บทที่ 77
เฉียนเฉียน
ภายในห้องที่หรูหราห้องหนึ่ง ผนังห้องนั้นถูกประดับไว้ด้วยแสงไฟสว่างไสวหลากสีสันเป็นดวงๆ ซึ่งแต่ละดวงก็ตอบสนองซึ่งกันและกันเอง
ที่นั่น มีร่างของคนสองคนอยู่บนโซฟา
ชายหนุ่มนั้นยกแขนขึ้นโอบร่างของหญิงสาวไว้พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า “ที่รัก ทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลยนะ บอกชื่อให้รู้จักหน่อยสิ”
หญิงสาวเปิดปาก และทันใดนั้นกลิ่นหอมหวนก็ถูกปลดปล่อยออกมาด้วย “นายน้อยหลง คนอื่นๆต่างเรียกฉันว่า เฉียนเฉียน ค่ะ เฉียนเฉียนที่เป็นเฉียนเฉียนเดียวกับมรกตนั่นแหละ”
ในเมืองตงหลิงแห่งนี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะถูกเรียกว่า นายน้อยหลง เขาคนนั้นคือนายน้อยอันดับสองของตระกูลฉา ตระกูลอันดับ 1 แห่งเมืองตงหลิง
ฉาหลงหัวเราะและพูดต่อ “เฉียนเฉียนงั้นเหรอ เป็นชื่อที่ดี เธองดงามมาก ในบรรดาเหล่าสาวๆที่ฉันเคยพบเห็น เธอนี่อยู่ในท็อป 3 เลยนะ”
เฉียนเฉียนบุ้ยปากและขมวดคิ้วก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “แค่ท็อป 3 เองเหรอคะ? โธ่ว~ แล้วใครที่เป็นที่ 1 ล่ะคะ? เฉียนเฉียนอยากรู้แล้วน้า~”
มองลงไปยังใบหน้าที่หึงหวงที่ซึ่งเย้ายวนสุดๆของเธอ ฉาหลงก็เกิดความรู้สึกอยากจะกินเธอขึ้นมามากขึ้นและพูด “ที่หนึ่งเหรอ อืมมม ยังเป็นของแม่สาวตัวเล็กของตระกูลหลานน่ะ ฮ่ะๆๆ แต่เร็วๆนี้เดี๋ยวหล่อนคนนั้นก็มาเป็นผู้หญิงของฉันแล้ว ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ตามที่ฉันต้องการ ไม่มีวันที่เธอจะหลุดรอดจากเงื้อมมือฉันไปได้!”
“นายน้อยหลงเนี่ยทำให้โกรธได้ดีจังเลยนะคะ ทั้งๆที่กำลังโอบกอดฉันอยู่แท้ๆ แต่ยังคิดถึงหญิงอื่นได้อีก”
เฉียนเฉียนแสดงท่าทีขัดขืนเล็กน้อยแต่เปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจ “หลังจากที่นายน้อยหลงกับนายหญิงตระกูลหลานเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ฉันก็คงไม่จำเป็นแล้วสิ”
ใครจะทนอยู่ในอ้อมกอดของชายเจ้าชู้แบบนี้ได้กัน? ต่อให้เป็นฉาหลงก็เถอะ
เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องกังวลที่รัก จะให้ฉันทิ้งสวนทั้งสวนเพื่อดอกไม้ดอกเดียวได้ยังไงกัน? ฮ่าๆๆ การแต่งงานก็แค่แผนที่จะรวบรัดทั้งสองตระกูลเข้าด้วยกัน และเมื่อไหร่ที่ตระกูลฉาสามารถกลืนกินตระกูลหลานลงได้ ก็คงจะถึงเวลาที่พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าไม่มีตระกูลไหนในตงหลิงที่จะเทียบเท่าพวกเราได้อีกแล้ว ฮ่าๆๆๆ!”
