TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 145 ความห่างชั้น

    ตอนที่ 145 ความห่างชั้น


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    ทันทีที่กรรไกรเงาเอ่ยปากยอมรับการยั่วยุของเฟิร์ส เขาก็เผยตัวออกมาพร้อมกับกรรไกรเงาที่แยกออกมาเป็นสองส่วนเหมือนดาบสีดำรูปร่างประหลาดสองเล่ม


    "มาสิ ตอนนี้ฉันเริ่มเอาจริงตามที่นายขอแล้ว"


    พรึบ!


    ตอนนั้นเองร่างของกรรไกรเงาก็ถูกปกคลุมด้วยเงา ทว่าเงานี้กลับมีรูปร่างขึ้นมา มันกลายเป็นผ้าคลุมเงาอันเหยียดยาว คล้ายจริงคล้ายเท็จจนน่าอัศจรรย์


    “คุณกรรไกรเงาเริ่มเอาจริงแล้ว ผ้าคลุมเงาของเขาเมื่อถูกใช้คู่กับดาบกรรไกรเงา ความร้ายกาจของมันจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เฟิร์สวันได้ยั่วยุสัตว์ร้ายที่หลับอยู่ให้ตื่นขึ้นมาแล้ว” เสียงจากคนดูบนอัฒจรรย์ดังขึ้นมา


    ในตอนแรกพวกเขาอาจปรามาทในฝีมือของเฟิร์สอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อมั่นขึ้นมาบ้างแล้ว แต่คู่ต่อสู้ของเฟิร์สคือกรรไกรเงา เวเนเตอร์ดาราแดงเจ็ดแฉกผู้มากประสบการณ์ ความร้ายกาจของเขาได้ทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์มานานแล้ว


    “ดูนั่นเร็วเข้า!”


    ปัง! ปัง! ปัง! 


    ตูม!


    เสียงการต่อสู้ที่ดุเดือดดังสนั่นขึ้นมา


    ภาพนี้ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องหายใจแรงและอดลุ้นกับเหตุการณ์ไม่ได้ เพราะภาพที่พวกเขาเห็นก็คือกรรไกรเงาม้วนตัวจนผ้าคลุมสีดำกลายเป็นพายุสีดำพุ่งเข้าหาเด็กหนุ่ม


    “ดี!” เสียงของเฟิร์สดังขึ้น ก่อนที่แววตาของเขาจะมีประกายสว่างวาบ


    นี่คงเป็นทักษะต่อสู้ที่แท้จริงของกรรไกรเงาซึ่งเขาเองก็รอมานานแล้ว


    เฟิร์สรับมือพายุสีดำด้วยเข็มสีแดงในมือ 


    พายุคลั่งแหลมคมดุจเหล็กกล้า มันสามารถฉีกกระชากศัตรูให้กลายเป็นชิ้นๆ ได้เมื่อกวาดผ่านเข้ามา


    เงาสีดำนั้นคือคมมีด พายุช่วยสงเสริมความรุนแรงและความเร็วทำให้ศัตรูไม่อาจต้าน


    กระบวนท่านี้ไม่ใช่เวเนเตอร์ดาราแดงทั่วไปจะทานรับได้


    แม้แต่เฟิร์สเองก็ยังเป็นครั้งแรกที่ก้าวถอยหลังออกจากจุดเดิมนับตั้งแต่ต่อสู้มา


    เข็มเล่มนั้นไม่ต่างไปจากกระบี่ เฟิร์สใช้มันปัดป้องและโจมตีคู่ต่อสู้ แต่ทว่าเมื่อโจมตีออกไปแล้ว ร่างกายที่ถูกแตะต้องก็ไม่ต่างไปจากเงา 


    เสื้อผ้าของเฟิร์สบางแห่งถึงกับถูกตัดเฉือนอย่างไม่รู้ตัว


    เสียงกระทบบางแห่งคือร่างของเขา เนื่องจากสำเร็จกายากระบี่ขั้นกลาง ร่างกายจึงไม่ต่างไปจากกระบี่ที่แข็งแกร่งเล่มหนึ่ง โชคดีที่กระบวนท่าของกรรไกรเงาไม่ได้โจมตีเข้ามาตรงๆ บาดแผลที่ได้รับจึงไม่ต่างไปจากรอยถากที่ไร้ร่องรอย


    เรียกได้ว่ากรรไกรเงามีคุณสมบัติที่จะคุกคามเขาได้


    แต่ถามหาชัยชนะน่ะหรือ?


    “คุณร้ายกาจไม่เลว แต่ผมจะให้เห็นความร้ายกาจของผมบ้าง!”


