STARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK)

    ภาคที่ 4 At School ตอนที่ 7 อ้างว้าง

    "เห็นการใช้เวทมนตร์ของวินหรือยังล่ะ ? พวกเธอมองเห็นการร่ายพวกนั้นไหม ?" อาจารย์หนุ่มเอาแต่ยิงคำถามใส่ไม่ยั้งเหมือนอยากจะให้พวกฟรานตระหนักถึงระดับของตัวเอง

    "พวกนั้นมันอ่อนเองที่ใช้อารมณ์เข้าสู้" ชาญตอบกลับด้วยท่าทางหยิ่งผยองขณะที่ฟรานกำลังนั่งจ้องสนามประลองไม่ละสายตา

    "ก็ถูกของชาญ เขามีลีลาการใช้เวทมนตร์ประกอบกับการพูดล่อลวงเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรู นั่นทำให้สามารถเอาชนะทดแทนเรื่องของจำนวนได้ เพราะยิ่งอีกฝ่ายมีอารมณ์แปรปรวนไม่ทำตามแบบแผน...ด้วยจำนวนคนที่มากจะยิ่งทำให้ทีมเละเทะ" 

    "เหรอ..." ฟรานเอาแต่มองดูหน่วยแพทย์ที่เข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บก่อนจะทำความสะอาดสนามให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม แววตาเหม่อลอยที่ในใจกำลังคิดอะไรไปเรื่อยจนเพื่อนของเธอสงสัย

    "ดูเหมือนงานพิธีในวันนี้จะจบเร็วไปหน่อยแต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะงานที่แท้จริงจะมีในวันพรุ่งนี้และสนามประลองทุกแห่งจะเปิดให้เข้าชมพร้อมกัน" เมื่อผู้ประกาศกล่าวจบผู้คนก็เริ่มแยกย้ายกันไป เหล่าขุนนางหลายคนที่ซื้ออุปกรณ์เวทอันล้ำสมัยกำลังตื่นเต้นที่จะใช้มัน หนึ่งในนั้นก็คือครอบครัวของคาร่าผู้ที่ซื้อทุกอย่างที่เสนอขายไม่สนใจราคาของมันเลยแม้แต่น้อย

    พวกฟรานเดินเตร็ดเตร่เที่ยวเล่นไปทั่วเมือง ซื้อของกินของใช้กันไม่หยุดอย่างกับเดินเที่ยวห้าง

    "ไม่น่าเชื่อเลยนะที่พวกเขาจะให้เงินเรามาเยอะขนาดนี้" ชาญเคี้ยวของกินไม่หยุดปากเช่นเดียวกับซันนี่ ดูเหมือนพวกเขาจะมีบางอย่างที่เหมือนกันก็คือการกินนั่นเอง 

    "เฮอะ ถ้าเราไม่เป็นกลุ่มผู้กล้าก็คงจะไม่มีสิทธิพิเศษแบบนี้ อย่าพึ่งวางใจพวกอาณาจักรนักเลยยังไงพวกเขาก็จ้องจะใช้งานเราอยู่แล้ว" ซากิยืนกอดอกพูดเสียงแข็งบ่งบอกถึงความรู้สึกที่มีต่ออาณาจักรแห่งนี้ 

    "แหม่ทำเป็นเครียดไปได้ มันก็เหมือนทำงานนั่นแหละ...ได้ของได้เงินเราก็ต้องทำงานให้" ซันนี่ตอบกลับ

    "พรุ่งนี้เราก็ต้องแข่งขันแล้วใช่ไหม ? ฉันยังไม่เห็นสนามแข่งเลยแถมพวกเขายังเปิดสนามประลองให้ผู้คนเข้าไปดูทุกที่ คงจะใช้จอนั่นฉายภาพเหมือนในโลกเราเลย" 

    "จะยังไงก็จัดมาเลยฉันไม่กลัวหรอก" ชาญพูดด้วยน้ำเสียงทะมัดทะแมงแถมยังดูมีอารมณ์ขัน

    1 พฤศจิกายน พ.ศ.2575

    หลังจากที่พวกเขาพักผ่อนกันสบายอกสบายใจ เมื่อรุ่งเช้าพวกฟรานก็ได้ลุกขึ้นมาเตรียมตัวอย่างรวดเร็ว

    "พร้อมกันหรือยังเด็ก ๆ" อาจารย์หนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นดูจริงจังกว่าก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก

    "ครับ !"

    "ค่ะ !" 

    เสียงตอบรับดังลั่นด้วยความเคยชินจากค่ายทหาร พวกเขาต่างก็ยืนตัวตรงแววตาอันดุดันตั้งใจแน่วแน่ไม่โลเลเหมือนตอนฝึกปกติ

    "ตั้งใจทำให้ได้เหมือนตอนที่ฝึกกัน อย่างน้อยพวกเธอก็จะไม่เสียใจในภายหลัง...ไปกันเถอะ" 

    เหล่านักเรียนของเขตเริ่มต้นได้มารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ บางห้องก็มีสมาชิกทีมมากถึงสามสิบคนจนต้องเดินกันมาเพราะไม่มีรถมากพอ หลังจากที่ผู้จัดแข่งได้อธิบายกฎและการเก็บแต้ม พวกเขาก็ได้พานักเรียนจากห้องต่าง ๆ แยกกันไป

    "จับตาดูพวกห้องหนึ่งไว้ สิ่งที่ต้องระวังก็คือเครื่องร่อนของพวกมัน" ซากิกระซิบเสียงเบาระหว่างที่เดินไปยังป่าลึกใกล้ ๆ โรงเรียนหลวง หารู้ไม่ว่าป่าแห่งนั้นถูกต่อเติมด้วยเวทมนตร์นานาชนิดจากเหล่านักเวทของสถาบันจนมันใหญ่โตครอบคลุมพื้นที่กว่าสิบกิโลเมตร

    อีกด้านภายในสนามประลองที่มีผู้คนพลุกพล่านนั่งรอคอยการแข่งขันที่แปลกใหม่กว่าทุกปี เพราะใช้พื้นที่มากขึ้นรวมทั้งยังสู้กันในสถานที่จริงไม่ใช่แค่ในสนามประลอง หากไม่มีจอฉายภาพพวกเขาก็คงจะไม่ได้ดูการแข่งขันใกล้ชิดขนาดนี้

    "ทำอะไรน่าสนุกกันอีกแล้ว คงต้องเข้าไปดูใกล้ ๆ สักหน่อย" ภูติตัวน้อยกำลังบินสูงเหนือหัวสนามแข่งขันสอดสายตามองไปไกลหลายกิโลเมตรด้วยความอยากรู้อยากเห็น

    "ฮึ ๆ ๆ ดูเหมือนจะได้เห็นอะไรสนุก ๆ แล้วสิ"

    กลุ่มของฟรานได้ประจำตำแหน่งอยู่ที่เนินหินใหญ่ใกล้ ๆ แม่น้ำ โดยพวกเขาจะมีศิลาสีแดงเป็นสิ่งที่ต้องปกป้องไว้ไม่ให้เสียหาย เมื่อทีมของตัวเองสามารถถือศิลาไว้จนจบการแข่งขันก็จะได้หนึ่งร้อยคะแนนซึ่งเป็นคะแนนที่หาได้มากที่สุด

    "เห็นว่าต้องแข่งขันกันตั้งแต่ตอนนี้ยันเช้าของอีกวันหรือจนกว่าจะเหลือทีมเดียว" ชาญเอ่ยขึ้นขณะที่นั่งมองฝูงปลาแหวกว่ายในแม่น้ำ

    "ตอนแรกก็คิดว่าแค่สามสี่ชั่วโมง แต่แบบนี้เท่ากับว่าเราต้องหาอาหารกินเองสินะ" ซันนี่เองก็รู้สึกได้ถึงหายนะกับการหาเสบียงในป่าแบบนี้ เดิมทีพวกเธอก็ไม่เคยหาอาหารกินเองอยู่แล้วเพราะตั้งแต่อยู่ในค่ายก็มีวัตถุดิบมาพร้อมเหลือเพียงรังสรรค์เมนูกันเอง

    "ถ้าไม่หิวเกินไปก็ไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่อดยันเช้าแค่นั้นเอง" ซากิพูดต่อทันทีด้วยท่าทางใจเย็นไม่ได้กังวลเรื่องอาหารผิดกับซันนี่และชาญ

    "ก่อนอื่นก็ต้องสำรวจพื้นที่แถวนี้ก่อน ชาญ ซันนี่ พวกนายสองคนขึ้นไปทางต้นน้ำส่วนพีชกับโยไปสำรวจอีกด้าน" 

    "ทำไมเธอถึงไม่ให้ไปดูทุกทิศทุกทางเลยล่ะ ?" ซันนี่กล่าวกับฟรานดูสงสัยเป็นพิเศษ

    "ถ้าใช้แม่น้ำสายนี้เป็นจุดตั้งหลักก็จะไม่หลง แล้วก็ไม่อยากให้แยกกันเยอะอาจจะไปเจอทีมอื่นกลางทางก็ได้" เมื่อได้คำตอบจากปากของฟรานแล้วก็สบายใจและเริ่มเดินออกไปสำรวจ

    ชาญและซันนี่วิ่งลัดเลาะไปตามแม่น้ำมองดูพื้นที่ทั้งสองฝั่งแต่ก็เห็นแค่ต้นไม้ปกคลุมไปหมด

    "ทำไมมันเงียบอย่างงี้" ชาญเริ่มเบื่อเต็มทนเดินไปก็หาวอ้าปากกว้างไปด้วย

    "ก็แน่สิพวกเขาคงไม่จัดให้อยู่ใกล้กันหรอก พื้นที่ตั้งกว้างถ้าเป็นตามที่พวกเขาบอกแค่ความกว้างก็สิบกิโลเมตรแล้ว นี่ยังไม่ได้วัดพื้นที่ทั้งหมดนะ...มันใหญ่พอ ๆ กับเมืองทั้งเมืองเลย" 

    "เหรอ ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนั้นหรอกแค่อยากออกกำลังบ้าง แน่จริงก็โผล่หัวออกมาสิ !" ชาญตะโกนเสียงดังลั่นจนซันนี่แทบจะเอามือมาปิดปากไม่ทัน

    "ซวยแล้วไง มีอะไรกำลังตรงมา" พวกเขาหยุดเดินและจ้องมองไปยังป่าลึกที่มีเสียงเท้าเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

    รูปร่างอันใหญ่โตสูงกว่าสามเมตร สัตว์ประหลาดที่มีผิวกายเขียวอี๋จ้องมองพวกเธอด้วยความโมโหร้าย

    "ตัวบ้าอะไรเนี่ย ?" ไม่เพียงแต่ร่างกายอันใหญ่โตน่าเกรงขามมันยังมีกระบองเหล็กหนามเหวี่ยงฟาดพวกซันนี่ไม่ยั้ง

    "ชาญ ! หนีกันก่อนไหม" ขณะที่ซันนี่พยายามหลบและทิ้งระยะห่างแต่ชาญกลับชักดาบขึ้นปะทะตรง ๆ แทน

    "ต้องแบบสิวะ กำลังง่วง ๆ เลย" เสียงหัวเราะด้วยความบ้าระห่ำพร้อมกับฟาดฟันปะทะกับกระบองเหล็กนั่นได้อย่างสูสีทั้ง ๆ ที่ขนาดช่างต่างกันเลยเกิน

    "นั่นอะไรน่ะ ?" เสียงฮือฮาจากเหล่าผู้ชมที่สนามประลอง ภาพของชาญสู้กับสัตว์ประหลาดยักษ์นั่นฉายไปทั่วทุกแห่ง

    "มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงออกมาเพ่นพ่านข้างนอกได้" แม้แต่ผู้จัดงานก็ยังตกใจกับภาพที่เห็น

    "เราก็ไม่ได้ใส่เจ้าออร์คนั่นเข้าไปนะ หรือมันจะหลุดมาจากดันเจี้ยนใกล้ ๆ" เหล่าผู้จัดเองก็กำลังวุ่นวายกับการปรากฏตัวของออร์ค

    "จะยังไงก็ช่าง บอกตากล้องด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นให้รีบจัดการเจ้านั่นได้เลย"

    แม้จะมีเรื่องไม่คาดคิดแต่ภาพของเหล่านักเรียนก็ยังคงฉายต่อไปสลับกันไปมา ทีมของห้องหนึ่งที่มีเครื่องร่อนและกำลังเตรียมตัวขึ้นบินในอีกไม่ช้า

    "พวกเธอเตรียมตัวไว้ ถ้าฉันให้สัญญาณเมื่อไหร่ก็ตามมาได้เลย" ทริกซี่ขึ้นบินไปบนท้องฟ้ามองดูสภาพผืนป่าที่ตนอยู่ หาจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถตั้งรับตอบโต้ได้ดีเท่าที่จะทำได้

    "ทริกซี่ ! ตรงโน้นมีควันลอยอยู่" เพื่อนของเธอชี้นิ้วไปทางที่มีควันไฟลอยสูง พวกเธอไม่รอช้ารีบตรงดิ่งไปยังที่นั่น

    "สูงระดับนี้คงจะไม่เห็นเราหรอก" ทริกซี่มองลงไปยังพื้นเบื้องล่างที่ชาญกำลังต่อสู้กับออร์คอย่างเอาเป็นเอาตาย

    "[ดาบเพลิงสีชาด]" ชาญหมุนตัวเหวี่ยงคมดาบไฟใส่แต่มันก็ปัดออกด้วยกระบองเหล็กนั่น

    "แกนี่มันแข็งจริง ๆ แถมยังว่องไวอีกต่างหาก" เสียงดาบกระทบกระบองดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    "ชาญ ! เลิกสู้แล้วกลับไปรวมตัวกันดีกว่า"

    "เธอกลับไปบอกคนอื่น ๆ ก่อนเลย เจ้านี่ขอฉันสนุกต่ออีกสักหน่อยละกัน...เดี๋ยวตามไปทีหลัง" ชายไม่ฟังที่ซันนี่บอกเอาแต่รุดหน้าต่อไปด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ

    "อืม ๆ มีเจ้าเครื่องร่อนอะไรนั่นมาด้วย คงจะคิดว่าอยู่สูงแล้วสิท่า ฮ่า ๆ ๆ แต่ขอโทษนะที่ข้าสูงกว่า" ชาร์ลอทหัวเราะอยู่ในลำคอมองดูชาญเหวี่ยงดาบจากระยะไกล

    "คงต้องเพิ่มระดับสักหน่อย" เมื่อชาร์ลอทดีดนิ้วก็ทำให้ออร์คตัวนั้นคลุ้มคลั่งขึ้นมา ร่างกายปกคลุมไปด้วยมานาแค่เห็นก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งซึ่งเทียบได้กับคนที่มีเลเวลห้า

    "ทำไมมัน-" ไม่ทันที่ชายจะตั้งตัวก็ถูกกระบองเหล็กฟาดโดนช่วงลำตัวกระเด็นออกไปกระแทกกับต้นไม้หักไปหลายต้น

    "เวรเอ๊ย !" เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะวิ่งเข้าใส่ออร์คนั่นไม่คิดชีวิต บันดาลโทสะที่มีเหวี่ยงดาบที่เต็มไปด้วยเวทเพลิงปะทะกับกระบองเหล็ก คลื่นความร้อนของดาบนั่นแพร่กระจายไปยังแม่น้ำจนเริ่มระเหยแห้งแต่ก็ยังไม่สามารถล้มออร์คตัวนี้ลงได้

    การต่อสู้ยังคงยื้อไปกว่าสิบนาทีจนมานาของชาญเหลือน้อยเต็มที 

    "ชาญ !" ซันนี่ที่ตามพวกพ้องมาด้วยกำลังเข้ามาสมทบ

    "[ตรวจสอบ]" เมื่อมาถึงฟรานก็ตรวจสอบสเตตัสของมันทันที

    "เลเวลห้า สเตตัสสูงพอ ๆ กับราชาหมาป่าถ้ำเลย" ฟรานชักดาบคาตานะสีเงินออกมาพร้อมกับวิ่งอ้อมไปด้านหลัง ใช้จังหวะที่มันกำลังสนใจชาญพุ่งแทง มานาที่ควบแน่นเป็นเวทลมคมกริบทะลุทะลวงเข้าไปในกล้ามเนื้อของมันก่อนที่เธอจะสะบัดเฉือนผิวกายสีเขียวนั่น

    "ตายยากซะด้วย" แม้มันจะถูกดาบของฟรานเฉือนจนเนื้อแหว่งไปแล้วแต่ก็ยังบ้าระห่ำเคลื่อนไหวได้ไม่ต่างจากเดิม มันหันมาเหวี่ยงกระบองเหล็กเฉี่ยวหน้าของฟรานไปนิ้วเดียวแต่เพียงแค่แรงลมปะทะก็ทำให้ฟรานถอยห่างออกไป

    "กระแสลมที่โบกสะบัดพัดพาความเย็นมาสู่กายเนื้อ สีชาดที่เป็นดั่งตัวแทนแห่งไฟเอ๊ยจงสะบั้นกายหยาบตรงหน้า" ทันใดนั้นชาญก็เริ่มท่องบทสวดอะไรบางอย่างจนทำให้เจ้าออร์คหันกลับไปมองอีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกับที่เขาส่งสัญญาณมือให้กับซันนี่และฟราน

    "กรร !" เสียงร้องคำรามที่เหมือนกำลังขู่พร้อมกับฟาดกระบองเหล็กใส่ชาญอย่างรวดเร็ว

    "เสร็จฉันล่ะ" ชาญรับมันไว้ได้อย่างง่ายดายด้วยเวทลมและน้ำควบรวมกันเป็นโล่ป้องกันและยังแสยะยิ้มให้กับออร์คตัวนั่น คมดาบคาตานะพุ่งแทงจากด้านหลังพร้อมกับเวทบอลไฟที่สอดแทรกเข้าไปได้ฉีกร่างของออร์คตัวนั้นตายในทันที

    "พวกมอนสเตอร์นี่มันเดาทางได้ง่ายจริง ๆ" ชาญเก็บดาบลงฟักยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ

    "อืม ๆ"

    "โอ๊ย !" ซันนี่เอาคทาเคาะหัวของชาญไปทีหนึ่งเสียงดังป๊อก 

    "ฉันบอกให้ถอยไปรวมกลุ่มกันก่อนไง เห็นสภาพแบบนี้ถ้าโดนทีมอื่นมาตลบหลังคงไม่รอดแล้ว" เสียงตวาดดังฉอด ๆ ไม่หยุดทำเอาชาญนั่งง่อยเป็นลูกแมวตัวน้อยไปเลย

    "ฮ่า ๆ ๆ พอกันได้แล้ว" ฟรานหัวเราะคิกคักตาม

    "ว่าแต่เธอเอาศิลาไว้ที่ใคร ?"

    "ฉันฝากให้ซากิดูแลน่ะ" พวกเธอกำลังเดินเลาะแม่น้ำกลับไปยังจุดรวมพล แต่พวกทริกซี่เองก็ยังแอบตามดูอยู่ไกล ๆ 

    "ดูเธอจะเชื่อใจเขามากเลยนะ" ซันนี่ถามอย่างมีเลศนัยกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

    "ก็แน่สิฉันทำงานกับซากิมาตั้งแต่อยู่มอปลายเลยนะ แถมตอนนี้เวทศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็สามารถปกป้องศิลาได้ดีกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะสกิลแฟลชหรือสกิลที่เน้นไปทางด้านช่วยเหลือคนอื่นไม่เหมือนกับฉันที่เน้นสู้ในระยะประชิด"

    "ก็ถูกของเธอเวทศักดิ์สิทธิ์ของเขาหาได้ยากมาก จนตอนนี้ฉันก็ไม่เห็นใครที่ใช้มันได้นอกจากเขาเลย" 

    "อะ-" ฟรานหยุดชะงักกลางทางเหมือนมีอะไรมารั้งไว้

    "ฉันรู้สึกถึงมานาใกล้ ๆ" เธอกระซิบบอกซันนี่เพื่อเตรียมตัวรับมือ

    "เอ๊ะ ? หยุดกันทำไมล่ะพวกเธอ" ชาญเพียงคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่ได้สนใจเดินหน้าต่อไปทั้งอย่างงั้น

    ฟรานหันหน้ามองตามออร่ามานาที่สัมผัสได้เห็นทริกซี่และเพื่อน ๆ ของเธอที่บินอยู่ไม่ห่างก่อนจะยิงกระสุนไฟใส่

    "วิ่ง ! เราไม่รู้ว่าพวกเขามีใครอีกต้องถอยก่อน" ซันนี่วิ่งผ่านตัวชาญไปอย่างรวดเร็วส่วนฟรานนั้นยิงกระสุนเวทมนตร์หวังจะทำให้พวกเขาเสียสมาธิและหลุดการควบคุมเครื่องร่อนเสียเอง

    ไม่ได้ผล พวกเขาดูเชี่ยวชาญมาก ๆ หลบกระสุนเวทพวกนั้นได้หมดเลย

    "ทริกซี่ ! เราจะเอายังไงดี" ชายหนุ่มเพื่อนของเธอตะโกนถามขณะที่หลบกระสุนเวทของฟราน

    "ดูท่าท่านผู้กล้าจะไม่ยอมให้เราตามไป ก็คงต้องยอมถอยก่อน"

    "แน่ใจใช่ไหม ?" คำถามเอ่ยขึ้นเหมือนรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็ยังอยากจะไปต่อ

    "ถ้าเราขึ้นสูงกว่านี้ก็อาจจะได้"

    ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามดังมาจากกลางป่าพร้อมกับต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด 

    "นั่นมันตัวอะไรน่ะ ?" พวกเธอมุ่งเป้าไปสนใจเสียงดังประหลาดตรงนั้นแทน ต้นไม้ที่ล้มเละเทะถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันมากมายจนหาต้นเหตุไม่ได้

    เขาสีดำทมิฬกำลังชูชันขึ้นสูงพร้อมกับรูปร่างที่เหมือนมนุษย์ เสียงร้องดังกังวานจนมาถึงจุดที่ฟรานยืนอยู่แม้มันจะอยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตรแต่ก็สามารถมองเห็นได้

    "ม-มิโนทอร์" เสียงอันสั่นสะอื้นของฟรานเมื่อเธอได้เห็นก็หวนนึกถึงวันเวลาที่แสนเจ็บปวด เลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วยังจำมันได้ดี

    ต้องรีบกลับไปรวมกลุ่มก่อน ฟรานวิ่งเตลิดกลับไปยังทีมของตัวเองทันทีเช่นเดียวกับพวกทริกซี่ที่ยอมถอยกลับไป

    "พวกเราเจอทีมของท่านผู้กล้า เลี่ยงปะทะกับพวกเขาก่อนจะดีกว่าแถมยังมีมอนสเตอร์ระดับกลางโผล่มาอีก" กลุ่มของห้องหนึ่งตัดสินใจเคลื่อนย้ายไปยังทิศตรงข้ามเพื่อเว้นระยะกับทีมห้องพิเศษ 

    "ฟราน ! เธอไม่เป็นอะไรนะ" ซันนี่เอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อได้เห็นฟรานในสภาพหายใจไม่ทั่วท้องทั้ง ๆ ที่ไม่มีเหงื่อหรือแผลอะไรที่ทำให้บาดเจ็บได้เลย

    "ม-ไม่มีอะไร เราจะไปทางนั้นกันเพราะอีกทางมันดันมีมอนสเตอร์โผล่มาอีก" พวกเขาตัดสินใจเดินทางตามที่พีชและโยเป็นคนสำรวจ เส้นทางเงียบกริบไม่แม้แต่เสียงสัตว์ป่าอย่างกับเป็นพื้นที่รกร้างไม่มีสิ่งมีชีวิต

    "แน่ใจนะว่ามันเป็นสนามแข่ง ?" โยบ่นลอย ๆ เสียงดัง

    "ทุกคนระวัง ! ฉันสัมผัสมานาได้อีกแล้ว" ทันใดนั้นพื้นดินที่พวกเธอยืนอยู่ก็เริ่มสั่นไหวราวกับมันกำลังมีอะไรผุดขึ้นมา

    "ถอยเร็ว !" สิ้นเสียงของฟรานไม่ทันที่พวกเขาจะถอยได้ทันก็ถูกพื้นดินด้านล่างกระแทกจนล้มลง เมื่อเงยหน้ามองก็ได้เห็นหนอนยักษ์ที่มีฟันแหลมคมเรียงกันเป็นวงกลมในปากของมัน ขนบาง ๆ ที่ปกคลุมตัวมันไว้บวกกับผิวที่ดูแหยะ ๆ แค่เห็นก็รู้สึกกลัว

    "เจ๋งนักเหรอวะ !" โยกระโดดสับด้วยขวานเพลิงแต่ก็สร้างบาดแผลให้มันได้เพียงเล็กน้อย มิน้ำซ้ำมันยังม้วนตัวไปมาราวกับกำลังร่ายเวทส่งคลื่นมานามหาศาลกระแทกโยสวนกลับมา

    "ยัง...ฉันสัมผัสมานาจากจุดอื่นได้อีก" ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวก็ถูกฝูงหนอนยักษ์ล้อมไว้แล้ว ขนาดของมันกลืนกินพื้นที่บริเวณไปจนหมด พื้นดินและต้นไม้มากมายได้มลายหายไปก็เป็นเพราะพวกมัน

    "ฉันจะฝ่าออกไปให้ [ลงดาบรูปแบบที่หนึ่ง]" ฟรานทิ้งตัวลงต่ำเหยียดเท้าขวาไปด้านหลังและพุ่งตรงฝ่าดงหนีออกไปพร้อมกับเชือดเฉือนร่างของหนอนยักษ์จนน้ำสีเขียว ๆ กระเซ็นออกมา

    "ตอนนี้แหละ !"

