Part’ s เขมชาติ ผมยืนมองไอคอนที่นายคริสโตเฟอร์ส่งมาให้ผมในแอปพลิเคชันที่ผมใช่คุยกับเขา นี้นักเรียนบ้าอะไรเขาส่งให้ครูแบบนี้วะเนี๊ยะ! ผมแอบคิดในใจแต่มันก็ทำให้ผมยิ้มได้ อยากน้อยก็ยังมีเื่ดีอยู่บ้างแหละนะเขม ผมเคยคิดแต่ว่าคบเด็กสร้างบ้านเลยไม่สนใจจะมีแฟนเด็กเห็นทีคงต้องคิดใหม่
"เป็อะไรวะเขม...พี่ไม่ค่อยได้เห็นนายยิ้มแบบนี้นานแล้วนะ...มีกิ๊กเหรอ" พี่ก้องเข้ามากระซิบที่ข้างหูผม พ่อผมหันมามองพี่ก้องมายืนอยู่ทางด้านหลังผมและกำลังชะโงกหน้ามาอ่านข้อความที่คริสโตเฟอร์
"เห้ย! ..พี่ก้องห้ามแอบดู" ผมเบี่ยงมือถือหนีพี่ก้อง พี่ก้องก็ยื้อแย่งจะดูของผมอีก
"อ่านหน่อยนะ...โอ๊ย! มีส่ง..จูบให้ด้วย..ใครอะ" พี่ก้องถามผม ผมมองหน้าพี่ก้องเบื่อผู้กองที่เก่งคนนี้จริงๆ เลย เก่งเื่สอดแนมสมกับที่เคยอยู่หน่วยสอดแนมของกองทัพบกมาก่อน
"...อาเข็มยิ้มกับกระป๋อง” เอิร์ธพูดก็ผมกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านข้อความของคริสโตเฟอร์และกระป๋องมันก็อยู่ข้างใต้ผมพอดีแถมมันก็กระป๋องเปล่าๆ ซะด้วย หลานนี้ก็อีกคน ตาเอิร์ธ ที่กำลังเงยหน้ามองผมกะพริบตาปริปๆ
"นายจนมุมแล้วแหละเขม...สารภาพมาซะดีดี และพี่เดาว่าไม่ใช่ณัฐกานต์แน่นอน อาการมันเหมือนคนมีรักใหม่ๆ " พี่ก้องพูด
“รักใหม่ที่ไหน ยังไม่ใช่ซะหน่อยอย่ามาหาเื่น้องเลยนะ” ผมพูดเดินวนหนีพี่ก้อง พี่ก้องชี้โบ๊ชี้เบ๊ให้เอิร์ธช่วยจับผมแน่ๆ
"แบบกำลังซู่ซ่าอะไรแบบนี้" พี่ก้องพูดหยักคิ้วสองทีติด ผมหันไปมองพี่ชายทำท่าจะหันหลังออก
“หมับ” เอิร์ธะโกอดขาผม ผมจะสะบัดหลานตัวเองได้ยังไงเล่าไอ้พี่ก้องนะไอ้พี่ก้อง
"ได้นายไม่บอกพี่ดีดีใช่มั้ย...เขม" พี่ก้องพูดถลกแขนเสื้อ อย่าบอกนะว่าจะคาดคั้นความลับจากผมแบบตอนเด็กนะ แถมยังได้ผู้ช่วยเป็หลานตัวแสบผมด้วยนะ กอดขาผมแบบนั่งทิ้งน้ำหนักทั้งตัวถ่วงผมไว้แบบนี้จะขยับไปไหนได้ละ
"พี่ก้องอย่านะ...ฮาๆ ...ไม่เอาพี่ก้อง...ฮาๆ " พี่ก้องจี้เอวผม ผมเป็คนบ้าจี้มาก จะวิ่งหนีก็ไม่ได้หลานก็เข้ามากอดขาผมอยู่ เขาเรียกว่าโดนอากับหลานรุมใช่ไหมเนี๊ยะ เข้ากันดีจริงเลยสองคนนี้
"นายจะบอกพี่ได้หรือยัง...เขม"
"คิก คิก คิก" หลานเอิร์ธของผม
"พอแล้วพี่ก้องบอกแล้วหยุดก่อนดิ...พี่ก้อง ฮาๆ "
"เร็วรีบบอกมาไม่งั้นพี่จะให้พี่ต้นคาดคั้นนายนะ" พี่ก้องเอาพี่ต้นมาขู่อีกแล้ว
“บอกแล้วจริงๆ ..หยุดจี้เอวมก่อนดิพี่ก้อง...”