“งั้นสินะคะ” เฉียนเฉียนพยักหน้าขณะที่กำลังคิดอะไรอยู่จากนั้นจึงหัวเราะน้อยๆออกมา “นายน้อยหลงเนี่ย มีอำนาจจริงๆนะคะเนี่ย แถมยัง แตกต่างจากพวกข้างนอกอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย”
“ทุกๆคนต่างพูดกันว่า นายน้อยหลงหลงใหลในนายหญิงของตระกูลหลาน เป็นความชอบแบบรักเขาข้างเดียวโดยที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่กระนั้นทางฝั่งนายหญิงแห่งหลานเองก็ไม่ได้ใจดีนัก แถมยังพูดไว้ว่าเธอกำลังรอชายในโชคชะตาอยู่ ถึงแม้คุณจะเศร้าแต่คุณก็ยังยินยอมถ้าหากคนคนนั้นจะโผล่มาตามคำทำนาย โดยนายน้อยหลงก็จะไม่ยุ่งกับนายหญิงแห่งหลานอีกครั้ง”
“แต่ถ้าคนคนนั้นไม่โผล่มาจริงๆ นายน้อยหลงก็ยังยินดีที่จะยอมรับและหมั้นกับนายหญิงแห่งหลานตามเดิม ข่าวลือนี้เล่ามาปากต่อปากจนถึงหูฉัน และ...มันนับเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนภายนอก แต่เพราะนายน้อยหลงน่ะเป็นคนที่สาวๆต่างหมายปองอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ก็ทำให้สาวๆหลายคนเก็บไปร้องไห้เหมือนกัน นอกจากนั้น อีกแค่ครึ่งเดือนก็จะถึงวันหมั้นแล้ว แต่นายน้อยหลงก็ยังอยู่ที่นี่กับฉัน มันจะดีเหรอคะ?”
มองไปยังใบหน้ากึ่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ของสาวลูกครึ่งจีนและอเมริกา ฉาหลงก็หัวเราะอีกครั้ง
“สิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกมันก็ต้องฟังดูดีอยู่แล้ว เธอคนนั้นเป็นคนที่ดื้อมากๆ เมื่อตอนเจอกันครั้งแรก เธอปฏิเสธที่จะแต่งงานกับฉัน แล้วก็พูดคำทำนายออกมา คิดว่าเรื่องนี้จะจบง่ายๆใช่ไหมล่ะ? แต่...”
ถึงจุดนี้ แววตาของฉาหลงก็ดูเฉียบคมขึ้นมา และลึกลงไปในดวงตา ความชั่วร้ายมันกำลังฉายแววอยู่ภายในนั้น เขาเผลอกัดฟันโดยไม่รู้ตัวก่อนจะหัวเราะอย่างเยือกเย็นขณะกัดฟันอยู่ด้วย
“แม่ตัวเล็กคนนั้นเป็นคนแรกที่กล้าขัดใจฉันแบบนี้ แถมยังเอาเรื่องชายแห่งโชคชะตาไร้สาระอะไรนั่นมาข่มขู่อีก นี่คิดว่าฉันเป็นเด็ก 3 ขวบหรือไงน่ะ? ฮึ่ม! รอไปเถอะ รอจนกว่าจะแต่งงาน ฉันเหนื่อยที่จะเล่นแล้ว ปล่อยให้เธอทำอะไรที่อยากทำไป! ยังไงก็ตาม ปู่ของฉันเคยพูดไว้ว่า ผู้หญิงคนไหนที่แต่งงานกับฉันแล้ว ในอนาคตก็จะต้องเป็นนายหญิงของที่นี่ต่อไป เพราะงั้นแล้วฉันน่ะจะรอให้ถึงเวลานั้น แล้วฉันจะทำให้ยัยนั่นเป็นคนรับใช้ฉันให้ได้เลย ฮึ่มๆ”
แววตาของเฉียนเฉียนนั้นดูตกใจเล็กน้อยแต่ไม่นานเธอก็ปกปิดมันไว้ดังเดิมและพูดด้วยเสียงใส “นายน้อยหลง ฉันชื่นชมนายน้อยขนาดนี้ นายน้อยต้องไม่ลืมฉันนะคะ”
ฉาหลงหัวเราะอีกครั้ง “ไม่มีปัญหา เชื่อคำพูดฉันได้เลย ฉันไม่มีวันทำตัวแย่ๆกับเธอ”
เฉียนเฉียนได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆซุกหน้าลงไปที่แขนของ ฉาหลงและถามเขาอีก
“นายน้อยหลง ฉันมีคำถามที่หลายๆคนต่างก็อยากรู้คำตอบเหมือนกันน่ะค่ะ ผู้ชายที่เป็นชายในโชคชะตาตามคำทำนายของนายหญิงหลาน เป็นคนแบบไหนงั้นเหรอ?”
