The Possible Man

    ตอนที่ 40 : เที่ยว ( 3 )

    อ้างอิง : https://i.redd.it/0rmslj81eftz.jpg




    ท้ายที่สุด หินก็ตัดสินใจที่จะเข้าไปในถ้ำตามคำแนะนำของลุงคนขับเรือ ถ้าจะให้เขารออยู่บนเรือที่กำลังโคลงไปมาแบบนี้ เขาคงไม่ไหวแน่ๆหินไม่ได้นำชุดมาเปลี่ยนด้วย ชุดที่หินใส่มามันเป็นชุดสำหรับเดินชายหาด กว่าจะหมดทริปก็เย็นๆ หินไม่อยากให้เสื้อมันเปียกเพราะเขาไม่อยากสวมใส่เสื้อที่เปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหินจึงตัดสินใจที่จะถอดเสื้อออก ส่วนกางเกงหินต้องยอมให้มันเปียก ถ้าจะให้ถอดจนเหลือแต่กางเกงในมันก็น่าอายเกินไปสำหรับหินสุดท้ายหินจึงได้ถอดเสื้อออก ก่อนที่จะนำเสื้อชูชีพที่ลุงคนขับเรือเตรียมไว้ขึ้นมาใส่ทันทีที่หินถอดเสื้อ ผิวพรรณที่แลดูสุขภาพดีของหินก็เผยแพร่ให้คนอื่นได้เห็น“-///-” มิ้วหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย เธอไม่เคยคิดเลยว่าหุ่นและผิวของหินจะดูดีขนาดนี้ หินไม่ได้อ้วน ไม่ได้ผอม ค่อนข้างมีกล้ามเนื้อเล็กน้อย ดูพอดี อีกทั้งยังเรียบเนียนและขาวใสอีกด้วย ดูดีกว่าผู้หญิงหลายๆ คนซะอีกขนาดจอยที่ถือว่าเป็นสาวสวยเซ็กซี่ยังเลิกคิ้วขึ้นมาพร้อมพยักหน้ายอมรับเบาๆ เธอยอมรับเลยว่าแม้หินจะหน้าตาดูธรรมดาทั่วไป แต่ผิวพรรณของหินกลับดูดีเป็นอย่างมาก ประหนึ่งผิวของเด็กทารกแรกเกิด‘ถ้าลองจับดูมันจะเหมือนกับผิวเด็กทารกไหมนะ...’ จอยคิดขึ้นในใจ แต่เธอไม่มีทางเอ่ยออกไปแน่ๆหินรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะอยู่ดีๆ ทุกคนก็เงียบจึงถามออกไป“มีอะไรรึเปล่า?” ทำไมทุกคนถึงมองเขาแปลกๆ ล่ะ หินนึกขึ้นด้วยความสงสัย“อ๊ะ...เปล่าๆๆ ” มิ้วเอ่ยขึ้นพร้อมหันหน้าไปทางอื่นด้วยความรีบร้อนจอยได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ จอยรู้ว่ามิ้วชอบหินและยิ่งไม่เคยแสดงความรู้สึกแบบนี้ต่อผู้ชายคนไหนมาก่อน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มิ้วจะทำตัวไม่ค่อยปกติ จอยคิดว่าเธอต้องลงมือช่วยเหลือเพื่อนบ้างแล้ว ไม่อย่างงั้นไม่มีอะไรคืบหน้าแน่เธอไม่รู้ว่าตกลงหินโง่หรือฉลาดกันแน่ ตั้งแต่ได้รู้จักหินมา จอยพบว่าหินเก่งแทบทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องรัก หินกลับดูไม่ออกว่ามิ้วมีความรู้สึกดีๆ ให้เพราะว่ามิ้วไม่เคยมีประสบการณ์ทางด้านความรักมาก่อน ดังนั้นเธอจึงแสดงออกถึงความรู้สึกตัวเองอย่างชัดเจนและค่อนข้างบ่อย บ่อยที่ขนาดเด็ก ป.6 ยังดูออกจะโทษใครก็ไม่ได้ เพราะตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ ประสบการณ์ด้านความรักของหินเป็นศูนย์...บางทีอาจจะติดลบด้วยซ้ำที่ผิวพรรณของหินดูดีนั้นแทบทั้งหมดเป็นเพราะเดวิดต่างหาก ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องการแต่งตัวของหินเท่านั้นที่เดวิดคอยจัดการ แต่ยังรวมไปถึงเรื่องอาหารการกินและการบำรุงร่างกายอีกด้วย เดวิดจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ หินแค่เพียงทำตามแพลนที่เดวิดวางไว้เท่านั้นจะไปช่วยเหลือคนอื่นได้ ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีซะก่อน หินไม่เคยคิดที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่ผอมแห้งแรงน้อย ดังนั้นการดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองจึงเป็นเรื่องจำเป็น หินจึงทำตามแพลนของเดวิดอย่างเคร่งครัด ส่วนสุขภาพผิวที่ดีนั้นเป็นผลพลอยได้จากการดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง‘...’ ไม่มีอะไรแล้วทำไมทำท่าทางแปลกๆ ล่ะ?“ช่างเถอะ” หินเอ่ยขึ้นเบาๆหลังจากสวมเสื้อชูชีพเสร็จแล้ว หินก็โดดลงน้ำทันที ซึ่ง มิ้ว จอยและแทนก็ค่อยๆ ตามลงมา จากนั้นทั้งหมดจึงได้ว่ายน้ำเข้าไปในถ้ำมรกตเมื่อได้เข้ามาแล้วทุกคนก็ได้แต่ตกตะลึงกับความสวยงามของมัน ถึงแม้จะบอกว่ามันเป็นถ้ำ แต่เมื่อได้เข้ามาข้างในแล้วมันกลับไม่ได้มืดอย่างที่คิด เนื่องจากข้างบนผนังถ้ำนั้นเป็นช่องเปิดให้แสงทะลุผ่านเข้ามา“นี่!! ทางนี้” นัทที่รออยู่ข้างในตั้งแต่แรก ตะโกนเรียกเมื่อเห็นเพื่อนของตนเข้ามาในถ้ำแล้วหินไม่ได้มีความคิดที่จะมาชื่นชมความสวยงามของปะการังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สิ่งแรกที่หินทำหลังจากเข้ามาในถ้ำก็คือ มองหาพื้นที่ที่ให้เขาสามารถนั่งและพักหายใจได้“เอ้าหิน ไหนบอกไม่ลงน้ำ?” นัทถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อสังเกตเห็นว่า กลุ่มคนที่กำลังว่ายน้ำเข้ามาในถ้ำนั้น มีหินรวมอยู่ด้วยหินไม่ได้สนใจในสิ่งที่นัทถาม เมื่อหินเห็นจุดหมายของเขา นั่นก็คือหาดหรายเล็กๆ ที่อยู่แถวๆ โขดหิน เขาก็รีบว่ายน้ำผ่านนัทเข้าไปทันที“...” นัท ช่างเถอะปกติหินมันก็ไม่ค่อยตอบเราอยู่ละ“จอย นัทเจอที่สวยๆ ด้วยเดี๋ยวนัทพาไปดู...” นัทเอ่ยยังไม่ทันจบ จอยก็เอ่ยขึ้นมาว่า“ไม่เป็นไรนัท เดี๋ยวจอยดูเองดีกว่า”‘เอ้า… ทำไมจอยดูแปลกๆ’ นัทนึกขึ้นในใจ แต่ไม่เป็นไร ไปกับมิ้วก็ได้“มิ้ว ยังว่ายน้ำไม่ค่อยเก่งใช่ไหม เดี๋ยวอยู่กับนัท...”“ไม่เป็นไรนัท เดี๋ยวมิ้วไปกับจอยดีกว่า” มิ้วเอ่ยตอบกลับไป“...” ไม่เป็นไรยังเหลือน้องแทนอีกคน นัทยิ้มให้กำลังใจตัวเองก่อนจะหันไปหาแทน“แทน เดี๋ยวพี่จะพาเราไปดูปะการังเอง”“เอ่อ… ไม่เป็นไรครับพี่นัท ผมว่าผมดูเองดีกว่าครับ เดี๋ยวเอาไว้ครั้งหน้าละกันครับ” แทนรู้ว่าทำไมทุกคนถึงได้หนีห่างจากนัทหมด ไม่ใช่เพราะว่ารังเกียจหรือว่ากลัวติดอ้วกจากนัท เพราะยังไงตอนนี้อ้วกก็คงสลายหายไปจากตัวนัทหมดแล้วเพียงแต่มันเป็นเรื่องของภาพจำติดตาต่างหาก เพราะมันพึ่งเกิดเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ทำให้เหตุการณ์นั้นมันยังฝังอยู่ในใจของทุกคน คงต้องรอสักพัก เดี๋ยวมันก็คงกลับมาเป็นเหมือนเดิม“...” นัท‘ทำไมทุกคนถึงมองตนเองแปลกๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่...’ นัทพยายามนึกย้อนดูกับตนเองว่าได้ทำอะไรบางอย่างผิดพลาดไปหรือไม่ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว สุดท้ายนัทจึงต้องดำน้ำดูปะการังเพียงคนเดียว...ส่วนหินหลังจากขึ้นมาจากน้ำได้ก็มองหาโขดหินเพื่อนั่งพิงทันที“เดวิด...” หินเอ่ยขึ้นหลังจากที่ได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้ว“ครับดอกเตอร์”“คิดค้นตัวยาที่สามารถช่วยแก้อาการเมาเรือเดี๋ยวนี้” เนื่องจากมันไม่ใช่ตัวยาที่ซับซ้อน หินจึงคิดจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเดวิด“ดอกเตอร์ครับมันมีอีกวิธี ที่สามารถช่วยให้ดอกเตอร์ไม่ต้องเมาเรืออีกต่อไป” เดวิดเสนอขึ้นมา“วิธีไหน?” หินถามขึ้นด้วยความสนใจ“เราก็เดินทางด้วยวิธีอื่นที่ไม่ต้องใช้เรือไงครับดอกเตอร์”“...” หิน เออให้มันได้อย่างนี้สิไอ้ AI ปัญญานิ่มเอ๊ย“อ้อ...งั้นครั้งหน้า ฉันปั่นจักรยานมาดีไหมเดวิด?” หินเอ่ยประชดขึ้นมา“ฟังดูน่าสนใจนะครับดอกเตอร์ แต่มันจะไม่จมน้ำก่อนจะปั่นมาถึงเหรอครับ?”“ไอ้ เด วิด!!!” หินกัดฟันพูดขึ้นมา เมาจะตายห่าอยู่ละ ไอ้นี่ก็ดันมากวนประสาทอีกยังไม่ทันที่หินจะได้ด่าว่าอะไรเดวิดก็มีเสียงเอ่ยขึ้นมาไม่ไกลนัก“หิน! … ทำอะไรอยู่เหรอ?”เมื่อหินหันไปหาเจ้าของเสียงพบว่าเป็นมิ้วนั่นเอง ซึ่งมิ้วกำลังเดินเข้ามาหาเขา“อ๋อไม่ได้ทำอะไรหรอก มิ้วมีอะไรเหรอ?”“อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอก หินไม่ลองไปดูปะการังหน่อยเหรอ มันสวยมากเลยนะ” มิ้วเอ่ยถามขึ้น พลางนั่งลงข้างๆ หิน“ผมไม่ได้ชอบดูปะการัง”“แล้วทำไมหินถึงเลือกมาเที่ยวทะเลล่ะ?” มิ้วถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะหินเป็นคนเสนอที่จะมาเที่ยวทะเลเองตั้งแต่แรก“เพราะผมชอบทะเลไง” หินตอบกลับไปยิ่งฟังคำตอบของหินมิ้วก็ยิ่งงง ไม่ชอบดูปะการังแต่ชอบทะเล? เมื่อเห็นใบหน้าของมิ้วแสดงออกถึงความสงสัยอย่างชัดเจนหินจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“บางครั้งการที่เราชอบเวลาที่ฝนตก ไม่ได้หมายความว่าเราอยากให้ตัวเองเปียกฝน”‘เพราะผมชอบดูพระอาทิตย์ตกดินที่ชายหาด ผมชอบทุกเสียงสาดซัดของคลื่นทะเลที่กระทบกับชายฝั่ง ผมชอบเวลาได้สูดดมกลิ่นอายของทะเลและเม็ดทราย ผมชอบเวลาที่มีลมเย็นๆ พัดผ่านตัวผมไป’ประโยคหลังหินเพียงพูดในใจกับตัวเองเท่านั้นไม่ได้เอ่ยออกไป หินก็ไม่รู้ว่าประโยคเมื่อครู่จะทำให้มิ้วเข้าใจหรือไม่ แต่ยังไงมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับเขาอยู่แล้วสำหรับคนอื่นการเที่ยวให้คุ้มค่า อาจจะหมายถึงการต้องไปทุกที่ ต้องทำทุกอย่างในการเที่ยวครั้งนั้น แต่สำหรับหินแล้วมันคือการใช้เวลากับสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบให้มากที่สุดต่างหาก แค่นี้มันก็คุ้มค่ามากแล้วสำหรับหินมิ้วยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอเข้าใจสิ่งที่หินพูดเมื่อสักครู่ เพราะตัวอย่างประโยคที่หินยกมา มันดันตรงกับความชอบของเธอพอดีใช่แล้ว มิ้วเป็นคนที่ชอบเวลาฝนตก เสียงเวลาที่เม็ดฝนตกกระทบพื้นทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งถ้าหากฝนตกเวลาที่เธอนอนจะยิ่งทำให้เธอนอนหลับง่ายขึ้นไปอีกต่างหาก แต่กลับกันเธอกลับไม่ชอบให้ตัวเปียกฝนแม้แต่น้อยตอนแรกเธอคิดว่า ตัวเองแค่ชอบหินเท่านั้น แต่ยิ่งได้รู้จัก ยิ่งได้ใกล้ชิด เธอกลับรู้สึกว่า ความรู้สึกของตัวเองที่มีให้หินนั้น มันไปไกลกว่าคำว่าชอบไปแล้ว...‘ได้รู้ว่าหินชอบอะไรขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งแล้วสิ’ มิ้วมองไปที่หินพร้อมยิ้มขึ้นมาเบาๆ สำหรับเธอแล้วการมาเที่ยวครั้งนี้มันก็เป็นเพียงข้ออ้างที่เธอจะได้ใกล้ชิดกับหินให้มากขึ้นเท่านั้น นี่เป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการเที่ยวครั้งนี้ของเธอ
    ----------------------------------------------ตอนหน้าก็น่าจะจบตอนเที่ยวแล้วครับ



    คล้ายกับเรื่องThe Possible Man ที่คุณอ่าน