"เห็นการใช้เวทมนตร์ของวินหรือยังล่ะ ? พวกเธอมองเห็นการร่ายพวกนั้นไหม ?" อาจารย์หนุ่มเอาแต่ยิงคำถามใส่ไม่ยั้งเหมือนอยากจะให้พวกฟรานตระหนักถึงระดับของตัวเอง
"พวกนั้นมันอ่อนเองที่ใช้อารมณ์เข้าสู้" ชาญตอบกลับด้วยท่าทางหยิ่งผยองขณะที่ฟรานกำลังนั่งจ้องสนามประลองไม่ละสายตา
"ก็ถูกของชาญ เขามีลีลาการใช้เวทมนตร์ประกอบกับการพูดล่อลวงเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรู นั่นทำให้สามารถเอาชนะทดแทนเรื่องของจำนวนได้ เพราะยิ่งอีกฝ่ายมีอารมณ์แปรปรวนไม่ทำตามแบบแผน...ด้วยจำนวนคนที่มากจะยิ่งทำให้ทีมเละเทะ"
"เหรอ..." ฟรานเอาแต่มองดูหน่วยแพทย์ที่เข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บก่อนจะทำความสะอาดสนามให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม แววตาเหม่อลอยที่ในใจกำลังคิดอะไรไปเรื่อยจนเพื่อนของเธอสงสัย
"ดูเหมือนงานพิธีในวันนี้จะจบเร็วไปหน่อยแต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะงานที่แท้จริงจะมีในวันพรุ่งนี้และสนามประลองทุกแห่งจะเปิดให้เข้าชมพร้อมกัน" เมื่อผู้ประกาศกล่าวจบผู้คนก็เริ่มแยกย้ายกันไป เหล่าขุนนางหลายคนที่ซื้ออุปกรณ์เวทอันล้ำสมัยกำลังตื่นเต้นที่จะใช้มัน หนึ่งในนั้นก็คือครอบครัวของคาร่าผู้ที่ซื้อทุกอย่างที่เสนอขายไม่สนใจราคาของมันเลยแม้แต่น้อย
พวกฟรานเดินเตร็ดเตร่เที่ยวเล่นไปทั่วเมือง ซื้อของกินของใช้กันไม่หยุดอย่างกับเดินเที่ยวห้าง
"ไม่น่าเชื่อเลยนะที่พวกเขาจะให้เงินเรามาเยอะขนาดนี้" ชาญเคี้ยวของกินไม่หยุดปากเช่นเดียวกับซันนี่ ดูเหมือนพวกเขาจะมีบางอย่างที่เหมือนกันก็คือการกินนั่นเอง
"เฮอะ ถ้าเราไม่เป็นกลุ่มผู้กล้าก็คงจะไม่มีสิทธิพิเศษแบบนี้ อย่าพึ่งวางใจพวกอาณาจักรนักเลยยังไงพวกเขาก็จ้องจะใช้งานเราอยู่แล้ว" ซากิยืนกอดอกพูดเสียงแข็งบ่งบอกถึงความรู้สึกที่มีต่ออาณาจักรแห่งนี้
"แหม่ทำเป็นเครียดไปได้ มันก็เหมือนทำงานนั่นแหละ...ได้ของได้เงินเราก็ต้องทำงานให้" ซันนี่ตอบกลับ
"พรุ่งนี้เราก็ต้องแข่งขันแล้วใช่ไหม ? ฉันยังไม่เห็นสนามแข่งเลยแถมพวกเขายังเปิดสนามประลองให้ผู้คนเข้าไปดูทุกที่ คงจะใช้จอนั่นฉายภาพเหมือนในโลกเราเลย"
"จะยังไงก็จัดมาเลยฉันไม่กลัวหรอก" ชาญพูดด้วยน้ำเสียงทะมัดทะแมงแถมยังดูมีอารมณ์ขัน
1 พฤศจิกายน พ.ศ.2575
หลังจากที่พวกเขาพักผ่อนกันสบายอกสบายใจ เมื่อรุ่งเช้าพวกฟรานก็ได้ลุกขึ้นมาเตรียมตัวอย่างรวดเร็ว
"พร้อมกันหรือยังเด็ก ๆ" อาจารย์หนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นดูจริงจังกว่าก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก
"ครับ !"
"ค่ะ !"
