Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 4 บทที่ 108 สัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งที่สุด

            สัตว์ป่าลำดับที่ห้า...‘เผ่าพันธุ์มดพลิกฟ้า’

            นี่ไม่ได้เป็นเพียงความนึกสนุกชั่ววูบของอวี๋จื่ออวี๋ทว่ามันคือสิ่งที่เขาได้วางรากฐานและไตร่ตรองมาเนิ่นนานแล้ว

            ตลอดเวลาที่ผ่านมาอวี๋จื่ออวี๋ตั้งมั่นที่จะรวบรวม ‘เก้าสัตว์เดินดิน’ให้ครบถ้วนสมบูรณ์

            แน่นอนว่า ‘สัตว์เดินดิน’ในความหมายของเขานั้น ไม่ได้หมายถึงสัตว์ป่าที่สัญจรบนบกทั่วไปทว่ามันคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด

            ซึ่งหมายความว่าพวกมันทุกตนล้วนมีศักยภาพอันน่าพรั่นพรึงมากพอที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งวิวัฒนาการ

            ดั่งเช่นที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้เดิมทีอวี๋จื่ออวี๋ปรารถนาจะใช้คำว่า ‘สัตว์เทพ’เพื่อขนานนามพวกมัน ทว่าในยามนี้พวกมันยังไม่คู่ควรกับนามเช่นนั้นเขาจึงเลือกใช้คำว่า ‘สัตว์เดินดิน’ เป็นชื่อเรียกขานแทนไปพลางก่อน

            ทว่าในยามนี้เมื่ออวี๋จื่ออวี๋ได้ประจักษ์ถึงพรสวรรค์อันน่าทึ่งของมดพลิกฟ้าแล้วมีหรือที่เขาจะไม่หวั่นไหว

            ส่วนเรื่องอายุขัยที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของมดทองคำตัวนี้จำต้องกังวลด้วยหรือ?

            การก้าวหน้าในระดับวิวัฒนาการย่อมมาพร้อมกับการเพิ่มพูนอายุขัยเสมอ

            ยิ่งไปกว่านั้น‘น้ำบำรุงชีวิต’ ของอวี๋จื่ออวี๋ยังทรงอานุภาพในการหล่อเลี้ยงกลิ่นอายแห่งชีวิตได้อย่างดียิ่ง

            ในมุมมองของมวลมนุษย์แม้จะทราบดีว่าพรสวรรค์ของมดพลิกฟ้านั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใดทว่าเนื่องจากมันเหลืออายุขัยไม่นานนัก ซ้ำยังเป็นสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ต่อให้พวกเขามีดอกไม้หรือสมุนไพรวิญญาณที่ช่วยยื้อชีวิตได้อย่างไรก็ไม่มีทางนำมาใช้กับมันอย่างแน่นอน

            ถึงอย่างไรทรัพยากรอันล้ำค่าเหล่านั้นก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์กันเองด้วยซ้ำ

            บรรดาผู้มีอำนาจเหล่านั้นใครบ้างเล่าที่ไม่คิดจะโหยหาพลังชีวิต?

            มุมปากของอวี๋จื่ออวี๋หยักยิ้มขึ้นอย่างเย็นเยียบกิ่งก้านของเขาค่อยๆ เปิดหลอดทดลองออกและนำมดพลิกฟ้าออกมาอย่างแผ่วเบา

            มดพลิกฟ้านั้นตัวเล็กจ้อยเล็กเสียจนขนาดไม่ถึงหัวแม่มือของมนุษย์ปกติด้วยซ้ำ

            ทว่าเมื่ออวี๋จื่ออวี๋ใช้กิ่งก้านโอบรัดร่างของมันไว้อย่างทะนุถนอมจากนั้นเขาก็ทอดสายตาไปยังสระน้ำวิญญาณที่อยู่ไม่ไกล

            ‘น้ำบำรุงชีวิต’ ของอวี๋จื่ออวี๋นั้นเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตที่เข้มข้นจนเกินไป

