หลังจากได้รับแจ้งว่านัดเจอกับพวกนั้นได้ที่ไหนวิฬาร์ก็รีบเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะออกไปเจอศึกหนักทันที
จุดประสงค์หลักของการดึงผู้เล่นหน้าใหม่พวกนี้ออกมาจากทัพทัณฑฆาตคือมาช่วยเหลือวิฬาร์ในการเล่นเกมและเติบโตไปพร้อมๆกัน รวมถึงเป็นองครักษ์ชั้นในให้กับเขาถัดจากนี้
แม้ว่าวิฬาร์จะมีคนรู้จักในทัพดำจำนวนมากมาตั้งแต่เบต้าเทสต์แต่ไม่ได้เข้าเกมมานานจนถึงป่านนี้ แต่ละคนก็อัปเลเวลกันจนไกลสุดกู่ ซ้ำแล้วทุกคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบตามความสามารถถ้าหากจู่ๆ ดึงพวกเขาออกมาแล้วสวมหมวกผู้ติดตามให้แทน แม้ว่าคนพวกนั้นจะยินดี แต่การดึงยอดฝีมือออกมาจากทัพหน้าในสถานการณ์ที่ยังไม่ถึงกับจำเป็นก็นับว่าเป็นการดื่มเลือดกินเนื้อตัวเองไปเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไรซ้ำยังเจ็บตัวด้วย เพราะอาจเกิดช่องว่างให้กิลด์อื่นฉกฉวยได้เอาไว้ถึงตอนที่ความลับเรื่องตำแหน่งของเขาเริ่มเปิดเผยออกไปค่อยเรียกตัวมาคุ้มกันก็ยังไม่สาย
ทำให้สุดท้ายเขาจึงต้องหาผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีเลเวลใกล้เคียงกันแทน
แต่ว่ามันก็มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย
แม้ผู้เล่นพวกนี้จะถูกฝึกด้วยทัพทัณฑฆาตเรื่องความภักดี แอบเปิดเผยความลับของกิลด์นับว่าคัดกรองออกไปจนสะอาดแล้วแต่เรื่องจะให้ติดตามใครสักคนเป็นเดือนๆก็ต้องถามความสมัครใจของเจ้าตัวด้วยระดับหนึ่งวิฬาร์จึงจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าถ้าติดตามเขาแล้วมันจะดีกว่าการเติบโตอยู่ในทัพดำแค่ไหนไม่อย่างนั้นต่อให้รั้งตัวได้ ก็รั้งใจไม่ได้
หากจะถามเรื่องนี้กับสมาชิกทัพรุ่นเก่าร้อยทั้งร้อยก็ต้องขอยอมติดตามวิฬาร์แทนที่จะหมกตัวอยู่ในค่ายฝึกอย่างจืดชืดเพราะพวกเขารู้ดีว่าการติดตามลูกพี่ จะนำพาความตื่นเต้นหฤหรรษ์ขนาดไหนมาให้
มันคือความรู้สึกตื่นตาตื่นใจในแบบที่การเล่นเกมปกติไม่มีทางทำได้
หลังจากยืนอยู่ในประตูวาร์ปสามวินาทีภาพลานประลองขนาดเท่าสนามบาสเกตบอลสองสนามก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
“สวัสดีครับคุณวิฬาร์ผมอันวา เป็นผู้ประสานงานของภารกิจครั้งนี้” อันวาที่รออยู่ก่อน พอเห็นวิฬาร์วาร์ปเข้ามาก็รีบแนะนำตัวทันที
