สองคาบเรียนสุดท้ายวันพฤหัสบดีเป็นวิชาพลศึกษา
กลุ่มผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นจะเลือกเล่นวอลเลย์บอล แบดมินตัน หรือนั่งจับกลุ่มคุยกัน แต่สำหรับสาวแกร่งอย่างห้องสองแล้ว พวกเธอกลับเลือกที่จะเล่นฟุตบอล
ซึ่งตามปกติแล้ววิชาพละจะเรียนกันบนโรงยิม แต่ในวันนี้พวกเขาเรียนกันที่สนามกลางแจ้งที่ถูกล้อมรอบโดยลู่วิ่ง
"ลงสนามมากันให้เลยหนุ่มๆ เดี๋ยวแม่จะเตะแข้งขาหักให้หมด!"
เด็กนักเรียนสาวสี่คนจากห้องสองยืนห้าวด่องๆ อยู่กลางสนามบอล พวกเธอสวมเสื้อพละสีฟ้าและกางเกงวอร์มสีดำแถบฟ้าสลับขาว
เมื่อเด็กสาวทั้งสี่ยืนอยู่กลางสนามฟุตบอล มันสร้างทิวทัศน์ที่สวยงามและดึงดูดสายตาของคนรอบข้างได้โดยง่าย โดยเฉพาะใบหน้าที่งดงามกับสรีระที่เข้ารูปของพวกเธอ เด็กผู้ชายจำนวนมากที่เดินผ่านมาต่างต้องหยุดยืนมอง
"อย่ามัวเอาแต่มองไอ้พวกไก่อ่อน ลงสนามมาเตะบอลกับแม่เดี๋ยวนี้!" หนึ่งในเด็กสาวทั้งสี่หยิบลูกบอลขึ้นมาแล้วเตะใส่หนุ่มๆ ที่ยืนอยู่รอบๆ สนาม
"ฟิ้วว~"
ลูกฟุตบอลพุ่งลอยใส่หนุ่มด้วยความเร็วสูง ลูกบอลถูกเตะโด่งลอยโค้งตัดผ่านอากาศ จะสังเกตได้เลยว่าด้วยความรุนแรงของลูกบอลที่ลอยพุ่งไปอย่างรวดเร็ว มันสามารถบอกได้ว่าผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ที่เตะลูกบอลลูกนี้มาอย่างแน่นอน
ลูกฟุตบอลขนาดเบอร์ห้าตัดผ่านอากาศพุ่งลอยตรงไปยังที่ใบหน้าของวินเทอร์ ถ้าสมมุติว่าหัวของวินเทอร์โดนบอลลูกนี้เข้าไปจะต้องลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงบนพื้นแน่นอน
"กรี๊ดดด!"
เมื่อบรรดาสาวในคาบเห็นฉากนี้ พวกเธอต่างพากันกรีดร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว
ซัมเมอร์ที่ยืนอยู่ข้างตกใจและร้องตะโกนออกมาว่า "พี่วิน!!!"
ทันใดนั้นเมฆาชักมีดที่ซ่อนเอาไว้ ฟันผ่าครึ่งลูกบอลที่พุ่งเข้ามา ลูกบอลที่ถูกฟันขาดเป็นสองท่อนลอยพุ่งผ่านสายตาของวินเทอร์ไป แรงลมที่เกิดจากลูกบอลทำให้ผมที่ปรกอยู่ที่หน้าผากของวินเทอร์ปลิวพลิ้วไสวไปตามแรงลม
ไม่รอช้า เมฆาควักปืนออกมาชี้ตรงไปทางเด็กสาวทั้งสี่และเตรียมที่จะลั่นไก แต่ก็ถูกวินเทอร์หยุดเอาไว้ก่อน ไม่งั้นพวกเธอทั้งสี่อาจจะได้ไปเยี่ยมเยียนท่านยมแล้ว
พวกทั้งสี่คนที่รอดผ่านไปจากความตายได้ ทิ้งตัวนั่งลงจมปลักกับพื้นพร้อมร้องไห้ปล่อยเสียงโฮออกมาดัง
ถ้าเป็นเวลาปกติแล้ว จะต้องมีหนุ่มๆ เข้าไปปลอบพวกเธอไม่ขาดสายแน่นอน แต่ทว่าเวลานี้กลับไม่มีใครกล้าที่จะขยับแม้แต่คนเดียว
"ฉิบหายแล้ว! ฉิบหายแล้ว! ศึกชิงจักรพรรดิได้เริ่มขึ้นแล้ว!!!"
