สัตว์ป่าลำดับที่ห้า...‘เผ่าพันธุ์มดพลิกฟ้า’
นี่ไม่ได้เป็นเพียงความนึกสนุกชั่ววูบของอวี๋จื่ออวี๋ทว่ามันคือสิ่งที่เขาได้วางรากฐานและไตร่ตรองมาเนิ่นนานแล้ว
ตลอดเวลาที่ผ่านมาอวี๋จื่ออวี๋ตั้งมั่นที่จะรวบรวม ‘เก้าสัตว์เดินดิน’ให้ครบถ้วนสมบูรณ์
แน่นอนว่า ‘สัตว์เดินดิน’ในความหมายของเขานั้น ไม่ได้หมายถึงสัตว์ป่าที่สัญจรบนบกทั่วไปทว่ามันคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด
ซึ่งหมายความว่าพวกมันทุกตนล้วนมีศักยภาพอันน่าพรั่นพรึงมากพอที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งวิวัฒนาการ
ดั่งเช่นที่เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้เดิมทีอวี๋จื่ออวี๋ปรารถนาจะใช้คำว่า ‘สัตว์เทพ’เพื่อขนานนามพวกมัน ทว่าในยามนี้พวกมันยังไม่คู่ควรกับนามเช่นนั้นเขาจึงเลือกใช้คำว่า ‘สัตว์เดินดิน’ เป็นชื่อเรียกขานแทนไปพลางก่อน
ทว่าในยามนี้เมื่ออวี๋จื่ออวี๋ได้ประจักษ์ถึงพรสวรรค์อันน่าทึ่งของมดพลิกฟ้าแล้วมีหรือที่เขาจะไม่หวั่นไหว
ส่วนเรื่องอายุขัยที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของมดทองคำตัวนี้จำต้องกังวลด้วยหรือ?
การก้าวหน้าในระดับวิวัฒนาการย่อมมาพร้อมกับการเพิ่มพูนอายุขัยเสมอ
ยิ่งไปกว่านั้น‘น้ำบำรุงชีวิต’ ของอวี๋จื่ออวี๋ยังทรงอานุภาพในการหล่อเลี้ยงกลิ่นอายแห่งชีวิตได้อย่างดียิ่ง
ในมุมมองของมวลมนุษย์แม้จะทราบดีว่าพรสวรรค์ของมดพลิกฟ้านั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใดทว่าเนื่องจากมันเหลืออายุขัยไม่นานนัก ซ้ำยังเป็นสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ต่อให้พวกเขามีดอกไม้หรือสมุนไพรวิญญาณที่ช่วยยื้อชีวิตได้อย่างไรก็ไม่มีทางนำมาใช้กับมันอย่างแน่นอน
ถึงอย่างไรทรัพยากรอันล้ำค่าเหล่านั้นก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์กันเองด้วยซ้ำ
บรรดาผู้มีอำนาจเหล่านั้นใครบ้างเล่าที่ไม่คิดจะโหยหาพลังชีวิต?
มุมปากของอวี๋จื่ออวี๋หยักยิ้มขึ้นอย่างเย็นเยียบกิ่งก้านของเขาค่อยๆ เปิดหลอดทดลองออกและนำมดพลิกฟ้าออกมาอย่างแผ่วเบา
มดพลิกฟ้านั้นตัวเล็กจ้อยเล็กเสียจนขนาดไม่ถึงหัวแม่มือของมนุษย์ปกติด้วยซ้ำ
ทว่าเมื่ออวี๋จื่ออวี๋ใช้กิ่งก้านโอบรัดร่างของมันไว้อย่างทะนุถนอมจากนั้นเขาก็ทอดสายตาไปยังสระน้ำวิญญาณที่อยู่ไม่ไกล
‘น้ำบำรุงชีวิต’ ของอวี๋จื่ออวี๋นั้นเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตที่เข้มข้นจนเกินไป
เพื่อป้องกันไม่ให้ผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้กลับกลายเป็นตรงกันข้ามอวี๋จื่ออวี๋จึงตัดสินใจเลือกใช้ ‘น้ำทิพย์วิญญาณ’ในสระน้ำวิญญาณที่เจือจางลงมากแล้วเพื่อเข้าหล่อเลี้ยงชีวิตมันอย่างระมัดระวัง
เมื่อคิดได้ดังนั้น อวี๋จื่ออวี๋จึงค่อยๆจุ่มกิ่งก้านลงในน้ำทิพย์วิญญาณ
ชั่วครู่ต่อมากิ่งก้านที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดหยดแห่งพลังวิญญาณก็โบกสะบัดแผ่วเบาเหนือร่างของมดทองคำ
“ติ๋ง... ติ๋ง...”