    ท่ามกลางพายุสีดำนั้นเอง เข็มของเฟิร์สพลันก่อร่างเงาเป็นกระบี่ที่แหลมคมเล่มหนึ่ง 


    กระบี่นี้มีความลึกล้ำเป็นอย่างมาก ราวกับว่ามันคือตัวแทนของกระบี่วิเศษก็มิปาน


    วิถีกระบี่ที่หนึ่ง!


    กระบี่ของเฟิร์สแทงออกไปยังทิศทางหนึ่งที่เต็มไปด้วยปณิธานอันแน่แน่ว


    เจตจำนงกระบี่ก่อรูปร่างขึ้นมากลายเป็นลำแสงกระบี่พุ่งออกไปอย่างดุดัน


    ปัง!


    ก่อนหน้านี้เฟิร์สไม่สามารถแทงกระบี่ถูกร่างของกรรไกรเงาได้เลย แต่ทว่าในครั้งนี้กลับต่างออกไป


    การแทงกระบี่ครั้งนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งเจตจำนงของกระบี่ มันพุ่งเข้าไปที่ร่างของกรรไกรเงาอย่างแม่นยำ จนทำให้ร่างของเขากระเด็นออกไปและกระบวนท่าพายุสีดำก็ถูกทำลายในทันที


    กรรไกรเงารู้สึกเหมือนตนเองถูกแทงด้วยอาวุธที่ร้ายกาจ ความรู้สึกนี้เจ็บปวดยิ่งกว่าถูกยิงอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าร่างกายถูกวัตถุนั้นฉีกกระชากผ่านร่างไป จนเขาต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด


    อ๊ากกกกก


    พริบตาเดียวร่างของกรรไกรเงาก็ลงไปกองอยู่กับพื้น แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือร่างของเด็กหนุ่มปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับชี้เข็มไปที่เขาราวกับมีมีดที่จ่ออยู่ลำคอ 


    ไม่มีใครสามารถมองตามความเร็วของเด็กหนุ่มได้ทันที


    ไม่มีใครรู้ว่าเฟิร์สวันไปปรากฏตัวอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร ทั้งๆ ที่พายุสีดำพึ่งจะถูกทำลายไปแท้ๆ


    แต่ทว่าตอนนี้ผลของการประลองก็ได้ออกมาแล้ว


    “คุณแพ้แล้ว” เฟิร์สเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบ


    กรรไกรเงารู้สึกอึ้งและเจ็บปวดกับการต่อสู้นี้ แม้จะมีข่าวลือออกมาว่าเด็กหนุ่มคนนี้อาจเป็นแรงค์ A+ เขาเองก็เป็นแรงค์ A+ เช่นกัน แต่ก็ไม่คิดว่าฝีมือของเด็กหนุ่มกับตนเองจะห่างชั้นกันขนาดนี้


    หรือว่าเขาจะเป็นแรงค์ S


    แต่ที่น่าเจ็บใจไปยิ่งกว่านั้นคือเขาได้รับบาดเจ็บกับการต่อสู้นี้ หากเป็นเช่นนี้จะต้องมีผลต่อภารกิจของเขาอย่างแน่นอน


    “มันไม่เกินไปหน่อยหรอ? นี่เป็นแค่การประลองฝีมือแต่นายกลับทำร้ายฉันจนบาดเจ็บถึงขนาดนี้” กรรไกรเงาเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้มือกุมไปที่อกขวาที่เจ็บปวดของเขา


    ทว่าท่าทางของเด็กหนุ่มกลับเย็นชายิ่ง เขาเลิกคิ้วขึ้นและเอ่ยออกมาว่า “ผมไปทำคุณบาดเจ็บตั้งแต่เมื่อไหร่ จริงอยู่ที่อาวุธในมือของผมไม่มีตา แต่ผมไม่ได้ทำให้คุณบาดเจ็บอย่างแน่นอน”


    “เหลวไหล แล้วนี่มันอะไร” กรรไกรเงากล่าวเสียงดังพร้อมกับเปิดบาดแผลให้ทุกคนดู


    แต่ทว่าสีหน้าของผู้คนบนอัฒจรรย์กลับดูรู้สึกมึนงงยิ่ง เพราะพวกเขากลับไม่เห็นบาดแผลที่กรรไกรเงากล่าวอ้าง


    กรรไกรเงาสังเกตสายตาของผู้คนจนเขาก้มลงมามองจุดที่เจ็บปวดทรมาน 


    “นะ ... นี่มันอะไรกัน! ทำไมมันถึงไม่มีบาดแผล? ทั้งๆ ที่ฉันยังรู้สึกเจ็บปวดแท้ๆ” กรรไกรเงากล่าวอย่างไม่เข้าใจ


    เมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มโจมตีมาที่อกขวาของเขาจนกระเด็นและเขาก็รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก แต่เขากลับไม่มีบาดแผลหรือแม้แต่ร่องรอยของความฟกซ้ำเสียด้วยซ้ำ