กลุ่มนักเรียนชายจากห้องสิบทุกระดับชั้นที่ก่อนหน้านี้พากันโดดเรียนไปตั้งแต่คาบแรกๆ เวลานี้วิ่งสีหน้าแตกตื่นตะโกนแหกปากลั่นโรงเรียน
เสียงตะโกนแหกปากของนักเรียนห้องสิบ ทำให้บรรดานักเรียนเก่าถึงกับหน้าถอดสี ส่วนทางด้านเด็กใหม่ที่พึ่งมาเข้าเรียนไม่ถึงปีก็ต้องเกาหัวด้วยความสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจึงถามเพื่อนๆ ของตนที่เป็นนักเรียนเก่าด้วยความสงสัย
วินเทอร์เองก็รู้สึกสนใจไม่น้อยว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น และใช้เวลาไม่นานข่าวคราวต่างๆ ก็ได้มาถึงหูของวินเทอร์
เรื่องนี้พึ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่นานเท่านั้น ซึ่งมันเกิดจากทางฝั่งนักเรียนชั้นมัธยมต้นที่เลิกเรียนกันไปก่อนเวลาปกติ กลุ่มเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สามจำนวนสามคนที่กำลังเดินทางกลับบ้าน ระหว่างเดินทางก็ได้ถูกกลุ่มเด็กต่างสถาบันราว 6-7 คน ดักรุมทำร้ายเพื่อแย่งชิงหัวเข็มขัดโรงเรียน
ทางฝั่งห้องสิบที่กำลังโดดเรียนอยู่บริเวณละแวกแถวนั้นได้ทราบข่าว พวกเขาก็โทรตามพวกแล้วไปช่วยเหลือรุ่นน้อง ทำให้เกิดการปะทะระหว่างสองโรงเรียนขึ้น จนเป็นเหตุชุลมุนครั้งใหญ่ ทำให้ผู้คนบริเวณโดยรอบเดือดร้อนกันไม่น้อย
ถึงแม้ว่าห้องสิบจะสามารถช่วยเหลือรุ่นน้องทั้งสามคนไว้ได้ แต่การปะทะกันครั้งนี้ก็เป็นเหมือนการเปิดประกาศเริ่มต้นสงครามระหว่างสถาบันขึ้นเรียบร้อยแล้ว
"ศึกชิงจักรพรรดิ?" วินเทอร์ขมวดคิ้ว
"บอส!" นักเรียนจากห้องเก้าเดินมาตรงหน้าวินเทอร์ พร้อมโค้งคำนับกันอย่างพร้อมเพรียง
"บอสเป็นนักเรียนใหม่อาจจะยังไม่ทราบ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังเองครับ" ต้น รองหัวหน้าห้องเก้าเดินเข้ามาหาวินเทอร์ด้วยความนอบน้อม
ส่วนทางด้านน้อยหน่าที่เป็นหัวหน้า เธอได้เข้าไปรวมกลุ่มกับทางฝั่งซัมเมอร์แล้วเรียบร้อย น้อยหน่าเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในห้องเก้า ทำให้เธอไม่มีเพื่อนสาววัยเดียวกันเลย ในห้องเธอก็มีแต่เหล่าชายฉกรรจ์นักเลงหัวไม้ทั้งนั้น
แถมเวลานี้ห้องเก้าก็ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กเดินของวินเทอร์ ทำให้เธอมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับสาวๆ จากห้องสี่ และซัมเมอร์ที่เป็นแฟนของวินเทอร์ก็ไม่ต่างไปจากนายหญิงของเธอ
"ในจังหวัดของพวกเรา โรงเรียนต่างๆ จะถูกแบ่งออกเป็นสี่สังกัด คือ โรงเรียนเอกชน โรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนวัด และอาชีวะ"
"ภายในแต่ละสังกัดจะมีการจัดอันดับแบ่งเป็นเทียร์ และทุกปีจะมีสี่โรงเรียนภายใต้สังกัดที่อยู่ในระดับเทียร์ A จะต้องเป็นตัวแทนในการเผชิญหน้ากับสังกัดอื่น เพื่อชิงตำแหน่งจักรพรรดิในปีนั้น!"
วินเทอร์นึกไปถึงเหตุการณ์ที่ปะทะกันหน้าโรงเรียนก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "พวกเราอยู่เทียร์ A?"
"ใช่ครับ..." ต้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูฝืนๆ เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าวินเทอร์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ต้นจึงรีบอธิบายต่อว่า "ถ้าเป็นตามปกติแล้ว โรงเรียนของพวกเราไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เพราะว่าทุกแก๊งในทุกระดับชั้นจะต้องมาสู้กันเพื่อหาผู้นำและรวมบ้านหนองจระเข้ให้เป็นหนึ่ง"
"แต่อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตอนนี้ทุกแก๊งทางฝั่ง ม.ปลายที่ถูกบอสกระทืบไปตอนภาคฤดูร้อน พวกเขาได้ยกให้บอสเป็นผู้นำอย่างไร้ซึ่งข้อกังขาแล้ว จะเหลือก็แค่พวกเด็ก ม.ต้นเท่านั้นแหละครับ"
วินเทอร์ที่นั่งฟังอยู่ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก นี่เขาที่เป็นถึงเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและเป็นถึงอาชญากรระดับโลก แต่ตอนนี้เขาได้กลายไปเป็นหัวโจกของพวกเทวตัวน้อยไปซะแล้ว
"การจัดอันดับเทียร์ต่างๆ ใช้อะไรเป็นเกณฑ์?" วินเทอร์รู้สึกสงสัยไม่น้อย
"บางโรงเรียนอาจจะต้องพิสูจน์ความแข็งแกร่งด้วยการต่อสู้กันเองภายในสังกัด แต่ว่าโรงเรียนของพวกเราในศึกครั้งที่ผ่านๆ มา ทำผลงานเอาไว้ได้ดีตลอด เลยทำให้พวกเราถูกจัดอยู่ในเทียร์ A" ต้นยิ้มตอบกลับอย่างภูมิใจ
"เวลามันไม่กระชั้นชิดไปหน่อยเหรอ?"
ถ้าไม่นับรวมภาคการศึกษาฤดูร้อน ทุกโรงเรียนในจังหวัดยังเปิดเทอมกันไม่ถึงเดือนเลยด้วยซ้ำ แล้วโรงเรียนต่างๆ จะเอาเวลาไหนไปจัดอันดับเทียร์กันภายในสังกัด?
ถึงแม้ว่าจะมีโรงเรียนที่แข็งแกร่งและมีผลงานให้เห็นได้ชัดแบบโรงเรียนของวินเทอร์ แต่สุดท้ายแล้วไม่มีใครสามารถยืนได้ค้ำฟ้า
"อันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ" ต้นเองก็รู้สึกสงสัยไม่น้อยเหมือนกัน
วินเทอร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งการออกไปว่า "ไปเรียกรวมพวก ม.ปลายมาให้หมด ใครไม่มาเดี๋ยวฉันจะให้เมฆาไปคุยกับพวกมันแบบส่วนตัว"
"ครับ!" เด็กหนุ่มจากห้อง ม.4/9 โค้งหัวทำความเคารพ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตามตัวนักเรียน ม.ปลายทุกระดับชั้น
"น่าสนใจ" วินเทอร์ยิ้มจางๆ
วินเทอร์รู้สึกน่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่น้อย ชายที่เพียงแค่กระดิกนิ้วก็สามารถกำหนดทิศทางของโลกนี้ได้ แต่เวลานี้ได้ลดตัวมารับบทเป็นผู้นำเหล่าวัยรุ่นสร้างตัว เพื่อยกพวกไปต่อยตีกัน มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครแม้แต่จะกล้าคิด
"แกคิดว่าไง?" วินเทอร์หันไปถามเมฆา
"ผมพอจะได้ยินคนในแก๊งพูดถึงเรื่องนี้ และคนในแก๊งของพวกเราบางคนก็เคยเป็นหนึ่งในนักเรียนพวกนั้นครับ"
"แล้วเจ้าเด็กพวกนี้มันจะสู้กันไปทำไม? เพื่อตำแหน่งจักรพรรดิเหรอ?" วินเทอร์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา
ศึกชิงจักรพรรดิไม่ต่างอะไรไปจากเด็กน้อยทะเลาะแย่งของเล่นกันในสายตาของวินเทอร์เลย
ผ่านไปได้สักครู่หนึ่ง เด็กนักเรียน ม.ปลายทุกระดับชั้น ไม่เว้นแม้แต่นักเรียนหญิง พวกเขาทั้งหมดได้มารวมตัวกันที่สนามบอล ไม่มีใครสักคนที่ขาดไป เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่าถ้าไม่มาจะพบจุดจบอย่างไร
"แล้วพวกนักเรียนหญิงนี่?" วินเทอร์ขึ้นไปนั่งบนสแตนด์เชียร์ กวาดสายตามองนักเรียนนับร้อยด้านล่าง
"เอ่อ...ถึงจะมีแก๊งผู้หญิงอยู่ด้วย แต่พวกเธอส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้อยู่แล้วครับ" ต้นเกาหัวแกร่กๆ
"บอกให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องกลับไป" วินเทอร์โบกมือเบาๆ
หลังจากแยกกลุ่มนักเรียนหญิงที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปแล้ว วินเทอร์ก็หันไปพยักหน้าให้เมฆาเป็นคนพูด
เมฆาหยิบโทรโข่งขึ้นมา ตะเบ็งเสียงออกไปว่า "เด็ก ม.ต้น คนไหนที่มันกล้าต่อต้านคุณชาย ฆ่าพวกมันให้หมด!"
"ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!" เหล่าเด็กนักเรียนชาย ม.ปลายกำหมัดชูขึ้นฟ้าประสานเสียงก้อง
ทันใดนั้น กลุ่มนักเรียนชายมัธยมปลายทุกระดับชั้นได้ยกโขยงบุกไปยังตึกมัธยมต้น และเริ่มทำการไล่กระทืบรุ่นน้องชายทีละคน พร้อมพูดกรอกหูให้พวกน้องๆ ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัววินเทอร์
เวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเนิร์ดหรือติ๋มมากแค่ไหน พวกเขาก็ต้องฮึดสู้ เพราะชายที่ชื่อว่าวินเทอร์นั่น น่ากลัวกว่าพวกกลุ่มคนที่ชอบมารุมกลั่นแกล้งบูลลี่พวกเขาหลายพันเท่า
คนที่สามารถชักปืนขึ้นมายิงในที่สาธารณะ อีกทั้งยังฆ่าคนได้โดยไม่ต้องรับโทษอะไรทั้งสิ้น สำหรับเขาแล้วกฎหมายทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย มันไม่ต่างอะไรไปจากกระดาษ
ส่วนที่สำคัญที่สุดคือ ชายคนนี้ยังเป็นมาเฟียตัวจริง! ต่อให้พวกเขาโทรแจ้งตำรวจไป แต่คนที่โดนจับน่าจะเป็นพวกเขาคนที่โทรแจ้งไปมากกว่า
การไม่ขัดขืนและเชื่อฟังคำสั่งของชายคนนี้ เป็นหนทางรอดเพียงหนทางเดียวของพวกเขา
จะสงครามศึกชิงจักรพรรดิอะไรก็ช่างแม่งเถอะ การที่ไม่ถูกวินเทอร์ฆ่าตายแล้วกลายเป็นศพไร้ญาติมันดีกว่าตั้งเยอะ แถมพวกเขายังสามารถอาละวาดได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกอาจารย์หรือกฎหมายลงโทษอีก เพราะสุดท้ายแล้วพวกเขาก็มีรุ่นใหญ่รุ่นโต๋อย่างวินเทอร์เป็นคนหนุนหลังให้อยู่แล้ว พวกเขาสามารถบ้ากันได้เต็มที่!!!