            เพื่อป้องกันไม่ให้ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้กลับกลายเป็นตรงกันข้ามอวี๋จื่ออวี๋จึงตัดสินใจเลือกใช้ ‘น้ำทิพย์วิญญาณ’ในสระน้ำวิญญาณที่เจือจางลงมากแล้วเพื่อเข้าหล่อเลี้ยงชีวิตมันอย่างระมัดระวัง

            เมื่อคิดได้ดังนั้น อวี๋จื่ออวี๋จึงค่อยๆจุ่มกิ่งก้านลงในน้ำทิพย์วิญญาณ

            ชั่วครู่ต่อมากิ่งก้านที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดหยดแห่งพลังวิญญาณก็โบกสะบัดแผ่วเบาเหนือร่างของมดทองคำ

            “ติ๋ง... ติ๋ง...”

            พร้อมกับการหยดรดของน้ำทิพย์วิญญาณภายใต้สายตาที่เปี่ยมด้วยความคาดหวังของอวี๋จื่ออวี๋และชิงเอ๋อร์ที่เฝ้าดูอยู่ใกล้ๆร่างของมดทองคำพลันสั่นสะท้านเล็กน้อย หนวดบนศีรษะของมันเริ่มสั่นไหวไปมาราวกับกำลังแสดงพึงใจออกมา

            “ดี... เยี่ยมมาก...”

            อวี๋จื่ออวี๋หัวเราะออกมาเบาๆพยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจ ก่อนจะเริ่มหยดน้ำทิพย์วิญญาณลงไปอีก

            เขาไม่คาดคิดเลยว่ามดทองคำที่ดูอ่อนแรงขนาดนี้จะสามารถทนทานต่อการชำระล้างของพลังวิญญาณได้โดยไร้ซึ่งภาระทางร่างกาย

            ต้องทราบว่าแม้แต่แมลงกลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่หนึ่งทั่วไปหากตกลงไปในสระน้ำวิญญาณ ย่อมต้องร้องระงมด้วยความเจ็บปวดกันทั้งนั้น

            ถึงแม้น้ำทิพย์วิญญาณจะเลิศเลอเพียงใดทว่าสำหรับแมลงตัวจ้อยเหล่านี้ พลังของมันก็ยังคงทรงอานุภาพเกินไปอยู่ดี

            หากพลั้งเผลอไปเพียงนิดเดียวร่างกายของพวกมันอาจถึงขั้นแตกสลายระเบิดออกได้ทันที

            ทว่าในขณะที่อวี๋จื่ออวี๋ยังคงหยดน้ำทิพย์วิญญาณลงไปเรื่อยๆมดทองคำตัวนี้กลับคล้ายจะได้กลิ่นอายอันหอมหวานหนวดบนศีรษะของมันชูขึ้นท้องฟ้าไม่หยุดหย่อน

            หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งอวี๋จื่ออวี๋จึงตัดสินใจว่าจะหย่อนมดทองคำตัวนี้ลงไปในสระน้ำวิญญาณโดยตรง

            ดูจากอาการในตอนนี้มดทองคำน่าจะมีความสามารถเพียงพอที่จะดูดซับน้ำทิพย์วิญญาณเจือจางได้ด้วยตนเอง

            เมื่อคิดได้ดังนั้นกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋ก็โอบรัดมดทองคำไว้แล้วยื่นมันลงไปยังสระน้ำวิญญาณเบื้องหน้า

            ......

            ผ่านไปไม่นานทันทีที่มดทองคำสัมผัสกับสระน้ำวิญญาณ ร่างกายของมันพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

            จากนั้นภายใต้สายตาอันตื่นตะลึงของอวี๋จื่ออวี๋และชิงเอ๋อร์มดทองคำตัวนี้ได้สร้างกระแสน้ำวนขนาดย่อมขึ้นมาโดยมีตัวมันเองเป็นศูนย์กลางอยู่กลางสระ

            “ซ่า...”

