20 | แผนร้าย ๆ ของยายรุ้งจอมแสบ
ทอรุ้งหิ้วถุงผ้าของเพลงพนัสไปที่อาคารสำนักงานซึ่งมีไฟเปิดสว่างแค่ชั้นห้า ในยามที่คนอื่น ๆ พักผ่อนหลับใหล ยูโดซันกลับมีชีวิตชีวาร้อนแรง เมื่อขึ้นไปถึงหน้าห้องยิม เธอก็กวักมือเรียกมะกอกซึ่งนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ข้างในให้ออกมาหา
“มะกอก ฝากถุงนี่ให้เพื่อนพี่หน่อยนะ เดี๋ยวสักพักจะมาเอา”
“อ้าว วันนี้พี่รุ้งไม่ซ้อมเหรอจ๊ะ”
“ไม่ละ อย่าลืมนะ ห้ามบอกโคชโอห์มเด็ดขาดว่าพี่มา แล้วก็...อันนี้สำคัญมาก”
เธอกวักมือให้อีกฝ่ายยื่นหน้ามาใกล้อีก มะกอกตาวาวพลอยตื่นเต้นไปด้วย
“ถ้าเพื่อนพี่ได้เจอพี่แสนย์ ฝากแนะนำด้วยว่าเป็เพื่อนของพี่รุ้ง”
มะกอกกะพริบตาปริบ ๆ “เอ...มันสำคัญยังไงล่ะจ๊ะ เพื่อนพี่กับพี่แสนย์ต้องเจอกันด้วยเหรอ”
“เถอะน่า มะกอกคนเก่งของพี่รุ้งจัดการได้อยู่แล้ว ถ้าได้เจอกันก็ฝากแนะนำด้วย ถ้าไม่เจอกันก็ช่วยทำให้เจอกันทีนะ”
คราวนี้มะกอกถึงกับขมวดคิ้ว อ้าปากค้าง ทอรุ้งแอบเห็นว่าโคชโอห์มในชุดยูโดกำลังตรงมาทางนี้ คงมาเข้าห้องน้ำหรืออะไรสักอย่าง จึงรีบยัดถุงผ้าใส่มือแม่บ้านสาวน้อยร่างอวบแล้วหลบฉากกลับออกมา
ทอรุ้งขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินกลับคอนโดอย่างสบายใจ ระหว่างทางก็ไม่ลืมพิมพ์ไลน์บอกเพื่อนซึ่งน่าจะกำลังฟังพระสวดอยู่ว่า ให้ไปเอาเอกสารที่ยูโดซันแทนที่จะเป็คอนโดเธอ
อันที่จริงก็ไม่แน่ใจนักว่าผลจะออกมาเป็ยังไง ลูกไม้อาจไปถึงยูโดซัน แต่ไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับพี่แสนย์ก็ได้ เข้าใจดีว่าเวลาสอนโคชทุกคนจะจริงจังมาก แต่อย่างน้อยขอให้เพื่อนเธอได้เห็นพี่แสนย์ตัวจริงแค่ตอนที่เขากำลังสอนก็ยังดี
หลังฟังสวดพระอภิธรรมเสร็จ เพลงพนัสกับพี่โชติก็ไปกินข้าวต้มกันต่อ ไม่ได้เจอกันเสียนาน ต้องคุยให้หายคิดถึงเสียหน่อย หญิงสาวเพิ่งได้รู้ว่า หลังจากพี่โชติลาออกจากการเป็ผู้ช่วยอาจารย์ในแล็บที่มหาวิทยาลัยแล้ว ก็มาเปิดธุรกิจส่วนตัวคือโรงเรียนสอนกีฬาและศิลปะป้องกันตัวชื่อ ‘เดอะไฟเตอร์’
“โห ไม่ยักรู้ว่าพี่โชติชอบกีฬาถึงขนาดมาเปิดโรงเรียนสอนเองเลยนะคะ”
“อ้าว พี่เคยเป็ครูสอนยูโดของชมรมที่มหาวิทยาลัย ลูกไม้ไม่รู้หรอกเหรอ”
เพลงพนัสส่ายหน้า ได้ยินคำว่ายูโดแล้วก็ยิ้มตาพริ้ม
“่นี้ที่โรงเรียนพี่จะยุ่ง ๆ หน่อย เพราะต้องเตรียมตัวเื่การประเมินสุดยอดสถาบันยูโด ปีที่แล้วเดอะไฟเตอร์ได้ที่หก ปีนี้เลยตั้งใจว่าจะติดท็อปไฟฟ์ให้ได้”
เพลงพนัสตั้งใจฟัง จำได้ว่ายูโดซันก็เตรียมตัวเื่การประเมินครั้งนี้อยู่เหมือนกัน
“แล้วลูกไม้ล่ะ เป็ไงบ้าง ไปทำอะไรที่กาญจนบุรีน่ะ”
“ก็เป็นักกีฏวิทยานั่นแหละพี่โชติ ยังหลงรักเ้าแมลงตัวเล็ก ๆ อยู่เหมือนเดิม” เธอเล่าพลางคีบผักบุ้งไฟแดงมาใส่ถ้วยข้าว “แต่รับงานค่อนข้างอิสระ ทำเป็โพรเจกต์ ๆ ไป ล่าสุดทีมของลูกไม้เข้ารอบสุดท้ายงานอาร์โทรโพดาไทยแลนด์ด้วยนะพี่”
“อาร์โทรโพดา...งานประกวดใหญ่ระดับประเทศเลยนี่ แล้วงานวิจัยที่ส่งน่ะเื่อะไรเหรอ”
“อนุกรมวิธานผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กค่ะ เราบังเอิญพบในป่าลึกที่เมืองกาญจน์นั่นแหละ พอนำมาจำแนกชนิดก็ปรากฏว่าเราค้นพบผีเสื้อพันธุ์ใหม่ของโลกเลยนะคะพี่”
“โอ้โฮ ไม่ธรรมดาเลยนะ ผลงานระดับโลกอย่างนี้พี่ว่าเราต้องชนะประกวดแน่ ๆ”
หญิงสาวยิ้มกว้าง นั่นก็เป็สิ่งที่แอบหวังอยู่เหมือนกัน “ผลงานคือส่วนหนึ่งค่ะ แต่การนำเสนอก็สำคัญ ่นี้ทางทีมเลยต้องเตรียมพรีเซนต์กับทำรูปเล่ม เดี๋ยวลูกไม้ก็ต้องไปเอาเอกสารที่คอนโดเพื่อนอีก”
“ยังไงก็สู้ ๆ นะ พี่ขอให้เราทำสำเร็จ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกล่ะ ถึงพี่จะไม่ได้เป็ทีเอแล้ว แต่ตอนลาออกก็ได้หนังสือกับเอกสารงานวิจัยมาเยอะอยู่ อย่างพวกอนุกรมวิธานที่ลูกไม้ทำงานเนี่ย มีหลายเล่มเลย”
เพลงพนัสตาวาว ถ้าเป็เ้าจีจี้ก็คงจะทำหูตั้ง “จริงเหรอคะพี่โชติ ขอดูบ้างได้ไหม”
“ได้สิ ไว้พี่จะเอามาให้นะ งานอนุกรมวิธานไม่ค่อยมีใครทำ ให้ลูกไม้ไว้น่าจะมีประโยชน์กว่าอยู่กับพี่เยอะเลย”
ทันใดนั้นเอง ทอรุ้งก็โทร. เข้ามา เพลงพนัสจึงนึกขึ้นได้ว่าคุยเพลินจนปาเข้าไปสามทุ่มกว่า นี่เพื่อนคงโทร. ตามให้เข้าไปเอาเอกสารละมั้ง
“เป็ไงบ้างลูกไม้ เงียบเชียว สรุปว่าแกได้เจอพี่แสนย์หรือเปล่า ทำไมไม่เล่าอะไรให้ฟังเลย ฉันลุ้นจะแย่แล้วเนี่ย”
เพลงพนัสงงไปหมดเหมือนฟังภาษาต่างกาแล็กซี “แกหมายถึงอะไรน่ะ ฉันไม่เข้าใจ”
“อ้าว นี่แกยังไม่ได้อ่านไลน์ฉันเหรอ”
เพลงพนัสกดอ่านข้อความที่เพื่อนบอก แล้วก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็แผนของทอรุ้งที่จะชงให้เธอได้เจอกับชัชแสนย์ แต่เวลานี้ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจ ใจหนึ่งขอบคุณเพื่อนที่คอยช่วย แม้จะทำอะไรไม่ปรึกษากันอีกแล้ว ส่วนอีกใจก็เสียดายที่คลาดกับเขาคนนั้นอีกจนได้ แต่ช่วยไม่ได้จริง ๆ เธอคงผิดเองที่ไม่ได้เปิดอ่านข้อความ
“โธ่ รุ้ง ฉันยังกินข้าวต้มอยู่เลย เดี๋ยวรีบเข้าไปก็แล้วกัน”
“อ้าว...” คนฝั่งปลายสายลากเสียงยาว “แต่นี่มันสามทุ่มครึ่งแล้วนะ โรงเรียนปิดแล้ว แต่ไม่เป็ไร ยังไงเื่พี่แสนย์ฉันก็จะต้องเอาจนแกได้เจอกับเขาให้ได้”
“หา! แกว่าไงนะ โรงเรียนปิดแล้วเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ ปกติสามทุ่มกว่า ๆ เราก็ปิดห้องกันแล้ว แต่แกไม่ต้องใไป ของอยู่ที่นั่นไม่หายหรอก”
“มันไม่ใช่เื่นั้น” เพลงพนัสร้อนใจจนแทบจะแล่นไปยูโดซันเดี๋ยวนี้ “ฉันไม่ได้กลัวหาย แต่กรรมการนัดส่งเอกสารพรุ่งนี้แปดโมงเช้า ฉันต้องไปเอาเอกสารมาให้ได้ในคืนนี้”
“ชิบอ๋ายแล้ว!” ทอรุ้งร้องลั่น “แกใจเย็นนะ ขอฉันโทร. หามะกอกก่อนแป๊บเดียว”
แป๊บเดียวที่ต้องรอ ช่างเป็แป๊บเดียวที่เก้าอี้ลุกเป็ไฟจนนั่งแทบไม่ติด กระทั่งทอรุ้งโทร. กลับมาในที่สุด
“แก มะกอกยังไม่กลับ น้องบอกว่ารอแกไปเอาของอยู่ แต่ตอนนี้ออกไปกินตำเจ๊นก ถ้าแกไปถึงก็เข้าไปหยิบได้เลย วางอยู่บนเคาน์เตอร์ หาไม่ยาก”
หญิงสาวเ้าของเอกสารถอนหายใจพรืดอย่างโล่งอก “โอเค ฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้เลย”
“ฉันขอโทษมาก ๆ เลยนะแก ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้แกเดือดร้อนขนาดนี้”
เพลงพนัสยังขมวดคิ้วอย่างหัวเสีย
“เออ ไม่เป็ไรหรอก แต่แกระวังนะ ระวังความบุ่มบ่ามใจร้อนจะทำให้ตัวแกเองต้องเดือดร้อนเข้าสักวัน ฉันเตือนจริง ๆ นะเว้ย”
“ฉันขอโทษ” ทอรุ้งครวญ
“เออ ๆ ช่างเถอะ ฉันรู้ว่าแกหวังดี”
ถึงจะหงุดหงิด แต่เจอเสียงจ๋อย ๆ ของทอรุ้งเพลงพนัสก็ใจอ่อน รีบวางสายแล้วขึ้นรถขับออกไปทันที
อาคารสำนักงานทั้งหลังปิดไฟหมดแล้ว เงียบเชียบวังเวงราวกับตึกร้างก็ไม่ปาน เพลงพนัสขึ้นไปบนชั้นห้า เงยหน้ามองป้ายชื่อสถาบันและโลโก้รูปพระอาทิตย์สาดแสงอย่างเป็ปลื้ม ไม่น่าเชื่อว่าวันหนึ่งเธอจะได้มาเหยียบยูโดซันจริง ๆ ตามที่เคยได้ลั่นวาจา
ทอรุ้งเคยเล่าให้ฟังว่าสถานที่ฝึกซ้อมยูโดเขาเรียกกันว่า ‘เบาะ’ เช่น เบาะจุฬาฯ เบาะรามคำแหง เบาะไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ที่นี่คือเบาะยูโดซัน แต่พวกนักเรียนชอบเรียกกันว่ายิมมากกว่า บางครั้งพวกนักยูโดจะไปเยี่ยมเยียน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ฝึกซ้อมตามเบาะต่าง ๆ เพลงพนัสเชื่อเหลือเกินว่า หากนักยูโดที่อื่นได้มาเยี่ยมเยียนเบาะยูโดซันนี้ จะต้องชอบและประทับใจแน่ เพราะที่แห่งนี้ถึงจะไม่ได้กว้างใหญ่ แต่ทั้งสวยทั้งทันสมัย และได้มาตรฐานไม่น้อยหน้าเบาะชั้นนำไหน ๆ ในประเทศเลย
หญิงสาวผลักประตูกระจกเข้าไปในส่วนล็อบบี ซ้ายมือเป็ห้องน้ำกับห้องแต่งตัว ขวาเป็เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เล็ก ๆ เธอเข้าไปดูใกล้ ๆ สำรวจทั้งด้านหน้าและหลังแต่มันก็ว่างเปล่า ที่ว่าวางของไว้บนเคาน์เตอร์ ทอรุ้งคงหมายถึงเคาน์เตอร์ยาวในยิมละมั้ง
เธอผลักประตูกระจกอีกชั้นเข้าไปในยิม แสงไฟจากภายนอกส่องผ่านเข้ามาทางกระจกใสซึ่งยาวตลอดแนวพอให้เห็นสภาพภายในได้ราง ๆ จึงไม่อยากควานหาสวิตช์ไฟให้ยิ่งเสียเวลา
เพลงพนัสมาที่เคาน์เตอร์ยาว ข้างบนไม่มีอะไรวางอยู่เลยนอกจากกระปุกบางอย่างตั้งอยู่เกือบสุดห้อง เข้าไปดูใกล้ ๆ ก็พบว่าเป็ทอฟฟี่รสนมกลิ่นทุเรียนอันคุ้นเคยนั่นเอง เธอล้วงทอฟฟี่มาแกะใส่ปากสองสามเม็ดแล้วจึงลงมือค้นหาถุงผ้าใส่เอกสารต่อ เผลอวางหมวกแก๊ปของทอรุ้งทิ้งไว้ข้างกระปุกทอฟฟี่จนได้ กลัวว่าจะลืมอีกจึงสวมไว้กับศีรษะเสียเลย
อ้อมมาหลังเคาน์เตอร์ ตรงนี้ค่อนข้างมืดเพราะแสงจากหน้าต่างส่องมาไม่ถึง แต่ก็พอมองเห็นว่ามีตู้กับลิ้นชักเรียงราย กล่องและตะกร้าใส่ข้าวของหลายอย่างเหมือนจะวางแอบไว้ แต่ก็ยังระเกะระกะ หญิงสาวก้ม ๆ เงย ๆ ควานมือเปะปะหาถุงผ้าของตนอยู่ครู่ก็เจอ วางพิงตะกร้าอยู่นี่เอง
หญิงสาวคว้าหมับอย่างยินดี ทว่ากลับมีมือใหญ่ของใครอีกคนหนึ่งคว้าจับมันไว้ด้วยเช่นกัน ร่างทะมึนซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าเธอนี้อยู่ในชุดยูโดสีขาว ส่วนสายคาดเอวของเขานั้น แสงไฟที่ลอดเข้ามาเพียงสลัวช่างทำให้พินิจได้ยากเย็น แต่ยังพอมองเห็นว่ามันเป็สีน้ำตาลปลายดำ
เพลงพนัสเงยหน้าฉับเมื่อตระหนักได้ว่าตนกำลังเผชิญหน้ากับใคร ยิ่งได้สบกับดวงตาคมกล้าบนใบหน้าขาวใสผุดผ่องราวกับปุยหิมะนี้ด้วยแล้ว ก็ยิ่งมั่นใจอย่างไม่ต้องสงสัยอะไรอีก
คะ...คุณแสนย์!
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
เย้ๆ ในที่สุดก็ได้เจอคุณแสนย์แล้ว ^^
ว่าแต่ ทำไมได้เจอกันในสภาพแบบนี้ละเนี่ย!
คุณแสนย์จะว่ายังไงนะ ทำหน้าดุ ๆ แบบนี้อย่าบอกนะว่า คิดว่าลูกไม้เป็โจร หึยยย