไหม?” พันธกรหันมาบอกอย่างสุดจะทนเหมือนกัน “แล้วเลิกไอ้นิสัยใจร้อนนี่สักที มันน่ารำคาญ เข้าใจไหม?”
ชัชชัยจะพุ่งเข้าใส่พันธกรอีกครั้ง แต่โดนภัทรรั้งตัวเอาไว้เหมือนเดิม ชัชชัยพยายามสะบัดตัวให้หลุดออกจากอ้อมแขนของภัทร แล้วเขาก็ด่าภัทรออกมา “ไอ้ภัทร! แกจะอะไรนักหนาวะ!? ปล่อย! ฉันจะไปจัดการหมอนี่!!”
“แกนั่นแหละ จะอะไรกันหนักหนา!?” ภัทรพูดเสียงดังใส่เพื่อนบ้าง ทำเอาชัชชัยอึ้งไปเลย เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เพื่อนเขาขึ้นเสียงใส่เขา แล้วภัทรก็พูดต่อ “อย่างที่เขาบอกนั่นแหละ หยุดอารมณ์ร้ายๆ นี่เสียทีมั่ง”
“อ๋อ นี่เข้าข้างกันใช่ไหม?” ชัชชัยถึงกับโกรธจัดเมื่อภัทรพูดออกมาแบบนั้น เขาผลักตัวภัทรออกไป “ก็ได้! เข้าข้างกันเข้าไป แกไม่ใช่เพื่อนฉันอีกแล้ว ต่อแต่นี้ เราขาดกัน!!”
พันธกรส่ายหน้าออกมาพลางถอนหายใจ ขณะที่ภัทรอึ้งไปเลยกับคำบอกของชัชชัย แล้วชัชชัยก็ออกเดินไปคนเดียว ขณะที่กลุ่มคณะเดินทางยังหยุดอยู่กับที่ ทรัพย์สินเองก็ถอนหายใจ ก่อนจะรีบเดินต่อไป
“จะไม่เป็ไรหรือคะ?” วรรณสาถามภัทรขึ้นมา ฝ่ายภัทรก็ถอนหายใจ ก่อนจะบอกออกมา
“ไอ้ชัยมันก็เป็แบบนี้แหละครับ อย่าไปห่วงเลย” เขาบอกออกมา “มันพูดกับผมแบบนี้ไม่ใช่แค่ครั้งแรกซะหน่อย ยังไงเราก็กลับมาจับมือเป็เพื่อนกันเหมือนเดิมนั่นแหละ”
“แต่ครั้งนี้ เขาดูเอาจริงนะคะ” วรรณสายังพูด แต่ภัทรส่ายหน้า
“ไอ้ชัย ถึงมันจะขี้โมโหก็จริง แต่จิตใจมันเปราะบางนะครับ” ภัทรหันมาบอกกับวรรณสา “เห็นมันเป็แบบนี้ แต่จริงๆ ในใจของมันขี้สงสารคนอื่นจะตาย เพราะงั้น ไม่เป็ไรหรอก”
วรรณสาเลยพยักหน้า ถ้าภัทรบอกออกมาแบบนั้นถึงนิสัยของเพื่อนสนิทจริงๆ เธอก็เบาใจลง เธอไม่อยากเห็นเพื่อนหรือใครก็ตามต้องแตกคอกัน เพราะเมื่อไหร่ที่ความสามัคคีพังทลาย พวกเขาอาจจะตายได้เมื่อนั้น
แล้วก็ถึงเวลาเที่ยง ทรัพย์สินสั่งให้ทุกคนหยุดการเดินแล้วมากินอาหารกัน ทั้งหมดจึงนั่งลงบนริมทางเท้าที่สกปรก ก่อนจะเอาขนมปังจืดออกมากิน ทุกคนจำต้องกินแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นแล้วเหลืออีกครึ่งไว้เพื่อประหยัดอาหาร ชัชชัยกินขนมปังเข้าไปครึ่งหนึ่ง เขาไม่ได้รู้สึกอิ่มเลย แล้วเขาก็ดื่มน้ำตามลงไป
“น้องชัยอย่าเพิ่งดื่มน้ำเยอะเกินไป ประหยัดเอาไว้ก่อน” ทรัพย์สินเตือนขึ้นมา ชัชชัยที่กำลังดื่มน้ำอยู่ก็ปิดฝาขวด ก่อนจะพูดจาไม่ดีใส่ทรัพย์สิน
“เื่แค่นั้น ผมรู้อยู่แล้วน่า ไม่ต้องมาเตือน!” ชัชชัยพูดออกมาอย่างไม่ดีเลย พันธกรที่อดทนไม่ไหวแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนมาและต่อว่าชัชชัย
“พี่เขาพูดดีๆ ทำไมนายต้องตอบอย่างนั้นด้วย?” พันธกรถามขึ้นมาอย่างโมโหปนสงสัย ชัชชัยก็ลุกขึ้นเช่นกัน แล้วก็เข้ามาหาเื่พันธกร
“แล้วแกเกี่ยวอะไรด้วย?” ชัชชัยผลักอกของพันธกรออกไป “มันเื่ของแกหรือไง?”
“ไม่ใช่เื่ของฉันก็จริง แต่ฉันรำคาญ เอาแต่ทำตัวมีปัญหาอยู่ได้ ไม่ต่างอะไรกับพี่เอกราชเลย” พันธกรพูดแทงใจดำชัชชัยขึ้นมา ทำเอาเขาโกรธขึ้นมาทันที เขากระชากคอเสื้อเครื่องแบบทหารของพันธกร ขณะที่ทุกคนพากันใ
“อย่าเอาฉันไปเปรียบเทียบกับไอ้คนพรรค์นั้น!” ชัชชัยดึงคอเสื้อของพันธกรเข้ามา เอาใบหน้าของเขามาใกล้ๆ พันธกรรู้สึกในิดหน่อย เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบมีดทหารของพ่อขึ้นมา ก่อนจะเอามาจ่อเข้าที่คอของชัชชัย ทำเอาชัชชัยอึ้งไปเลย
“อย่าคิดทำร้ายฉันดีกว่าน่า” พันธกรขู่ออกมาเสียงเย็น พลางชี้มีดไปที่คอของชัชชัย ปฏิคมเห็นเหตุการณ์ว่าท่าจะไม่ดีแล้ว เขาก็ลุกขึ้นมาจากพื้นแล้วก็ห้ามทั้งสองหนุ่ม
“เฮ้ย พอเหอะ” ปฏิคมจับทั้งสองแยกออกจากกัน พันธกรที่ยังคงจ่อมีดอยู่ก็เก็บมีดทหารของพ่อของตัวเองลง ชัชชัยถึงกับเงียบปากไปทันทีที่พันธกรเอามีดมาขู่เขา แล้วชัชชัยก็ส่งเสียง ‘เฮอะ’ ออกมาอย่างไม่พอใจ ก่อนจะไปนั่งที่ไกลจากคนอื่นๆ
ทรัพย์สินเก็บขนมปังไว้ครึ่งหนึ่งแล้ว เขายังเหลือน้ำอีกสองขวดครึ่ง คนอื่นๆ ก็พอๆ กัน แล้วเขาก็ลุกขึ้นพร้อมกับบอกให้ทุกคนเริ่มเดินทางตามหาอาณาเขตอื่นต่อ แต่ชัชชัยไม่ยอมลุก เขายังคงนั่งอยู่ที่ริมทางเท้า
“เฮ้ย ไปกันเหอะ” พันธกรว่าออกมาอย่างไม่สนใจชัชชัย ชัชชัยที่ได้ยินดังนั้นก็หันขวับมามองพันธกรทันทีด้วยความโกรธ แต่พันธกรไม่ได้มองมาทางเขา ชัชชัยตัดสินใจทันที เขาล้วงปืนพก อาวุธประจำตัวของเขาออกมาแล้วก็ลั่นไกออกไป ะุปืนเฉียดแขนของพันธกรทางด้านซ้ายจนเืสาดกระเซ็น พันธกรร้องขึ้นอย่างเจ็บาแ ขณะที่ทุกคนในแถวต่างตื่นใ ฝ่ายชัชชัยก็ใเหมือนกัน เขาอารมณ์ร้อนเกินไปจนลืมตัวเผลอทำร้ายพันธกร
“โอ๊ย!!” พันธกรร้องและเอามือกุมาแที่แขนด้านซ้ายของตัวเอง ก่อนจะหันมาทางชัชชัยด้วยความโมโหสุดขีด “แก! กล้ายิงฉันเหรอ?”
ฝ่ายชัชชัยกำลังช็อกที่เผลอทำสิ่งที่ผิดพลาดลงไป เขาเลยไม่ได้พูดอะไรออกมา พันธกรเองก็ชักปืนพกออกมาเหมือนกันอย่างโกรธสุดขีด แต่ก่อนที่เขาจะลั่นไกออกไป ทรัพย์สินก็ตรงเข้ามาปัดปืนในมือของเขาจนตกลงพื้นไปเสียก่อน
“พอได้แล้วนะ!” ทรัพย์สินร้องห้ามทั้งพันธกรและชัชชัยเอาไว้ “จะฆ่ากันไปเพื่ออะไร? เราควรจะสามัคคีกันไว้สิ น้องชัย! ทำแบบนั้นลงไปได้ยังไง?”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ!!” ชัชชัยร้องออกมา ทำเอาพันธกรที่กำลังโกรธอยู่แล้ว ยิ่งโกรธหนักเข้าไปอีก เขาตะคอกใส่ชัชชัยทันทีทันใด
“ไม่ได้ตั้งใจห่าอะไร!? แกจงใจยิงฉัน!! ถ้าถูกจุดสำคัญขึ้นมา ฉันไม่ตายไปแล้วเหรอ?” พันธกรตวาดออกมาดังลั่น วรรณสาที่ได้สติขึ้นมาแล้วก็รีบวิ่งมาหาพันธกร ก่อนจะบอก
“รีบทำแผลก่อนเถอะ พัน” เธอว่าแล้วก็หันไปมองชัชชัยด้วยสายตาโกรธเคือง ปฏิคมเองก็โกรธเหมือนกันที่ชัชชัยมาทำร้ายเพื่อนเขา เขาเลยจะเดินไปเอาเื่ แต่ถูกภัทรกั้นเอาไว้เสียก่อน
“ถอยไป!” ปฏิคมะโใส่ภัทรให้ออกไป แต่ภัทรไม่ยอม เขาอ้าแขนปกป้องเพื่อนสนิทของเขาเอาไว้
“มันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ!!” ภัทรพูดออกมา ทำเอาปฏิคมถึงกับยืนเท้าเอวแล้วก็ตะคอกออกมา
“ไม่ได้ตั้งใจเหรอ!? ถ้ามันไม่ถูกแขนไอ้พัน ไอ้พันก็ตายไปแล้ว!!” ปฏิคมตวาดใส่ภัทร แต่ภัทรส่ายหน้า ฝ่ายชัชชัยก็งุนงงเป็อย่างยิ่งที่ภัทรยังมาปกป้องเขาอยู่ได้ ทั้งที่เขาเพิ่งจะด่าภัทรออกไปแท้ๆ
“น่า ให้โอกาสมันอีกสักครั้ง” ภัทรพูดอย่างใจเย็น แต่ปฏิคมไม่เย็นแล้ว เขาผลักภัทรออกไปแล้วจะเข้าไปหาเื่ชัชชัย แต่ภัทรก็ยังคงเอาแขนรั้งปฏิคมไว้แบบนั้น ไม่ให้เข้าไปทำร้ายชัชชัย
“ปล่อย!!” ปฏิคมร้องออกมาเสียงดังลั่น “ไอ้นี่มันจะฆ่าเพื่อนฉัน!! ฉันจะจัดการมันให้ได้!”
“ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่ได้ตั้งใจ!!” ภัทรเองก็ะโออกมาบ้าง ทำเอาชัชชัยถึงกับรู้สึกผิดที่ภัทรปกป้องเขา ทั้งๆ ที่เขาประกาศตัดขาดการเป็เพื่อนกับภัทรไปแล้ว แต่ภัทรก็ยังช่วยเหลือเขา ชัชชัยรู้สึกผิดมากๆ เขาเลยพูดออกมา
“ขอโทษ” เขาพูดออกมา ทำเอาปฏิคมที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ต้องหยุดลงทันที วรรณสาที่กำลังทำแผลให้พันธกรก็หันมามองเช่นกัน
“เมื่อกี้แกว่าไงนะ?” ปฏิคมถามชัชชัยขึ้นมา ชัชชัยก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูด
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ชัชชัยมีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขามองไปยังพื้นถนน ไม่กล้าสบตาปฏิคม “แล้วก็ต้องขอโทษแกด้วย ไอ้ภัทร ความจริงฉันไม่น่าพูดอะไรออกไปแบบนั้น”
ทรัพย์สินออกจะยินดีที่เื่สงบลงเสียที วาสุกรีที่เห็นดังนั้นก็เดินเข้ามาถามชัชชัย “น้องสำนึกผิดแล้วสินะ”
“ครับ” ชัชชัยพยักหน้าอย่างยอมรับ แต่ปฏิคมยังไม่เชื่อ เขาคิดว่าชัชชัยโกหกจึงกล่าวออกไป ชัชชัยที่ได้ยินอย่างนั้น เขาก็ยื่นอาวุธปืนของเขาให้ปฏิคมทันที
“เอ้า” เขาพูดเสียงเบา “เอาปืนฉันไปเลย แล้วฉันจะไม่ทำร้ายใครอีกแล้ว” เขาบอกออกมาด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ ทำเอาปฏิคมถึงกับอึ้งไปเลย แต่เขาไม่ได้รับปืนมาจากชัชชัย
“ไม่ต้องหรอก” ปฏิคมตัดสินใจพูดขึ้นมา ก่อนจะเดินกลับไปหาพันธกรที่วรรณสากำลังรักษาแผลให้เขาอยู่ เขามองาแที่แขนของพันธกรแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “โชคดีที่ะุแค่ถากๆ ไปเท่านั้น ไม่ได้ฝังใน แต่สาต้องพันผ้าพันแผลให้สนิทนะ ไม่งั้นเชื้อโรคได้เข้าแผลไอ้พันแน่”
“แหม คม เื่แค่นี้สาก็รู้น่า” วรรณสาหันมาตอบยิ้มๆ แล้วก็จัดการพันผ้าพันแผลให้แขนของพันธกร เขาถึงรู้สึกหายเจ็บขึ้นมาบ้าง พอวรรณสารักษาเสร็จแล้ว เธอก็เอาอุปกรณ์ปฐมพยาบาลใส่ในกระเป๋ายังชีพเหมือนเดิม พันธกรบอกขอบใจวรรณสาที่ช่วยทำแผลให้เขา
“ไม่เป็ไรหรอก พัน พันก็ช่วยสามาหลายเื่แล้ว” วรรณสาตอบพลางยิ้มให้เขา ปฏิคมที่เห็นภาพนั้น เขาก็เบือนหน้าหนีออกไป แต่สายตาดันไปประสบกับชัชชัยพอดี ฝ่ายชัชชัยก็ยังมองที่พื้นถนนอยู่ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองปฏิคม
“เอาล่ะ เื่จบแล้ว เราเดินทางกันต่อเถอะ” ทรัพย์สินบอกออกมา วาสุกรีจึงขยับแว่นและเดินตามทรัพย์สินไป วรรณสาหันไปมองชัชชัยก่อนจะถอนหายใจ แล้วก็เดินตามคนอื่นๆ ไปบ้าง กลายเป็ชัชชัยที่อยู่รั้งท้ายสุด
“เฮ้ย ไอ้ชัย เดินเข้ามาใกล้ๆ กลุ่ม เดี๋ยวก็โดนโจมตีหรอก” ภัทรพูดออกมา ชัชชัยเงยหน้ามองเขา ก่อนจะพูดออกมา
“ขอโทษนะ ไอ้ภัทร ฉัน...”
“เออ ฉันรู้ว่าแกเป็คนยังไง?” ภัทรรีบบอกออกมาก่อนเลย “มาเข้ากลุ่มนี่ เดี๋ยวก็ได้ตายหรอก แก”
“ฉันไม่มีความกล้าที่จะเข้ากลุ่มแล้ว” ชัชชัยบอกออกมา ภัทรถอนหายใจออกมาก่อนจะฉุดมือของชัชชัยออกไปเลย
ทั้งคณะเดินทางยังคงเดินทางกันต่อไป ชัชชัยที่สงบลงแล้ว เขาก็ไม่พูดอะไรออกมาเลยระหว่างเดินทาง ทำเอาภัทรต้องหันมามองเพื่อนบ่อยๆ ชัชชัยก็บอกกับภัทรว่าเขาไม่เป็ไรแล้ว แต่ภัทรก็ยังไม่ไว้ใจชัชชัย เขาตัดสินใจจูงมือชัชชัยให้เดินไปด้วยกันเลย เผื่อชัชชัยจะทำอะไรโง่ๆ ออกมา
บ่ายโมงแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววของอาณาเขตอื่น ทรัพย์สินก็ชักล้าเหมือนกัน แต่เขาก็ยังคงอดทนเดินต่อไปอย่างทรหด วาสุกรียกมือปาดเหงื่อที่ไหลเต็มใบหน้าแล้วไม่บ่นอะไรสักคำ ฝ่ายพันธกรก็ยกมือกุมแผลที่โดนชัชชัยยิง วรรณสาเห็นดังนั้นก็ถามว่าเขาเจ็บแผลหรือ?
“ก็ปวดนิดหน่อย” เขาบอกวรรณสาออกมา วรรณสาเลยบอกให้เขารีบถลกแขนเสื้อขึ้นเพื่อจะดูาแ แต่พันธกรบอกว่าไม่ต้อง วรรณสาจึงดุเขาเล็กน้อย
“ทำตามเถอะน่า ขืนแผลติดเชื้อไปจะยุ่ง” เธอบอก ทั้งคณะจึงต้องหยุดการเดินทางไว้ก่อน แล้ววรรณสาก็เข้าไปดูแผลของพันธกร เธอแก้ผ้าพันแผลออก ก็พบว่ารอบๆ ปากแผลนั้นบวมและแดง วรรณสารู้ได้ทันทีว่าแผลของพันธกรติดเชื้อแล้ว
“พัน แผลพันน่าจะติดเชื้อแล้วนะ” วรรณสาบอกออกมา “พันไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?”
แล้วพันธกรก็รู้สึกเหมือนมีไข้ขึ้นมาฉับพลัน เขาถึงกับยืนโซเซแล้วก็ล้มลงไปกับพื้นทันที ทำเอาทุกคนใโดยเฉพาะปฏิคม เขารีบวิ่งเข้ามาหาเพื่อนสนิท “ไอ้พัน เป็อะไร?” เขาเอาหลังมือจับหน้าผากของพันธกรที่นั่งอยู่กับพื้นถนน “โห หน้าผากมันร้อนเป็บ้าเลย มันเป็ไข้แล้วล่ะ”
“แผลติดเชื้อแล้วน่ะสิ!” วรรณสาร้องออกมาพลางหันไปมองชัชชัย คนที่ทำให้พันธกราเ็อย่างโกรธเคือง ฝ่ายชัชชัยก็รู้สึกผิดอย่างมาก วรรณสารีบค้นในกระเป๋าพยาบาลของตัวเอง แล้วหายาฆ่าเชื้อออกมา ก่อนจะหยิบมาเม็ดหนึ่ง แล้วให้พันธกรกิน พร้อมกับให้เขาดื่มน้ำเข้าไปด้วย
สิบนาทีต่อมา วรรณสาก็ถามพันธกรที่นั่งอยู่บนพื้นถนน “พัน เป็ไงมั่ง?”
“ก็ดีขึ้นนิดหน่อย” พันธกรตอบเสียงแหบพร่าเหมือนคนขาดน้ำมานาน “แต่ไข้ยังมีอยู่”
“เราหาที่พักให้ไอ้พันกันก่อนเถอะ” ปฏิคมบอกขึ้นมา ทุกคนเห็นดีด้วย วาสุกรีจึงมองไปรอบๆ แล้วเขาก็พบร้านอาหารร้านหนึ่งตั้งอยู่ สภาพของมันยังดีอยู่ เขาเลยชี้ไปและถามคนอื่นว่าหลบที่นั่นดีไหม?
“ก็ได้” ทรัพย์สินอนุญาต เขาเดินเข้าไปเปิดประตูร้านอาหาร พบว่ามันไม่ได้ล็อก เขาค่อยๆ ผลักประตูเข้าไปในร้านอาหารพลางเล็งปืนไปทั่วเพื่อจะตามหาพวกเอไอว่ามีอยู่ในนี้หรือเปล่า? แล้วเขาก็ออกค้นทั่วทั้งร้าน พบว่าไม่มีพวกเอไออยู่เลย เขาเลยบอกให้คนอื่นเข้ามาในร้านอาหารได้
ปฏิคมประคองร่างของพันธกรไปพร้อมกับวรรณสา และให้เขานั่งพักบนเก้าอี้ ขณะนั้นเป็เวลาเกือบบ่ายสองโมงแล้ว แดดข้างนอกยังแรงจัดอยู่ ปฏิคมถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะเขาเองก็ล้ามากแล้วเหมือนกัน
“ร้านอาหารนี่นะ” วาสุกรีพูดพึมพำขึ้นมา “แต่น่าเสียดาย อาหารน่าจะบูดหมดแล้ว”
“แน่สิ พี่วา ตั้งสามสิบปีมาแล้ว” ปฏิคมว่าขึ้นพลางมองไปรอบๆ ก่อนจะหันไปทางทรัพย์สิน “พี่สิน ที่นี่ไม่มีพวกเอไอแน่นะ?”
“แน่สิ ไม่งั้น พี่ไม่ให้คนอื่นเข้ามาหรอก” ทรัพย์สินตอบก่อนจะมานั่งลงที่โต๊ะอาหารด้วย เขาถอดหมวกของเขาออกแล้วก็นั่งพักอย่างสบายอารมณ์ “เฮ้อ!” เขาถอนหายใจออกมา
แล้วแต่ละคนก็แยกย้ายกันนั่งพักตามโต๊ะที่เคยเป็ที่นั่งของลูกค้าของร้านอาหาร แดดข้างนอกยังแรงจัดอยู่ แต่ภายในไม่นานนัก แดดก็ลับไปและฝนก็ตกลงมา ปฏิคมมองบรรยากาศภายนอกร้าน ก่อนจะหันไปหาพันธกรที่กำลังนั่งหลับอยู่ เขาอยากจะถามว่าพันธกรหายดีหรือยัง? แต่ก็ไม่กล้าปลุกเพื่อน จึงปล่อยให้พันธกรหลับไป
“ป่านนี้ อาณาเขตเราจะเป็ยังไงมั่งนะ?” ปฏิคมกล่าวออกมาเบาๆ คนเดียว “แม่...ผมคิดถึงแม่”
ปฏิคมมองออกไปนอกร้านที่สายฝนกำลังโปรยกระหน่ำลงมา แล้วเขาก็นึกถึงตอนที่บุกเข้าไปในบ้านของเขาที่ไฟลุกไหม้ ก็พบว่าแม่ของเขาถูกแรงะเิจากปืนเลเซอร์ของพวกเอไอจนตายไปแล้ว เขานึกมาถึงตรงนี้ก็น้ำตาไหลออกมา แล้วก็รู้สึกแค้นเอกราชยิ่งนัก ที่เป็คนก่อเื่นี้ขึ้นมา
“ฉันไม่ให้อภัยมันแน่” ปฏิคมบอกออกมาเบาๆ เพราะกลัวคนอื่นได้ยิน ก่อนที่เขาจะฟุบหลับลงไปกับโต๊ะ