            พร้อมกับแรงดึงดูดอันน่าหวั่นเกรงผิวน้ำในสระน้ำวิญญาณสั่นไหวอย่างรุนแรง

            หากมองจากระยะไกลย่อมเห็นมวลน้ำทิพย์วิญญาณจำนวนมหาศาลกำลังไหลบ่าเข้าสู่ร่างของมดทองคำอย่างต่อเนื่อง

            และในวินาทีนั้นเองคลื่นความถี่ประหลาดสายหนึ่งก็แผ่ซ่านกระจายไปในอากาศ

            ประหนึ่งเป็นการเฉลิมฉลองให้แก่การเกิดใหม่หรืออาจจะเป็นเสียงกู่ร้องด้วยความยินดีก็ไม่ทราบคลื่นความถี่ที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้นี้กำลังสั่นสะเทือนอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง

            “นายท่าน...เขากำลังส่งเสียงร้องด้วยความยินดีอยู่ค่ะ!”

            ชิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยิ่งนักเธอสามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังจิตที่กำลังสื่อสารออกมาจากมดทองคำได้อย่างชัดเจน

            “อืม”

            อวี๋จื่ออวี๋พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มพลางกล่าวชื่นชมออกมาจากใจว่า

            “ต้องยอมรับเลยพรสวรรค์ของมดทองคำตัวนี้น่าทึ่งเกินบรรยายจริงๆ”

            เพียงแค่ระดับแรกเริ่มขั้นที่หนึ่งแต่กลับสามารถดูดซับน้ำทิพย์วิญญาณจนสร้างความผันผวนได้ขนาดนี้ย่อมเป็นการพิสูจน์ความน่าสะพรึงกลัวที่แท้จริงของมดทองคำตัวนี้ได้เป็นอย่างดี

            ในขณะนั้นเองราวกับรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากสระน้ำวิญญาณ

            กลุ่มคนที่อยู่ห่างออกไป นำโดยชิงกังพร้อมด้วยเสือขาวและเหล่าสัตว์ป่ากลายพันธุ์ตัวอื่นๆ ต่างก็รีบเร่งรุดเข้ามาดู

            ทว่าก่อนที่พวกมันจะเข้าถึงตัวกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋ก็โบกสะบัดออกไปเสียก่อน

            “ตูม!”

            พร้อมกับการพัดพาของม่านหมอกมวลอากาศหนาทึบสายหนึ่งพลันก่อตัวขึ้นกั้นขวางระหว่างพวกเขากับสระน้ำวิญญาณทันที

            “ท่านเทพต้นไม้ไม่ประสงค์จะให้พวกเราเข้าใกล้สระน้ำวิญญาณในเวลานี้”

            ชิงกังเอ่ยพลางโบกมือส่งสัญญาณไปทางด้านหลังก่อนจะประกาศเสียงดังลั่นว่า

            “ถอยไป ทุกคนถอยออกไปก่อน!ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกเราจะเข้าไปได้ในตอนนี้!”

            ทันทีที่สิ้นคำเขาก็เป็นคนแรกที่ก้าวเท้าออกจากบริเวณสระน้ำวิญญาณอย่างรู้ความ

            “เจ้าหมอนี่... ไม่เลวเลยจริงๆ”

            อวี๋จื่ออวี๋มองตามชิงกังที่คอยจัดการดูแลเหล่ามนุษย์และสัตว์ป่ากลายพันธุ์ได้ราวกับเป็นพ่อบ้านใหญ่พลางพยักหน้าชื่นชมในใจ

            ข้อดีที่สุดของชิงกังคือความเป็นคนช่างสังเกตและสามารถถ่ายทอดเจตนารมณ์ที่เขาเข้าใจให้กับผู้อื่นได้อย่างไร้ที่ติ

            บุคลากรเช่นนี้ ในบางแง่มุมแล้วก็นับว่าเป็นบุคคลที่ขาดไปไม่ได้อย่างแท้จริง

            เมื่อคิดได้ดังนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็เริ่มวางแผนการบางอย่างในใจ

            ......