"เด็กนักเรียนที่เขมไปเป็ครูสอนนะ" ผมเลยต้องบอกจนได้
"เฮ้ย!! เด็กจีบเหรอ..แรงนะน้องพี่"
"เด็กเกรียนด้วย ผมเองก็ไม่แน่ใจบางทีเขาอาจจะแกล้งผมก็ได้มั้งพี่ก้อง" ผมพูด พี่ก้องเอามือเท้าซะเอวและทำท่าคิด คิด
"เพราะเขาบอกว่าเขาไม่ใช่เกย์นะพี่ก้อง"
"พี่ก็ไม่ได้เป็นิ" พี่ก้องพูด ผมหันไปเหล่นี้ยังไม่เป็อีกเหรอเมื่อวานก็เห็นเต็มๆ สองตาแล้วนะ
"ยังไม่เป็เต็มตัวแต่ก็เริ่มชอบผู้ชายแล้วละ...เอ๊ะหรือว่าเป็วะ...แสดงว่าพี่ติดมาจากนายนั่นแหละเขม “พี่ก้องพูด ผมหันไปมองพี่ก้องเกี่ยวอะไรกับผม
“ที่จริงชอบผู้ชายด้วยกันมันก็ดีไปอีกแบบน่ะเหมือนอยู่กับเพื่อนและแฟนในคนคนเดียวกัน มันเหมือนเจอคนที่มีเคมีตรงกัน มีงอนบ้างแต่ไม่เท่าผู้หญิงวะ" พี่ก้องพูด ผมหันไปเหล่ตามอง
"อยู่ด้วยแล้วมีความสุขมันก็โอเคแล้วเผลอๆ จะมีความสุขกว่าอยู่กับผู้หญิงอีก แต่ก็ไม่ได้ว่าผู้หญิงทุกคนอยู่ด้วยไม่มีความสุขนะแค่...บางคน"พี่ก้องพูด นั่นก็แปลว่าที่พี่ก้องอยู่กับพี่โบว์ ไม่มีความสุขเลย
"คือแบบว่าคุยกันง่าย ไม่งอแง ไม่ต้องมาตามเอาใจยี่สิบสี่ชั่วโมงและอีกอย่างเพศเดียวกันด้วยมั้งมันเลยเข้าใจกันง่ายกว่าไม่ต้องมานั่งอธิบายอะไรมาก" พี่ก้องยืนเอามือล้วงกระเป๋า ผมพยักหน้าบางที่มันใช่นะ
"นายยังเป็เลยไม่ใช่เหรอ พี่รู้ว่าเราอึดอัดแต่รักเขา พอเขาพูดว่าจะทำตัวดีเข้าหน่อยนายก็ใจอ่อนเพราะว่ารักมาหลายปี ถ้าเป็เงินฝากธนาคาร นายคงได้ดอกเบียเยอะแล้วแต่ไม่ใช่กับณัฐกานต์ ที่นายฝากใจแล้วจะได้เต็มร้อยจากเขา ดูแล้วเขารักตัวเขาเองมากกว่านาย" พี่ก้องพูด ผมหันมามองพี่ก้อง อันนี้มันชี้จุดกันเลยนะเนี๊ยะ
"ลองเปิดใจดูก็ดีนะเขม...พี่ก็ไม่ได้สนับสนุนให้เราเป็คนนอกใจนะ...แต่เพื่อบางทีนายอาจจะพบใครบางคนที่ทำให้นายพบความสุขที่แท้จริงๆ ก็ได้นะ เพราะทุกวันนี้ที่นายเป็อยู่นะพี่ว่าไม่ใช่เลยเขม" พี่ก้องพูดสีหน้าซีเรียสพอสมควร
“...แต่ว่า.."
