“พวกนายได้ยินกันไหม? เ้าเด็กเย่เทียนเฉินฆ่าล้างพวกโจรขนาดเ้าแซนเบเกอร์รองหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตก็ยังแพ้มัน”
“โม้ล่ะสิ?เ้าเด็กนั่นไม่ใช่พวกเพลย์บอยเหรอ?วันๆไม่ทะเลาะวิวาทก็ขลุกอยู่กับผู้หญิง เป็แค่ไอขยะคนหนึ่งเท่านั้นแหละ”
“ฉันคิดว่าต้องเป็เื่โกหกแน่ๆเ้าหมอนั่นเคยทำให้ตระกูลเย่โดนดูถูดเหยียดหยามทั่วทั้งจิงตูมีใครบ้างที่ไม่รู้ฉันว่าที่สำเร็จภารกิจในครั้งนี้ได้ก็เพราะอาศัยหานเจี๋ยซะมากกว่า”
ทั่วทั้งค่ายทหารหลายคนอดไม่ได้ที่จะพูดคุยถกเถียงกันส่วนใหญ่ต่างรู้เื่ตระกูลเย่กับตระกูลหลิ่ว ต่างก็เป็ตระกูลที่มีหน้ามีตาในจิงตูเย่เทียนเฉินแอบดูหลิ่วหรูเหมยอาบน้ำ ทำให้ตระกูลหลิ่วโกรธมากต้องให้พ่อแม่มาเองถึงหน้าประตูก้มหัวขอโทษตระกูลหลิ่วต่อหน้าตระกูลใหญ่มากมายในจิงตูส่วนเย่เทียนเฉินก็คุกเข่าอยู่ข้างๆ เป็การขายหน้าครั้งยิ่งใหญ่
เถี่ยฉุยเดินเข้ามาในเต็นท์ที่เย่เทียนเฉินนอนหลับอยู่เห็นเขานั่งขัดสมาธิ ตาทั้งสองปิดสนิท มีเหงื่อเย็นๆไหลออกมาบริเวณหน้าผากเถี่ยฉุยตกตะลึง เนื่องจากรู้สึกถึงพลังงานที่แข็งแกร่งสายหนึ่งรอบๆถูกพลังงานนั้นห่อหุ้มไว้อย่างหนาแน่นดูเหมือนว่าศุนย์กลางจะอยู่ที่เย่เทียนเฉิน
“หัวหน้าเถี่ยฉุยมีอะไรเหรอครับ?”จู่ๆเย่เทียนเฉินก็ลืมตาขึ้น กล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“อานายพลชางเรียกให้นายไปพบ”เถี่ยฉุยรับรู้ได้ว่าพลังอันแปลกประหลาดนั้นได้สลายไปแล้ว
เย่เทียนเฉินมองเถี่ยฉุยสักครู่จากนั้นจึงลงจากเตียง หาวขึ้นครั้งหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ขอโทศด้วยครับ ผมไม่มีความสนใจจะไปพบท่านผู้นำผมแค่อยากกลับบ้าน”
จริงๆเมื่อสักครู่นี้เย่เทียนเฉินกำลังสำรวจพลังพิเศษภายในร่างเพิ่งจะมาเกิดใหม่ในร่างนี้ พลังพิเศษก็ลดจากระดับพระเ้าเหลือเพียงระดับราชันสามารถใช้ออกมาได้เพียงไม่ถึงหนึ่งส่วน ที่สำคัญกว่านั้นคือแก่นพลังในสมองแปรปรวนติดๆดับๆ ทำให้เย่เทียนเฉินปวดหัวมาก
แต่เดิมเขาคิดว่าได้เกิดใหม่ในโลกนี้จะเสพสุขกับชีวิตอย่างสบายอกสบายใจไม่้าความแข็งแกร่งมากมายอะไร แต่เมื่อได้สู้กับแซนเบเกอร์ทำให้เย่เทียนเฉินรู้ว่าไม่ว่าจะโลกไหนต่างก็มีผู้แข็งแกร่ง เขาเชื่อว่าจะต้องมีคนที่เก่งกว่าแซนเบเกอร์และจะต้องมีคนบางคนและเื่บางเื่ที่จำเป็ต้องให้เขาปกป้องดูแลดังนั้นพลังอันแข็งแกร่งเป็สิ่งจำเป็อย่างยิ่ง
ก่อนที่เถี่ยฉุยจะเข้ามาเย่เทียนเฉินลองรวบรวมพลังงานในธรรมชาติ พบว่ามีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่รวบรวมได้ยังห่างจากความ้าของเขาอีกไกลครั้งเดียวที่แก่นพลังในสองมีปฏิกริยารุนแรงก็คือตอนที่สู้กับพวกโจรดูแล้วมีเพียงการสู้รบที่จะทำให้พลังพิเศษตื่นขึ้นได้
“เย่เทียนเฉินดูเหมือนนายจะยีงไม่เข้าใจฐานะของตัวเอง นายเป็ทหารผู้บังคับบัญชามีคำสั่งเรียกนายไปพบ นายที่เป็ทหารคนหนึ่งการทำตามคำสั่งถือเป็หน้าที่สูงสุด”
เถี่ยฉุยกล่าวอย่างดุดันในใจเกิดความโกรธขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เ้าหมอนี่มันมองข้ามความหวังดีของผู้อื่นชางหลางเป็คนในคณะกรรมาธิการทหาร และเป็หนึ่งในสามราชันนักรบบูรพาไม่ทราบว่ามีกี่คนที่้าได้รับโอกาสเข้าพบชางหลาง แต่เ้าเย่เทียนเฉินไม่คิดเลยว่าหมอนี่ไม่อยากพบชางหลาง และดูเหมือนจะมีท่าทีตรงกันข้ามด้วยซ้ำเหมือนกับไม่เต็มใจไปพบชางหลางอย่างไรอย่างนั้น
“หัวหน้าเถี่ยฉุยผมไม่อยากพบนายพลอะไรนั่นจริงๆนะครับ ผมแค่อยากกลับบ้าน”
“ในเมื่อนายไม่เต็มใจงั้นฉันมาหานายเอง!”เย่เทียนเฉินยังพูดไม่ทันจบ ชางหลางก็เดินเข้ามาในเต็นท์พร้อมกล่าวออกมา
“นายพลชาง!” เถี่ยฉุยรีบทำความเคารพชางหลางเขาไม่คิดว่าชางหลางจะมาพบเย่เทียนเฉินด้วยตัวเอง เ้าเด็กนี่ช่างหน้าใหญ่เสียจริง
“อืมเถี่ยฉุยนายออกไปก่อน ฉันอยากจะคุยกับเขาตามลำพัง” ชางหลางกล่าวยิ้มๆ
เถี่ยฉุยจ้องมองเย่เทียนเฉินอย่างดุดันสักพักจึงค่อยเดินออกไปจากเต็นท์ส่วนเย่เทียนเฉินนั้นสายตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย พลางประเมินนายพลชางหลางตรงหน้าจากการประเมินของเขาตัดสินว่านี่เป็ยอดฝีมือคนหนึ่งบนร่างมีความผันผวนของพลังอันแข็งแกร่งรุนแรงคงเป็ผู้ที่เคยฝึกพลังภายในของพรรควรยุทธโบราณมาก่อน
ชางหลางก็ประเมินเย่เทียนเฉินด้วยสายตาพบว่าเ้าเด็กตระกูลเย่ที่ไม่ร่ำเรียนหนังสือคนนี้ ทำให้ผู้คนมองไม่ออกจริงๆยิ่งในตอนนี้ เย่เทียนเฉินมีท่าทีเหยาะแหยะทำให้ผู้คนยากที่จะรวมเขาเข้ากับคำว่าอัจฉิรยะ
“นายก็คือเย่เทียนเฉิน?”ชางหลางนั่งที่เก้าอี้ข้างๆพลางถาม
“ใช่ครับส่วนคุณก็คือนายพลชางหลาง?”เย่เทียนเฉินถามกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ
ชางหลางพยักหน้ากล่าวออกไปอย่างตรงประเด็นว่า “ได้ยินว่านายไม่้าเกียรติยศ แค่อยากกลับบ้านฉันอยากรู้ว่าทำไม?”
“ไม่ทำไมหรอกประการแรกผมก็ไม่ใช่ทหาร ประการที่สองผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคนๆหนึ่งก็คือการได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขผมไม่อยากมายุ่งยากหรือกังวลใจกับเื่พวกนี้ ขอให้นายพลชางอนุญาตด้วยครับ”ที่เย่เทียนเฉินกล่าวมานั้นเป็ความจริงในโลกก่อนนั้นเขาเป็เด็กกำพร้าไม่มีครอบครอบญาติพี่น้องเกิดใหม่ในโลกนี้เขาก็อยากจะอยู่กับครอบครัวเขานั้นทราบว่าเมื่อก่อนเ้าของร่างนี้สร้างความอัปยศและความลำบากให้กับคนในครอบครัวเขา้าชดเชยให้
“เื่นี้ฉันต้องพิจารณาดูก่อนนายรอฟังข่าวอยู่ที่นี่เถอะ”
ชางหลางหมุนกายเดินออกไปจากเต็นท์เย่เทียนเฉินหาวออกมาครั้งหนึ่ง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงต่อไปการตื่นของพลังพิเศษต้องเป็ไปที่ละก้าว จะรีบร้อนไม่ได้
เช้าวันต่อมาเย่เทียนเฉินสะพายเป้ทหารใบหนึ่งเดินออกไปจากค่ายทหาร ชางหลางเห็นด้วยกับความคิดเขาแล้วอีกทั้งเดิมทีเบื้องบนก็ให้ชางหลางจัดการเื่นี้ให้เงียบหายไปยิ่งเป็ความลับได้เท่าไรยิ่งดีการสูญเสียทหารหน่วยรบพิเศษไปหกนายรวมถึงการรั่วไหลของข้อมูลบางอย่างในครั้งนี้จำเป็ต้องเก็บเป็ความลับ
สุดท้านเย่เทียนเฉินได้ลงนามในสัญญารักษาความลับห้ามทำให้เรื่อวนี้รั่วไหลออกไปแม้แต่ครึ่งคำ อีกทั้งก่อนที่เขาจะจากมาคำพูดประโยคนั้นของชางหลางก็ทำให้เย่เทียนเฉินต้องขบคิด
“ถ้าหากนายเป็ดาวที่เปล่งประกายจริงๆล่ะก็จะอย่างไรก็ต้องส่องแสง ในโลกนี้ไม่ว่าจะที่ไหนต่างก็มีการต่อสู้ทั้งนั้นมีความยุ่งยากบางอย่างที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”
เดินออกมาจากค่ายทหารที่ถูกปิดกั้นจากภายนอกเย่เทียนเฉินก็บิดี้เีครั้งหนึ่ง เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบถูกผูกมัดการได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีเป็สิ่งที่เขา้าที่สุดในโลกก่อนมีแต่ต่อสู่ต่อสู้ต่อสู้อยู่ตลอด ทำให้เขารู้สึกหดหู่เล็กน้อยเกิดใหม่ในโลกนี้เย่เทียนเฉินก็อยากจะเสพสุขกับชีวิตสักหน่อยแต่ความคิดนี้ของเขาจะสมปรารถนาหรือไม่?
“นายพลชางข้อมูลตรงส่วนนี้ของเย่เทียนเฉินยังไม่ได้กรอกครับ”เถี่ยฉุยถือเอกสารแผ่นหนึ่งเดินเข้ามา ส่งให้ชางหลางพลางกล่าวขึ้น
ชางหลางรับแฟ้มเอกสารมาดูพบว่าในเอกสารของเย่เทียนเฉินมีเว้นว่างอยู่ที่หนึ่ง หน้าช่องว่างนั้นมีคำว่า“ระดับการสู้รบ” เขียนไว้ ชางหลางคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเขียนคำว่า “ไม่ทราบ” ลงไปจากนั้นจึงกล่าวกับเถี่ยฉุยว่า“เอาของมูลของเขาส่งไปที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ จัดเป็ความลับระดับหนึ่ง”
ไม่ทราบระดับการสู้รบนี่เป็ครั้งแรกที่ชางหลางประเมินลูกน้องของตนเช่นนี้ มีสถานะเป็หนึ่งในสามราชันนักรบบูรพาชางหลางก็นับว่าผ่านการอ่านคนมานับไม่ถ้วน แต่กับเย่เทียนเฉินเขารู้สึกมองไม่ออกจริงๆ ไม่ทราบว่าเ้าหนุ่มนี่แกล้งทำเป็คนไม่มีการศึกษาหรือจะบอกว่าศักยภาพที่แฝงในตัวอยู่ถูกะเิออกมากลายเป็ทหารที่เก่งกาจคนหนึ่งที่ไม่ทราบว่ามีความแข็งแกร่งระดับไหน
หลังจากที่เย่เทียนเฉินออกมาจากค่ายทหารแล้วก็เดินทอดน่องอยู่บนถนนกว้างที่นี่เป็ค่ายทหาร เป็สถานที่สำคัญของทหาร นอกจากรถทหารแล้วยานพาหนะของบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้ามาได้ดังนั้นหลังจากที่เย่เทียนเฉินเดินออกมาแล้วเพิ่งจะคิดได้ว่าควรจะให้ชางหลางจัดรถคันหนึ่งมาส่งตัวเองมิฉะนั้นจะไปถึงสนามบินเมื่อไรก็ไม่รู้
“ไงสหายขอขึ้นรถไปด้วยสิ!”เย่เทียนเฉินเรียกรถฮัมวี่ของทหารคันหนึ่งให้หยุด กล่าวออกมาพลางหัวเราะฮี่ๆ
“หือ?ตอนนี้ในค่ายทหารกำลังฝึกซ้อมกันอยู่ นายออกมาได้ไง?”ทหารที่ขับรถถามอย่างสงสัย
“ฮ่ะๆไม่ใช่ว่าถูกปลดมาเหรอ?”เย่เทียนเฉินหัวเราะเขินๆ แสดงเป้ทหารที่ตนสะพายอยู่เพื่อเป็การบอกใบ้
ใครจะรู้ว่าเย่เทียนเฉินเพิ่งจะกล่าวจบรถฮัมวี่คันนั้นก็ขับจากไปเขารู้สึกได้ถึงสายตาดูถูกของนายทหารที่ขับรถอยู่อย่างชัดเจนทหารที่ถูกกองทัพขับไล่ เกรงว่าไปที่ไหนก็ต้องเจอกับการดูถูกแต่หากว่าไม่ใช้เหตุผลนี้เย่เทียนเฉินก็คงไม่ได้ออกจากกองทัพง่ายๆ ในเื่ที่จะส่งผลต่อเกียรติ์ของเขาอย่างรุนแรงนั้นชางหลางก็ได้อธิบายให้เย่เทียนเฉินเข้าใจชัดเจนแล้วเย่เทียนเฉินที่เดิมทีไม่สนใจเื่เกียรติยศก็รีบตอบตกลงทันทีโดยไม่คิดอะไรมาก
“แม่งเอ่ย!” เย่เทียนเฉินสบถออกมาเริ่มออกเดินไปข้างหน้าต่อ
บรื้นบรื้น!
มีรถจักยานยนตร์ที่ใช้ในกองทพขับมาเย่เทียนเฉินไม่คิดว่าจะเรียกให้หยุดอีก ทหารคนหนึ่งที่ถูดขับไล่ออกจากกองทัพเกรงว่าคงไม่เป็ที่ต้อนรับของคนอื่นอีกทั้งเขายังคิดว่ามันไม่เกี่ยวกับตนเองสักนิดเขาไม่ใช่เย่เทียนเฉินคนเดิมตั้งนานแล้วถึงแม้เขาจะได้รับนิสัยของเย่เทียนเฉินคนก่อนทั้งหมดมา แต่ก็ไม่ได้แสดงออกเย่เทียนเฉินคนก่อนชอบอะไร เขาก็ชอบอย่างนั้น
“ขึ้นรถมาสิอยากเดินซะจนไม่ทักทายฉันเลยนะ ไม่เสียมารยาทไปหน่อยเหรอ?” ตอนนี้เองรถมอเตอร์ไซด์ทหารก็หยุดลงข้างๆเย่เทียนเฉิน หานเจี๋ยถอดหมวกกันน็อคพลางกล่าวยิ้มๆ
“พี่หานพี่มาได้ไง อาการาเ็ของพี่ไม่เป็ไรแล้วเหรอ?” เย่เทียนเฉินมีความประทับใจต่อผู้หญิงคนนี้ไม่น้อยั้แ่ได้มาเป็ทหารก็คอยดูแลตัวเองมาตลอดและดอกไม้ของกองทัพคนนี้ก็เป็คนที่มีจิตใจแน่วแน่ คู่ควรที่จะเลื่อมใส
“แค่าเ็ภายนอกเล็กน้อยดีขึ้นตั้งนานแล้ว ขึ้นรถมา ฉันจะไปส่งนายที่สนามบินเอง”
เย่เทียนเฉินพยักหน้าพลางนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ทหารทักษะการขับรถของหานเจี๋ยไม่เลวเลย บิดสุดแรงม้า ตลอดทางมีลมพัดปะทะเข้ามาทำให้รู้สึกเย็นสบาย
“นายไม่อยากเป็ทหารแล้วจริงๆเหรอ?จะละทิ้งเกียรติยศยิ่งใหญ่ขนาดนี้เหรอ?” ตอนที่หานเจี๋ยได้ยินว่าเย่เทียนเฉิน้าจากไปเกียรติยศใดๆล้วนไม่้า ้ากลับบ้านเพียงเท่านั้นในใจก็รุ้สึกใและสงสัย ที่สำคัญกว่านั้นคือเมื่อคิดว่าในอนาคตจะไม่ได้เจอผู้ชายคนนี้อีก เกิดรู้สึกเสียใจแปลกๆ
“เบื่อแล้วหนะไม่มีความหมายอะไรหรอก ผมแค่อยากใช้ชีวิตธรรมดาๆใช้ชีวิตให้มีความสุขถึงจะสำคัญที่สุด” เย่เทียนเฉินกล่าวยิ้มๆ
“นายคิดง่ายไปแล้วที่นี่ไม่มีอะไรคู่ควรให้นายอาลัยอาวรณ์เลยเหรอ?” หานเจี๋ยที่รู้สึกโมโหเล็กน้อยถามหยั่งเชิงออกไป