เมื่อบรรยากาศในลานกว้างเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่บารันตัดสินใจจะสั่งสอนอนาเธอร์ให้รู้ถึงผลที่ตามมาจากการท้าทายกิลด์
กลุ่มของบารันเริ่มเคลื่อนไหว พวกเขาขยับเข้ามาใกล้อนาเธอร์อย่างช้าๆ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากท่าทางที่มั่นใจว่าตนเองแข็งแกร่ง
แรงกดดันมหาศาลก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของบารัน พลังที่ถูกเก็บกดไว้ในใจของเขาถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความกดดันที่รุนแรง
หลายคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆต่างรู้สึกถึงพลังที่แผ่ออกมา ราวกับว่าพวกเขารับรู้ได้ถึงความอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ผู่้เล่นทุกคนถอยออกไปไกลๆซะ! ใครอยู่ก็ระวังโดนลูกหลงจากพวกเขา”
เสียงคำเตือนดังขึ้นในฝูงชน ทำให้ผู้คนที่ยังยืนอยู่ใกล้ๆต่างรีบถอยออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ บรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับกลายเป็นความหวาดกลัวในพริบตา
ผู้เล่นบางคนที่ไม่อยากพัวพันกับเรื่องนี้ถึงกับวิ่งออกจากลานกว้างเพื่อความปลอดภัย
“พวกแกเอาจริงเรอะ?”
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดนั้น พ่อบ้านชราและบอดี้การ์ดทั้งสี่ก็เริ่มแสดงอาการตื่นตระหนกเล็กน้อย
แม้พวกเขาจะเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง แต่การเผชิญหน้ากับผู้เล่นกิลด์หอคอยอุโรโบรอสที่มีสมาชิกระดับสูงและมีชื่อเสียงมากเช่นนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรประมาท
“ดูเหมือนคงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว!”
พ่อบ้านชราเป็นคนแรกที่เคลื่อนไหว เขารีบขยับตัวมาเบื้องหน้าอนาเธอร์ทันที พร้อมกับบอดี้การ์ดทั้งสี่ที่ก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
“นายน้อย.. ถ้าได้จังหวะท่านรีบหลบหนีไปเลยนะขอรับ!”
พ่อบ้านพูดด้วยน้ำเสียงที่กังวล พร้อมกับสีหน้าท่าทางที่จริงจังเป็นอย่างมาก
ไม่รอช้า พ่อบ้านชราและบอดี้การ์ดทั้งสี่คนต่างหยิบอุปกรณ์ภายใน ช่องว่างมิติของตนออกมา ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
“นี่มัน..อาชีพดาบโล่?”
พวกเขาเริ่มสวมใส่ชุดเกราะและเตรียมอาวุธอย่างรวดเร็ว บอดี้การ์ดทั้งสี่เป็นอาชีพสายต่อสู้ แต่ละคนสวมใส่ชุดเกราะระดับสูงที่ทอจากแร่หายากและแสดงถึงพลังการป้องกันที่แข็งแกร่ง
ท่าทางของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะปกป้องอนาเธอร์อย่างเต็มที่
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือพ่อบ้านชราที่ดูไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เขาน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก พ่อบ้านชราสวมใส่ชุดคลุมจอมเวทย์สีขาวที่ปักลวดลายสีเงินละเอียดอ่อนตลอดทั้งตัว บ่งบอกถึงตำแหน่งและความสามารถในการควบคุมเวทมนตร์ชั้นสูงที่ไม่ธรรมดา ในมือของเขาถือไม้คาถายาสที่ถูกสร้างขึ้นด้วยไม้สลักพิเศษ เป็นเหมือนไอเทมระดับสูง แสงสีทองเรืองรองล้อมรอบไม้คาถานั้น ราวกับว่ามันเต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณที่ไร้ขีดจำกัด
“อาชีพตำนาน จอมมนตราแห่งน้ำแข็ง!”
หัวใจของอนาเธอร์เต้นระรัวขึ้น ถึงจะมองไม่เห็นค่าสถานะเพราะระดับที่แตกต่างกัน แต่แค่ได้เห็นไม้คทา ตัวของเขาก็ทราบได้ในทันที
“ปัง!”
พลังเวทมนตร์ที่ปะทุขึ้นจากพ่อบ้านชราเริ่มก่อเกิดเป็น ออร่าแห่งน้ำแข็งจิตวิญญาณที่แผ่กระจายออกไปรอบตัว มันเป็นพลังที่ทำให้ผู้คนรอบบริเวณใกล้เคียงต่างรับรู้ได้ มับ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่และความน่าเกรงขามได้อย่างชัดเจน
“ขะ..แข็งแกร่งจริงๆ.. ชายชราคนนั้นเป็นถึงอาชีพพิเศษเลยนะ”
“เลเวลละ? พวกเขาทั้งห้าคนเลเวลเท่าไหร่กันแน่ ให้ความรู้สึกที่น่าหวั่นเกรงจริงๆ!”
ผู้เล่นหลายคนที่ยืนดูอยู่ถึงกับต้องถอยห่างออกไปโดยไม่รู้ตัว ความกดดันที่เกิดขึ้นจากค่าจิตวิญญาณนี้บอกว่าพวกเขาไม่ควรเข้าใกล้
“จอมมนตราแห่งน้ำแข็งเลเวล 650”
“เก็บงำอาชีพของตนเองได้ดีนี่ไอ้แก่!”
บารันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นพลังเวทมนตร์ที่เปล่งออกมาจากพ่อบ้านชรา ใบหน้าของบารันที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวตอนแรกเริ่มแสดงอาการลังเล แต่ความโกรธที่สะสมมาจากการถูกดูหมิ่น และความอับอายที่เกิดขึ้นต่อหน้าผู้คนมากมาย ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไม่หยุด
พ่อบ้านหันหน้ามาทางบารัน แววตาของเขาฉายแววเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ
เขาไม่ได้กลัวกลุ่มผู้เล่นจากกิลด์หอคอยอุโรโบรอสเลยแม้แต่น้อย ด้วยความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าและประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน พ่อบ้านชราแน่ใจว่าเขาสามารถปกป้องอนาเธอร์และกำจัดศัตรูที่เข้ามาได้อย่างง่ายดาย
“บารัน.. ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าต้องการทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้... ”
“แต่ถ้าพวกเจ้ายังยืนกราดที่จะลงมือ พวกเจ้าจะต้องเสียใจแน่ เพราะนายน้อยท่านนี้เป็นทายาทของตระกูลซิกฟรีด!”
คำพูดของพ่อบ้านชราดังก้องไปทั่วลานกว้าง มันเป็นคำเตือนที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเด็ดขาด
“ตะ..ตระกูลซิกฟรีด?!! หนึ่งในตระกูลที่ทรงอำนาจของโลกนั่นนะเหรอ”
ผู้เล่นรอบข้างที่ยังคงอยู่ใกล้ๆต่างตกตะลึงเป็นอย่างมาก ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำพูดใดๆ
ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นจากการเผชิญหน้าระหว่างสองกลุ่มนี้ทำให้ทุกคนรับรู้ได้ว่าหากมีการต่อสู้เกิดขึ้น มันจะกลายเป็นการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน
“ตระกูลซิกฟรีด..”
พวกบารัมเมื่อได้รับฟังก็ต้องหยุดชะงัก พวกเขาหันมองหน้ากันอย่างอึ้งๆ
กระทั่งมีบางคนได้หลุดขำออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า ทายาทแห่งตระกูลผู้ยิ่งใหญ่จะมาทำอะไรในที่ดาดๆแบบนี้วะ”
“นั่นสิ เป็นแบบนี้แล้ว ใครๆก็คงบอกได้ว่าตนเองมาจากตระกูลซิกฟรีด”
“อยากจะเอาตัวรอดเหรอไง? บอกเลยว่าไม่มีทาง ยังไงพวกแกก็หนีไม่พ้นหรอก”
ผู้เล่นจากกิลด์หอคอยอุโรโบรอสพูดกล่าวอย่างเย้ยหยัน ทั้งสีหน้าแววตาดูไม่เชื่อคำพูดของพ่อบ้านชราเลยซักนิด
“ดูเหมือนพวกโง่จะมีอยู่เต็มไปหมด.. ไม่เกรงกลัวผลที่ตามมาเลยซักนิด”
อนาเธอร์ทำได้เพียงถอนหายใจออกมา แต่สิ่งที่พวกมันพูดก็ไม่ผิดนักหรอก เพราะเขาเองก็ไม่ได้เปิดเผยตัวต่อสาธารณชน โลกภายนอกไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าและรูปลักษณ์ของเขา มีเพียงแค่ชื่อเสียงและคำเล่ารือที่ถูกเผยแพร่ต่อๆกันไป
“ลงมือสั่งสอนพวกมันซะ!”
ทันทีที่บารันตัดสินใจลงมือ เสียงสั่งการของเขาดังก้องไปทั่วลานกว้าง
การสั่งการนั้นราวกับเป็นสัญญาณเปิดฉากการต่อสู้ที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ ผู้เล่นสองคนจากกิลด์หอคอยอุโรโบรอสที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด
“โดนพวกข้าจัดการซะตาแก่!”
ไม่รอช้า พวกเขาพุ่งตรงเข้าไปโจมตีบอดี้การ์ดของอนาเธอร์ที่ยืนอยู่ในแถวหน้าทันที
ผู้เล่นคนแรกเป็นนักรบตัวใหญ่ที่ถือดาบใหญ่ในมือ เขาเหวี่ยงดาบด้วยพลังทั้งหมด ฟันลงมาที่บอดี้การ์ดคนหนึ่งด้วยความรุนแรง
เป้าหมายของเขาคือการทำลายการป้องกันของอีกฝ่ายให้ได้ในครั้งเดียว
เสียงดาบที่หวีวร้องในอากาศดังขึ้นชัดเจน ขณะเดียวกันพื้นดินที่อยู่ใต้เท้าของบอดี้การ์ดก็สั่นสะเทือนขึ้น
“ทักษะสกิล โล่ทองปัดป้อง!”