"คบมานาน...เคยได้ยินไหมรักไม่้าเวลานะเขม เวลาที่สะสมมาไม่ได้พิสูจน์นะว่านั้นคือรักแท้จริงๆ " พี่ก้องพูด
"แต่เวลาก็สามารถที่จะพิสูจน์ได้แค่ว่าใครกันที่จะอยู่ข้างๆ นายได้จริง สิ่งสำคัญของคนรักกันคือการไม่นอกใจหรือนอกกาย"พี่ก้องพูดผมเห็นพี่ก้องพูดแบบนี้กับผมบ่อยเหมือนกันผมเพิ่งจะเข้าใจว่ามันคืออดีตที่พี่ก้องต้องเจอมาพี่ก้องคงไม่อยากให้ผมเหมือนพี่และผมก็ยังไม่ได้เล่าให้พี่ก้องฟังด้วยเื่ที่ณัฐกานต์เขานอกกายผมไปแล้ว ผมเงยหน้ามองพี่ก้อง ผมควรจะบอกเื่นั้นไหมไม่ดีกว่า
"ถามใจตัวเองซิว่าที่นายทำอยู่ตรงนี้นะเพื่ออะไร...มีความสุขแล้วจริงๆ แน่เหรอ และที่ทำให้เขานะเขาคิดว่ามันมีค่าพอไหม สำหรับณัฐกานต์” ก้องถามผม
“ฟู่” ผมก็ต้องพ่นลมทางปาก
"พี่รักน้องนะเพราะว่าพี่เจอมาแล้ว สี่ปีที่ทุ่มไป สุดท้ายเหลือแค่ความว่างเปล่า" พี่ก้องพูดผมก็ว่ามันก็ถูกณัฐกานต์ที่ผมรู้จักกับตอนนี้มันเหมือนไม่ใช่คนเดียวกันเลย เขาเปลี่ยนไปมาก
“ก้อง เขม พาหลานกลับบ้านกันเถอะลูก พี่ต้นเขาจะขับรถกลับวันนี้เลย” แม่เดินมาบอกผมสองคน ผมหันไปมองแม่และพาเอิร์ธเดินไปที่รถของพี่ต้นที่จอดอยู่ด้านหน้ากุฏิของหลวงลุง พี่ต้นถือโทรศัพท์อยู่ ทำท่าเหมือนกำลังพยายามโทรหาใครสักคน พี่ต้นกดโทรศัพท์โทรออกแล้วโทรออกอีกอยู่แบบนั้นอยู่หลายรอบ จนพี่ต้นส่ายหัวแล้ว
"เป็ยังไง..ติดต่อหนูเกศได้ไหม..ทำเพื่อลูกนะต้น..ไหนๆ เธอก็เป็แม่ของตาเอิร์ธแล้วอยู่ด้วยกันมาขนาดนี้ อย่าให้มันมาพังลงเพราะแม่หรือน้องเลยนะต้น" แม่หันไปพูดกับพี่ต้น ผมก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะผมรู้ว่ายังไงตาเอิร์ธก็รักแม่ของเขาเหมือนกัน ถึงแม้จะแอบกลัวจนตัวสั่นบ้าง
“คิดถึงลูกพี่ก่อนนะพี่ต้น ผมขอนะ” ผมพูดกับพี่ต้น พี่ต้นหันมามองผมด้วยสีหน้าที่หนักใจ
"พี่ต้นไปง้อพี่เกศเถอะนะพี่ พี่ควรเลือกเขาส่วนผมเป็น้องพี่ยังไงก็ยังคงเป็น้องพี่ไปตลอด ทำเพื่อเอิร์ธนะพี่ต้น" ผมพร่ำบอกพี่ต้นอีกครั้ง พี่ต้นยืนถอนหายใจก่อนจะหันมาพยักหน้าเบาๆ กับผม พี่ก้องที่ยืนข้างๆ ตบไหล่พี่ต้นเบาๆ
ผมเห็นเอิร์ธหันไปมองพ่อแม่ลูก ผู้หญิงที่บอกว่าเขารู้จักพ่อผมั้แ่ตอนที่พ่อผมไปเป็นักการทูต พวกเขากำลังเดินลงมาพร้อมกัน มันดูช่างอบอุ่นในสายตาเอิร์ธแน่ๆ ผมก็คงเดาได้ไม่ยากว่าเอิร์ธเองก็อยากได้แบบนั้น
"พี่ต้นผมขับให้เองพี่จะได้พัก พี่ต้องขับรถยาวเลยน่ะ" พี่ก้องบอกพี่ต้น พี่ต้นพยักหน้าพร้อมกับส่งกุญแจรถให้พี่ก้องไป
ผมนะไม่ชอบขับรถของพี่ต้น รถพี่ต้นมันใหญ่และใหม่ด้วย รถฟอร์จูนเนอร์ราคาแพง ผมขับไม่ถนัด แต่พี่ก้องก็ขับได้สบายอยู่แล้วขนาดฮัมรีพี่ก้องก็ขับมาแล้ว นิจะกลัวอะไรละ เอิร์ธก็หลับปุ๋ยอยู่กับอกพี่ต้น วันนี้ไม่ยอมนั่งคาร์ซีท เห็นแล้วก็อดที่จะสงสารหลานไม่ได้ ถ้าไม่มีพี่เกศรินทร์ใครจะดูตาเอิร์ธละ พี่ต้นก็ต้องทำงานทุกวัน
"พี่ขอโทษนะเขม" พี่ต้นหันมาพูดกับผม
"มันไม่ใช่ความผิดของพี่และสำหรับพี่ก็ยังเป็พี่ชายที่เขมรักเสมอพี่ต้น" ผมหันไปบอกพี่ต้น และเข้าไปกอด พี่ต้นก็กอดผมตอบ
พอกลับมาถึงบ้านพี่ต้นก็อุ้มตาเอิร์ธกลับไปนอนด้านใน พวกผมนั่งทานอาหารเที่ยงด้วยกันก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพี่ก้องบอกว่าต้องกลับวันนี้พี่ก้องจะขับรถไปเองแต่จะไปกับพี่นครินทร์และแม่ก็คงเหงาอีกแล้ว
ผมเหลือบมองโทรศํพท์นี้ณัฐกานต์ยังไม่คิดจะโทรหาผมเช่นกันผมก็ไม่โทรไปเหมือนเช่นทุกครั้ง หรือยังไม่ตื่นก็ไม่รู้เมื่อคืนคงเมากันหมดสภาพและเท่าที่ผมเดา ผมก็นั่งหมุนโทรศํพท์เล่นที่ผมหมุนไม่ได้กังวลเื่ณัฐกานต์นะผมดันคิดถึง คริสโตเฟอร์ ทำไมผมคิดถึงเขานะ นายคริส
"สวัสดีครับแม่" พี่นครินทร์เดินเข้ามาในบ้าน พี่เขาแต่งเครื่องแบบทหารมาดูแตกต่างจากเมื่อวานมาก ที่พี่มาแบบชุดลำลองแต่พอแต่งเครื่องดูหล่อเท่สมาร์ตขึ้นมาทันทีพี่ก้องมีคู่แข่งแล้วแหละ พี่ก้องเดินลงมาจากชั้นบนพี่ก้องแต่งเครื่องแบบทหารเหมือนกันด้วย
"จะกลับกันเลยแล้วเหรอลูก ก้อง รินทร์..และขับกันไปเองด้วยใช่มั้ย" แม่ถามพี่ก้องและพี่นครินทร์
"ครับแม่แต่ไม่เป็ไรผมกับรินทร์นะผลัดกันขับได้ครับ....แม่ไม่ต้องเป็ห่วง" พี่ก้องพูดและเดินเข้าไปสวมกอดแม่รดา
"ทานอะไรมาหรือยังครับคุณรินทร์"พี่ก้องถามพี่นครินทร์
"ทานแล้วครับคุณก้อง รินทร์ไปทานกับคุณพ่อคุณแม่ก่อนจะออกมารับคุณนะ" พี่นครินทร์หันมาตอบ พี่
"คุณก้อง"
"คุณติดกระดุมไขว้กันนะ ประจำเลยนะคุณนะ ผมต้องแก้ให้คุณแบบนี้บ่อยๆ คราวหน้าอย่าให้ผมต้องทำอีกนะครับ " พี่นครินทร์เรียกพี่ก้องไว้เพราะว่าเขาติดกระดุมไขว้กันจริงๆ ด้วย ภาพผู้ชายแก้กระดุมให้อีกคนมันน่ารักมากเลยนะและติดกลับให้ใหม่ ผมนั่งมอง