เมื่อเธอพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของฉาหลงก็แสดงออกถึงความโกรธขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
“ฮึ่ม ชายในโชคชะตาอะไรกัน ฉันเดาเลยนะ นั่นก็แค่ข้ออ้างที่เอาไว้ใช้เพราะไม่อยากแต่งงานกับฉันนั่นแหละ ฮ่าๆๆ แต่ไอ้การกระทำแบบนี้น่ะ สำหรับฉันมันไม่ได้ผลหรอก อืมมม เธอบอกฉันไว้ว่าชายแห่งโชคชะตานั่นจะโผล่มาในวันนั้นพอดี ถ้างั้นฉันก็จะไม่หักหน้าเธอ เพราะฉันเองก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าไอ้ชายแห่งโชคชะตานั่นจะกล้าโผล่หน้ามาหรือเปล่า!”
ขณะที่พูดประโยคสุดท้ายออกมานั้น ฉาหลงก็กัดฟันไปด้วย คำพูดของเขานั้นไม่ใช่ “คนคนนั้นจะปรากฏตัวออกมาหรือเปล่า” แต่เป็น “คนคนนั้นจะกล้าปรากฏตัวหรือเปล่า” นี่มันขู่อาฆาตโดยนัยชัดๆ
“ถ้าคนคนนั้นปรากฏตัวขึ้นมาจริงๆ นายน้อยหลงจะหยุดตามที่พูดไว้เหรอ?” เฉียนเฉียนพูดลอยๆเหมือนไม่ได้ถามอะไร
“โอ้ จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง” ฉาหลงยิ้มอย่างเยือกเย็น ดวงตาของเขานั้นเปี่ยมไปด้วยการปองร้ายแบบสุดๆ “ถ้าไอ้เจ้านั่นกล้าที่จะเสนอหน้าออกมาจริงๆ ฉันคงจะต้องทำให้มันรู้เสียหน่อยแล้วว่า คนที่กล้าดีมาแตะต้องของของฉันจะเป็นยังไง! ถึงตอนนั้น ยังไงสาวน้อยหลานเสวี่ยก็คงไม่อยากจะวิ่งหนีฉันอีกแล้วล่ะ”
พอพูดจบ ร่างของเฉียนเฉียนก็แข็งทือไปเลย รวมถึงสีหน้าเองก็เปลี่ยนไปเป็นนาทีอยู่เหมือนกัน
ชั่วโมงต่อมา ปาร์ตี้ริมสระของตระกูลฉาก็ได้จบลง และเฉียนเฉียนก็ออกจากคฤหาสน์ตระกูลฉาแล้ว เธอนั้นกลับมากับรถโดยสารไปยังบ้านเช่าของเธอ และทันทีที่ประตูบ้านถูกปิดลง หยาดน้ำตาจากดวงตาโตสวยทั้งสองข้างก็ไหลออกมาพร้อมกับที่เธอแอบร้องไห้เงียบๆ
ร่างบางค่อยๆทรุดนั่งหลังพิงประตูพร้อมกับทำจิตใจให้เย็นลง เฉียนเฉียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดเบอร์
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
“ฮัลโหล ท่านพี่เฉียน เป็นอย่างไรบ้างคะ?”
เสียงนั้นเป็นเสียงของหลานเสวี่ยแน่ๆ หากแต่น้ำเสียงของเธอนั้นไม่ได้เยือกเย็น กลับกันนั้นค่อนข้างนุ่มนวลเสียด้วย
หลังจากที่สูดหายใจลึกๆไปหลายครั้งแล้ว เฉียนเฉียนก็ค่อยๆตอบกลับด้วยเสียงนุ่มนวล “นายหญิง ฉันได้แผนของฉาหลงมาแล้วค่ะ อย่างที่คิด คนคนนั้นเป็นเหมือนที่นายหญิงคาดไว้ค่ะ เขาไม่คิดจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว และต่อให้ชายแห่งโชคชะตาจะปรากฏตัวขึ้นมาในวันนั้น ฉาหลงก็จะหาวิธีกำจัดเขาอยู่ดี”
ได้ยินดังนั้นหลานเสวี่ยที่อยู่ปลายสายก็เงียบไปพักใหญ่ก่อนจะตอบ “เข้าใจแล้ว”
หลานเสวี่ยตอบด้วยเสียงนิ่งลงจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงขอโทษ “พี่เฉียน ฉันทำให้พี่ต้องมีมลทิน ที่ต้องเข้าหาคนอย่างไอ้ขยะนั่นซะแล้ว”
เฉียนเฉียนส่ายหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตานั้นก่อนจะยิ้มขึ้นมา “เพื่อผลประโยชน์ของนายหญิง ฉันไม่รู้สึกโกรธแค้นอะไรหรอกค่ะ เพราะถ้าหากฉันไม่ทำเพื่อนายหญิงแล้วล่ะก็ บางทีพวกเราอาจจะต้องเสียไปทั้งตระกูลเลยก็ได้”
“อย่าพูดแบบนั้น พี่เฉียน” หลานเสวี่ยหยุดเธอไว้
“ไม่สิ ต้องพูดว่า ฉันจะไม่ให้การเสียสละของพี่ต้องเสียเปล่า ไอ้ระยำนั่นต้องชดใช้ในสักวันหนึ่ง!”
ได้ยินว่านายหญิงเป็นห่วงและมุ่งมั่นเช่นนั้น เฉียนเฉียนก็น้ำตาไหลอาบอีกครั้งจนไม่สามารถพูดได้ ในตอนนี้ เธอทำได้แค่พยักหน้ารัวๆเท่านั้น
เมื่อครั้งที่เฮลิคอปเตอร์ของตระกูลหลานไปรับ หลานเสวี่ย เธอคือ 1 ใน 2 สาวงามที่พาหลานเสวี่ยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ในครั้งนั้น เธอคือ คนที่หลานเสวี่ยไว้ใจมากที่สุด
ดังนั้นแล้ว เพื่อประโยชน์ของหลานเสวี่ย พวกเธอยอมทำได้แม้ต้องแลกด้วยชีวิต!
อีกฟากหนึ่ง ณ คฤหาสน์เย่แห่งตงหลิงที่ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงมืดมนอยู่
“นายท่านเฉินครับ อาการของนายน้อยนั้นดีขึ้นมากแล้ว ส่วนที่ยังต้องรักษาต่อที่เหลือก็ไม่ได้เป็นปัญหากับการใช้ชีวิตประจำวันแล้วด้วย”
ชายร่างใหญ่ที่มีใบหน้าหยาบยืนด้วยความเคารพข้างๆเย่เเฉินพร้อมรายงานผล
“ดีมาก” เย่เฉินตอบ “เรื่องนี้ ต้องไม่มีใครรู้นะ”
“ไม่ต้องกังวลครั้ง นายท่านเฉิน พวกเราได้จัดการกับพวกหมอทั้งหมดที่รักษานายน้อยไปมหมดแล้ว ดังนั้นจะไม่มีเรื่องอะไรหลุดรอดไปแน่นอนครับ”
เย่เฉินพยักหน้าช้าๆ “อาเปียว หลังจากที่อาเฉียงตาย นายก็กลายเป็นที่ฉันเชื่อใจมากที่สุดแล้วนะ ถึงแม้ว่าหลี่จุนจะเป็นเสาหลักของคฤหาสน์มังกรมรกต แต่นายควรจะเข้าใจไว้ ว่าฉันนั้นมีจุดประสงค์ถึงต้องทำแบบนี้”
ชายร่างใหญ่โค้งหัวให้ทันที “นายท่านเฉิน ผมเข้าใจครับ พวกเราทำงานด้วยกันกว่า 20 ปี เพราะงั้นแล้วไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ผมพร้อมจะทำตามคำสั่งโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ!”
เย่เฉินตบไหล่ของชายตรงหน้า “ดีมาก อาเปียว นายไปก่อน”
เขาเดินออกไป และ 5 นาทีให้หลังประตูก็เปิดออกอีกครั้ง
“นายท่านเฉิน ตามหาตัวผมอยู่เหรอครับ?”
ชายผู้เข้ามาใหม่นั้นก็คือ หลี่จุน นั่นเอง แต่ในครานี้ ที่หัวไหล่และเท้านั้นยังถูกห่อไว้ด้วยผ้าพันแผลอยู่ ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บเขานั้นจะไม่ใช่น้อยๆเลย
“ไม่ใช่ว่านายอยากจะพูดกับฉันเรื่องนี้เหรอ?”
เย่เฉินถามหลี่จุนด้วยเสียงเยือกเย็น
“น-นายท่านเฉิน!? ผ-ผม...” หน้าผากของหลี่จุนนั้นมีเหงื่อไหลซึมลงมาทันทีเลย
“ลืมมันไปซะ” เย่เฉินขัดเขาไว้ “ดูแลนายหญิงน้อยของนาย ฉันเชื่อนายเรื่องนี้นะ แต่สำหรับนายหญิงน้อย ให้พวกเขารีบติดต่อกันซะ ฉันบอกนายไปหมดแล้ว หวังว่าจะเข้าใจในครั้งต่อไป”
“ครับ นายท่านเฉิน!”