พร้อมกับการหยดรดของน้ำทิพย์วิญญาณภายใต้สายตาที่เปี่ยมด้วยความคาดหวังของอวี๋จื่ออวี๋และชิงเอ๋อร์ที่เฝ้าดูอยู่ใกล้ๆร่างของมดทองคำพลันสั่นสะท้านเล็กน้อย หนวดบนศีรษะของมันเริ่มสั่นไหวไปมาราวกับกำลังแสดงพึงใจออกมา
“ดี... เยี่ยมมาก...”
อวี๋จื่ออวี๋หัวเราะออกมาเบาๆพยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจ ก่อนจะเริ่มหยดน้ำทิพย์วิญญาณลงไปอีก
เขาไม่คาดคิดเลยว่ามดทองคำที่ดูอ่อนแรงขนาดนี้จะสามารถทนทานต่อการชำระล้างของพลังวิญญาณได้โดยไร้ซึ่งภาระทางร่างกาย
ต้องทราบว่าแม้แต่แมลงกลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่หนึ่งทั่วไปหากตกลงไปในสระน้ำวิญญาณ ย่อมต้องร้องระงมด้วยความเจ็บปวดกันทั้งนั้น
ถึงแม้น้ำทิพย์วิญญาณจะเลิศเลอเพียงใดทว่าสำหรับแมลงตัวจ้อยเหล่านี้ พลังของมันก็ยังคงทรงอานุภาพเกินไปอยู่ดี
หากพลั้งเผลอไปเพียงนิดเดียวร่างกายของพวกมันอาจถึงขั้นแตกสลายระเบิดออกได้ทันที
ทว่าในขณะที่อวี๋จื่ออวี๋ยังคงหยดน้ำทิพย์วิญญาณลงไปเรื่อยๆมดทองคำตัวนี้กลับคล้ายจะได้กลิ่นอายอันหอมหวานหนวดบนศีรษะของมันชูขึ้นท้องฟ้าไม่หยุดหย่อน
หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งอวี๋จื่ออวี๋จึงตัดสินใจว่าจะหย่อนมดทองคำตัวนี้ลงไปในสระน้ำวิญญาณโดยตรง
ดูจากอาการในตอนนี้มดทองคำน่าจะมีความสามารถเพียงพอที่จะดูดซับน้ำทิพย์วิญญาณเจือจางได้ด้วยตนเอง
เมื่อคิดได้ดังนั้นกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋ก็โอบรัดมดทองคำไว้แล้วยื่นมันลงไปยังสระน้ำวิญญาณเบื้องหน้า
......
ผ่านไปไม่นานทันทีที่มดทองคำสัมผัสกับสระน้ำวิญญาณ ร่างกายของมันพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
จากนั้นภายใต้สายตาอันตื่นตะลึงของอวี๋จื่ออวี๋และชิงเอ๋อร์มดทองคำตัวนี้ได้สร้างกระแสน้ำวนขนาดย่อมขึ้นมาโดยมีตัวมันเองเป็นศูนย์กลางอยู่กลางสระ
“ซ่า...”
