บทที่2
เพื่อนใหม่ผู้ไร้ลมหายใจ
เมื่อเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้คนสนิทเบอร์หนึ่งอย่างมารดาฟังไม่ได้คนสนิทเบอร์สองอย่างชมพู่จึงต้องมานั่งรับฟังแทน นั่นเพราะขืนเธอไม่พูดกับใครมีหวังได้เป็บ้าแน่ๆ
“แกว่าไงนะแกมองเห็นผะ…ผีเหรอ” ชมพู่อุทานออกมา สีหน้าของเธอตอนนี้ซีดมากถึงมากที่สุดนั่นเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้นกับคนใกล้ตัวและดูท่าจะเป็เื่จริงเข้าให้
“อื้อ”
“ละ…แล้วตอนนี้ ในบ้านแกมีผีป่าวอ่ะ”
“ในบ้านน่ะไม่มีแต่นอกบ้านน่ะก็ไม่แน่”
“เฮ้ย!แก อย่าพูดงี้ดิ ฉันกลัว” ชมพู่ลุกพรวดไปนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับเมลดาพร้อมกับเกาะแขนเพื่อนไว้แน่นสายตาก็มองไปมารอบๆ อย่างระแวง
“ก็จริงยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามนู่นแน่ะตนนึง”
“อ๊ากกก แกอย่าพูด”
“แต่ตอนนี้หายไปแล้ว”ถึงไม่หาย แต่เมลดาก็ต้องบอกว่าหาย รู้แบบนี้ ไม่น่าเล่าให้ชมพู่ฟังเลยเมลดาเอี้ยวตัวไปมองยังพิกัดที่เห็นผียืนอยู่แม้จะไกลแต่เธอกลับสบตาสีแดงฉานนั้นได้ แววตาบ่งบอกความไม่เป็มิตรจนทำให้เธอสงสัย ว่าเธอไปทำอะไรจนต้องโกรธกันหรือเปล่า
แต่เพราะตอนนี้อยู่ในบ้านรู้สึกถึงความปลอดภัย เหมือนมีคนคอยปกป้องอยู่นั่นทำให้เมลดาไม่รู้สึกกลัวจนขนหัวลุกเหมือนกับอยู่นอกบ้าน แต่ว่าอีกสามวันเธอต้องกลับไปทำงานแล้วนี่สิคือปัญหา ว่าเธอจะรอดได้ยังไง คิดแล้วก็หลอน
“แล้วแกทำไงอ่ะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ผีๆ เต็มไปหมดแบบนี้”
“ยังคิดไม่ออกเลย”
“แต่ฉันคิดออก” ชมพู่เอ่ยจริงจังทั้งๆ ที่ตอนนี้ยังนั่งติดกับเมลดา พลอยทำให้เ้าของบ้านมองอย่างอยากรู้ว่าเพื่อนคิดอะไรออก
“แกคิดออกคิดอะไรพู่”
“คิดว่าต่อจากนี้ไปชีวิตแกจะมีแต่ความหลอนน่ะสิมองเห็นอะไรไม่เห็น ดั๊นมองเห็นผี โอ๊ย! กลัวแทน”
“แกก็อย่าตอกย้ำสิฉันยิ่งกลัวๆ อยู่” เมลดามองเพื่อนค้อนๆ นั่นเพราะเธออยากมองเห็นผีเสียเมื่อไหร่ ก่อนจะเอ่ยต่อ
“แต่จะว่าไป่นี้ผีพวกนั้นได้แต่ยืนมองฉันอยู่ห่างๆ ไม่ได้โผล่หน้ามาใกล้ๆ เหมือน่แรกๆแกว่ามันแปลกไหม” พูดไปแล้วก็ชวนให้สงสัย เพราะครั้งแรกที่รู้ว่าตนมองเห็นผีได้บรรดาผีๆ ก็ขยันโผล่หน้ามาให้เห็นระยะประชิดเสียเหลือเกินเธอไม่จับไข้หัวโกร๋นก็ดีเท่าไหร่แล้ว
“ไม่แปลกเพราะถึงจะมาให้เห็นแบบห่างๆ แต่นั่นก็ผีนะคะคุณแก ไม่ใช่หนุ่มหล่อไอดอลเกาหลีจะได้ปลื้มปริ่ม ดีใจประหนึ่งมีหนุ่มหล่อพระเอกซีรีส์มาชวนออกเดต” คำเรียกเธอว่าคุณแกของชมพู่ทำให้คนฟังยิ้มขำ ออกแนวสับสนว่าเพื่อนจะสุภาพหรือยังไงเหมือนกัน
“เอาน่ะทุกอย่างมันต้องมีทางออก ว่าแต่แก ตอนฉันนอนไม่ได้สติอยู่โรงพยาบาลมีผ่าตัดแล้วเอาอวัยวะของใครมาใส่ในตัวฉันใช่ไหมอะ” นั่นเพราะเมลดานึกถึงละครเื่หนึ่งเข้าที่นางเอกมองเห็นผีได้หลังรับการผ่าตัดเปลี่ยนตา
“มีที่ไหนกันเล่าถ้ามีแล้วรอยผ่าตัดบนตัวแกมีสักทีปะล่ะ”
“ก็ไม่มี”
“แล้วนี่แกมองเห็นพี่สิงห์ไหม”คำถามนี้ของชมพู่ ทำให้เมลดานิ่งไปชั่วขณะ เธออยากเห็นอันเดรสมากกว่าใครแต่กลับไม่เห็น
“ไม่เห็นเลยแต่ก็ดีกว่ายังเห็นเพราะการไม่เห็นนั่นอาจหมายถึงพี่เขาหมดทุกข์และคงไปสู่ภพภูมิที่ดีแล้ว”
“จริง แล้วนี่ป้าทิพย์รู้ไหมว่าแกเห็นผีได้”
“ไม่รู้ไม่อยากบอกด้วย” พูดถึงมารดาแล้วเมลดาก็คิดถึงเพราะตอนนี้ช่อทิพย์กลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว อันที่จริงมารดาอยากอยู่ดูแลเธอต่อแต่เมลดาห่วงบิดาและตอนนี้เธอก็แข็งแรงดี จึงขอให้มารดากลับรวมทั้งยังไม่อยากให้มารดาจับพิรุธอะไรได้
“ก็ดี เออนี่…ฉันคิดไอเดียดีๆ ออกแล้ว” ชมพู่ยักคิ้วให้เพื่อนสนิท
“ไอเดียอะไรดีจริงนะ”
“จริง…ฉันว่าแกต้องหาพระดีๆ มาบูชาบ้างแล้วแหละ”
“หืม…เล่นพระเล่นเ้าเลยเหรอแก” เมลดาไม่ใช่ไม่ศรัทธาแต่ลุคของเธอมันไม่ค่อยเหมาะกับพระเครื่องสักเท่าไหร่
“เออ…พึ่งทางนี้แหละ ผีกลัวพระ รับรองว่ามีกระเจิงแน่ๆ ฉันยังมีติดตัวเลยนี่ไง” ชมพู่ดึงสร้อยคอซึ่งมีพระคล้องอยู่เป็จี้ออกมาให้เมลดาได้เห็น
“แล้วแกได้องค์นี้มายังไง”
“พ่อฉันให้มานี่พอได้ฟังเื่ชวนขนหัวลุกของแกแล้ว ฉันละอยากได้พระดังๆมาบูชาเพิ่มสักองค์สององค์”
“นี่จะเปลี่ยนแนวจากส่องซิกแพคโอปป้าเกาหลีมาเป็ส่องพระแล้วเหรอแก”
“เปล่า…แต่มีพระดีๆ ติดตัวมันก็มีชัยไปกว่าครึ่งนะ คุ้มครอง เป็ที่พึ่งทางใจให้เราได้เดี๋ยวคงขอให้พ่อส่งพระดีๆ มาให้แกคล้องติดตัวบ้าง” คนพูดยิ้มกริ่มนั่นเพราะรู้ว่าพ่อเธอมีพระดีๆ อยู่หลายองค์
“ขอบใจแก”
“นี่แก…” คำเรียกห้วนๆ ของชมพู่ ทำเอาเมลดาใ
“อะไรยะ อยู่ๆเรียกมาซะใ”
“ระหว่างรอพระจากพ่อฉันแกไปบวชชีสะเดาะเคราะห์ไหม เผื่อจะปัดเป่าภูตผีิญญาที่กำลังตามรังควานแกได้บ้าง”
“เอาจริง” เมลดาเลิกคิ้วสูงรู้สึกทะแม่งๆ กับคำแนะนำของชมพู่ชอบกล
“จริงสินี่เลยวัดป่าที่สระบุรี ฉันเพิ่งไปบวชชีพราหมณ์มาเมื่อเดือนที่แล้ว รับรองเริ่ด” เ้าของความคิดหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดรูปวัดที่เธอเพิ่งไปบวชชีพราหมณ์ให้เมลดาได้ดู
“ถ้าแกไปฉันไปอ่ะตกลงไหม”
“ได้” ชมพู่เอ่ยรับทันที
“โอเคตามนี้แต่รอจังหวะเหมาะๆ ก่อนนะแก” เมลดาไม่ปฏิเสธวิธีที่ชมพู่เสนอนั่นเพราะเธออยากไปค้นหาความจริงเหมือนกัน ว่าสิ่งที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้ความจริงแล้วคืออะไร บางทีพระท่านอาจให้คำตอบเธอได้
“อื้อ…ว่าแต่ ตอนนี้แกเห็นผีอีกไหม” พูดเื่นั้นเื่นี้อยู่นานสุดท้ายชมพู่ก็วกกลับมาถามเื่ผีอีกจนได้
“ไม่เห็นแล้ว” คราวนี้เมลดาไม่ได้โกหกเพราะรอบๆ บ้านเธอไม่มีผีเลยสักตนเดียว ที่เธอมองเห็นตอนนี้คือท่านพระภูมิเพิ่งรู้ว่าบ้านเธอมีท่านพระภูมิผู้ชายอายุน่าจะพอๆ กับพ่อเธอคอยช่วยปกป้อง
ซึ่งอย่างหลังเพิ่งจะมองเห็นเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนสงสัยความสามารถจะค่อยๆ มาทีละอย่างสองอย่าง ซึ่งความสามารถพวกนี้คนที่มอบให้ก็ไม่ได้ถงไม่ได้ถามอะไรกันสักคำไหม ว่า้าไหม
“เฮ้อ! โล่งอกไปที ฉันจะได้กลับบ้านได้อย่างสบายใจ”
“ถึงแล้วบอกด้วย”
“ไม่มีปัญหา”ชมพู่ยักคิ้วให้ ก่อนจะกลับออกไป แต่ก็ออกจะระแวงอยู่สักหน่อยยามต้องขับรถผ่านจุดที่เมลดาบอกว่าเห็นผี เธอรีบกระชับพระที่สวมติดตัวอยู่ ท่องนะโมสามจบตามด้วยบทสวดไล่สิ่งชั่วร้าย
หลังจากที่ชมพู่กลับไปแล้วเมลดาก็นอนคิดอะไรของเธออยู่เงียบๆ คงเพราะการมองเห็นิญญารบกวนความคิดทำให้เธอลืมความเสียใจไปได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากจนหายดี บางครั้งเธอก็คิดถึงอันเดรสจนร้องไห้ออกมาอย่างเช่นตอนนี้
“อยู่บนนั้นสบายดีใช่ไหมคะพี่สิงห์”เอ่ยถามเขาไป เธอก็แอบปาดน้ำตา
“เมคิดถึงพี่สิงห์จังเลยค่ะ”เมลดาไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีก เธอร้องไห้ออกมาทั้งๆที่บอกตัวเองว่าจะไม่ร้องอีกแล้วแท้ๆ แต่มันกลับทำไม่ได้เธอเลิกคิดถึงอันเดรสไม่ได้จริงๆ
แต่ชีวิตเธอก็ต้องดำเนินต่อไปแม้จะเศร้าบ้างแต่ก็เลือกที่จะยิ้มให้มากขึ้น มองโลกให้หลายมุมขึ้นและทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยทำมากขึ้น
โชคดีที่เธอเป็คนมองโลกในแง่ดียิ้มง่าย ใช้รอยยิ้มเป็ใบเบิกทางหาความสุขให้ตัวเอง หัวเราะกับเื่เล็กๆ น้อยๆให้เป็นิสัย เพราะเสียงหัวเราะนั่นทำให้เธอสดใสเสมอ
++++++++++++++++++++++++++++++++++
สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกๆ ท่าน
วรนิษฐา ได้เปิดช่องยูทูปเพื่อนำนิยายเสียงไปลงให้ฟังกันแล้วนะคะ
ชื่อช่องว่า Love novel by วรนิษฐา
พิกัดช่อง : https://www.youtube.com/@Vorranitta_Misssexy
ตอนนี้มีอยู่3 เื่ คือ
บอสขา…อย่าพึ่งมารักนามปากกา วรนิษฐา
ซ่านปรารถนานามปากกา Misssexy
รัญจวนรักนามปากกา Misssexy
ฟังจบในคลิปเดียวไม่มีแยกย่อยแต่อย่างใด
เลยอยากเชิญชวนนักอ่านเข้าไปฟังไปให้กำลังใจกันค่ะ
กด Like กด Share กด Subscribe เพื่อเป็กำลังใจสำหรับสร้างคลิปต่อๆไปด้วยน๊า
ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งมาให้ค่ะ
วรนิษฐา & Miss sexy