“สวัสดีครับผมคุ้นๆ หน้าคุณอยู่นะ เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?” วิฬาร์เดินเข้าไปทักทายอย่างเป็นกันเอง
“ผมเคยเป็นเทสเตอร์มาก่อนครับสมัยนั้นก็มีภารกิจคาบเกี่ยวกับทัพดำบ้าง เลยได้เจอกับคุณอยู่หลายครั้งเหมือนกันแต่เกรงว่าอาจจะจำไม่ได้” หากนับเรื่องความสนิท อันวานับว่าไม่คุ้นเคยกับวิฬาร์สมัยนั้นเขาเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ในวงนอกแค่วิฬาร์คุ้นหน้าเขาก็นับว่าเป็นคนมีความทรงจำระดับยอดเยี่ยมแล้ว
“อ้ออย่างนี้นี่เอง”
“มาทางนี้ดีกว่าครับผมจะแนะนำสมาชิกใหม่ให้รู้จักกัน” อันวาเริ่มทำหน้าที่ของตัวเอง
เขาพาวิฬาร์เดินมาหาสมาชิกทั้งเก้าที่เพิ่งลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแต่ละคนดูมีท่าทีกระตือรือร้น
“อ๊ะ!/นาย!” เกออนและทันยาเมื่อเห็นเสื้อผ้าหน้าผมของวิฬาร์ก็เอ่ยออกมาอย่างตกใจ
นายจ้างคนนี้ตนเคยพบเจอมาก่อนนี่นา
“สวัสดีครับทันยาใช่มั้ย? ไม่นึกเลยว่าคุณก็เป็นพี่น้องเราเหมือนกัน” เรื่องถูกปล้น วิฬาร์อาจจะลืมหน้าโจรงี่เง่าพวกนั้นได้แต่การได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น วิฬาร์ไม่มีทางลืมอย่าว่าแต่เหตุการณ์นั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ไม่กี่วันนี้เองความทรงจำของเขาจึงยังชัดเจน
ทว่าเกออนนั้นเขารู้สึกคุ้นหน้าแปลกๆ แต่ยังนึกไม่ออก ทว่าในเมื่อเจ้าตัวทักเขาขึ้น ก็แปลว่าน่าจะเคยเจอกันที่ไหนสักที่ในเกม
วิฬาร์เรียบเรียงความคิดอยู่แวบหนึ่งจากนั้นเมื่อหางตาเห็นลานประลองที่อยู่ข้างๆการต่อสู้ครั้งก่อนก็ตอบคำถามให้กับเขา
“ส่วนคุณเคออสหรอ?”
“ปะ...เปล่าครับผมชื่อเกออน เคออสเป็นชื่อปาร์ตี้ผมในตอนนั้น” ชายร่างเล็กตอบตะกุกตะกักสีหน้าเจี๋ยมเจี้ยมปรากฏขึ้นบางๆ
“หืม?พวกนายเคยเจอคุณวิฬาร์มาก่อน?” พี่เลี้ยงอันวาถาม
“ใช่ครับ/ใช่ค่ะ”เขาฟังคำตอบอย่างงุนงง สมาชิกพวกนี้ไปรู้จักกับวิฬาร์มาได้ยังไงข่าวว่าวิฬาร์เข้าเกมมาที่สุริยาวลัย จากนั้นค่อยเดินทางไปที่ไตรเหมันต์ทว่าคนพวกนี้ เดิมทีก็มีพื้นเพมาจากเมืองเริ่มต้นอื่น ไม่น่าจะเจอกับวิฬาร์ได้อีกอย่าง ตอนที่วิฬาร์เพิ่งเข้าเกมมา คนพวกนี้ก็ถูกลากเข้าค่ายฝึกไปนานแล้วโอกาสที่จะเจอกับวิฬาร์ยิ่งน้อยลงไปอีก
“เอ่อ...ผมเจอกับคุณวิฬาร์ที่...”
เกออนเอ่ยไม่ทันจบประตูวาร์ปด้านหลังก็ฉายแสงขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ผู้มาใหม่เป็นผู้เล่นชายคนหนึ่งในชุดธรรมดาดูคล้ายกับคนทั่วไป ทว่าแววตาและท่าทางที่ยืนกลับดูลึกลับและพิเศษ
แต่วิฬาร์ที่เห็นหน้าชายคนนั้นกลับเผยยิ้มออกมาอย่างดีใจขยับวูบ หมายจะเดินไปหาเพื่อถามสารทุกข์สุกดิบทันที
“ผมต้องขอตัวสักครู่เพื่อนเก่าคนนี้ไม่ได้เจอมานาน เดี๋ยวผมมานะครับ” แต่เขาก็ยังมีมารยาทเอ่ยขอตัวเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหาชายผู้มาใหม่
“พวกคุณคุยกันไปก่อนนะ”อันวาเองก็ต้องเข้าไปสวัสดีหัวหน้าของตนด้วยเช่นกันจึงปล่อยให้เด็กใหม่ทั้งเก้าอยู่กันลำพัง
“เธอเคยเจอหมอนั่นมาก่อน?”พอลับหลัง สรรพนามของวิฬาร์ที่มุเตาเรียกก็เปลี่ยนจากคุณเป็นหมอนั่นทันทีหันมาถามทันยาด้วยเสียงแผ่วเบา
“คือ...”เธอเล่าเรื่องอย่างกระชับว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นที่ตลาด
“งั้นหมอนั่นก็เล่นสายยุทธเวท?เหี้ยมใช้ได้เลย” ซิกมาและมุเตาที่ถนัดสายนี้หันไปมองวิฬาร์ด้วยสายตาฮึกเหิมเลือดในกายสูบฉีดจนร้อนฉ่า ดาบยักษ์ โล่ใหญ่ในกระเป๋าเริ่มสั่นขึ้นมาทันที
“เขาเล่นสายยุทธเวทหรอ?ผมเคยสู้กับเขามาก่อน ไม่น่าเป็นไปได้นะ” เกออนรีบแย้งก็ตอนนั้นที่โดนหนึ่งรุมห้าจนแพ้ยับ นายคนนี้ยังใช้ธาตุเวทอยู่เลย
“นายสู้กับเขา?เคยมีเรื่องกันมาก่อน?” อาเมียร์หันขวับ ถามอย่างแปลกใจเกออนเองก็ดูไม่น่าเป็นคนใจร้อนมุทะลุ อีกอย่าง กฎของทัพดำก็ห้ามมีเรื่องวุ่นวายกับคนทั่วไปเพื่อป้องกันเรื่องการตกเป็นเป้าสายตาพวกเขาจึงไม่ค่อยมีเรื่องชกต่อยกับใครนักถ้าไม่จำเป็น
“เปล่า...คือ...เอ่อ...”จู่ๆ จะให้เล่าเรื่องที่ตัวเองเสียหน้า มันก็ต้องทำใจกันสักหน่อยจริงมั้ยเกออนจึงอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่พักหนึ่งก่อนจะเล่าเรื่องออกมาอย่างซื่อสัตย์ สายตาเหลือบมองวิฬาร์ราวหนูเห็นแมว
“ห้าต่อหนึ่ง?ซ้ำยังแพ้ติดกันห้าตา เปิดโปรแล้วมั้งแบบนี้”เบอร์เบิลที่เงียบมาตลอดพูดออกมาอย่างเหลือเชื่อ ไหนจะเรื่องใช้ธาตุเวทได้หลายธาตุนั่นอีกนี่ไม่เท่ากับว่าคนคนนี้ใช้เวทมนตร์ได้สองสายแล้วหรือไง?ไปเอาทักษะมากมายขนาดนั้นมาจากไหน
ในช่วงเลเวลของพวกเขาที่เพิ่งหัดเดินเตาะแตะวิธีเรียนรู้ที่ดีคือเลือกจับสักสายที่คิดว่าตัวเองถนัดจากนั้นก็มุ่งหน้าเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไว้เลเวลสูงๆ ค่อยเรียนสายรองเพิ่มเอาไม่อย่างนั้นสลับไปสลับมา มัวแต่หลงทางก็ก้าวตามคนอื่นไม่ทันแน่ล่ะว่าถ้าหากสายอื่นมีทักษะที่เกื้อหนุนกับแนวทางการเล่นของตัวเอง จะเรียนทักษะนั้นไว้เสริมก็ไม่เสียหายแต่เท่าที่ฟังมา เหมือนว่าวิฬาร์จะใช้ทั้งสองสายได้ดีพอๆ กัน
“ผมพูดจริงที่เล่ามาก็ไม่มีโกหก ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวพวกคุณก็ขอประลองกับเขาดูก็รู้”เกออนยืนยันหนักแน่น เรื่องอย่างนี้ไม่เห็นกับตาไม่มีทางเชื่อ
ความจริงถ้าหากมีใครสักคนบอกว่าสมาชิกทัพดำห้าคนสู้แพ้กับผู้เล่นที่ไหนไม่รู้ติดกันห้าตาตัวเขาในไม่กี่วันก่อนก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน
“น่าสนุกละหัวหน้าอันวาเคยบอกเราด้วยว่านายคนนี้เพิ่งจะเลเวลสี่สิบห้าเองต่ำกว่าพวกเราไม่น้อยเลยนะ” สาวผิวเข้มคนเดียวในกลุ่มเริ่มมีประกายตาวิบวับอยากลองของดาราเวทของเธอแม้ไม่เหมาะกับการสู้แบบระยะประชิดแต่การต่อสู้ก็มีจังหวะจะโคนของมัน ถ้าเลือกใช้เวทมนตร์บทที่เหมาะสมดาราเวทก็น่ากลัวใช่ย่อย
ส่วนเจ้าตัวต้นเรื่องนั้นกำลังยืนคุยกับผู้ที่มาใหม่ไม่รู้จักจบสิ้นจนอันวาต้องกระซิบเตือนถึงการต้อนรับสมาชิกใหม่อีกรอบ เขาถึงนึกขึ้นได้เดินย้อนกลับมาหาคนที่จะจับปาร์ตี้ถาวรกับตน
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆพวกเราไม่เจอกันมานานไปหน่อย เลยติดลมบน” วิฬาร์กล่าวยิ้มๆ
“สวัสดีครับยินดีที่ได้พบพวกคุณทุกคน ผมฟาธอม” ชายอีกคนเดินเข้ามาแนะนำตัวเองแล้วยิ้มกว้างทว่านามที่เอ่ยออกมา กลับทำให้พวกเกออนชะงักกึก
“สะ...สวัสดีครับ”พวกเขาที่เป็นสมาชิกทัณฑฆาตย่อมจะเคยได้ยินชื่อนี้และเห็นหน้าค่าตามาก่อน เพียงแต่เมื่อครู่ถูกทันยาและเกออนดึงความสนใจไปพวกตนจึงไม่ทันรู้ว่าเป็นเขา พอรู้ชัดว่าคนคนนี้เป็นใครทั้งเก้าก็ตัวเกร็งขึ้นมาทันที
หนึ่งในสี่รองผู้บัญชาการสูงสุดของทัพดำฟาธอม
การได้กระทบไหล่ดาราดังที่มีชื่อเสียงเกือบเทียบเท่าเจ็ดเศียรคนนี้ทำเอาพวกเขาตื่นเต้นไม่น้อยนับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เจอ แต่เหมือนฟาธอมรู้ดีว่าคนพวกนี้จะมีปฏิกิริยาอย่างไรจึงเอ่ยปากขัดไว้ก่อน
“ที่มาวันนี้ก็เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกคุณไม่ได้คิดจะมาควบคุมอะไรนัก เอาเป็นว่าคุณวิฬาร์คนนี้คือหัวหน้าในอดีตของผมเองแม้ว่าพวกคุณจะไม่คุ้นเคยมาก่อน แต่ยังไงก็ขอให้พวกคุณให้เกียรติเขาอย่างเหมาะสมด้วย”
เนื้อหาไม่กี่ประโยคนี้อัดแน่นเกินไปแล้วมันทำเอาพวกเขาทั้งเก้าต้องอ้าปากค้าง
“นี่แปลว่า…เรื่องเล่าที่บอกต่อๆ กันมาเป็นเรื่องจริง?” มุเตาโพล่งขึ้นมาอย่างสงสัย
