ตอนที่ 92 เหตุแทงกันบนน่านฟ้า
ตอนที่ 92 ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! เสียงเบาะเก้าอี้ที่นั่งในชั้นเฟิร์สคลาสเลื่อนลงมาจนกลายเป็นเบาะนอนก่อนจะถูกปรับเป็นเบาะปกติและก็กลับเป็นเบาะนอน “ว้าวเจ๋งชะมัดปรับได้ด้วยสัมผัส !!” ดนัยร้องออกมาอย่างตื่นเต้นก่อนจะมองไปที่ผนังทางขวามือและเห็นปุ่มต่างๆมากมายไม่รอช้าดนัยลองกดปุ่มพวกนั้นทันที แป๊ก !! ทันทีที่ดนัยกดปุ่มแสงของไฟตรงที่นั่งของเขาก็เปลี่ยนจากแสงสีขาวเป็นแสงสีเหลือง “ดนัยคะอย่าเล่นไฟสิแสงมันแยงตา !!” ยูมิที่นั่งอยู่ที่นั่งติดกันพูด “อ๊ะโทษทีครับ” ดนัยรีบขอโทษก่อนจะเปลี่ยนไฟกลับไปเป็นสีเดิม “ดนัยนี่เหมือนเด็กเลยนะคะ” ยูมิพูด “ทำไงได้ล่ะครับผมพึ่งเคยนั่งเฟิร์สคลาสครั้งแรกนี่นา” ดนัยบอกยูมิที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มกับท่าทางของดนัยที่แลดูตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นไปหมด ก็อย่างที่บอกดนัยนั้นพึ่งเคยนั่งเฟิร์สคลาสครั้งแรกจึงค่อนข้างตื่นเต้นที่นั่งของชั้นเฟิร์สคลาสนั้นกว้างขวางเป็นอย่างมากสามารถปรับเบาะเป็นที่นอนได้เลยแถมแต่ละแถวก็มีแค่สี่ที่นั่งเท่านั้นต่างจากชั้นธรรมดาที่นั่งเบียดๆกันขาก็แทบยืดไม่ได้เพราะติดเบาะข้างหน้าแถวที่ดนัยนั่งนั้นอยู่ตรงกลางซึ่งมียูมินั่งอยู่ข้างๆส่วนริมหน้าต่างทั้งสองข้างนั้นมีซากิและรินะนั่งอยู่ซึ่งแถมริมหน้าต่างนั้นมีแค่ฝั่งละที่นั่งเท่านั้นเองทำให้มีความส่วนตัวเป็นอย่างมากส่วนหมอมิโฮะกับฮิคารินั้นนั่งอยู่แถวด้านหน้าของเขา ตอนนั้นเองพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็เดินเอาแชมเปญมาให้ผู้โดยสาร “อ๊ะผมไม่ได้สั่งครับ !!” ดนัยที่ได้แชมเปญมารีบพูดทำให้พนักงานต้อนรับทำหน้างง “ดนัยคะแชมเปญนี่เขาให้ฟรีค่ะเป็นบริการสำหรับเฟิร์สคลาสจะดื่มหรือไม่ดื่มก็ได้เขาไม่ว่าหรอกค่ะ !!” ยูมิที่ได้ยินเพราะนั่งติดกันแอบกระซิบบอก “อ่า...ฟรีงั้นเหรอครับโธ่ไม่บอกกันก่อนผมก็เผลอปล่อยไก่เลย” ดนัยถึงกับอายที่เผลอปล่อยไก่ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะก็ดนัยไม่เคยนั่งเฟิร์สคลาสนี่นาอีกเดี๋ยวพนักงานต้อนรับจะเอาเมนูคอร์สอาหารมาให้เลือกนะคะดนัยก็เลือกเลยว่าอยากกินอะไรแล้วก็จะมีไวน์ให้เลือกด้วย” ยูมิพูด “เลือกเลยเหรอครับมันฟรีใช่มั้ย” ดนัยถามเพื่อความแน่ใจเพราะเขากลัวว่าถ้ามันไม่ฟรีอาหารบนเครื่องมันจะแพงมากน่ะสิ “ฟรีค่ะมันรวมอยู่กับค่าตั๋วแล้ว” ยูมิพูด “โอเคขอบคุณนะครับคุณยูมิ” ดนัยพยักหน้าขอบคุณตอนนั้นเองฮิคาริที่นั่งอยู่แถวหน้าถัดจากเขาก็พูดขึ้นมา “อย่าดื่มให้มากล่ะดนัยนายยิ่งคออ่อนอยู่ด้วย” เสียงฮิคาริดังมาจากด้านหน้าแต่ทว่าดนัยนั้นกลับแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินและไม่ได้พูดตอบอะไรกลับไป “ชิ !! งอลให้ได้ตลอดนะตาบ้าเอ้ย” เสียงฮิคาริสบถออกมาเบาๆซึ่งดนัยนั้นได้ยินแต่ก็ยังไม่มีการตอบสนองอะไรกับฮิคาริอยู่ดี ดนัยยกแชมเปญที่พนักงานต้อนรับเอามาบริการให้ขึ้นจิบแต่ทันทีที่จิบเข้าไปเขาถึงกับหน้าเหยเก แหวะไม่เห็นอร่อยเลยไอ้เจ้าแชมเปญเนี่ยรสชาติโคตรแปลกจะหวานก็ไม่หวานดันเปรี้ยวๆเฝื่อนๆแถมยังมีรสชาติเหม็นบูดของผลไม้หมักด้วยอีก !! ดนัยคิดในใจแต่ถึงแม้มันจะไม่อร่อยในความคิดของเขาแต่เขาก็ต้องฝืนดื่มมันจนหมดแก้วเพราะเสียดายนั่นเอง จากนั้นผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงเวลาเครื่องออก ฟ้าว !! เสียงเครื่องบินลอยบินขึ้นสู่น่านฟ้ามุ่งหน้าสู่ออสเตรเลียและเมื่อเครื่องขึ้นบนจนได้ระดับความสูงพนักงานต้อนรับก็เริ่มทำงานอีกครั้งพนักงานเดินเอาเมนูมาให้ดนัยและให้ดนัยเลือกว่าจะรับอาหารอะไรดี “อืม...มีไก่...เนื้อ...หมู...แล้วก็มังสาวิรัสงั้นเหรอถ้าจะเอาให้คุ้มคงเป็นเนื้อสินะเพราะเนื้อน่าจะแพงสุด” ดนัยมองดูเมนูสุดท้ายเขาก็เลือกเนื้อเป็นเมนูหลักออร์เดิฟดนัยเลือกเป็นปลาปิดท้ายด้วยของหวานเป็นไอศครีม “เครื่องดื่มรับเป็นอะไรดีคะ” พนักงานต้อนรับถามดนัย “เอาเป็นน้ำผลไม้ได้มั้ยครับ” ดนัยบอก “ได้ค่ะรับเป็นน้ำอะไรดีคะเรามีน้ำส้ม น้ำองุ่น น้ำแอปเปิ้ลและน้ำมะเขือเทศค่ะ” พนักงานต้อนรับถาม “ขอเป็นน้ำส้มแล้วกันครับ” ดนัยตัดสินใจเลือกน้ำส้ม “รับทราบค่ะอาหารจะนำมาเสิร์ฟให้ในยี่สิบนาทีนะคะ” พนักงานต้อนรับพูดก่อนจะเดินไป “หึ...ก็เชื่อฟังดีนี่นา” เสียงจากทางที่นั่งด้านหน้าดังให้ดนัยได้ยินอีกครั้ง ยัยฮิคารินี่จะแซะอะไรนักหนาเนี่ย !! ดนัยได้แต่คิดในใจ “ดนัยเลือกอะไรไปบ้างคะฉันเองไม่เคยนั่งสายการบินนี้มาก่อนเลยยังไงตอนอาหารมาเสิร์ฟเราและกันชิมมั้ยคะ” ยูมิชะโงกหน้ามาถามดนัย “ออร์เดิฟผมเลือกเป็นปลา เมนูหลักเป็นเนื้อครับส่วนของหวานเป็นไอศครีมของคุณยูมิล่ะครับ” ดนัยบอกยูมิ “ว้าวเลือกไม่เหมือนกันเลยของฉันเลือกซุปเห็ดเป็นออร์เดิฟเมนูหลักเป็นไก่ของหวานเป็นเค้กส้มยังไงเรามาแลกกันชิมด้วยนะคะ” ยูมิพูด “ได้สิครับ” ดนัยพยักหน้าเพราะตั้งแต่มาทำงานที่โรงพยาบาลตอนกินข้าวกลางวันเขาก็มักจะแลกอาหารกันชิมกับยูมิตลอดอยู่แล้วจะมีก็แต่ช่วงหลังที่เวลากินข้าวว่างไม่ค่อยตรงกันเท่านั้นเอง หลังจากตกลงเรื่องแลกอาหารกันชิมกับยูมิไม่นานพนักงานต้อนรับก็เดินมาจัดการกางโต๊ะให้ผู้โดยสาร อาหารจะมาเสิร์ฟแล้วสินะ ดนัยคิดในใจซึ่งก็เป็นอย่างที่เขาคิดพอกางโต๊ะให้ผู้โดยสารเสร็จอาหารก็มาเสิร์ฟ “แซลม่อนรมควันว้าวน่ากินชะมัด !!” ดนัยมองดูออร์เดิฟที่นำมาเสิร์ฟไม่รอช้าดนัยลองชิมทันที หงับ !! ทันทีที่ดนัยชิมเข้าไปคำแรกเขาก็ถึงกับทำสีหน้าแปลกๆทันที จืดชะมัดโรยแค่เกลือแล้วทอร์ชด้วยไฟใช่มั้ยเนี่ยซอสก็จืดโธ่เอ้ยนึกว่าจะอร่อย !! ดนัยค่อนข้างรู้สึกผิดหวังกับรสชาติ “เป็นไงบ้างคะดนัย” ยูมิที่นั่งข้างๆถาม “ก็...ค่อนข้างจืดน่ะครับ” ดนัยตอบไปตามตรง “เหรอคะถ้าอย่างนั้นลองชิมของฉันสิค่อนข้างอร่อยเลยฉันเองก็จะชิมของดนัยเหมือนกัน” ยูมิพูด “ครับ” ดนัยพยักหน้าจากนั้นเขาก็ลองชิมซุปเห็ดของเธอส่วนเธอก็ลองชิมแซลม่อนรมควันของเขา หงับ !! ดนัยตักซุปชิม โหซุปอร่อยกว่าเยอะเลยสงสัยเคี่ยวมาดี !! ดนัยคิดในใจ “อืมค่อนข้างจืดนะคะสงสัยคงจะทำรสกลางๆเน้นรสชาติของวัตถุดิบล่ะมั้งคะ” ยูมิพูด เออจริงด้วยสงสัยจะเน้นรสชาติของวัตถุดิบเราก็ลืมไปว่าเราสายการบินนี่เป็นสายการบินญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่เน้นรสชาติจากธรรมชาติ ดนัยลืมไปว่าสายการที่เขานั่งเป็นสายการบินญี่ปุ่น “จะแลกกันมั้ยล่ะคะ” ยูมิถาม “ไม่เป็นไรครับผมกินได้” ดนัยเกรงใจยูมิก่อนจะฝืนกินออร์เดิฟของเขาให้เสร็จจากนั้นมื้ออาหารก็ดำเนินต่อไปจนจบซึ่งใช้เวลานานเกือบชั่วโมงกว่าจะเสิร์ฟครบสามคอร์ส ยังเหลือเวลาอีกกว่าเก้าชั่วโมงกว่าจะเดินทางถึงออสเตรเลียซึ่งระหว่างนั้นดนัยก็เปิดหนังดูไปเรื่อยจนกระทั่งเผลอหลับไป หลายชั่วโมงต่อมา กรี๊ด !!!!!!!!! ดนัยได้ยินเสียงกรี๊ดจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา “คุณยูมิเกิดอะไรขึ้นเหรอครับใครกรี๊ด !!” ดนัยลุกขึ้นมาหันไปถามยูมิที่นั่งข้างๆ “เอ่อ...ไม่แน่ใจค่ะฉันก็หลับอยู่เหมือนกันแต่ไม่น่าจะเป็นเสียงจากชั้นเฟิร์สคลาสหรอกค่ะ” ยูมิเองก็หลับจึงไม่รู้เหมือนกัน “ดูเหมือนเสียงจะมาจากชั้นธุรกิจไม่ก็ชั้นประหยัดนะ” ฮิคาริที่อยู่ด้านหน้าพูด “หือฮิคาริเธอรู้ได้ไงอ่ะ” ยูมิถาม “ก็ฉันไม่ได้หลับน่ะสิ” ฮิคาริตอบ “สงสัยมีใครสักคนเจอหนูบนเครื่องล่ะมั้งคะ” หมอมิโฮะที่นั่งที่นั่งด้านหน้าฮิคาริพูดส่วนรินะกับซากินั้นยังคงหลับอยู่ ช่วงนี้ไปไหนมาไหนมีแต่เรื่องตลอดตอนไปไทยก็เจออุบัติเหตุรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะไปดูหน่อยดีกว่า !! ดนัยคิดในใจก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้น “ผมจะไปถามพนักงานต้อนรับหน่อยนะครับว่าเกิดอะไรขึ้นถ้าได้เรื่องแล้วจะมาบอกนะครับ” ดนัยบอก “ค่ะ” ยูมิพยักหน้า ดนัยเดินไปที่ท้ายเครื่องเพื่อไปหาพนักงานต้อนรับซึ่งส่วนที่อยู่ท้ายเครื่องนั้นมีผ้าม่านกั้นเอาไว้อยู่ดนัยเตรียมจะเปิดม่านออกเพื่อหาพนักงานต้อนรับแต่ก่อนที่เขาจะได้เปิดม่านเขาก็ได้ยินเสียงพนักงานต้อนรับพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนเสียก่อน “เป็นไงบ้างเอาอยู่มั้ย” พนักงานต้อนรับดูเหมือนจะคุยกับใครสักคนอยู่ ดนัยแอบเลิกม่านและชะโงกหน้าเข้าไปดูก่อนจะเห็นว่ากลุ่มพนักงานต้อนรับของชั้นเฟิร์สคลาสมารวมตัวอยู่ที่นี่กันหมดและพนักงานที่ดูน่าจะเป็นพนักงานอาวุโสกำลังถือโทรศัพท์ที่เอาไว้ใช้ติดต่อกับพนักงานภายในเครื่องบิน เอาไม่อยู่ค่ะพี่เลือดไม่หยุดไหลเลยทำยังไงดีคะพวกเราไม่เคยอบรมเรื่องการห้ามเลือดด้วยสิทางสายการบินอบรมแต่การช่วยชีวิตผู้ป่วยหัวใจวาย !! เสียงของผู้หญิงดังออกมาจากโทรศัพท์ เลือดงั้นเหรอเวรแล้วไงเกิดเรื่องขึ้นอีกแล้วเหรอเนี่ย !! ดนัยคิดในใจ พี่ทำยังไงดีคะผู้โดยสารที่ชั้นนี้เริ่มแตกตื่นแล้วด้วยผู้โดยสารชั้นประหยัดไม่มีหมออยู่เลยค่ะ !! เสียงพนักงานดังออกมาอีกครั้ง “ถะ..ถะ...ถ้าอย่างนั้นเธอลองถามที่ชั้นธุรกิจหรือยัง” พนักงานอาวุโสถาม ถามแล้วค่ะไม่มีหมออยู่เหมือนกันเหลือแต่ชั้นเฟิร์สคลาสของพี่แล้วล่ะค่ะรีบหน่อยนะคะพี่เลือดไหลเต็มเลย !! พนักงานจากชั้นประหยัดพูด “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่จะถามผู้โดยสารที่ชั้นเฟิร์สคลาสให้นะ” พนักงานอาวุโสพูดตอนนั้นเองดนัยก็เปิดม่านและเดินเข้าไป “เอ่อคือว่า...” “อ๊ะคุณผู้โดยสารมาทำอะไรตรงนี้คะ” พนักงานต้อนรับหันมาเมื่อเห็นว่าเป็นผู้โดยสารก็อุทานพร้อมทั้งถาม “คือผมได้ยินเสียงกรี๊ดน่ะเลยว่าจะมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ผมได้ยินแล้วล่ะผมเป็นหมอมีคนบาดเจ็บเหรอครับ” ดนัยตอบ “คุณผู้โดยสารเป็นหมอเหรอคะ !!” พนักงานต้อนรับมีสีหน้าดีใจทันทีเมื่อได้ยินว่าดนัยเป็นหมอ “ใช่ช่วยบอกทีมีอะไรเกิดขึ้น” ดนัยพยักหน้า “คือว่ามีคนแทงกันที่ชั้นประหยัดน่ะค่ะ” พนักงานอาวุโสพูด “ห๋า...แทงกัน !!!” ดนัยร้องออกมาเสียงดังเสียงของเขานั้นดังออกไปจนถึงบริเวณที่ผู้โดยสารคนอื่นๆนั่งอยู่ทำให้ผู้โดยสารคนอื่นๆชะโงกหน้ามาสนใจเขา “ชู่ว...เดี๋ยวผู้โดยสารคนอื่นจะแตกตื่นค่ะเข้ามานี่ก่อนค่ะ” พนักงานอาวุโสพูดก่อนจะดึงดนัยเข้าไปหลังม่านในส่วนของพนักงานต้อนรับจากนั้นดนัยก็ถูกดึงเข้าไป “เอาล่ะพี่ได้หมอแล้วช่วยบอกหมอที่ว่าเป็นไงบ้าง” พนักงานอาวุโสพูดใส่โทรศัพท์ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้ดนัย “สวัสดีครับผมเป็นหมอช่วยบอกทีว่าเกิดอะไรขึ้น” ดนัยรับโทรศัพท์มาและถามทันที คือว่าจู่ๆผู้โดยสารแถวหลังก็ลุกขึ้นมาค่ะก่อนจะหยิบมีดออกมาแทงผู้โดยสารผู้หญิงที่นั่งด้านหน้าสุดและก็ใช้มีดนั่นปาดคอตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายค่ะแต่เขาไม่ตายตอนนี้ฉันพยายามใช้ผ้ากดแผลที่คอเอาไว้อยู่ส่วนผู้หญิงโดนแทงที่ท้องยังไม่หมดสติแต่เลือดออกเยอะมากเลยค่ะ พนักงานสาวบอก มีดเนี่ยนะไม่ใช่ว่ามีการคัดกรองก่อนขึ้นเครื่องแล้วเหรอ !! ดนัยแปลกใจมากที่มีมีดหลุดขึ้นมาบนเครื่องบิน “ปาดคองั้นเหรอหลอดลมขาดหรือเปล่าถ้าหลอดลมขาดห้ามเอาผ้าไปอุดที่แผลเด็ดขาดไม่งั้นผู้บาดเจ็บจะหายใจไม่ได้ให้ยกผ้าออกไม่ต้องกดให้เลือดหยุดไหลวิธีนี้ผู้บาดเจ็บจะอยู่ได้สักพักจนกว่าจะเสียชีวิตเพราะเสียเลือดมาก” ดนัยบอกวิธีการปฐมพยาบาลฉุกเฉินเบื้องต้นทันที เอ่อน่าจะขาดค่ะถ้าอย่างนั้นคือฉันต้องไม่เอาผ้ากดแผลเอาไว้สินะคะ !! พนักงานพูดดูเหมือนเธอจะลองยกผ้าที่กดปิดแผลเอาไว้ออกดูและบอกแก่ดนัย “ใช่ตอนนี้ผู้บาดเจ็บไม่สามารถหายใจผ่านจมูกได้ยิ่งถ้าคุณใช้ผ้าไปอุดแผลตรงหลอดลมเอาไว้ก็เท่ากับคุณกำลังปิดจมูกนั่นแหละผู้บาดเจ็บจะตายเพราะขาดออกซิเจนเสียก่อนส่วนผู้หญิงถูกแทงที่ท้องสินะรายนั้นกดแผลเอาไว้พยายามห้ามเลือดไว้ให้ได้นานที่สุดถ้ามีดไม่แทงถูกอวัยวะสำคัญก็ดีผมจะรีบลงไปดูผู้บาดเจ็บเอง” ดนัยพูด ค่ะเข้าใจแล้วค่ะ !! พนักงานชั้นประหยัดที่ได้รับคำแนะนำก็เริ่มมีสติดีขึ้นจากนั้นดนัยก็ส่งโทรศัพท์ให้พนักงานต้อนรับอาวุโส “ผมจะลงไปดูแต่ก่อนอื่นขอไปตามเพื่อนๆก่อนเพื่อนผมทุกคนทำงานโรงพยาบาล” ดนัยบอกก่อนจะเดินกลับไปยังที่นั่งผู้โดยสารทันที ดนัยเดินตรงไปหาฮิคาริที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารอยู่ “ฮิคาริ !!” ดนัยเรียกฮิคาริ “หือหายงอลแล้วยอมคุยกับฉันแล้วเหรอ” ฮิคาริเงยหน้าขึ้นมาถามด้วยน้ำเสียงกวนๆแต่เวลานี้ดนัยไม่มีเวลามาคุยเล่นกับเธอแล้ว “กระเป๋าเครื่องมือแพทย์เธออยู่ไหน !!” ดนัยถามเธอ “กระเป๋าเครื่องมือแพทย์ !!!x3” ทันทีที่ได้ยินคำถามของดนัยหมอมิโฮะ ฮิคาริและยูมิก็ร้องอุทานออกมาทันที “ใช่ต้องการด่วนมีเหตุแทงกันที่ชั้นประหยัดผู้บาดเจ็บสองผู้ชายใช้มีดปาดคอตัวเองหลอดลมน่าจะขาดอีกคนเป็นผู้หญิงถูกแทงที่ท้องยังมีสติมีดไม่น่าจะแทงถูกอวัยยวะภายใน !!” ดนัยบอกทั้งสามคนทันที “ถ้าอย่างนั้น !!” ยูมิถึงกับหน้าเสียเมื่อได้ยินสิ่งที่ดนัยบอก “ใช่ผมจะลงไปดูข้างล่างดูเหมือนคุณยูมิกับหมอมิโฮะคงต้องลงไปช่วยผมด้วยปลุกคุณรินะกับคุณซากิด้วยล่ะส่วนเธอนั่งรถเข็นแบบนี้คงต้องอยู่บนนี้เอาล่ะส่งกระเป๋าเครื่องมือแพทย์มาได้แล้วฉันต้องรีบลงไป” ดนัยพูดก่อนจะหันมาทวงกระเป๋าเครื่องมือแพทย์จากฮิคาริ “ก็อยากจะส่งให้หรอกนะดนัยแต่กระเป๋านั่นมันมีมีดที่ถือว่าเป็นของมีคมจึงไม่สามารถเอาขึ้นมาบนเครื่องได้ดังนั้นจึงต้องโหลดอยู่ใต้เครื่อง” ฮิคาริพูด “ใต้เครื่องงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นก็ให้พนักงานลงไปเอากระเป๋าเธอยี่ห้ออะไรสีอะไรล่ะ” ดนัยพยักหน้าเขาพอจะเข้าใจว่าความปลอดภัยบนเครื่องถือเป็นเรื่องสำคัญจึงห้ามเอาของมีคมขึ้นมาเด็ดขาด “เอ่อคือว่าดนัยคะปกติเครื่องบินจะสร้างส่วนสำหรับผู้โดยสารกับส่วนเก็บของใต้เครื่องแยกกันค่ะ” ยูมิพูด “หมายความว่ายังไงครับ” ดนัยทำหน้างง “ก็หมายความว่าตราบใดที่เครื่องยังไม่จอดก็ไม่สามารถลงไปเอากระเป๋าที่โหลดอยู่ใต้เครื่องได้น่ะสิเพราะว่าการจะเปิดประตูส่วนที่โหลดของใต้เครื่องได้นั้นต้องเปิดจากภายนอกเครื่องบินเท่านั้น !!” หมอมิโฮะอธิบายดนัยได้ยินดังนั้นก็หน้าเสียทันที เวรล่ะสิงานหยาบอีกแล้ว !! ดนัยคิดในใจ จบ...