แต่บอดี้การ์ดคนนั้นไม่หวั่นไหว แววตาของเขาเฉยชา และยกโล่สีทองขึ้นมาป้องกันได้อย่างรวดเร็ว โล่สีทองนั้นเปล่งประกายสว่างออกมาราวกับเป็นเกราะป้องกันที่ไม่มีวันพังทลาย ประหนึ่งเป็นกำแพงเหล็กเลยก็ว่าได้
“ปัง!”
ดาบใหญ่ของนักรบพุ่งลงมาปะทะกับโล่ ทำให้เกิดเสียงกระแทกที่ดังกึกก้อง ผืนดินรอบๆบริเวณที่บอดี้การ์ดยืนอยู่ก็แตกร้าว บังเกิดเป็นรอยแตกที่เหมือนกับเส้นใยแมงมุม
แต่โล่ของบอดี้การ์ดยังคงยืนหยัดอยู่ ไม่แตกหรือเสียหายแม้แต่น้อย ตอนนั้นชายวัยกลางคนก็คำรามก้อง และตวัดดาบในมือออกไป ส่งผลให้ผู้ใช้ดาบใหญ่ต้องรีบหลบ
“หึ? พวกแกไม่เลยนี่!”
ในเวลาเดียวกัน ผู้เล่นอีกคนหนึ่งที่เป็นนักสู้สายมือเปล่าพุ่งเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง
“ทักษะสกิล หมัดเพลิงกัมปนาท!”
เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มือขวาของตน จากนั้นก็ปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยเปลวไฟออกมา พลังไฟนั้นแผ่กระจายออกไปรอบตัว ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความร้อนที่รุนแรง
นักสู้คนนั้นฟาดหมัดตรงเข้าใส่บอดี้การ์ดอีกคน หมายจะทำลายการป้องกันของอีกฝ่าย
“ฝันไปก่อนเถอะ!”
ทันทีที่หมัดเพลิงกำลังจะเข้าปะทะกับเป้าหมาย พ่อบ้านชราที่ยืนอยู่ด้านหลังของบอดี้การ์ดเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ดวงตาของเขาเป็นประกายเยือกเย็น ในชั่วพริบตานั้นเขาตัดสินใจลงมือเพื่อป้องกันการโจมตีของฝ่ายศัตรู
“ทักษะสกิล อาณาเขตเยือกแข็ง!”
พ่อบ้านชรากระทุ้งไม้เท้าเวทมนตร์ของเขาลงไปบนพื้นเบื้องหน้า เสียงกระแทกดังขึ้น ตามด้วยแรงสั่นสะเทือนที่แพร่กระจายไปทั่ว ก่อนที่ทุกคนจะทันได้ตั้งตัว เวทมนตร์แห่งน้ำแข็งก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากไม้เท้าของพ่อบ้านชรา
“ครืนนนนนนนนนนนน!”
พลังเวทมนตร์ที่เย็นเยียบแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วทั้งพื้นที่ พื้นดินรอบๆกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา
“กะ..เกิดอะไรขึ้นวะ—?!!”
เปลวไฟจากหมัดของนักสู้ที่พุ่งตรงมาถูกน้ำแข็งหยุดยั้งทันที หมัดเพลิงของเขาเมื่อกระทบกับพลังน้ำแข็งอันรุนแรงก็ถูกดับลงไปอย่างรวดเร็ว พลังงานเย็นแช่แข็งเปลวไฟที่ร้อนแรง ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่ในตอนแรก นักสู้คนนั้นตกตะลึงเมื่อเห็นพลังของตนถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดาย
“สกิลของมันเรอะ!”
และก่อนที่พวกมันจะได้ตอบสนองใดๆ พื้นดินรอบตัวเขาก็เริ่มถูกน้ำแข็งเข้าครอบงำ
อาณาเขตเยือกแข็งได้แพร่กระจายออกไปด้วยความรวดเร็ว มันครอบคลุมทุกพื้นที่และแช่แข็งทุกสิ่งที่อยู่ในเส้นทางของมัน
เหล่าผู้เล่นจากกิลด์หอคอยอุโรโบรอสที่อยู่ใกล้กับพ่อบ้านชราหรือบอดี้การ์ด ต่างถูกเวทมนตร์น้ำแข็งนี้กักขังไว้โดยไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ทัน พวกเขาถูกแช่แข็งจนกลายเป็นรูปปั้นบางคนยังอยู่ในท่าที่กำลังพุ่งเข้าโจมตี แต่ร่างของพวกเขาหยุดนิ่งไปโดยสิ้นเชิง
ผิวหนังและชุดเกราะของพวกเขาถูกปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็งบางๆ มันหนาพอจะทำให้พวกเขาขยับตัวไม่ได้
“ปล่อยไว้แบบนี้พวกเราขายหน้าแน่ๆ”
บารัมเห็นคนในกิลด์ถูกแช่แข็งก็ขมวดคิ้วแน่น ขณะฝ่ามือที่กำลังไขว้กันอยู่ทางด้านหลังได้ลอบติดต่อไปหาใครบางคนแล้ว
...
ง้อววว พ่อบ้านก็มีของเหมือนกันนี่ 555+