เสียงตอบรับดังลั่นด้วยความเคยชินจากค่ายทหาร พวกเขาต่างก็ยืนตัวตรงแววตาอันดุดันตั้งใจแน่วแน่ไม่โลเลเหมือนตอนฝึกปกติ
"ตั้งใจทำให้ได้เหมือนตอนที่ฝึกกัน อย่างน้อยพวกเธอก็จะไม่เสียใจในภายหลัง...ไปกันเถอะ"
เหล่านักเรียนของเขตเริ่มต้นได้มารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ บางห้องก็มีสมาชิกทีมมากถึงสามสิบคนจนต้องเดินกันมาเพราะไม่มีรถมากพอ หลังจากที่ผู้จัดแข่งได้อธิบายกฎและการเก็บแต้ม พวกเขาก็ได้พานักเรียนจากห้องต่าง ๆ แยกกันไป
"จับตาดูพวกห้องหนึ่งไว้ สิ่งที่ต้องระวังก็คือเครื่องร่อนของพวกมัน" ซากิกระซิบเสียงเบาระหว่างที่เดินไปยังป่าลึกใกล้ ๆ โรงเรียนหลวง หารู้ไม่ว่าป่าแห่งนั้นถูกต่อเติมด้วยเวทมนตร์นานาชนิดจากเหล่านักเวทของสถาบันจนมันใหญ่โตครอบคลุมพื้นที่กว่าสิบกิโลเมตร
อีกด้านภายในสนามประลองที่มีผู้คนพลุกพล่านนั่งรอคอยการแข่งขันที่แปลกใหม่กว่าทุกปี เพราะใช้พื้นที่มากขึ้นรวมทั้งยังสู้กันในสถานที่จริงไม่ใช่แค่ในสนามประลอง หากไม่มีจอฉายภาพพวกเขาก็คงจะไม่ได้ดูการแข่งขันใกล้ชิดขนาดนี้
"ทำอะไรน่าสนุกกันอีกแล้ว คงต้องเข้าไปดูใกล้ ๆ สักหน่อย" ภูติตัวน้อยกำลังบินสูงเหนือหัวสนามแข่งขันสอดสายตามองไปไกลหลายกิโลเมตรด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ฮึ ๆ ๆ ดูเหมือนจะได้เห็นอะไรสนุก ๆ แล้วสิ"
กลุ่มของฟรานได้ประจำตำแหน่งอยู่ที่เนินหินใหญ่ใกล้ ๆ แม่น้ำ โดยพวกเขาจะมีศิลาสีแดงเป็นสิ่งที่ต้องปกป้องไว้ไม่ให้เสียหาย เมื่อทีมของตัวเองสามารถถือศิลาไว้จนจบการแข่งขันก็จะได้หนึ่งร้อยคะแนนซึ่งเป็นคะแนนที่หาได้มากที่สุด
"เห็นว่าต้องแข่งขันกันตั้งแต่ตอนนี้ยันเช้าของอีกวันหรือจนกว่าจะเหลือทีมเดียว" ชาญเอ่ยขึ้นขณะที่นั่งมองฝูงปลาแหวกว่ายในแม่น้ำ
"ตอนแรกก็คิดว่าแค่สามสี่ชั่วโมง แต่แบบนี้เท่ากับว่าเราต้องหาอาหารกินเองสินะ" ซันนี่เองก็รู้สึกได้ถึงหายนะกับการหาเสบียงในป่าแบบนี้ เดิมทีพวกเธอก็ไม่เคยหาอาหารกินเองอยู่แล้วเพราะตั้งแต่อยู่ในค่ายก็มีวัตถุดิบมาพร้อมเหลือเพียงรังสรรค์เมนูกันเอง
"ถ้าไม่หิวเกินไปก็ไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่อดยันเช้าแค่นั้นเอง" ซากิพูดต่อทันทีด้วยท่าทางใจเย็นไม่ได้กังวลเรื่องอาหารผิดกับซันนี่และชาญ
"ก่อนอื่นก็ต้องสำรวจพื้นที่แถวนี้ก่อน ชาญ ซันนี่ พวกนายสองคนขึ้นไปทางต้นน้ำส่วนพีชกับโยไปสำรวจอีกด้าน"
"ทำไมเธอถึงไม่ให้ไปดูทุกทิศทุกทางเลยล่ะ ?" ซันนี่กล่าวกับฟรานดูสงสัยเป็นพิเศษ