พร้อมกับแรงดึงดูดอันน่าหวั่นเกรงผิวน้ำในสระน้ำวิญญาณสั่นไหวอย่างรุนแรง
หากมองจากระยะไกลย่อมเห็นมวลน้ำทิพย์วิญญาณจำนวนมหาศาลกำลังไหลบ่าเข้าสู่ร่างของมดทองคำอย่างต่อเนื่อง
และในวินาทีนั้นเองคลื่นความถี่ประหลาดสายหนึ่งก็แผ่ซ่านกระจายไปในอากาศ
ประหนึ่งเป็นการเฉลิมฉลองให้แก่การเกิดใหม่หรืออาจจะเป็นเสียงกู่ร้องด้วยความยินดีก็ไม่ทราบคลื่นความถี่ที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้นี้กำลังสั่นสะเทือนอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง
“นายท่าน...เขากำลังส่งเสียงร้องด้วยความยินดีอยู่ค่ะ!”
ชิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยิ่งนักเธอสามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังจิตที่กำลังสื่อสารออกมาจากมดทองคำได้อย่างชัดเจน
“อืม”
อวี๋จื่ออวี๋พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มพลางกล่าวชื่นชมออกมาจากใจว่า
“ต้องยอมรับเลยพรสวรรค์ของมดทองคำตัวนี้น่าทึ่งเกินบรรยายจริงๆ”
เพียงแค่ระดับแรกเริ่มขั้นที่หนึ่งแต่กลับสามารถดูดซับน้ำทิพย์วิญญาณจนสร้างความผันผวนได้ขนาดนี้ย่อมเป็นการพิสูจน์ความน่าสะพรึงกลัวที่แท้จริงของมดทองคำตัวนี้ได้เป็นอย่างดี
ในขณะนั้นเองราวกับรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากสระน้ำวิญญาณ
กลุ่มคนที่อยู่ห่างออกไป นำโดยชิงกังพร้อมด้วยเสือขาวและเหล่าสัตว์ป่ากลายพันธุ์ตัวอื่นๆ ต่างก็รีบเร่งรุดเข้ามาดู
ทว่าก่อนที่พวกมันจะเข้าถึงตัวกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋ก็โบกสะบัดออกไปเสียก่อน
“ตูม!”
พร้อมกับการพัดพาของม่านหมอกมวลอากาศหนาทึบสายหนึ่งพลันก่อตัวขึ้นกั้นขวางระหว่างพวกเขากับสระน้ำวิญญาณทันที
“ท่านเทพต้นไม้ไม่ประสงค์จะให้พวกเราเข้าใกล้สระน้ำวิญญาณในเวลานี้”
ชิงกังเอ่ยพลางโบกมือส่งสัญญาณไปทางด้านหลังก่อนจะประกาศเสียงดังลั่นว่า
“ถอยไป ทุกคนถอยออกไปก่อน!ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกเราจะเข้าไปได้ในตอนนี้!”
ทันทีที่สิ้นคำเขาก็เป็นคนแรกที่ก้าวเท้าออกจากบริเวณสระน้ำวิญญาณอย่างรู้ความ
“เจ้าหมอนี่... ไม่เลวเลยจริงๆ”
อวี๋จื่ออวี๋มองตามชิงกังที่คอยจัดการดูแลเหล่ามนุษย์และสัตว์ป่ากลายพันธุ์ได้ราวกับเป็นพ่อบ้านใหญ่พลางพยักหน้าชื่นชมในใจ
ข้อดีที่สุดของชิงกังคือความเป็นคนช่างสังเกตและสามารถถ่ายทอดเจตนารมณ์ที่เขาเข้าใจให้กับผู้อื่นได้อย่างไร้ที่ติ
บุคลากรเช่นนี้ ในบางแง่มุมแล้วก็นับว่าเป็นบุคคลที่ขาดไปไม่ได้อย่างแท้จริง
เมื่อคิดได้ดังนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็เริ่มวางแผนการบางอย่างในใจ
......
