บทที่ 18 ทดลองเรียน
ยูเมะก้าวเข้าไปในเขตต่อสู้อีกครั้งซึ่งครั้งนี้เขาไม่รอให้พนักงานเข้ามาแนะนำเพราะเขามีเป้าหมายอยู่ในใจแล้ว
ห้องฝึกที่เขาตั้งใจจะฝึกในวันนี้ยังคงเป็ห้องฝึกเมื่อวานแม้ว่าเมื่อวานเขาจะแสดงความสามารถออกมาได้อย่างน่าทึ่งแต่เขาก็ไม่ได้หลงคิดไปกว่าตัวเองเก่งกาจแต่อย่างใด
ยูเมะทราบดีว่าพื้นฐานร่างกายของเขายังไม่สมบูรณ์มันจึงไม่เหมาะที่จะฝึกฝนในห้องที่มีระดับความยากมากกว่านี้
แต่สิ่งที่เขาอดคิดไม่ได้เลยก็คือภารกิจประจำวันที่บอกให้เขาดวลกับใครบางคนบนสังเวียน
‘ดวลงั้นหรือ ก็อยากอยู่หรอกนะ แต่ถ้าอยู่ๆ จะไปขอดวลกับคนอื่นเลยมันก็..รอดูต่อไปก่อนก็แล้วกัน’
คิดแล้วยูเมะก็ยิ้มน้อยๆ ขณะที่ภายในใจเริ่มคาดเดาว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในวันนี้แล้วเหตุการณ์แบบไหนกันที่จะทำให้เขาได้มีโอกาสดวลกับใครบางคน
ขณะที่คิดเขาก็เดินไปจนถึงห้องฝึกที่ฝึกเมื่อวานเขาเจอกับลูกค้าคนอื่นในห้องเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มีใครที่เขารู้สึกคุ้นเคยนักเห็นได้ชัดว่ากลุ่มคนที่ฝึกในห้องนี้ไม่ใช่กลุ่มเดียวกับเมื่อวาน
แต่หลังจากยูเมะก้าวเข้ามาในห้องฝึกได้ไม่นานลูกค้าในห้องฝึกก็หันมามองด้วยความสนใจและหยุดฝึกไปพลางพูดคุยกันราวกับรู้จักเขามาก่อน
เื่นี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยๆเป็การทักทาย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ จากคนส่วนใหญ่เพราะความรู้สึกกระดากอาย
จากนั้นทุกคนก็หันกลับไปฝึกต่อแต่ก็เห็นได้ชัดว่าสมาธิไม่ได้จดจ่ออยู่กับการฝึกฝนอย่างที่ควร
ยูเมะเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจจากนั้นก้าวตรงไปยังชั้นวาง หยิบดาบออกมาสองเล่มเหมือนวันก่อนจากนั้นก็ตรงไปยังเป้าซ้อมที่ว่างอยู่แล้วเริ่มตั้งค่า
ครั้งนี้เขาไม่ได้ตั้งค่าเอาไว้สูงเหมือนกับเมื่อวานเพราะเขาไม่้าทำผิดพลาดซ้ำสอง
‘เมื่อวานเล่นไปถึงระดับ 4 เลย งั้นวันนี้เอาแค่ระดับ 3ก็แล้วกัน’
หลังจากตั้งค่าเป้าซ้อมเสร็จ เขาก็ขยับออกมาหลายก้าวแล้วตั้งท่าเตรียม เป้าซ้อมก็เริ่มขยับแขนทั้งสองข้างยกขึ้นมาตั้งการ์ดป้องกันอย่างรัดกุมเพื่อรอให้ยูเมะจู่โจมเข้าไป
‘เอาละวันนี้ต้องรักษาสติให้ดี จะมาเสียเวลาเปล่าอีกไม่ได้!!’
หลังจากคิดได้เขาก็สาวเท้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว ดาบทั้งสองเล่มสะบัดฟันออกไปจากบนและล่างพร้อมกันวิถีดาบลากผ่านแขนทั้งสองข้างในพริบตา
เสียงปะทะดังติดกันจนได้ยินเป็เสียงเดียวจากนั้นดาบต่อไปก็ตามมา จังหวะก้าวต่อๆ ไปก็ติดตามมาไม่ขาดสาย ดาบทั้งสองเล่มฟาดฟันออกไปจนแทบจะกลายเป็เงาดาบ
การฟาดฟันของวันนี้ยังคงเร็วอย่างน่าทึ่งแต่น้ำหนักดาบไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อวาน แรงสะท้อนที่ได้รับก็ไม่มากเท่า ทำให้ยูเมะไม่ต้องแบกรับภาระที่หนักจนเกินไป
ทุกจังหวะทุกกระบวนท่า ล้วนใช้ออกมาอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดเน้นไปที่ความเร็วและความแม่นยำ
หลังจากฟันไปหลายดาบจิตใจของเขาก็เริ่มจดจ่อ สมาธิไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับความรู้สึกร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเืในตัวเริ่มอุ่นร้อน
ความพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยูเมะทำให้ลูกค้าคนอื่นๆ ต้องหยุดการฝึกฝนลงอย่างเสียไม่ได้เพราะทุกคนไม่สามารถละสายตาจากการฟาดฟันที่ราวกับการร่ายรำของยูเมะได้
ใน่เวลานั้นสตริงก็ตามมาถึงพอดีและหยุดมองอยู่ที่ด้านนอกมองผ่านกระจกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ยิ่งมองสายตาของสตริงก็ยิ่งจริงจังความคิดมากมายไหลผ่านจิตใจไป ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ
‘ไม่ใช่! ไม่ใช่วิชาดาบคู่ดูเหมือนว่าแค่ฟันไปตามใจชอบ แต่กลับมีจังหวะที่ดุดันมาก ทว่า..เหมือนจะขาดอะไรไปบางอย่าง’
สิ่งที่สตริงคิดนั้นไม่ผิดเลย การฟาดฟันของยูเมะในตอนนี้ไม่ใช่เพลงดาบคู่แค่เป็เพลงดาบที่ต้องใช้ดาบถึง 6 เล่ม เพียงแต่เพลงดาบนี้ใช้ได้ในเกมออนไลน์เท่านั้นมันไม่ใช่วิชาที่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็จริง อีกทั้งยังเป็วิชาที่ยูเมะสร้างขึ้นมาเอง
ส่วนที่ขาดไปของเพลงดาบนั้นเห็นได้ชัดว่ายูเมะเองก็รู้ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจและไม่ได้คิดที่จะปรับแก้มันเพราะความตั้งใจของเขานั้นคือการฝึกฝนร่างกาย
เพลงดาบที่ใช้อยู่ตอนนี้อาจจะไม่มีประสิทธิภาพนักในการต่อสู้แต่มันก็เป็เพลงดาบที่ดึงกำลังออกมาได้อย่างเต็มที่ซึ่งนั่นก็หมายความว่ามันเป็เพลงดาบที่สามารถขัดเกลาร่างกายได้อย่างเต็มที่เช่นกัน
อาจจะไม่สมบูรณ์พร้อมแต่ก็มีประสิทธิภาพมากพอในสายตาของยูเมะ
แต่สิ่งที่ยูเมะคิดไม่ถึงเลยก็คือหลังจากฟาดฟันอย่างเมามันนานหลายนาที ความคิดต่างๆที่เกี่ยวกับเพลงดาบของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปเขารู้สึกเหมือนกับเข้าสู่ภวังค์แห่งการรู้แจ้งในนิยายกำลังภายใน
เพลงดาบที่ใช้ก็เริ่มเปลี่ยนไปกระบวนท่าเริ่มสอดคล้องกันมากขึ้น ความคล่องแคล่วและความแหลมคมของกระบวนท่าก็เพิ่มขึ้นทีละน้อย
มันเป็การปรับตัวโดยสัญชาตญาณเป็ความเปลี่ยนแปลงที่เป็ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
ทว่ายูเมะยังคงรักษาสติเอาไว้ได้เขาััได้ถึงความเหมาะสมที่เพิ่มขึ้น ััได้ถึงความรู้สึกที่แสนวิเศษที่เขาไม่รู้ว่าควรจะอธิบายออกมายังไง
จังหวะการก้าวเดินการฟาดฟัน เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง
ใน่เวลานั้นดวงตาของสตริงก็เปลี่ยนเป็ตื่นตระหนกความคิดบางอย่างปรากฏขึ้นในใจ ทำให้สีหน้าเปลี่ยนไปชั่วขณะ ก่อนจะรู้สึกตัวแล้วขมวดคิ้วจากนั้นก็ส่ายหน้า
“เป็ไปไม่ได้..เรียนรู้จากการต่อสู้งั้นหรือ เป็ไปไม่ได้หรอกมันจะเกิดขึ้นกับการฟันเป้าซ้อมได้ยังไง!”
ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานสตริงไม่สามารถยอมรับได้ว่ายูเมะกำลังเรียนรู้จากการต่อสู้เพราะไม่มีใครเลยที่มันรู้จักที่จะเรียนรู้จากการต่อสู้กับ‘เป้าซ้อม’ ได้
เื่แบบนี้มันไร้เหตุผลเกินไปจนไม่มีใครสามารถยอมรับได้
แต่สิ่งที่สตริงคิดไม่ถึงเลยก็คือยูเมะกำลังเรียนรู้จากการต่อสู้จริง แต่ถ้าจะพูดให้ถูกต้องที่สุดก็อาจจะพูดได้ว่าเขากำลัง ‘ปรับตัว’ จะถูกต้องกว่า
ความแตกต่างระหว่างเกมออนไลน์และชีวิตจริงนั้นมีเยอะมากคนที่คุ้นเคยกับเกมออนไลน์จะทราบว่าเกมนั้นไม่ว่าจะสมจริงมากขนาดไหน แต่ทุกเกมก็มักจะมี‘ตัวช่วย’ เสมอ แม้กระทั่งเกมต่อสู้อย่างดินแดนเทพเ้าแห่งการต่อสู้ก็ยังมีตัวช่วยสนับสนุนการเคลื่อนไหว
ดังนั้นกระบวนท่าและเพลงดาบที่ยูเมะคุ้นเคยนั้นจึงไม่สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องในโลกแห่งความเป็จริง
แต่เมื่อยูเมะนำเพลงดาบที่ฝึกฝนในเกมออกมาใช้ในชีวิตจริงเขาก็จำต้องปรับปรุงเพลงดาบก่อนถึงจะสามารถใช้เพลงดาบที่คุ้นเคยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนั้นส่วนที่ต้องปรับปรุงก็มีอยู่มากจาก 6 ดาบกลายเป็ 2 ดาบ มันเป็ความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมาก ทำให้ความเปลี่ยนแปลงนี้ดูไม่เหมือนการปรับตัวแต่ดูเหมือนการเรียนรู้จากการต่อสู้มากกว่า
เพราะมันเปลี่ยนไปจนดูไม่เหมือนเพลงดาบเดิมที่ยูเมะใช้ประจำจึงทำให้ดูเหมือนกำลังเรียนรู้เพลงดาบใหม่ขณะที่ฝึกซ้อมกับเป้าซ้อม
หลังจากฟาดฟันติดต่อกันหลายนาทียูเมะก็เริ่มเหนื่อย แม้เขาจะควบคุมตัวเองไว้ไม่ให้ฝืนเกินขีดจำกัด แต่เขาก็ไม่ได้หน่อยยานการฝึกซ้อมไม่กี่นาทีนี้แทบจะเข้มข้นไม่ต่างอะไรจากการต่อสู้บนสังเวียนเลย
จึงไม่น่าแปลกเท่าไหร่ที่ยูเมะจะเหนื่อยหอบหลังจากฟาดฟันดาบติดต่อกันเพียงไม่กี่นาที
หลังจากหยุดพักเขาก็หอบหนักขณะที่มองดูเป้าซ้อมที่ค่อยๆ คืนสภาพ รอยฟันทั้งหมดมีระดับความลึกในระดับที่ใกล้เคียงกันซึ่งถ้ามีใครที่คุ้นเคยกับการตีเป้าซ้อมมาเห็นเข้าก็คงจะใไม่น้อย
ซึ่งก็แน่นอนว่าคนที่มองออกและใในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นสตริงแต่เพราะเื่ที่ยูเมะทำก่อนหน้านี้น่าใกว่ามันจึงไม่แสดงอาการมากนักเมื่อได้เห็นรอยฟันบนหุ่น
สตริงหรี่ตามองรอยฟันเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องฝึกและตรงเข้าไปดูรอยฟันอย่างใกล้ชิดแล้วหันกลับไปมองยูเมะที่มองมาด้วยความใ
“คุณสตริง! ส..สวัสดีครับ”
“สวัสดี ไม่ได้เจอกันหลายวันเลยนะเ้าหนู ดูเธอเปลี่ยนไปเยอะทีเดียวนะ”
“เอ๊! จริงหรือครับ! ผมไม่เห็นรู้สึกตัวเลย”
สตริงพยักหน้าน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าส่วนที่เปลี่ยนไปนั้นคืออะไรแต่เลือกที่จะสอบถามยูเมะด้วยความสนใจเกี่ยวกับเพลงดาบที่เขาใช้
ยูเมะที่ถูกถามก็ตอบกลับมาโดยไม่คิดจะปิดบังเพราะเพลงดาบของเขานั้นไม่มีคุณค่าอะไรให้ต้องปิดนอกจากนั้นเขาก็รู้จักสตริงมานาน จนเห็นว่าอีกฝ่ายเป็เหมือนเพื่อนต่างวัยไปแล้วเขาเลยไม่มีเหตุผลที่ต้องปิด
“เธอจะบอกว่าเพลงดาบเมื่อครู่นี้เธอฝึกฝนมาจากเกมงั้นหรือ!”
“ครับ! ผมเอาวิชาในเกมมาปรับใช้จนกลายเป็เพลงดาบนะครับจริงๆ มันก็ไม่ได้ดีเลิศอะไรนักหรอก จะเรียกว่าเพลงดาบก็เกินไป เรียกว่าฟันดาบไปตามใจจะดีกว่า”
คำตอบจากใจจริงของยูเมะนั้นทำให้สตริงแอบยิ้มกระตุกน้อยๆ เพราะเขาเรียกเพลงดาบที่น่าทึ่งของตัวเองว่าการฟันดาบไปตามใจ
หากไม่ใช่ว่ามันรู้จักยูเมะมานานและรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนชอบโม้และโอ้อวดแล้วละก็มันคงสะบัดหน้าหนีไปนานแล้ว
แต่เพราะรู้มันจึงอดทึ่งไม่ได้ที่เขาเรียกเพลงดาบว่าการฟาดฟันดาบไปตามใจเพราะถ้าสิ่งที่ยูเมะใช้คือการฟาดฟันดาบไปตามใจจริงๆเช่นนั้นระดับความสำเร็จของเขาก็ไม่ใช่เื่เล่นๆ แล้ว
“งั้นหรือ ถึงจะเป็แบบนั้นก็ดูดีไม่เลวนะ ดูเหมือนคนที่ฝึกศิลปะการฟันดาบเลย”
“ก็แค่ดูเหมือนเท่านั้นแหละครับ! ผมนะไม่เคยฝึกดาบจริงๆด้วยซ้ำ ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีตรงไหนดีไม่ดี”
พูดแล้วยูเมะก็รู้สึกเขินอยู่นิดหน่อยเพราะเขาคิดว่าตัวเองแต่ฟันดาบไปตามใจจนดูน่าใเท่านั้นแต่เนื้อแท้แล้วไม่มีอะไรที่น่าชื่นชมเพราะขนาดพื้นฐานของการฟันดาบเขาก็ไม่เคยเรียนรู้มันอย่างจริงจังแล้วเขาจะเรียกตัวเองว่าผู้ฝึกศิลปะการฟันดาบได้ยังไง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำเรียกที่น่าอายอย่าง‘ปรมาจารย์ดาบ’ เขายิ่งไม่กล้ารับ
เมื่อได้ยินยูเมะพูดแบบนั้นสีหน้าของสตริงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยสายตาที่มองดูยูเมะมีความชื่นชมเพิ่มขึ้นมาหลายส่วนก่อนจะยิ้มออกมาแล้วถามคำถามที่เขาคาดไม่ถึงออกมา
“งั้นเธออยากเรียนไหมล่ะ ศิลปะการฟันดาบนะ”
“เื่นั้นมัน..ผมไม่มีเงินจ่ายค่าเรียนหรอกครับ”
ยูเมะยิ้มฝืนๆ ให้กับเื่นี้ แม้ว่าตอนนี้เขาจะพอมีเงินอยู่บ้างแต่ถ้าจะใช้เงินจำนวนนี้กับการเรียนศิลปะการฟันดาบแล้ว เขายังรู้สึกว่ามันยากที่จะตัดสินใจ
แม้ว่าใจจริงเขาก็อยากจะลองเรียนเพราะคิดว่ามันน่าจะช่วยให้เขาต่อสู้ได้ดีขึ้นก็ตามทีแต่ค่าใช้จ่ายของ ‘คลาส’ เรียนนั้นค่อนข้างสูง เขาเลยไม่อยากเสีย
ได้ยินแบบนั้นสตริงก็เหมือนจะนึกได้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมานอกจากใช้บริการพื้นฐานของศูนย์ฝึกแล้วยูเมะก็ไม่ได้ใช้บริการที่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย
พอรู้แบบนี้มันก็เข้าใจว่าฐานะทางบ้านของเขาไม่ดีนักและยูเมะก็ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ใช้เงินโดยไม่คิดความชื่นชมในสายตาของมันจึงเพิ่มขึ้นไปอีก
“ถ้าเื่นั้นละก็ไม่มีปัญหา เธอก็รู้นี่เ้าหนูว่าศูนย์ฝึกแห่งนี้มีระบบ‘ทดลองเรียน’ ถ้าเธอสนใจวิชาไหนก็เข้าไปทดลองเรียนสักครั้งก็ได้ บางทีเธออาจจะเข้าใจศิลปะการฟันดาบมากขึ้นหรือถ้าไม่เข้าใจ ตาแก่คนนี้ก็พอจะมีความรู้อยู่บ้าง ถ้าเธอสงสัยก็ลองถามได้”
ได้ยินแบบนั้นยูเมะก็คิดได้เขาจำได้เหมือนกันว่าศูนย์ฝึกแห่งนี้มีระบบทดลองเรียนเพียงแต่เขาในสมัยก่อนไม่มีความสนใจในเื่นี้
ทั้งนี้ก็เพราะเขาไม่คิดว่าการเรียนรู้เพียงครั้งหรือสองครั้งจะช่วยอะไรได้
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกันเพียงแค่คิดถึงสภาพจิตใจที่เปลี่ยนไป ความสามารถในการคิดที่แหลมคมขึ้นยูเมะก็มีความเชื่อมั่นอยู่ในใจว่าเขาน่าจะสามารถเรียนรู้จากการทดลองเรียนได้บ้าง
เมื่อเห็นท่าทางของยูเมะสตริงก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็พายูเมะไปเดินสำรวจห้องเรียนซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสองของศูนย์ฝึก
เช่นเดียวกับเขตต่อสู้ในอดีตที่ยูเมะไม่เคยก้าวเข้ามาเลยสักครั้งชั้นสองของศูนย์ฝึกเองก็เป็สถานที่ที่เขาไม่เคยก้าวเข้ามาเช่นกัน
อย่างมากสุดเขาก็แค่ดูวิดีโอสอนศิลปะการต่อสู้ที่ทางศูนย์มีให้ดูและเรียนรู้จากวิดีโอเ่าั้
แต่นี้เป็ครั้งแรกเลยที่เขาขึ้นมาบนชั้นสองพอก้าวขึ้นมาบนชั้นสอง ผ่านประตูกันเสียงมา บรรยากาศก็เปลี่ยนไปจนััได้ห้องเรียนแต่ละห้องไม่ได้มีผนังกระจกเหมือนกับห้องฝึกที่ชั้นหนึ่งแต่เป็ผนังที่ปิดทึบเพื่อป้องกันการรบกวนจากภายนอก
จะมีก็เพียงประตูเท่านั้นที่มีกระจกพอให้มองเข้าไปเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องเรียนได้
ซึ่งตลอดทางที่เดินไปสตริงก็มักจะแวะดูห้องเรียนแต่ละห้องเล็กน้อยแล้วหันมาสอบถามเขาว่าสนใจไหมอีกทั้งยังบอกให้รู้ว่าห้องเรียนนี้กำลังสอนวิชาอะไรอยู่
เดินผ่านไปสามห้องก็มาถึงห้องเรียนที่ดูเหมือนว่าเพิ่งจะเริ่มได้ไม่นานและเป็ห้องเรียนที่สอนวิชาฟันดาบอีกด้วย
พอสตริงหันมาถามยูเมะก็ตอบรับในทันที อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ จากนั้นยกมายด์เบรนขึ้นมาทาบกับประตูจนเกิดเสียงดังขึ้นเบาๆประตูก็เปิดออก
ทันทีที่ประตูเปิดออกเสียงจากภายในห้องก็ดังออกมา ก่อนจะเงียบไปชั่วขณะเมื่อเห็นยูเมะและสตริงที่เดินเข้ามาในห้อง
สายตาของนักเรียนภายในห้องมองมาด้วยความสนใจเช่นเดียวกับครูฝึกที่หันมามอง ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ เป็การทักทายและอนุญาตให้ทั้งสองเข้ามาในห้องเรียน
ยูเมะกับสตริงไม่ได้พูดอะไรเลยทั้งสองทำตัวเหมือนคนที่มาทดลองเรียนจริงๆพวกเขาเดินเข้ามารับฟังการสอนภายในห้องโดยไม่รบกวน ซึ่งเป็ไปตามกฎของการทดลองเรียน
ขณะที่ฟังการสอนยูเมะมีสมาธิมาก เขารับฟังคำอธิบายทั้งหมดอย่างละเอียดและเปรียบเทียบกับความเข้าใจของตัวเองไปพร้อมกัน
หลายครั้งที่เขาเลิกคิ้วขึ้นและหลายครั้งที่พยักหน้าน้อยๆราวกับเพิ่งจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
ท่าทางของยูเมะนั้นเด่นมากแม้เขาจะนั่งอยู่ด้านหลังสุด แต่เพราะมีนักเรียนในห้องหลายคนที่สนใจเขาจึงมีคนไม่น้อยที่แอบมองมา เมื่อเห็นท่าทางของยูเมะ คนเ่าั้ก็มีท่าทีแปลกๆ
หลายคนเหมือนจะยิ้มออกมาด้วยความสนใจแต่ก็มีหลายคนที่เหยียดยิ้มด้วยความดูถูก บ้างก็เฉยชาและส่วนใหญ่ไม่ได้หันกลับมามองเสียด้วยซ้ำ
หลังจากการอธิบายจบลงนักเรียนทั้งหมดก็ลุกขึ้นพร้อมกับดาบในมือแล้วเดินไปรวมกันที่ลานกว้างตรงกลางและเริ่มซ้อมมือกันตามวิชาที่สอน
ยูเมะที่มาทดลองเรียนย่อมไม่สามารถลงไปร่วมวงด้วยได้เขาจึงเฝ้ามองทุกคนด้วยความสนใจ มองดูการฝึกฝนของทุกคนจนเกิดเป็ความเข้าใจบางอย่าง
“แบบนี้เอง มีหลายอย่างเลยนะที่เพิ่งจะสังเกตเห็น..เพราะปกติเกมมันมีระบบสนับสนุนละนะเลยไม่รู้มาก่อน”
ขณะที่ยูเมะกำลังทำความเข้าใจด้วยตัวเองอยู่นั้นสตริงก็ลอบส่งสัญญาณไปทางครูฝึก จากนั้นครูฝึกก็ส่งเสียงเรียกนักเรียนคนหนึ่งเข้ามาคุย
ทั้งสองคุยกันเล็กน้อยขณะที่มองมาทางยูเมะที่กำลังมองดูนักเรียนคนอื่นๆฝึกกันอยู่ ก่อนจะพยักหน้าให้กันจากนั้นครูฝึกก็ตบมือเบาๆ เป็สัญญาณเรียกให้ทุกคนหันมามอง
“เอาละ วันนี้พวกเราต้องแสดงเป็พิเศษสักหน่อยเพื่อแขกที่มาเยี่ยมชมเข้าใจวิชาดาบมากขึ้นดังนั้นจับคู่ประลองกัน เริ่มจากเธอก่อนเลยหลี่เจี้ยน”
“ครับ!”