"ถ้าใช้แม่น้ำสายนี้เป็นจุดตั้งหลักก็จะไม่หลง แล้วก็ไม่อยากให้แยกกันเยอะอาจจะไปเจอทีมอื่นกลางทางก็ได้" เมื่อได้คำตอบจากปากของฟรานแล้วก็สบายใจและเริ่มเดินออกไปสำรวจ
ชาญและซันนี่วิ่งลัดเลาะไปตามแม่น้ำมองดูพื้นที่ทั้งสองฝั่งแต่ก็เห็นแค่ต้นไม้ปกคลุมไปหมด
"ทำไมมันเงียบอย่างงี้" ชาญเริ่มเบื่อเต็มทนเดินไปก็หาวอ้าปากกว้างไปด้วย
"ก็แน่สิพวกเขาคงไม่จัดให้อยู่ใกล้กันหรอก พื้นที่ตั้งกว้างถ้าเป็นตามที่พวกเขาบอกแค่ความกว้างก็สิบกิโลเมตรแล้ว นี่ยังไม่ได้วัดพื้นที่ทั้งหมดนะ...มันใหญ่พอ ๆ กับเมืองทั้งเมืองเลย"
"เหรอ ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนั้นหรอกแค่อยากออกกำลังบ้าง แน่จริงก็โผล่หัวออกมาสิ !" ชาญตะโกนเสียงดังลั่นจนซันนี่แทบจะเอามือมาปิดปากไม่ทัน
"ซวยแล้วไง มีอะไรกำลังตรงมา" พวกเขาหยุดเดินและจ้องมองไปยังป่าลึกที่มีเสียงเท้าเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
รูปร่างอันใหญ่โตสูงกว่าสามเมตร สัตว์ประหลาดที่มีผิวกายเขียวอี๋จ้องมองพวกเธอด้วยความโมโหร้าย
"ตัวบ้าอะไรเนี่ย ?" ไม่เพียงแต่ร่างกายอันใหญ่โตน่าเกรงขามมันยังมีกระบองเหล็กหนามเหวี่ยงฟาดพวกซันนี่ไม่ยั้ง
"ชาญ ! หนีกันก่อนไหม" ขณะที่ซันนี่พยายามหลบและทิ้งระยะห่างแต่ชาญกลับชักดาบขึ้นปะทะตรง ๆ แทน
"ต้องแบบสิวะ กำลังง่วง ๆ เลย" เสียงหัวเราะด้วยความบ้าระห่ำพร้อมกับฟาดฟันปะทะกับกระบองเหล็กนั่นได้อย่างสูสีทั้ง ๆ ที่ขนาดช่างต่างกันเลยเกิน
"นั่นอะไรน่ะ ?" เสียงฮือฮาจากเหล่าผู้ชมที่สนามประลอง ภาพของชาญสู้กับสัตว์ประหลาดยักษ์นั่นฉายไปทั่วทุกแห่ง
"มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงออกมาเพ่นพ่านข้างนอกได้" แม้แต่ผู้จัดงานก็ยังตกใจกับภาพที่เห็น
"เราก็ไม่ได้ใส่เจ้าออร์คนั่นเข้าไปนะ หรือมันจะหลุดมาจากดันเจี้ยนใกล้ ๆ" เหล่าผู้จัดเองก็กำลังวุ่นวายกับการปรากฏตัวของออร์ค
"จะยังไงก็ช่าง บอกตากล้องด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นให้รีบจัดการเจ้านั่นได้เลย"
แม้จะมีเรื่องไม่คาดคิดแต่ภาพของเหล่านักเรียนก็ยังคงฉายต่อไปสลับกันไปมา ทีมของห้องหนึ่งที่มีเครื่องร่อนและกำลังเตรียมตัวขึ้นบินในอีกไม่ช้า
"พวกเธอเตรียมตัวไว้ ถ้าฉันให้สัญญาณเมื่อไหร่ก็ตามมาได้เลย" ทริกซี่ขึ้นบินไปบนท้องฟ้ามองดูสภาพผืนป่าที่ตนอยู่ หาจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถตั้งรับตอบโต้ได้ดีเท่าที่จะทำได้
"ทริกซี่ ! ตรงโน้นมีควันลอยอยู่" เพื่อนของเธอชี้นิ้วไปทางที่มีควันไฟลอยสูง พวกเธอไม่รอช้ารีบตรงดิ่งไปยังที่นั่น
"สูงระดับนี้คงจะไม่เห็นเราหรอก" ทริกซี่มองลงไปยังพื้นเบื้องล่างที่ชาญกำลังต่อสู้กับออร์คอย่างเอาเป็นเอาตาย