“ใช่แล้ว”ฟาธอมเฉลย
“จริงทั้งหมด?”อาเมียร์ถามซ้ำ
“ทั้งหมด”ฟาธอมตอบหน้าตายจนวิฬาร์หันไปเหล่มอง ไม่รู้ว่าลูกน้องคนนี้วางยาอะไรตัวเองไว้บ้างแต่ดูท่าคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่
“อะแฮ่ม! เอาเป็นว่าเรื่องเล่าวุ่นวายแค่ไหนไม่สำคัญ ผมคือวิฬาร์และก็ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคน” เขาตัดบทฟาธอมด้วยท่าทีมั่นใจในตัวเองก่อนจะออกนอกเรื่องไปมากกว่านี้
“และคุณวิฬาร์จะเป็นนายจ้างของพวกคุณต่อจากนี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง” อันวาช่วยเสริม
ทั้งเก้าคนมองหน้ากันก่อนจะตอบรับแบบเรียบๆจากนั้นอันวาก็ช่วยแนะนำตัวให้กับลูกพี่ได้รู้จัก
“เรียงจากซ้ายไปขวานี่อาเมียร์ อรุณวดี มุเตา เกออน ทันยา เบอร์เบิล ธาร์ส ซิกมา รุสโซ ครับ”วิฬาร์ทักทายรายคนอย่างมีมารยาท ส่วนทั้งเก้าคนก็แนะนำตัวเองแบบสั้นๆพอหอมปากหอมคอ
“คุณวิฬาร์ครับผมทราบมาว่าภารกิจครั้งนี้จะต้องตั้งปาร์ตี้ถาวรกับคุณเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อทำภารกิจพิเศษไม่ทราบว่าคุณพอจะขยายความในส่วนนี้ได้มั้ยครับว่าเป็นภารกิจแบบไหน” เท่าที่ดูวิฬาร์ดูมีอายุมากกว่าพวกเขาเล็กน้อย อาเมียร์จึงพูดคุยด้วยท่าทีสุภาพ แตกต่างจากคำถามสุดโหดที่แทงเข้าตรงประเด็นอย่างแม่นยำ
ภารกิจเผ่าพันธุ์ยักษ์เป็นความลับระดับสูงของกิลด์ในตอนนี้คนที่รู้เรื่องจริงๆ หากไม่นับเจ็ดเศียรก็น้อยจนนับได้ในมือเดียว แต่ลักษณะภารกิจก็ไม่ถึงกับเป็นความลับวิฬาร์จึงตัดทอนจนเหลือแค่ส่วนที่บอกได้ออกมาแต่ว่าข้อมูลครึ่งหนึ่งก็เกิดจากการอนุมานจากภารกิจครั้งก่อนเนื่องจากตัวภารกิจขั้นถัดไปยังไม่เปิดให้ทำ
“เป็นภารกิจต่อเนื่องชิ้นหนึ่งที่มีความซับซ้อนสูงมากพาร์ทที่แล้วผมต้องต่อสู้กับมอนสเตอร์และ NPC ต่างเผ่าในรูปแบบสงครามอย่างหนักทั้งดักซุ่ม ลอบโจมตี และใช้กลยุทธ์ แต่ในส่วนถัดไปที่ผมกำลังจะทำยอมรับว่ายังไม่มีข้อมูลแน่ชัดแต่ดูจากภารกิจครั้งก่อนผมก็เดาว่าน่าจะเป็นภารกิจที่เกี่ยวกับสงครามเช่นกัน”
“สงครามที่ว่านี่สเกลระดับไหนครับ?”ซิกมาไม่ใช่พวกมีความคิดซับซ้อนเหมือนอย่างอาเมียร์หรือธาร์สเขาไม่รู้หรอกว่าภารกิจให้ทำอะไร แต่ที่อยากรู้คือมันแค่ไหน
“หลักร้อย?หลักพัน? หรือหลักหมื่นคะ?” มุเตารีบเสริม
วิฬาร์หยุดคิดสักแป๊บหวนนึกถึงความสำคัญของสีดาบวกกับประเด็นความอ่อนไหวทางการเมืองในระดับอาณาจักรพ่วงด้วยตำนานของรามเกียรติ์เข้าไปอีกหน่อย ในที่สุดก็กะตัวเลขชุดหนึ่งออกมา
“หลักล้าน”