    “ผมโจมตีคุณก็จริง แต่คุณไม่บาดเจ็บอย่างแน่นอน ส่วนความรู้สึกเจ็บนั้นอีกไม่นานมันก็จะหาย” เฟิร์สกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เนิบๆ


    ใช่แล้ว เขาไม่ได้โจมตีกรรไกรเงาจริงๆ เพราะหากเขาลงมือแน่นอนว่ากรรไกรเงาย่อมไม่สามารถรักษาชีวิตได้อยู่แล้ว การโจมตีนี้จึงเป็นแค่เจตจำนงกระบี่


    ใช้เจตจำนงกระบี่สร้างความรู้สึกเจ็บปวด ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงแค่ความรู้สึกเท่านั้นแต่ไม่ใช่ความจริง


    ซึ่งความรู้สึกนี้จะเหมือนกับผู้ป่วยที่ถูกตัดแขน แต่เขายังรู้สึกเจ็บปวดที่แขนข้างนั้น ทั้งๆ ที่มันไม่มีอยู่แล้ว


    ความรู้สึกเจ็บปวดนี้จึงไม่ต่างไปจากการที่ถูกเจตจำนงกระบี่ทำร้าย


    เฟิร์สไม่ได้จงใจเอาชีวิตเขา จึงใช้แค่เจตจำนงกระบี่ลงมือออกไป


    คำพูดของเฟิร์สทำให้กรรไกรเงารู้สึกอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ผู้คนบนอัฒจรรย์มากมายก็รู้สึกมึนงงไม่แพ้กัน


    ตอนนั้นเองเฟิร์สก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่อัฒจรรย์


    “เอาล่ะ การแสดงได้จบลงแล้ว เหล่าเด็กฝึกที่อยู่ในคลาสเรียนของฉัน ตอนนี้ก็กลับห้องได้แล้ว”


    ทันทีที่เฟิร์สพูดจบ เขาก็เดินจากไป


    ทิ้งไว้ให้ผู้คนมากมายที่เริ่มออกเสียงวิจารณ์การต่อสู้เมื่อครู่นี้


    “คุณเฟิร์สวันร้ายกาจขนาดนั้นเชียว ข่าวที่ว่าฝีมือของเขาไปถึงแรงค์ A+ น่าจะเป็นความจริง อายุแค่นี้จะร้ายกาจเกินไปแล้ว”


    “นายตาบอดรึยังไง เขาสามารถเอาชนะคุณกรรไกรเงาแรงค์ A+ ได้ นี่ไม่เท่ากับว่าเขาอยู่ในแรงค์ S แล้วอย่างนั้นหรอ?”


    “นี่มันแค่การประลองเล่นๆ เท่านั้น บางทีคุณกรรไกรเงาอาจจะแค่พลาดไปก็ได้”


    “ฝีมือต่างชั้นกันมากขนาดนั้น นายยังใช้คำว่าพลาดได้อีกหรอ?”


    “เอาล่ะๆ อีกไม่นานแคลนของจะประกาศแรงค์ของเขาออกมา แม้เขาจะพึ่งบรรลุขอบเขตดาราแดง แต่ความสามารถของเขาช่างน่ากลัวจริงๆ”


    เสียงวิจารณ์เกี่ยวกับความสามารถของเฟิร์สดังขึ้นอย่างอื้ออึง 


    ตอนนี้ชื่อของเฟิร์สวันได้กลายเป็นหัวข้อในการพูดคุยของผู้คนในแคลนนี้ไปเสียแล้ว


    “พวกเรารีบกลับไปที่ห้องกันเถอะ อย่าให้คุณเฟิร์สวันต้องรอนาน”


    ตอนนั้นเองเหล่าเด็กฝึกดาราขาวเก้าแฉกไม่ชักช้าอีกต่อไป เฟิร์สวันนั้นร้ายกาจมาก เขาอาจเป็นคนที่ถูกประเมินว่าเป็นแรงค์ S ได้


    ต้องรู้ไว้ว่าผู้ที่มีคุณสมบัติของแรงค์ S ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นตัวตนในขอบเขตดาราแดงเก้าแฉกทั้งสิ้น แต่จะมีน้อยมากที่จะได้แรงค์ S ทั้งที่ยังไม่ใช่ดาราแดงเก้าแฉก นั่นก็คือผู้มีความสามารถพิเศษ


    แต่เฟิร์สวันพึ่งจะบ่มเพาะแค่ดาราแดงหนึ่งแฉกกลับจะถูกประเมินเป็นแรงค์ S แล้ว ตัวตนเช่นนี้ย่อมไม่สามารถยั่วยุได้อยู่แล้ว


    ความหยิ่งผยองก่อนหน้านี้ของเหล่าเด็กฝึกจึงหดหายไป

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน