ไลท์ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม ส่วนทางด้านเบเรียลสวมชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาว
ทั้งสองควงแขนเดินเข้ามาภายในห้องโถง
เมื่อทั้งสองเดินเข้ามา ทั้งสองก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกๆสายตาทันที
จากนั้นตากล้องก็รีบจับภาพของไลท์และเบเรียลให้กับทุกๆคนได้รับชม
ไลท์พูดคุยและทักทายแขกด้วยรอยยิ้ม เบเรียลเองก็เช่นกัน
ความจริงแล้ว งานแต่งในโลกใบนี้ก็ไม่มีอะไรมากเลย เพียงแค่การตกลงของทั้งสองฝ่ายก็เท่านั้นและมีการมอบสินสอดให้กับครอบครัวของฝ่ายหญิงให้เท่านี้ก็จบ ไม่มีการไปจดทะเบียนสมรสเหมือนกับโลกเก่าของไลท์
แต่ตอนนี้ครอบครัวของเบเรียลก็เหลือเพียงแค่เบเรียลคนเดียวเท่านั้น ทำให้ไลท์ไม่ต้องมอบสินสอดให้กับทางครอบครัวของเธอ
ไลท์กล่าวขอบคุณแขกทุกคนและขอบคุณชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมกันเป็นสักขีพยานในการแต่งงานของเขา
ไม่นานก็มาถึงช่วงพิธีสำคัญสำหรับทั้งสอง ซึ่งก็คือพิธีสาบานนั่นเอง
พิธีสาบานก็คือการสาบานของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวว่าจะรักกันและเคียงข้างกันจนแก่เฒ่า และมันยังเป็นขั้นตอนสุดท้ายของพิธีแต่งงานอีกด้วย
หลังจากที่ทั้งสองสาบานเสร็จแล้ว ทั้งสองก็จูบกันเพื่อเป็นการเสร็จสิ้นพิธีสาบาน
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแต่งงานแล้ว ไลท์และเบเรียลก็เดินออกมาที่ด้านนอกคฤหาสน์ลอยฟ้าก่อนที่เขาจะมองดูฝูงชนมากกว่าสิบห้าล้านคนที่ยืนอยู่รอบๆคฤหาสน์ลอยฟ้า
ไลท์โบกมือทักทายฝูงชน
ทันใดนั้นเสียงตะโกนชื่อของท่านไลท์และท่านเบเรียลก็ดังขึ้นและเป็นการตะโกนชื่อของทั้งสองคนสลับกันไปมาอีกด้วย
หลังจากนั้นไลท์ก็ควงแขนเบเรียลกลับไปด้านในคฤหาสน์ลอยฟ้า
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแต่งงานแล้ว
ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวก็ค่อยๆทะยอยกันออกไปจากค่ายกล
เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากกว่าสิบห้าล้านคนทำให้ต้องใช้เวลาทั้งหมดสองชั่วโมงครึ่งกว่าที่ฝูงชนจะออกจากค่ายกล
เนื่องจากฝูงชนถูกฝึกมาอย่างดีทำให้พวกเขามีระเบียบวินัยที่สูงมาก พวกเขาต่อแถวและพากันวิ่งออกไปจากค่ายกลอย่างรวดเร็ว
เมื่อคนที่ออกมาจากค่ายกลแล้ว พวกเขาก็จะวิ่งออกจากด้านหน้าของค่ายกลหลายสิบเมตรทันทีเพื่อให้คนที่ออกมาด้านหลังจะได้มีพื้นที่ว่างและไม่ทำให้ติดขัดอีกด้วย นอกจากนี้รอบๆก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นแม้แต่นิดเดียว และเพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่งก็กระจายกำลังกันตรวจสอบดูภายในทะเลดอกไม้ว่ายังมีผู้คนหลงเหลืออยู่อีกไหม
แม้ว่าภายในค่ายกลนี้จะใหญ่แต่มันก็ใหญ่เพียงแค่เมืองเล็กๆแห่งหนึ่งเท่านั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยคนใช้เวลาไม่นานก็สำรวจพื้นที่ในทะเลดอกไม้ได้ทั้งหมดและพบว่าไม่มีคนหลงเหลืออยู่ภายในค่ายกลแห่งนี้แล้ว
สำหรับพวกไลท์และเบเรียล พวกเขาก็นั่งพูดคุยอยู่กับแขกที่ในคฤหาสน์ลอยฟ้า
นอกจากนี้แขกส่วนมากก็มักจะมอบของขวัญแต่งงานกันในช่วงนี้
ไลท์และเบเรียลขอบคุณทุกๆคนอีกครั้ง
หลังจากที่ไลท์และเบเรียลส่งแขกกลับไปหมดแล้วทั้งสองก็มายืนอยู่ที่ด้านหน้าของคฤหาสน์
“ หลังจากนี้ไปเธอเป็นภรรยาของฉันคนนี้แล้วนะ ” ไลท์มองไปที่เบเรียลพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ จากนี้ไปนายก็เป็นสามีของฉันแล้วเหมือนกัน ” เบเรียลก็ยิ้มออกมาเช่นกัน
จากนั้นทั้งสองคนก็สวมกอดกันอย่างมีความสุข
ช่วงบ่ายของวันต่อมา
ที่คฤหาสน์ลอยฟ้า
หลังจากที่ไลท์ออกมาจากห้องนอนและกำลังมุ่งหน้าไปที่ห้องอาหาร เขาก็พบว่าเวอร์โก้ได้มายืนรออยู่ก่อนแล้ว
“ ว่ายังไงเวอร์โก้? ” ไลท์ถามขึ้นพร้อมกับหาวออกมาเล็กน้อย เนื่องจากเมื่อคืนเขาใช้แรงกับเรียลเยอะไปหน่อย
“ ท่านไลท์ครับ เมื่อเช้ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่าโซเฟีย เธอต้องการที่จะประลองทักษะดาบกับท่านในอีกสามวันข้างหน้า ว่ากันว่าเธอคือนักดาบอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย ” เวอร์โก้ตอบ
ไลท์ที่ได้ยินก็หรี่ตาลงและพยักหน้ารับเบาๆ
“ ฉันเข้าใจแล้ว แล้วตอนนี้เธออยู่ไหน? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ตอนนี้เธอกำลังประลองทักษะดาบกับท่านเดซี่ที่ลานประลองอยู่ครับ ” เวอร์โก้ตอบ
“ งั้นหรอ ” ไลท์พึมพำออกมาก่อนที่จะเดินตรงไปที่ห้องอาหาร
สำหรับเขา เขาคิดว่าไม่มีทางที่จะพ่ายแพ้ทักษะดาบให้กับใครอีกต่อไป เพราะตอนนี้วิถีดาบของเขาเข้าสู่ระดับเทพไปแล้ว
ด้วยวิถีดาบระดับเทพของเขา เพียงดาบเดียวก็สามารถตัดผ่านมิติได้ สามารถสังหารศัตรูที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตรได้เลย ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ตราบใดที่ไลท์ยังสัมผัสถึงตัวตนของศัตรูเขาก็สามารถโจมตีได้อยู่ตลอดเวลาแม้ว่าศัตรูคนนั้นจะอยู่ห่างออกไปไกลกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตรก็ตาม
นอกจากนี้ทักษะดาบต่างๆของไลท์ก็จะยิ่งทรงพลังมากยิ่งขึ้นจนแม้แต่ตอนที่เขามีทักษะดาบในระดับบรรลุก็ไม่สามารถเทียบได้
หลังจากที่กินอาหารเที่ยงเสร็จ เวอร์โก้ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับรายงานผลว่าท่านเบเรียลได้พ่ายแพ้ให้กับท่านโซเฟียไปแล้ว
“ จากข้อมูลที่ได้รับมาดูเหมือนว่าท่านเดซี่สามารถต้านทานท่านโซเฟียได้ในระยะหนึ่งเลยทีเดียว แต่สุดท้ายท่านเดซี่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับท่านโซเฟีย ” เวอร์โก้พูดขึ้น
“ งั้นหรอแม้แต่เดซี่ก็ยังเอาชนะไม่ได้งั้นหรอ ” ไลท์พึมพำออกมาเบาๆ เขารู้ว่าทักษะดาบของเดซี่อยู่ในระดับบรรลุ และการที่โซเฟียสามารถเอาชนะเดซี่ได้แสดงว่าเธอจะต้องมีทักษะดาบที่เหนือกว่าขั้นบรรลุหรือก็คือขั้นเทพ แต่ก็มีอีกอย่างหนึ่งก็คือครึ่งขั้นเทพ
ครึ่งขั้นเทพหรือก็คืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นเทพได้
แต่ไม่ว่าจะขั้นไหน สำหรับไลท์ก็ย่อมไร้ประโยชน์ เนื่องจากไลท์ได้ฝึกฝนทักษะดาบจนถึงขีดสุดแล้ว
ไม่นานเบเรียลก็มากินข้าวเที่ยงด้วยเหมือนกัน
“ เดซี่แพ้งั้นหรอ? ” เบเรียลประหลาดใจ เพราะทักษะดาบของเดซี่นับว่าแข็งแกร่งรองลงมาจากไลท์เลยแม้แต่เธอก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้
“ ใช่แล้วล่ะ มีความเป็นไปได้ที่โฟเซียจะอยู่ในระดับครึ่งขั้นเทพหรือขั้นเทพแล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
“ ครึ่งขั้นเทพหรือขั้นเทพแล้วงั้นหรอ ” เบเรียบพึมพำออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
เธอเองก็มีทักษะดาบในระดับบรรลุ เพราะฉะนั้นเธอจึงรู้ดีว่าครึ่งขั้นเทพนั้นสามารถเอาชนะขั้นบรรลุได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
“ แล้วเธอนัดประลองกับนายวันไหน? ” เบเรียลถามขึ้น
“ เห็นเวอร์โก้บอกว่าอีกสามวันข้างหน้า ” ไลท์ตอบคำถาม
ไม่นานเดซี่และคนอื่นๆก็เข้ามาในในห้องอาหาร
ไลท์มองดูสีหน้าของเดซี่ที่เต็มไปด้วยความหดหู่เล็กน้อย
“ เป็นอะไรเดซี่ แพ้แค่ครั้วเดียวก็ทำหน้าจ๋อยแล้วงั้นหรอ? ” ไลท์หัวเราะออกมาทันที
เดซี่ที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมา
“ อาจารย์ทักษะดาบของโซเฟียแข็งแกร่งมาก ”เดซี่เปิดปากพูด
“ แล้วเธอคิดว่าทักษะของฉันหรือของโซเฟียแข็งแกร่งและทรงพลังกว่ากันล่ะ? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความสนใจ
“ จากที่ฉันลองประมือกับโซเฟีย ดูเหมือนว่าเธอจะเอาจริงด้วย ทำให้ฉันคิดว่าทักษะดาบของอาจารย์ยังแข็งอกร่งกว่าหนึ่งขั้นค่ะ แต่ฉันไม่รู้ว่านั้นคือทั้งหมดของเธอแล้วหรือยัง ถ้าหากยังแสดงว่าเธอจะต้องแข็งแกร่งกว่าที่ฉันเห็นอย่างแน่นอน
แต่อย่างไรก็ตามเวลาฉันสู้กับอาจารย์ อาจารย์ไม่เคยเอาจริงเลยสักครั้ง แถมยังเอาชนะฉันที่เอาจริงได้อย่างสบายๆแสดงให้เห็นแล้วว่าทักษะดาบของอาจารย์น่าจะเหนือกว่าของโซเฟีย " เดซี่ตอบตามความจริงเธอที่สัมผัสได้
เธอสัมผัสได้ว่าทักษะดาบของโซเฟียยังห่างจากอาจารย์ของเธอยู่ประมาณหนึ่งขั้นใหญ่ๆ
“ งั้นหรอ ” ไลท์พยักหน้ารับ ด้วยคำพูดของเดซี่ทำให้ไลท์คิดว่า ทักษะดาบของโซเฟียจะต้องอยู่ในระดับครึ่งขั้นเทพแน่ๆ แต่ก็อาจจะมีความเป็นไปได้เหมือนกันที่จะอยู่ในขั้นเทพ
ไม่นานพวกเกลกิรอสและคนอื่นก็ค่อยๆมาที่ห้องอาหารในคฤหาสน์ลอยฟ้า
พวกเขาได้รับข่าวว่าโฟเซียได้ส่วสารท้าประลองกับไลท์ในอีกสามวันข้างหน้า
นอกจากนี้พวกเขาก็ยังได้ยินถึงความพ่ายแพ้ของเดซี่ให้กับโซเฟียอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นโซเฟียก็ยังชื่นชมเดซี่อยู่มาก ด้วยอายุของเธอที่ยังน้อยอยู่แต่เธอสามารถฝึดฝนจนทักษะดาบมาอยู่ในระดับสูงได้ ซึ่งโซเฟียบอกว่าทักษะดาบของเดซี่นั้นติดหนึ่งในสิบของทักษะดาบที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่โซเฟียเคยประลองมา ไม่สิอาจจะห้าอันดับแรกเลยด้วยซ้ำ
โซเฟียเชื่อว่าถ้าหากให้เวลาเดซี่อีกสักหน่อย เธอจะกลายเป็นสุดยอดนักดาบและสามารถต่อสู้กับเธอได้อย่างสูสีและบางทีเธออาจจะชนะโซเฟียเลยก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเรื่องของอนาคต
“ ไม่ต้องคิดมากไปหรอกนะเดซี่ ถึงอย่างไรโซเฟียก็เป็นถึงนักดาบอันดับหนึ่งของโลกอยู่แล้ว นอกจากนี้แม้ว่าเธอจะแพ้ให้กับโซเฟียแต่เธอก็สามารถรับมือได้นานจนทำให้โซเฟียต้องเอาจริง นี้แสดงให้เห็นแล้วว่าเธอเองก็เป็นนักดาบที่แข็งแกร่งเหมือนกัน ” เฟลิกซ์พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย
คนอื่นๆเองก็รู้สึกชื่นชมเดซี่อย่างมาก ด้วยอายุเพียงแค่ยี่สิบกว่าปี แต่สามารถต่อสู้กับโซเฟียที่เป็นถึงนักดาบอันดับหนึ่งของโลก จนทำให้โซเฟียต้องเอาจริงได้ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเดซี่เองก็มีทักษะดาบที่แข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอันดับต้นๆของโลกเหมือนกัน
“ ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจนะ ” เดซี่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เธอรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว
“ ว่าแต่ไลท์ นายคิดว่าจะสามารถเอาชนะโซเฟียได้ไหม? ” ซัมเมอร์ถามขึ้นด้วยความสนใจ คนอื่นๆเองก็สนใจด้วยเหมือนกัน
“ เรื่องนั้นต้องลองสู้ดูก่อนจึงจะรู้ว่าได้หรือไม่ได้ ” ไลท์พูดขึ้น สำหรับเขาถ้าหากยังไม่ได้ลองสู้กันจริงๆก็ไม่มีทางที่จะรู้ตื้นลึกหนาบางของอีกฝ่าย
“ ลูกพี่ไม่ต้องห่วง ฉันบันทึกวิดีโอให้ลูกพี่แล้ว ” ไลก้าพูดขึ้นพร้อมกับหยิบเครื่องบันทึกวิดีโอมาวางไว้บนโต๊ะ
ไลท์มองไปที่ไลก้าพร้อมกับยิ้มขึ้นเบาๆ
“ งั้นฉันขอดูหน่อยแล้วกันว่าวิดีโอที่นายถ่ายจะดูได้ไหม? ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหยิบเครื่องบันทึกวิดีโอมาเปิดดู
ไลท์นำเครื่องฉายวิดีโอมาที่ห้องรับแขกก่อนที่จะเปิดวิดีโอขึ้นมา
ทุกๆคนก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเดซี่และโซเฟียสู้กันได้ดุเดือดขนาดไหน
หลังจากที่ภาพในวิดีโอปรากฏขึ้น
เดซี่และโซเฟียยืนอยู่ห่างกันประมาณหนึ่งร้อยเมตร โดยที่ทั้งสองคนถือดาบเอาไว้ เพียแงต่ไลท์เห็นว่าโซเฟียถือดาบด้วยมือซ้าย
“ โซเฟียถนัดซ้ายหรอ? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ ใช่ๆ ฉันลืมบอกอาจารย์ไปเลย ” เดซี่พูดขึ้นพร้อมกับทำท่าเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างออก
“ นักดาบถนัดซ้ายงั้นหรอ จะว่าไปก็หายากอยู่เหมือนกันนะเนี้ย ” ไลท์พึมพำออกมาด้วยความสนใจ
นักดาบถนัดซ้ายนั้นหายากมากๆแม้แต่ในโลกผู้ฝึกตนก็หานักดาบถนัดซ้ายได้ยากมากๆ เรียกได้ว่าต่อให้พบเจอนักดาบหนึ่งแสนคนก็อาจจะไม่มีนักดาบถนัดซ้ายอยู่เลยสักคนก็ได้
การต่อสู้กับนักดาบถนัดซ้ายนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก เพราะนักดาบถนัดซ้ายการโจมตีของพวกเขาจะเป็นคนละทิศทางกับนักดาบถนัดขวา
แต่สำหรับไลท์แล้ว เขาก็สามารถใช้มือซ้ายจับดาบในการต่อสู้เหมือนกัน และนี้คือความลับอีกอย่างหนึ่งของไลท์ นั่นก็คือไลท์เป็นคนที่ถนัดดาบสองมือ เนื่องจากในโลกผู้ฝึกนตเขาและเทียนตี้อู่หลงเคยถูกเฮยฉางจับฝึกการใช้ดาบทั้งสองมือ ทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่ถนัดดาบสองมือ
เฮยฉางคือนักดาบที่ได้รับฉายาดาบบุปผาโลหิต แม้ว่าเฮยฉางจะเป็นชายวัยกลางคน ใบหน้าดุดันและหยาบกร้าน เขาเป็นคนถนัดซ้ายทำให้เขาเป็นนักดาบถนัดซ้าย นอกจากนี้เฮยฉางก็ยังเป็นนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับต้นๆของยุคที่ถนัดซ้าย ส่วนวิถีดาบของเขาก็อยู่ในระดับเทพ
ส่วนฉายาดาบบุปผาโลหิตก็มาจากการที่ทักษะดาบของเขาที่สวยงามอย่างบุปผา และโลหิตก็มาจากที่ว่าเฮยฉางใช้ดาบในการสังหารศัตรูจนเลือดอาบทั่วพื้นดิน
หลังจากนั้นก็เป็นการต่อสู้ระหว่างเดซี่และโซเฟีย
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่สุดท้ายก็เป็นทางด้านของเดซี่ที่ต้องพ่ายแพ้ไปอย่างเจ็บใจ
เพราะทั้งสองต่อสู้กันสูสีและดุเดือดอย่างมาก มีการผลัดกันรุกผลัดกันรับหลายต่อหลายครั้ง
การต่อสู้กินเวลาไปถึงครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะเป็นทางเดซี่ที่พ่ายแพ้ไป
นอกจากนี้ทั้งสองคนก็ยังมีบาดแผลตามร่างกายอยู่บ้างแต่ก็เป็นทางฝั่งของเดซี่ที่มีบาดแผลทางร่างกายมากกว่าโซเฟีย
เกลกิรอสและคนอื่นๆหรือทางห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็ต้องมองเดซี่ในมุมใหม่ๆ แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าเดซี่นั้นแข็งแกร่งและมีทักษะดาบที่ทรงพลัง แต่เป็นเพราะเดซี่อยู่ใต้ร่มเงาของไลท์และช่วงหลังๆเธอก็มักจะไม่ได้ออกไปต่อสู้ด้วยตัวเอง เธอมักจะใช้ร่างอวตารบุปผาในการต่อสู้ ทำให้ทุกๆคนจึงลืมความเก่งกาจของเดซี่ไปจนหมด
ถ้าหากไม่มีการต่อสู้ในครั้งนี้ ทุกๆคนก็คงจะลืมเลือนเดซี่ในฐานะนักดาบไปเหมือนกัน