            ในเวลาเดียวกันความผันผวนภายในสระน้ำวิญญาณได้ค่อยๆ สงบลง

            เมื่อทอดสายตามองไป จะพบว่า ณใจกลางสระน้ำวิญญาณปรากฏ ‘เงาร่างกึ่งมนุษย์’ ยืนตระหง่านอยู่

            มันยืนด้วยสองเท้าหลังบนผิวน้ำอย่างมั่นคงส่วนขาอีกสี่ข้างที่เหลือกวัดแกว่งไปมากลางอากาศราวกับเคียวมรณะที่กำลังกรีดแหวกมวลสาร

            หนวดบนศีรษะสั่นไหวเป็นระยะราวกับกำลังจับสัญญาณการมีอยู่ของสิ่งรอบข้าง

            ทว่าหากสังเกตร่างจ้อยนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนย่อมต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

            ยามนี้ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

            ทั่วทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยชั้นผิวเกราะสีทองอร่ามดูแข็งแกร่ง

            เกราะเกล็ดเหล่านี้โอบล้อมร่างกายของมดทองคำไว้ทุกสัดส่วน...

            แม้กระทั่งขาที่เรียวเล็กทั้งหกข้างของมันก็ไม่เว้น

            ทว่าสิ่งที่ดูดึงดูดและน่าพรั่นพรึงยิ่งกว่าคือดวงตาที่อยู่ถัดจากหนวดบนศีรษะของมันลงไป

            แม้มันจะเป็นตารวมตามธรรมชาติของเผ่าพันธุ์นี้แต่เมื่อเทียบกับตารวมทั่วไปของแมลง มันกลับดูน่าสะพรึงกลัวกว่าหลายเท่า

            เพียงแค่มองปราดเดียวเขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงความดุร้ายและความกระหายเลือดที่แผ่ซ่านออกมาราวกับมีประกายสังหารที่สั่นประสาทผู้คนให้พรั่นพรึง

            เกล็ดแหลมคมสีทองอร่ามที่ห่อหุ้มกายผนวกกับใบหน้าที่ดุดันเย็นชา

            “ฮ่าๆ ...ช่างเป็นสัตว์ป่าที่น่าเกรงขามเหลือเกิน!”

            ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ดังกึกก้องกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋พลันฉีกกระชากมวลอากาศ พุ่งเข้าจู่โจมมดทองคำทันที

            ในวินาทีนั้นเองมดทองคำราวกับสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามมันจึงแตะผิวน้ำแล้วกระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างว่องไว

            ทว่าต่อให้มันจะรวดเร็วเพียงใดมีหรือจะเทียบได้กับกิ่งก้านของเขาที่สามารถพลิ้วไหวจู่โจมได้ 360องศารอบตัวอย่างไร้ที่ติเช่นนี้

            “ฟึ่บ!”

            กิ่งก้านตวัดตัวอย่างคล่องแคล่วก่อนจะพุ่งออกไปอีกรอบดุจดังอสรพิษฉกเหยื่อ

            ทว่าภายใต้สายตาอันประหลาดใจของอวี๋จื่ออวี๋มดทองคำที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศกลับฟาดขาหน้าทั้งสี่ของมันออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า

            “เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!”

            เสียงปะทะดังต่อเนื่องอย่างแม่นยำทุกการจู่โจมฟาดลงบนกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋ไม่มีพลาดพลั้ง

            ทว่าเรื่องที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือทุกการปะทะนั้นมีประกายไฟสาดกระจายออกมาเป็นระลอก ราวกับเหล็กกล้าฟาดฟันใส่กัน

            “ความเร็วที่ไม่เลว...สัญชาตญาณในการหยั่งรู้ที่ยอดเยี่ยม...และพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย”

            อวี๋จื่ออวี๋ลอบประเมินมันคร่าวๆเขาจึงรับรู้ความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ในมดตัวจ้อยนี้ได้อย่างครบถ้วนกระบวนความ

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน