บทที่ 50: ชื่อเสียงและทรัพย์สิน
หลิงเซียวจัดการกับซากของพยัคฆ์เงามายาอย่างชำนาญ เขานำชิ้นส่วนที่ล้ำค่าที่สุดออกมา...แก่นอสูรระดับสร้างแก่นแท้ขั้นกลางที่ยังคงอุ่นอยู่, เขี้ยวสีดำสนิทสองซี่ที่คมกริบราวกับใบมีด, และที่สำคัญที่สุด...คือศีรษะของมันเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันภารกิจ
เขาเก็บทุกอย่างเข้าถุงเก็บของและออกเดินทางกลับสู่เมืองระฟ้าทันที
วันรุ่งขึ้น เขาก็ก้าวเท้ากลับเข้าไปในหอคอยนักล่าอีกครั้ง
บรรยากาศภายในยังคงอึกทึกครึกโครมเช่นเคย นักล่าบางคนที่จำเขาได้จากการรับภารกิจเมื่อวานหันมามองด้วยสายตาที่แตกต่างกันไป บางคนเยาะเย้ย, บางคนรอดูความล้มเหลว, บางคนส่ายหน้าอย่างสมเพช
"ดูนั่นสิ! เจ้าเด็กผมเงินกลับมาแล้ว!"
"ฮ่าๆๆ กลับมาเร็วจริงๆ! สงสัยพอไปเห็นร่องรอยของพยัคฆ์เงามายาก็กลัวจนหางจุกตูดกลับมาสินะ!"
"การยอมแพ้ภารกิจไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอกเจ้าหนู อย่างน้อยก็ยังดีกว่าการไปตายโง่ๆ"
หลิงเซียวไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ส่งมอบภารกิจด้วยฝีเท้าที่มั่นคง
พนักงานหญิงคนเดิมที่เคยรับเรื่องของเขามองมาด้วยแววตาประหลาดใจ "เจ้ากลับมาแล้วรึ? จะยกเลิกภารกิจใช่หรือไม่?"
หลิงเซียวไม่ตอบ แต่กลับวางม้วนภารกิจของตนเองลงบนโต๊ะ
จากนั้น...เขาก็หยิบบางสิ่งออกมาจากถุงเก็บของ
ตุ้บ!
ศีรษะของพยัคฆ์เงามายาที่ดวงตายังคงเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อถูกวางลงบนเคาน์เตอร์อย่างแรง! กลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่จางหายดีลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ!
เสียงพูดคุยรอบๆ เคาน์เตอร์พลันเงียบกริบ!
พนักงานหญิงเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า มือของนางสั่นเทาจนทำอะไรไม่ถูก นางรีบตะโกนเรียกผู้ดูแลทันที "ท่าน...ท่านผู้คุมกฎเกณฑ์หยาง!"
ชายชราตาเดียวเดินออกมาจากห้องด้านหลังด้วยท่าทีเบื่อหน่ายเช่นเคย แต่เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปยังศีรษะบนเคาน์เตอร์...ความเบื่อหน่ายนั้นก็พลันสลายหายไปในพริบตา!
"นี่มัน..." เขาก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ ดวงตาข้างเดียวของเขาหรี่ลงและตรวจสอบอย่างละเอียด...รอยขนสีดำสนิท...ลวดลายมายาจางๆ ที่หน้าผาก...และบาดแผลเพียงแห่งเดียวที่ทะลวงจากใต้คางขึ้นสู่สมอง!
"เป็นมันจริงๆ...พยัคฆ์เงามายาแห่งเหมืองศิลาทมิฬ!" ผู้คุมกฎเกณฑ์หยางประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง!
คำพูดนั้นราวกับเป็นระเบิดที่ถูกจุดขึ้นกลางโถงใหญ่!
!!!
ความเงียบถูกทำลายลงด้วยเสียงฮือฮาที่ดังสนั่นหวั่นไหว!
"เป็นไปไม่ได้!!!"
"เขาไปคนเดียว! และกลับมาในเวลาเพียงวันเดียว! แถมยังไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!"
"สวรรค์! เขาทำได้อย่างไรกัน! ขนาดกลุ่มของ 'ดาบวายุ' ที่มีนักล่าระดับเงินสามคนยังต้องตายไปสองคน!"
บัดนี้ ไม่มีใครมองเขาด้วยสายตาดูแคลนอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความตกตะลึง, ความไม่เชื่อ, และความหวาดกลัวอย่างสุดขีด!
พนักงานหญิงที่ได้สติกลับมารีบดำเนินการมอบรางวัลให้เขาทันที นางปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพสูงสุดราวกับรับใช้ราชา "นะ...นายท่าน นี่คือรางวัลของท่าน ศิลาปราณระดับต่ำ 300 ก้อน และนี่คือเขี้ยวพยัคฆ์เงาที่ท่านได้รับตามภารกิจ"
หลิงเซียวรับถุงศิลาปราณที่หนักอึ้งและเขี้ยวอสูรมาเก็บอย่างใจเย็น สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง ราวกับว่าการสังหารสัตว์อสูรในตำนานเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
ขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ เสียงพูดคุยของเหล่านักล่าก็ดังเข้าหูของเขาอีกครั้ง
"ข้าบอกแล้ว...เขาไม่ใช่คน...ใบหน้าราวกับเทพเซียน แต่วิธีการอำมหิตราวกับอสูร..."
"อสูรผมเงิน...ฉายานี้...เหมาะสมกับเขายิ่งกว่าใคร!"
บัดนี้ ฉายา "อสูรผมเงิน" ไม่ได้ถูกเอ่ยขึ้นมาเล่นๆ อีกต่อไปแล้ว แต่มันได้กลายเป็นชื่อที่ถูกกล่าวขานด้วยความยำเกรงอย่างแท้จริง
หลิงเซียวเดินออกจากหอคอยไป ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงตำนานบทใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และสายตานับไม่ถ้วนที่มองตามแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
เขามีทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สินแล้ว...ถึงเวลาที่จะเริ่มแผนการขั้นต่อไป