    พวกเขาวิ่งเกาะกลุ่มไปตามทางที่ฟรานทำไว้คอยช่วยเหลือระวังหลังให้กันจนรอดพ้นจากเขตของพวกมันออกมาได้

    "ให้ตายสินี่มันแข่งกับคนหรือให้สู้กับมอนสเตอร์กันแน่ !" โยตะโกนด่าผู้จัดโดยไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น

    "จากนี้ไปคงต้องระวัง ๆ กันหน่อย" ไม่ทันที่ซันนี่จะพูดจบเธอก็ดันไปเหยียบกับหลุมแปลก ๆ ก่อนที่มันจะยุบลงไปซึ่งมันเป็นหลุมที่ลึกมากถึงกว้างสามเมตร โดยที่ข้างล่างนั้นมีหอกแหลมวางรอไว้อยู่แล้ว

    "เกือบไปแล้วไหมล่ะ" ฟรานเอื้อมมือคว้าแขนของซันนี่ได้ทัน เสียงหายใจถี่ด้วยความกลัวที่คิดว่าตัวเองกำลังจะตายค่อย ๆ เงียบลง

    "ขอบใจ" ใบหน้าซีดเชียวกับร่างกายที่ยืนเกร็งอยู่พักหนึ่งไม่กล้าขยับไปไหน

    "ฉันจะเป็นคนเดินนำเอง ตอนนี้ต้องหาจุดตั้งหลักก่อน" ฟรานเดินผ่านกับดักมากมายไปได้ไม่ยากด้วยความสามารถของเธอ 

    "เหอะ น่าเบื่อกันจริง ๆ เอาแต่หนีกันไปมา" ชาร์ลอททำหน้าบึ้งทอดสายตามองไปยังสุดขอบป่า

    "อ๋อ ! บีบพื้นที่ให้มันเล็กลงดีกว่าจะได้เจอกันง่าย ๆ" เธอได้นำพามอนสเตอร์มากมายจากดันเจี้ยนขึ้นมายังพื้นดินและส่งมันไปป้วนเปี้ยนเต็มไปหมด 

    "แค่มอนสเตอร์เลเวลห้าคงไม่ทำให้พวกนั้นตายหรอกนะ" ชาร์ลอทบินเข้าไปดูใกล้ ๆ มองเห็นฝูงมอนสเตอร์ที่ตนพามากำลังบุกจู่โจมทีมทีมหนึ่งที่อาศัยอยู่สุดขอบป่า ทั้งหมีและหมาป่ามากมายกำลังไล่ขย้ำเด็กนักเรียนหลายสิบชีวิตแม้จะมีการตอบโต้กลับแต่ด้วยจำนวนที่มากเกินไปทำให้พวกเขาต้องยอมแพ้และถอนตัวออกไป

    "โชคดีจริง ๆ ที่มีคนคอยช่วยแบบนี้ แต่พวกนั้นเลเวลก็แค่สามกันเองก็คงจะหวังเรื่องสนุก ๆ ไม่ได้" เธอบินต่อไปหาทีมอื่น ๆ เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับตัวเองโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นหรือจับสัมผัสได้เลยสักคน

    "ทีนี้ก็เหลืออีกสามทีมสินะ จะแกล้งทางไหนก่อนดี" 

    เนินสูงที่อยู่ไม่ห่างจากใจกลางป่าแห่งนี้เป็นที่ตั้งของทีมห้องสองซึ่งผู้ที่ควบคุมห้องนี้อยู่คือแก๊งไดเลน พวกเขามีพรรคพวกภายในห้องมากกว่าครึ่งทำให้สามารถสั่งการหรือบังคับคนในห้องได้ง่าย ๆ

    "จับตาดูเจ้าปีศาจนั่นไว้ ถ้ามันมาทางเราเมื่อไหร่ต้องรีบย้ายที่ตั้งด่วน" ชายหนุ่มร่างสูงสันทัดเด่นเป็นสง่ากำลังจ้องมองต้นไม้สูงที่กำลังล้มลง

    "ไอ้ปีศาจนั่นอาละวาดไม่เลือกหน้า เล่นถล่มถูกอย่างราบหน้ากลองเลย"

    "อืม...นั่นคงเป็นมอนสเตอร์ที่คนจัดงานใส่มา แต่ทำไมถึงต้องเอาสัตว์ประหลาดแบบนั้นมาด้วย...ดูท่าทางแล้วเลเวลไม่ต่ำกว่าห้าแน่ ๆ" หญิงสาวผู้มีท่าทางสั่นกลัวถูกโอบด้วยกล้ามแขนเป็นมัด ๆ 

    "ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเราไม่ละสายตาไปจากมันก็คงไม่มีปัญหาหรอก" มือที่หยาบกร้านกำลังลูบไล้คอและใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น

    "ทีมของผู้กล้าไปถึงไหนแล้ว ?" 

    "จากหน่วยสอดแนม ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ซึ่งอยู่ห่างจากเราไปประมาณสามกิโลเมตร" หนึ่งในสมาชิกทีมกำลังรายงานที่อ่านจากกระดาษเล็ก ๆ

    "ถึงทีมห้องพิเศษจะมีแค่แปดคนแต่พวกเขาต่างก็เป็นผู้มีพรสวรรค์ ความสามารถก็จัดว่าอยู่ในระดับแดียวกับพวกทหารของอาณาจักร" 

    "อืม...พวกห้องหนึ่งก็ไม่ควรประมาทเหมือนกัน" หญิงสาวพูดเสริม

    "แน่นอนเราจะไม่ประมาท การแข่งขันครั้งนี้มีทั้งเงินรางวัลและเกียรติยศ...ถึงเวลาวางกับดักแล้ว" เขาผายมือออกไปไปยังพรรคพวกที่เหลืออยู่ส่งสัญญาณแผนการตั้งรับด้วยการวางกับดักรอล่วงหน้า

    เสียงเท้าได้เดินก้าวผ่านต้นไม้ที่มีสัญลักษณ์แปลก ๆ ขีดเขียนไว้ ฟรานรู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องอยู่ไม่ไกลแต่ก็ยังระบุตัวไม่ได้

    "นี่เราจะเดินไปเรื่อย ๆ หรือยังไง ?" ชาญพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา

    "ไม่อยู่แล้วแต่ก็หยุดนิ่งไม่ได้ เจ้านั่นยังเดินป้วนเปี้ยนไปมาตลอดคงต้องทิ้งระยะห่างให้ได้มากที่สุดจนกว่าจะมีทีมอื่นไปเจอ" 

    "พวกเขาก็คงจะเลี่ยงเหมือนกันไม่ใช่เหรอ...ฟราน" ซากิจ้องมองไปยังเนินเขาสูงที่ห่างออกไปไม่ไกลเหมือนกับเห็นใครบางคนอยู่บนนั้น

    "ดูท่าจะเจอเข้าให้แล้วสิ" 

    ทันใดนั้นก็มีลูกศรเวทจากสองข้างทางพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูงแต่ก็ถูกปัดออกด้วยเวทของพวกฟราน พวกเธอต่างก็สามารถร่ายเวทได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับเตรียมมานาไว้อยู่แล้ว

    "ใคร ? กี่คน ?" ซันนี่ตกใจเล็กน้อยที่มีลูกศรพุ่งมาจำนวนมากพยายามจะเพ่งสายตาหาที่มา

    "ขอดูก่อน" ฟรานตั้งท่าเตรียมตอบโต้ไปพร้อม ๆ กับการใช้เวทตรวจจับหาตำแหน่งของศัตรู

    "สามคนจากสามนาฬิกาและสี่คนจากสองนาฬิกา" เมื่อฟรานให้สัญญาณพวกเขาก็ร่ายเวทโจมตีไปยังทิศทางเหล่านั้นแต่ก่อนที่จะเริ่มก็มีการเคลื่อนไหวของบางสิ่งโดยที่ฟรานเองก็สัมผัสไม่ได้

    ลูกกรงขนาดสามสิบเซนติเมตรถูกขว้างมามากถึงห้ากรงโดยที่ข้างนั้นมีมอนสเตอร์ตัวเล็ก ๆ อยู่ มันมีรูปร่างคล้ายกับกระรอกแต่มีขนสีดำสนิท ด้วยความตกใจพวกฟรานจึงโจมตีใส่มันแทนถึงแม้จะกำจัดพวกมันไปได้แต่มันกลับปล่อยควันสีดำออกมาปกคลุมบริเวณนั้นแทบจะทั้งหมด

    "อย่าบอกนะว่าพวกเขาวางไว้แผนไว้อยู่แล้ว" ฟรานเหลือบไปเห็นพรรคพวกที่ค่อย ๆ หมดสติล้มลงพื้นโดยที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย

    "ทุกคนแข็งใจไว้ !"

    คล้ายกับเรื่องSTARCIN อุบัติมหาสงครามสตาร์คิน (อ่านฟรีจนจบ)(มี EBOOK) ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185