ในเวลาเดียวกันความผันผวนภายในสระน้ำวิญญาณได้ค่อยๆ สงบลง
เมื่อทอดสายตามองไป จะพบว่า ณใจกลางสระน้ำวิญญาณปรากฏ ‘เงาร่างกึ่งมนุษย์’ ยืนตระหง่านอยู่
มันยืนด้วยสองเท้าหลังบนผิวน้ำอย่างมั่นคงส่วนขาอีกสี่ข้างที่เหลือกวัดแกว่งไปมากลางอากาศราวกับเคียวมรณะที่กำลังกรีดแหวกมวลสาร
หนวดบนศีรษะสั่นไหวเป็นระยะราวกับกำลังจับสัญญาณการมีอยู่ของสิ่งรอบข้าง
ทว่าหากสังเกตร่างจ้อยนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนย่อมต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
ยามนี้ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ทั่วทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยชั้นผิวเกราะสีทองอร่ามดูแข็งแกร่ง
เกราะเกล็ดเหล่านี้โอบล้อมร่างกายของมดทองคำไว้ทุกสัดส่วน...
แม้กระทั่งขาที่เรียวเล็กทั้งหกข้างของมันก็ไม่เว้น
ทว่าสิ่งที่ดูดึงดูดและน่าพรั่นพรึงยิ่งกว่าคือดวงตาที่อยู่ถัดจากหนวดบนศีรษะของมันลงไป
แม้มันจะเป็นตารวมตามธรรมชาติของเผ่าพันธุ์นี้แต่เมื่อเทียบกับตารวมทั่วไปของแมลง มันกลับดูน่าสะพรึงกลัวกว่าหลายเท่า
เพียงแค่มองปราดเดียวเขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงความดุร้ายและความกระหายเลือดที่แผ่ซ่านออกมาราวกับมีประกายสังหารที่สั่นประสาทผู้คนให้พรั่นพรึง
เกล็ดแหลมคมสีทองอร่ามที่ห่อหุ้มกายผนวกกับใบหน้าที่ดุดันเย็นชา
“ฮ่าๆ ...ช่างเป็นสัตว์ป่าที่น่าเกรงขามเหลือเกิน!”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะที่ดังกึกก้องกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋พลันฉีกกระชากมวลอากาศ พุ่งเข้าจู่โจมมดทองคำทันที
ในวินาทีนั้นเองมดทองคำราวกับสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามมันจึงแตะผิวน้ำแล้วกระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างว่องไว
ทว่าต่อให้มันจะรวดเร็วเพียงใดมีหรือจะเทียบได้กับกิ่งก้านของเขาที่สามารถพลิ้วไหวจู่โจมได้ 360องศารอบตัวอย่างไร้ที่ติเช่นนี้
“ฟึ่บ!”
กิ่งก้านตวัดตัวอย่างคล่องแคล่วก่อนจะพุ่งออกไปอีกรอบดุจดังอสรพิษฉกเหยื่อ
ทว่าภายใต้สายตาอันประหลาดใจของอวี๋จื่ออวี๋มดทองคำที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศกลับฟาดขาหน้าทั้งสี่ของมันออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
“เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!”
เสียงปะทะดังต่อเนื่องอย่างแม่นยำทุกการจู่โจมฟาดลงบนกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋ไม่มีพลาดพลั้ง
ทว่าเรื่องที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือทุกการปะทะนั้นมีประกายไฟสาดกระจายออกมาเป็นระลอก ราวกับเหล็กกล้าฟาดฟันใส่กัน
“ความเร็วที่ไม่เลว...สัญชาตญาณในการหยั่งรู้ที่ยอดเยี่ยม...และพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย”
อวี๋จื่ออวี๋ลอบประเมินมันคร่าวๆเขาจึงรับรู้ความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ในมดตัวจ้อยนี้ได้อย่างครบถ้วนกระบวนความ