“เปรี๊ยะ!!!!” เสียงดีดนิ้วใส่หน้าผม ทำให้ผมต้องตื่นจากภวังค์ ผมกลับนึกถึงตอนที่ผมกำลังหาที่ติดล็อกหมวกกันน๊อคและนายคริสโตเฟอร์เองก็เป็คนติดให้ผม
"อิจฉาเหรอ" พี่ก้อง ผมพยักหน้า ยิ้มบางๆ ให้พี่ชาย
"เปล่าก็แค่..ไม่เคยเห็น..กับพี่นะ" ผมเอามือเท้าคางมองพี่ก้อง
"ก้องนี้นะแม่ทำไว้ให้เอาไปทานกันนะลูก" แม่ทำขนมเม็ดขนุนแม่รู้ว่าพี่ก้องชอบทาน
"แม่ทำเองเหรอครับน่าทานมากเลยครับ..ขนมเม็ดขนุนใช่ไหมครับแม่ " พี่นครินทร์เอ่ยปากชมแม่ผมทันทีแม่ผมส่งกล่องขนมนั้นให้ไป
"จร๊า..ขับรถกันดีดีนะลูก..อย่าขับเร็วละก้องแม่เป็หวง.และมาทานข้าวกับแม่ด้วยละ ลูกรินทร์ แม่ขอโทษเื่เมื่อวานอย่าไปถือสาแม่เกศรินทร์เขาเลยนะ" แม่พูดแม่ขอโทษแทนพี่เกศ พี่นครินทร์พยักหน้าและเข้ามากอดแม่ผมเหมือนเป็แม่ของพี่เขาเอง
“ครับคุณแม่ “พี่นครินทร์ยกมือไหว้แม่ผม พี่เขาช่างมารยาทแตกต่างกับพี่เกศรินทร์ตอนนี้สิ้นเชิง
“พระคุ้มครองให้ปลอดภัยกันทั้งคู่นะลูกนะ” แม่ผมพูดพี่ก้องและพี่นครินทร์ก็พากันพนมมือรับพรจากแม่ของผมกัน
แม่ผมนะเขาเป็คนใจดีมีเมตตาไม่เคยคิดร้ายต่อใครเลย ลูกรักใครแม่ก็รักคนนั้นแม่เป็แบบนี้มาต้ั้งนานแล้ว พี่ก้องกับพี่นครินทร์ยกมือไหว้ลาแม่ แม่ผมก็หอมที่หัวพี่ก้องเห็นแววตาแม่ยิ้มมีความสุขแต่ผมรู้ว่าปนไปด้วยความห่วงใย ที่พี่ก้องไปนะอันตรายแค่ไหนแต่พี่ก้องเขาเลือกเดินที่จะเดินทางนี้
"พี่ต้น ..ก้องกลับแล้วนะพี่" พี่ต้นเดินออกมาจากห้องหยิบกระเป๋าเดินทางออกมาด้วย
"ก้อง...รักษาตัวด้วยนะ พี่เป็ห่วง..โทรหาพี่บ้างจะได้รู้ว่านายสบายดี"พี่ต้นเดินไปบอกพี่ก้องและสวมกอดเบาๆ
"ครับพี่..ผมโอเค" พี่ก้องพูดบอกพี่ต้น
"คุณรินทร์พี่ฝากน้องชายบ้าระห่ำพี่คนนี้นะ" พี่ต้นหันไปฝากพี่ก้องกับพี่นครินทร์
"ได้ครับ..แต่ผมไม่รู้ว่าจะหยุดความบ้ารำห่ำของเขาได้ไหมนะซิครับพี่ต้น..ทั้งหน่วยกลัวคนนี้คนเดียวเลยครับพี่ต้น ไม่ใช่แค่หัวหน้าธรรมดาแต่เป็ถึงหัวหน้าสายบ้าระห่ำเลยทีเดียวละครับ เพราะว่าพาลุยแหลกทุกงาน" พี่นครินทร์พูดและหันมาขำพี่ก้อง ผมกับพี่ต้นรู้ดีเลยว่าพี่ก้องผมนะผู้กองขาลุยขนาดไหน นี้แม่ผมขอไว้นะไม่งั้นหนักกว่านี้นะผมว่า
"เขมพี่ไปนะ..มีอะไรส่งข้อความหาพี่ละ" พี่ก้องหันมาบอกผมก่อนจะพากันเดินออกไป ผมหันหน้ามามองพี่ต้น พี่ต้นก็กำลังจะออกเดินทางเช่นกันตาเอิร์ธเดินออกมาและกอดตุ๊กตากระต่ายออกมาด้วย
"พี่กลับแล้วนะเขม..มีอะไรโทรหาพี่นะ..ดูแลตัวเอง..ดูเราผอมไปนะ..ถ้าลำบากให้พี่ช่วยหาโรงเรียนใกล้ๆ ให้ก็บอกนะ และเราจะได้กลับมาอยู่กับแม่" พี่ต้นหันบอกผม ผมพยักหน้าแค่นั้น แต่ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้อยากย้ายมาหรือเปล่านะซิ เพราะผมไม่อยากรับรู้เื่ราวต่างๆ ที่ณัฐกานต์ทำไว้แล้วซิผม และนี้อาจจะดีถ้าผมกับเขาอยู่ห่างๆ กันบ้าง
"ไม่เป็ไรหรอกแม่อยู่ได้มีป้าวิลัยเป็เพื่อน นี้ก็ว่าจะไปทอดกฐินสามัคคีกัน..แม่รู้ว่าลูกๆ ของแม่ต้องทำงานขอแค่กลับมาทานข้าวกับแม่บ้างก็พอแล้ว" แม่พูดและเข้ามากอดผมกับพี่ต้น
"น้องเอิร์ธ ..กลับไปถึงบ้านเข้าไปกอดคุณแม่เกศนะลูกนะ..ช่วยคุณพ่อเขาง้อคุณแม่หน่อย" แม่ย่อตัวลงเอามือลูปใบหน้าเอิร์ธที่เพิ่งจะตื่นนอนมายังงัวเงียอยู่เลย
"แล้วแม่เกศจะไม่ตีเอิร์ธอีกเหรอคุณย่า...เอิร์ธกลัว..เอิร์ธก็เจ็บ..แต่แม่ก็ยังตี" ผมไม่อยากจะได้ยินเลยว่าเขาทำร้ายลูกตัวเองเพราะว่าเขาเกลียดผมนี่นะ ผมไม่กล้าก้มลงมองหน้าหลานเลยจริงๆ แม่ผมรับตุ๊กตากระต่ายคืนจากเอิร์ธ
"ไม่ตีหรอกลูก..แล้วที่แม่ตีหนูดื้อหรือเปล่าละเอิร์ธ" แม่ผมก้มลงถามเอิร์ธ ผมก็มองเขา แววตาใสซื่อคู่นั้น
"เอิร์ธแค่หิวนม...แต่พ่อไม่อยู่..แม่ก็ตี..พี่มะแตรก็ห้ามไม่ให้แม่ตี” เอิร์ธยืนกอดอกพูดและก้มหน้าเหมือนเขารู้สึกผิด
“พี่มะแตไม่อยู่แล้วนะคุณย่า "ผมได้ฟังแบบนี้แล้วก็ใจหาย พี่ต้นหันหลังให้เอิร์ธผมว่าพี่ต้นก็เครียดนะผมนี้เห็นใจเลยทั้งงานและครอบครัวอีก แม่ก็มองหน้าพี่ต้น มันทำอะไรมากไม่หรอกเพราะว่านั้นคือครอบครัวของเขา ต่อให้คนตรงหน้าและที่ยืนข้างๆ ผมเป็หลานแท้ๆ ก็เถอะ ผมย่อตัวลงกอดตาเอิร์ธ
"อาขอโทษนะครับเอิร์ธ" ผมย่อตัวลงตับไหล่เอิร์ธ มองไปในแววตาใสซื่อคู่นั้น
"พ่อบอกว่าไม่ให้โกรธอาเข็มแต่เอิร์ธก็ยังไม่เข้าใจ...เอิร์ธรักขาเข็ม" เอิร์ธพูดผมดึงร่างเล็กๆ เข้ามากอด
"เอาละไปกันได้แล้วลูกเดี๋ยวพ่อจะถึงบ้านมืด..แม่ครับต้นไปนะครับแม่..ถึงแล้วต้นจะโทรหานะครับ..ต้นรักแม่..ไม่นานต้นจะกลับมาอยู่กับแม่" พี่ต้นเข้าไปกอดแม่และหันมาแตะหัวผม
ผมอุ้มตาเอิร์ธออกไปส่งให้พี่ต้น พี่ต้นให้ตาเอิร์ธนั่งเบาะหลังจะมีเบาะสำหรับเด็กซึ่งมันปลอดภัยกว่าและมีเครื่องเล่นดีวีดีตาเอิร์ธนะเป็เด็กฉลาดเขาเปิดเองได้เปลี่ยนแผ่นเองได้ ดูซิพอผมอุ้มเข้าไปนั่งก็จัดการเปิดกระเป๋าซีดีเลือกแผ่นการ์ตูนที่ชอบดูขวดนมและขวดน้ำใส่กระเป๋าวางพี่ต้นใส่กระเป๋าวางไว้ใกล้ด้วย เอิร์ธเป็เด็กที่ไม่งอแงกับพี่ต้นเลยสักนิดเหมือนเขาจะรู้ดีว่าพ่อของเขาเจอเื่วุ่นวายภายในบ้านมาเยอะแล้วมันจึงไม่แปลกที่พี่ต้นไม่ค่อยห่างจากลูก พี่ต้นอยู่กลับลูกมากกว่าอยู่กับพี่เกศรินทร์ซะอีก
"เอาไว้ย่าจะไปหาเอิร์ธนะลูก" แม่ผมบอกเอิร์ธก่อนจะปิดประตูรถและพี่ต้นก็โบกมือให้ผมกับแม่ ผมยืนมองจนพี่ต้นขับรถออกไป
"แล้วเราล่ะจะไปหากานต์เลยหรือเปล่าลูกแม่จะได้ตักแกงส้มไข่ชะอมไว้ให้" แม่ถามผม ผมพยักหน้าเบาๆ ผมเดินกลับเข้าไปในบ้าน ผมทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ พี่ๆ ไปกันหมดแล้ว แม่ก็สาละวนในการอุ่นแกงส้มไข่ชะอมทอดที่จะให้ผมนำไปฝากณัฐกานต์
("ถามใจตัวเองซิว่าที่นายทำอยู่ตรงนี้นะเพื่ออะไร..มีความสุขแล้วจริงๆ เหรอเขม" คำพูดของพี่ก้อง)
("แค่ครั้งเดียวก็กานต์เหงา..เขมไม่โทรหากานต์..กานต์เครียด..เขาแค่เพื่อนร่วมงาน..กานต์ยังรักเขมนะ" คำพูดของกานต์)
("ผมรู้สึกดีเวลาคุยกับครูเพราะว่าผมไว้ใจครู" คำพูดของคริสโตเฟอร์ ผมนั่งนิ่งอยู่แบบนั้นมือก็หมุนโทรศัพท์เล่นวนไปวนมาอยู่แบบนั้นจนกระทั่งมือผมพลาดไปแตะปุ่มฟังชั่นสีเขียวหน้าจอก็เด้งขึ้นมา เป็การสนทนาของผมกับคริสโตเฟอร์)
"แม่ครับเขมจะกลับไปโรงเรียนนะครับแม่...เขมไม่ไปหากานต์..แม่ไม่ต้องตักแกงหรอกนะครับ..เอาเก็บไว้ให้ป้าวิลัยเขาดีกว่านะครับแม่" ผมพูดแม่หันมามองหน้าผม
"มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าลูกเขม ทะเลาะอะไรกันอีก" แม่วางทัพพีลงและเดินมาหาผมแม่แตะไหล่ผมเบาๆ
"เขมว่าจะบอกแม่หลายครั้งแล้วว่ากานต์เขาไม่กินไข่ชะอมทอดเอาไปเขาก็ทิ้งเปล่าๆ" ผมพูดแม่มองหน้าผมแม่คงเสียใจที่ได้ยินแบบนี้ ผมแตะมือแม่
"อ้าวเหรอ...ก็เห็นตอนแรกเขาชอบแม่ก็คิดว่าเขายังชอบอยู่"
"ใช่แม่เมื่อก่อนเขาเห็นผมชอบอะไรเขาก็ชอบตามแต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วแม่"ผมพูด
"อือ!! แม่เข้าใจลูก...เลือกทำสิ่งที่ลูกคิดว่าทำแล้วลูกแม่มีความสูขเพราะความสุขของลูกคือความสุขของแม่นะเขม"
"ผมรักแม่ครับแต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะพูดอะไรแต่ไม่นานครับแม่...ผมขึ้นไปเก็บของก่อนนะแม่"
“ฟ้อด!!” ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินออกหอมแก้มคุณแม่ผมทีหนึ่งก่อน ผู้หญิงคนนี้ที่เข้าใจและรักผมมากที่สุด