"[ดาบเพลิงสีชาด]" ชาญหมุนตัวเหวี่ยงคมดาบไฟใส่แต่มันก็ปัดออกด้วยกระบองเหล็กนั่น
"แกนี่มันแข็งจริง ๆ แถมยังว่องไวอีกต่างหาก" เสียงดาบกระทบกระบองดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"ชาญ ! เลิกสู้แล้วกลับไปรวมตัวกันดีกว่า"
"เธอกลับไปบอกคนอื่น ๆ ก่อนเลย เจ้านี่ขอฉันสนุกต่ออีกสักหน่อยละกัน...เดี๋ยวตามไปทีหลัง" ชายไม่ฟังที่ซันนี่บอกเอาแต่รุดหน้าต่อไปด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ
"อืม ๆ มีเจ้าเครื่องร่อนอะไรนั่นมาด้วย คงจะคิดว่าอยู่สูงแล้วสิท่า ฮ่า ๆ ๆ แต่ขอโทษนะที่ข้าสูงกว่า" ชาร์ลอทหัวเราะอยู่ในลำคอมองดูชาญเหวี่ยงดาบจากระยะไกล
"คงต้องเพิ่มระดับสักหน่อย" เมื่อชาร์ลอทดีดนิ้วก็ทำให้ออร์คตัวนั้นคลุ้มคลั่งขึ้นมา ร่างกายปกคลุมไปด้วยมานาแค่เห็นก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งซึ่งเทียบได้กับคนที่มีเลเวลห้า
"ทำไมมัน-" ไม่ทันที่ชายจะตั้งตัวก็ถูกกระบองเหล็กฟาดโดนช่วงลำตัวกระเด็นออกไปกระแทกกับต้นไม้หักไปหลายต้น
"เวรเอ๊ย !" เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะวิ่งเข้าใส่ออร์คนั่นไม่คิดชีวิต บันดาลโทสะที่มีเหวี่ยงดาบที่เต็มไปด้วยเวทเพลิงปะทะกับกระบองเหล็ก คลื่นความร้อนของดาบนั่นแพร่กระจายไปยังแม่น้ำจนเริ่มระเหยแห้งแต่ก็ยังไม่สามารถล้มออร์คตัวนี้ลงได้
การต่อสู้ยังคงยื้อไปกว่าสิบนาทีจนมานาของชาญเหลือน้อยเต็มที
"ชาญ !" ซันนี่ที่ตามพวกพ้องมาด้วยกำลังเข้ามาสมทบ
"[ตรวจสอบ]" เมื่อมาถึงฟรานก็ตรวจสอบสเตตัสของมันทันที
"เลเวลห้า สเตตัสสูงพอ ๆ กับราชาหมาป่าถ้ำเลย" ฟรานชักดาบคาตานะสีเงินออกมาพร้อมกับวิ่งอ้อมไปด้านหลัง ใช้จังหวะที่มันกำลังสนใจชาญพุ่งแทง มานาที่ควบแน่นเป็นเวทลมคมกริบทะลุทะลวงเข้าไปในกล้ามเนื้อของมันก่อนที่เธอจะสะบัดเฉือนผิวกายสีเขียวนั่น
"ตายยากซะด้วย" แม้มันจะถูกดาบของฟรานเฉือนจนเนื้อแหว่งไปแล้วแต่ก็ยังบ้าระห่ำเคลื่อนไหวได้ไม่ต่างจากเดิม มันหันมาเหวี่ยงกระบองเหล็กเฉี่ยวหน้าของฟรานไปนิ้วเดียวแต่เพียงแค่แรงลมปะทะก็ทำให้ฟรานถอยห่างออกไป
"กระแสลมที่โบกสะบัดพัดพาความเย็นมาสู่กายเนื้อ สีชาดที่เป็นดั่งตัวแทนแห่งไฟเอ๊ยจงสะบั้นกายหยาบตรงหน้า" ทันใดนั้นชาญก็เริ่มท่องบทสวดอะไรบางอย่างจนทำให้เจ้าออร์คหันกลับไปมองอีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกับที่เขาส่งสัญญาณมือให้กับซันนี่และฟราน
"กรร !" เสียงร้องคำรามที่เหมือนกำลังขู่พร้อมกับฟาดกระบองเหล็กใส่ชาญอย่างรวดเร็ว
"เสร็จฉันล่ะ" ชาญรับมันไว้ได้อย่างง่ายดายด้วยเวทลมและน้ำควบรวมกันเป็นโล่ป้องกันและยังแสยะยิ้มให้กับออร์คตัวนั่น คมดาบคาตานะพุ่งแทงจากด้านหลังพร้อมกับเวทบอลไฟที่สอดแทรกเข้าไปได้ฉีกร่างของออร์คตัวนั้นตายในทันที
"พวกมอนสเตอร์นี่มันเดาทางได้ง่ายจริง ๆ" ชาญเก็บดาบลงฟักยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ
"อืม ๆ"
"โอ๊ย !" ซันนี่เอาคทาเคาะหัวของชาญไปทีหนึ่งเสียงดังป๊อก
"ฉันบอกให้ถอยไปรวมกลุ่มกันก่อนไง เห็นสภาพแบบนี้ถ้าโดนทีมอื่นมาตลบหลังคงไม่รอดแล้ว" เสียงตวาดดังฉอด ๆ ไม่หยุดทำเอาชาญนั่งง่อยเป็นลูกแมวตัวน้อยไปเลย
"ฮ่า ๆ ๆ พอกันได้แล้ว" ฟรานหัวเราะคิกคักตาม
"ว่าแต่เธอเอาศิลาไว้ที่ใคร ?"
"ฉันฝากให้ซากิดูแลน่ะ" พวกเธอกำลังเดินเลาะแม่น้ำกลับไปยังจุดรวมพล แต่พวกทริกซี่เองก็ยังแอบตามดูอยู่ไกล ๆ
"ดูเธอจะเชื่อใจเขามากเลยนะ" ซันนี่ถามอย่างมีเลศนัยกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
"ก็แน่สิฉันทำงานกับซากิมาตั้งแต่อยู่มอปลายเลยนะ แถมตอนนี้เวทศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็สามารถปกป้องศิลาได้ดีกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะสกิลแฟลชหรือสกิลที่เน้นไปทางด้านช่วยเหลือคนอื่นไม่เหมือนกับฉันที่เน้นสู้ในระยะประชิด"
"ก็ถูกของเธอเวทศักดิ์สิทธิ์ของเขาหาได้ยากมาก จนตอนนี้ฉันก็ไม่เห็นใครที่ใช้มันได้นอกจากเขาเลย"
"อะ-" ฟรานหยุดชะงักกลางทางเหมือนมีอะไรมารั้งไว้
"ฉันรู้สึกถึงมานาใกล้ ๆ" เธอกระซิบบอกซันนี่เพื่อเตรียมตัวรับมือ
"เอ๊ะ ? หยุดกันทำไมล่ะพวกเธอ" ชาญเพียงคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่ได้สนใจเดินหน้าต่อไปทั้งอย่างงั้น
ฟรานหันหน้ามองตามออร่ามานาที่สัมผัสได้เห็นทริกซี่และเพื่อน ๆ ของเธอที่บินอยู่ไม่ห่างก่อนจะยิงกระสุนไฟใส่
"วิ่ง ! เราไม่รู้ว่าพวกเขามีใครอีกต้องถอยก่อน" ซันนี่วิ่งผ่านตัวชาญไปอย่างรวดเร็วส่วนฟรานนั้นยิงกระสุนเวทมนตร์หวังจะทำให้พวกเขาเสียสมาธิและหลุดการควบคุมเครื่องร่อนเสียเอง
ไม่ได้ผล พวกเขาดูเชี่ยวชาญมาก ๆ หลบกระสุนเวทพวกนั้นได้หมดเลย
"ทริกซี่ ! เราจะเอายังไงดี" ชายหนุ่มเพื่อนของเธอตะโกนถามขณะที่หลบกระสุนเวทของฟราน
"ดูท่าท่านผู้กล้าจะไม่ยอมให้เราตามไป ก็คงต้องยอมถอยก่อน"
"แน่ใจใช่ไหม ?" คำถามเอ่ยขึ้นเหมือนรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็ยังอยากจะไปต่อ
"ถ้าเราขึ้นสูงกว่านี้ก็อาจจะได้"
ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามดังมาจากกลางป่าพร้อมกับต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด
"นั่นมันตัวอะไรน่ะ ?" พวกเธอมุ่งเป้าไปสนใจเสียงดังประหลาดตรงนั้นแทน ต้นไม้ที่ล้มเละเทะถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันมากมายจนหาต้นเหตุไม่ได้
เขาสีดำทมิฬกำลังชูชันขึ้นสูงพร้อมกับรูปร่างที่เหมือนมนุษย์ เสียงร้องดังกังวานจนมาถึงจุดที่ฟรานยืนอยู่แม้มันจะอยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตรแต่ก็สามารถมองเห็นได้
"ม-มิโนทอร์" เสียงอันสั่นสะอื้นของฟรานเมื่อเธอได้เห็นก็หวนนึกถึงวันเวลาที่แสนเจ็บปวด เลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วยังจำมันได้ดี
ต้องรีบกลับไปรวมกลุ่มก่อน ฟรานวิ่งเตลิดกลับไปยังทีมของตัวเองทันทีเช่นเดียวกับพวกทริกซี่ที่ยอมถอยกลับไป
"พวกเราเจอทีมของท่านผู้กล้า เลี่ยงปะทะกับพวกเขาก่อนจะดีกว่าแถมยังมีมอนสเตอร์ระดับกลางโผล่มาอีก" กลุ่มของห้องหนึ่งตัดสินใจเคลื่อนย้ายไปยังทิศตรงข้ามเพื่อเว้นระยะกับทีมห้องพิเศษ
"ฟราน ! เธอไม่เป็นอะไรนะ" ซันนี่เอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อได้เห็นฟรานในสภาพหายใจไม่ทั่วท้องทั้ง ๆ ที่ไม่มีเหงื่อหรือแผลอะไรที่ทำให้บาดเจ็บได้เลย
"ม-ไม่มีอะไร เราจะไปทางนั้นกันเพราะอีกทางมันดันมีมอนสเตอร์โผล่มาอีก" พวกเขาตัดสินใจเดินทางตามที่พีชและโยเป็นคนสำรวจ เส้นทางเงียบกริบไม่แม้แต่เสียงสัตว์ป่าอย่างกับเป็นพื้นที่รกร้างไม่มีสิ่งมีชีวิต
"แน่ใจนะว่ามันเป็นสนามแข่ง ?" โยบ่นลอย ๆ เสียงดัง
"ทุกคนระวัง ! ฉันสัมผัสมานาได้อีกแล้ว" ทันใดนั้นพื้นดินที่พวกเธอยืนอยู่ก็เริ่มสั่นไหวราวกับมันกำลังมีอะไรผุดขึ้นมา
"ถอยเร็ว !" สิ้นเสียงของฟรานไม่ทันที่พวกเขาจะถอยได้ทันก็ถูกพื้นดินด้านล่างกระแทกจนล้มลง เมื่อเงยหน้ามองก็ได้เห็นหนอนยักษ์ที่มีฟันแหลมคมเรียงกันเป็นวงกลมในปากของมัน ขนบาง ๆ ที่ปกคลุมตัวมันไว้บวกกับผิวที่ดูแหยะ ๆ แค่เห็นก็รู้สึกกลัว
"เจ๋งนักเหรอวะ !" โยกระโดดสับด้วยขวานเพลิงแต่ก็สร้างบาดแผลให้มันได้เพียงเล็กน้อย มิน้ำซ้ำมันยังม้วนตัวไปมาราวกับกำลังร่ายเวทส่งคลื่นมานามหาศาลกระแทกโยสวนกลับมา
"ยัง...ฉันสัมผัสมานาจากจุดอื่นได้อีก" ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวก็ถูกฝูงหนอนยักษ์ล้อมไว้แล้ว ขนาดของมันกลืนกินพื้นที่บริเวณไปจนหมด พื้นดินและต้นไม้มากมายได้มลายหายไปก็เป็นเพราะพวกมัน
"ฉันจะฝ่าออกไปให้ [ลงดาบรูปแบบที่หนึ่ง]" ฟรานทิ้งตัวลงต่ำเหยียดเท้าขวาไปด้านหลังและพุ่งตรงฝ่าดงหนีออกไปพร้อมกับเชือดเฉือนร่างของหนอนยักษ์จนน้ำสีเขียว ๆ กระเซ็นออกมา
"ตอนนี้แหละ !"
พวกเขาวิ่งเกาะกลุ่มไปตามทางที่ฟรานทำไว้คอยช่วยเหลือระวังหลังให้กันจนรอดพ้นจากเขตของพวกมันออกมาได้
"ให้ตายสินี่มันแข่งกับคนหรือให้สู้กับมอนสเตอร์กันแน่ !" โยตะโกนด่าผู้จัดโดยไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น
"จากนี้ไปคงต้องระวัง ๆ กันหน่อย" ไม่ทันที่ซันนี่จะพูดจบเธอก็ดันไปเหยียบกับหลุมแปลก ๆ ก่อนที่มันจะยุบลงไปซึ่งมันเป็นหลุมที่ลึกมากถึงกว้างสามเมตร โดยที่ข้างล่างนั้นมีหอกแหลมวางรอไว้อยู่แล้ว
"เกือบไปแล้วไหมล่ะ" ฟรานเอื้อมมือคว้าแขนของซันนี่ได้ทัน เสียงหายใจถี่ด้วยความกลัวที่คิดว่าตัวเองกำลังจะตายค่อย ๆ เงียบลง
"ขอบใจ" ใบหน้าซีดเชียวกับร่างกายที่ยืนเกร็งอยู่พักหนึ่งไม่กล้าขยับไปไหน
"ฉันจะเป็นคนเดินนำเอง ตอนนี้ต้องหาจุดตั้งหลักก่อน" ฟรานเดินผ่านกับดักมากมายไปได้ไม่ยากด้วยความสามารถของเธอ
"เหอะ น่าเบื่อกันจริง ๆ เอาแต่หนีกันไปมา" ชาร์ลอททำหน้าบึ้งทอดสายตามองไปยังสุดขอบป่า
"อ๋อ ! บีบพื้นที่ให้มันเล็กลงดีกว่าจะได้เจอกันง่าย ๆ" เธอได้นำพามอนสเตอร์มากมายจากดันเจี้ยนขึ้นมายังพื้นดินและส่งมันไปป้วนเปี้ยนเต็มไปหมด
"แค่มอนสเตอร์เลเวลห้าคงไม่ทำให้พวกนั้นตายหรอกนะ" ชาร์ลอทบินเข้าไปดูใกล้ ๆ มองเห็นฝูงมอนสเตอร์ที่ตนพามากำลังบุกจู่โจมทีมทีมหนึ่งที่อาศัยอยู่สุดขอบป่า ทั้งหมีและหมาป่ามากมายกำลังไล่ขย้ำเด็กนักเรียนหลายสิบชีวิตแม้จะมีการตอบโต้กลับแต่ด้วยจำนวนที่มากเกินไปทำให้พวกเขาต้องยอมแพ้และถอนตัวออกไป
"โชคดีจริง ๆ ที่มีคนคอยช่วยแบบนี้ แต่พวกนั้นเลเวลก็แค่สามกันเองก็คงจะหวังเรื่องสนุก ๆ ไม่ได้" เธอบินต่อไปหาทีมอื่น ๆ เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับตัวเองโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นหรือจับสัมผัสได้เลยสักคน
"ทีนี้ก็เหลืออีกสามทีมสินะ จะแกล้งทางไหนก่อนดี"
เนินสูงที่อยู่ไม่ห่างจากใจกลางป่าแห่งนี้เป็นที่ตั้งของทีมห้องสองซึ่งผู้ที่ควบคุมห้องนี้อยู่คือแก๊งไดเลน พวกเขามีพรรคพวกภายในห้องมากกว่าครึ่งทำให้สามารถสั่งการหรือบังคับคนในห้องได้ง่าย ๆ
"จับตาดูเจ้าปีศาจนั่นไว้ ถ้ามันมาทางเราเมื่อไหร่ต้องรีบย้ายที่ตั้งด่วน" ชายหนุ่มร่างสูงสันทัดเด่นเป็นสง่ากำลังจ้องมองต้นไม้สูงที่กำลังล้มลง
"ไอ้ปีศาจนั่นอาละวาดไม่เลือกหน้า เล่นถล่มถูกอย่างราบหน้ากลองเลย"
"อืม...นั่นคงเป็นมอนสเตอร์ที่คนจัดงานใส่มา แต่ทำไมถึงต้องเอาสัตว์ประหลาดแบบนั้นมาด้วย...ดูท่าทางแล้วเลเวลไม่ต่ำกว่าห้าแน่ ๆ" หญิงสาวผู้มีท่าทางสั่นกลัวถูกโอบด้วยกล้ามแขนเป็นมัด ๆ
"ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเราไม่ละสายตาไปจากมันก็คงไม่มีปัญหาหรอก" มือที่หยาบกร้านกำลังลูบไล้คอและใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น
"ทีมของผู้กล้าไปถึงไหนแล้ว ?"
"จากหน่วยสอดแนม ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ซึ่งอยู่ห่างจากเราไปประมาณสามกิโลเมตร" หนึ่งในสมาชิกทีมกำลังรายงานที่อ่านจากกระดาษเล็ก ๆ
"ถึงทีมห้องพิเศษจะมีแค่แปดคนแต่พวกเขาต่างก็เป็นผู้มีพรสวรรค์ ความสามารถก็จัดว่าอยู่ในระดับแดียวกับพวกทหารของอาณาจักร"
"อืม...พวกห้องหนึ่งก็ไม่ควรประมาทเหมือนกัน" หญิงสาวพูดเสริม
"แน่นอนเราจะไม่ประมาท การแข่งขันครั้งนี้มีทั้งเงินรางวัลและเกียรติยศ...ถึงเวลาวางกับดักแล้ว" เขาผายมือออกไปไปยังพรรคพวกที่เหลืออยู่ส่งสัญญาณแผนการตั้งรับด้วยการวางกับดักรอล่วงหน้า
เสียงเท้าได้เดินก้าวผ่านต้นไม้ที่มีสัญลักษณ์แปลก ๆ ขีดเขียนไว้ ฟรานรู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องอยู่ไม่ไกลแต่ก็ยังระบุตัวไม่ได้
"นี่เราจะเดินไปเรื่อย ๆ หรือยังไง ?" ชาญพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา
"ไม่อยู่แล้วแต่ก็หยุดนิ่งไม่ได้ เจ้านั่นยังเดินป้วนเปี้ยนไปมาตลอดคงต้องทิ้งระยะห่างให้ได้มากที่สุดจนกว่าจะมีทีมอื่นไปเจอ"
"พวกเขาก็คงจะเลี่ยงเหมือนกันไม่ใช่เหรอ...ฟราน" ซากิจ้องมองไปยังเนินเขาสูงที่ห่างออกไปไม่ไกลเหมือนกับเห็นใครบางคนอยู่บนนั้น
"ดูท่าจะเจอเข้าให้แล้วสิ"
ทันใดนั้นก็มีลูกศรเวทจากสองข้างทางพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูงแต่ก็ถูกปัดออกด้วยเวทของพวกฟราน พวกเธอต่างก็สามารถร่ายเวทได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับเตรียมมานาไว้อยู่แล้ว
"ใคร ? กี่คน ?" ซันนี่ตกใจเล็กน้อยที่มีลูกศรพุ่งมาจำนวนมากพยายามจะเพ่งสายตาหาที่มา
"ขอดูก่อน" ฟรานตั้งท่าเตรียมตอบโต้ไปพร้อม ๆ กับการใช้เวทตรวจจับหาตำแหน่งของศัตรู
"สามคนจากสามนาฬิกาและสี่คนจากสองนาฬิกา" เมื่อฟรานให้สัญญาณพวกเขาก็ร่ายเวทโจมตีไปยังทิศทางเหล่านั้นแต่ก่อนที่จะเริ่มก็มีการเคลื่อนไหวของบางสิ่งโดยที่ฟรานเองก็สัมผัสไม่ได้
ลูกกรงขนาดสามสิบเซนติเมตรถูกขว้างมามากถึงห้ากรงโดยที่ข้างนั้นมีมอนสเตอร์ตัวเล็ก ๆ อยู่ มันมีรูปร่างคล้ายกับกระรอกแต่มีขนสีดำสนิท ด้วยความตกใจพวกฟรานจึงโจมตีใส่มันแทนถึงแม้จะกำจัดพวกมันไปได้แต่มันกลับปล่อยควันสีดำออกมาปกคลุมบริเวณนั้นแทบจะทั้งหมด
"อย่าบอกนะว่าพวกเขาวางไว้แผนไว้อยู่แล้ว" ฟรานเหลือบไปเห็นพรรคพวกที่ค่อย ๆ หมดสติล้มลงพื้นโดยที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย
"ทุกคนแข็งใจไว้ !"