"ถ้าอย่างนั้นแม่จะดูอะไรที่เขมจะเอาไปทานได้ก็แล้วกันนะลูกนะ" แม่หันมาบอกผม
“เอาไปให้ป้าเขาทานดีกว่าครับ เพราะว่ากว่าเขมจะถึงมันจะเสียซะก่อนนะครับแม่” ผมพูดกับแม่รดา แม่ก็พยักหน้าให้ผม และผมก็รีบขึ้นไปบนบ้านเก็บพวกสมุดการบ้านเด็กและชีทที่ให้เด็กนักเรียนทำมาส่ง เอาไปตรวจที่โน่นด้วยเลยก็ดีเหมือนกัน
ผมหันไปมองทีวีในห้องนอนผมมันก็ไม่ได้ใช้เอาไปด้วยก็ดีเพราะที่นั่นมันก็เก่าแล้วแต่ผมคงไม่ติดแอร์มันสิ้นเปลืองเปล่าๆ ผมขนทุกอย่างลงมาใส่ไว้ในรถเก๋งของผมคันนี้พี่ต้นยกให้ผมและไปซื้อฟอร์จูนเนอร์รถครอบครัวแทน พี่ต้นบอกไปไหนชอบพาตาเอิร์ทไปด้วยทุกที เพราะจะได้เห็นการทำงานของพี่ต้นด้วย
"เขมไปก่อนนะแม่...ต่อไปนี้เขมจะโทรหาแม่ให้บ่อยขึ้น..เขมรู้ว่าแม่เหงาแต่แม่แค่ไม่อยากทิ้งลูกๆ เป็ห่วงและแม่ไม่อยากทิ้งบ้านที่พ่อรักไป ไม่นานเขมจะกลับมาอยู่ใกล้ๆ แม่" ผมพูดผมเข้าไปหอมแก้มแม่รดาและรีบขับรถไปทันที
“ตื้ด!!” เสียงมือถือของผมสั้นผมก็หยิบขึ้นมาดู เป็ข้อความจากณัฐกานต์
“เขมจะเข้ามาหรือยังครับ เข้ามาแล้วแวะซื้อกาแฟที่ตรงทองหล่อร้านประจำมาให้ด้วยนะเขมและก็บลูเบอรี่ชิสเค้กด้วยนะมาเร็วๆ นะคิดถึงอะ " ข้อความจากณัฐกานต์แต่ว่าผมไม่ได้ไปทางนั้นผมกำลังมุ่งหน้าออกจากกรุงเทพ
ผมไม่ส่งข้อความตอบกลับใดๆ ในตอนนี้ เพราะว่าผมกำลังใช้ความคิด ผมยังรักณัฐกานต์ไหม ตอบว่ายังรัก เพราะว่าสี่ปีมันย่อมที่จะผูกพันกันมาก แต่เวลามันไม่ได้ช่วยให้ความรักของเราดีขึ้นเลยอย่างที่พี่ก้องพูดมีแต่ทะเลาะกันมากขึ้น ที่สำคัญผมกับเขาเรายังก็ยังไม่เลิกกันและณัฐกานต์ก็บอกว่าเขาจะไม่ทำอีกผมควรจะเชื่อได้อีกไหมนี้ซิ
ผมคิดไปต่างๆ นานา จนมารู้ตัวอีกที คือผม ผมขับรถมาจอดติดไฟแดงเรียบร้อยแล้ว เพราะความเคยชินต้องกลับไปคอนโด ตอนนี้ผมกำลังลังเลใช่ไหม เพราะว่าถ้าผมขับตรงไป ผมก็จะข้ามไปขึ้นทางด่วนไปหาณัฐกานต์หรือผมจะวนรถกลับและขับออกต่างจังหวัด นั้นคือกลับโรงเรียนของผม และถ้าผมวนกลับไปและทิ้ง 4 ปีกับความรักของผม เพื่อไปหาความรักใหม่ที่ดูแล้วปัญหาจะตามมาเยอะมากมาย ไหนจะครูลูกศิษย์ที่ห้ามรักกัน และเขาก็ยังไม่ 18 ปีเลยด้วยซ้ำ
“ฟู่” เสียงพ่นลมหายใจของผม และมือที่กำพวงมาลัยรถแน่น แบบว่าคิดหนักมากจริงๆ ว่าผมควรจะไปทางไหนดี ????