ชายหนุ่มที่ชื่อหลี่เจี้ยนตอบรับอย่างหนักแน่นแล้วก้าวเดินออกมาเป็คนแรกจากนั้นก็มองไปรอบๆ เพื่อหาคู่ประลอง ซึ่งมีหลายคนที่แสดงออกว่าอยากจะออกมาประลองกับชายหนุ่ม
แต่สุดท้ายชายหนุ่มกลับมองมาทางยูเมะและสตริงที่เป็แขกที่มาทดลองเรียนจากนั้นยิ้มออกมาอย่างเป็มิตร
“ไหนๆ ก็ตั้งใจจะแสดงให้แขกของเราได้ดูแล้วจะดีกว่าไหมครับหากผมจะขอเชิญแขกของเรามาเป็คู่ประลองซะเลย”
คำเชิญของชายหนุ่มทำให้นักเรียนคนอื่นๆ อุทานออกมาด้วยความใมีไม่น้อยที่มองมาด้วยสีหน้าแปลกๆ คล้ายกับตระหนักถึงความผิดปกติบางอย่างแต่ส่วนมากจะแสดงออกถึงความใและคาดไม่ถึง
ยูเมะเองก็ใเช่นกันแต่ภายในใจกลับตื่นเต้น ทว่าเขาก็ยังลังเลใจเพราะเขามาทดลองเรียนจึงไม่เหมาะสมนักที่จะเข้าไปร่วมวงด้วย
“รออะไรอยู่ละเ้าหนู! จะมีการเรียนรู้แบบไหนดีไปกว่าการทดลองจริงอีก!โอกาสดีๆ แบบนี้อย่าปล่อยให้หลุดมือไปละ”
การสนับสนุนของสตริงทำให้ความลังเลใจของยูเมะอ่อนลง แต่เขาก็บังเกิดความสงสัยขึ้นมาแทนและรู้สึกว่าเื่ทั้งหมดมันบังเอิญเกินไป
ทว่าอึดใจเขาก็คิดไปถึงหน้าต่างระบบคิดถึงภารกิจของวันนี้ เขาจึงตัดสินใจตอบรับด้วยความตื่นเต้น
“ตกลง! ผมเองก็สนใจวิชาดาบเหมือนกันถ้ายังไงต้องขอให้พี่ชายช่วยแนะนำสั่งสอนด้วยนะครับ”
“ด้วยความยินดีน้องชาย!”
สิ้นคำทักทายอย่างเป็มิตร ยูเมะก็เดินเข้าไปในลานกว้างกลางห้องและรับดาบมาจากนักเรียนคนหนึ่งที่ส่งมาให้อย่างเป็มิตรจากนั้นจึงเดินเข้าไปหาหลี่เจี้ยนด้วยความตื่นเต้น
เพียงแต่มองดูอีกฝ่ายใกล้ๆยูเมะก็มั่นใจว่าฝีมือของอีกฝ่ายต้องไม่ธรรมดา ไม่เพียงแต่มีร่างกายที่สมบูรณ์และมือที่แข็งแกร่งแต่ยังมีสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ
สายตาและร่างกายแบบนี้ไม่มีทางเลยที่จะปรากฏขึ้นในตัวของคนธรรมดา
แต่ยูเมะก็ไม่ทราบว่าทันทีที่เขาเดินเข้ามาหลี่เจี้ยนก็หรี่ตาลงและลอบพิจารณาเขาเช่นกัน
‘ดูเหมือนข่าวลือจะไม่ได้ลือกันแบบไม่มีเหตุผลสินะน่าสนใจ ถึงจะทำตัวเหมือนไม่มั่นใจ แต่จังหวะการก้าวเดินกลับไม่ผ่อนลงเลยสายตาเองก็แน่วแน่มาก..ไม่ธรรมดาจริงๆ’
ชั่วขณะนั้นทั้งสองเดินเข้ามาเผชิญหน้ากันด้วยรอยยิ้มและเตรียมพร้อมที่จะเริ่มประลองกันเพื่อฝึกฝนวิชาดาบ
แต่ก่อนที่จะเริ่มยูเมะก็นึกขึ้นมาได้ว่าภารกิจนั้นบอกให้ดวลกับใครบางคนบนสังเวียนการประลองนั้นสามารถบอกได้ว่าเป็การดวลก็จริงแต่สถานที่ที่เขายืนอยู่นั้นไม่ใช่สังเวียนต่อสู้ทำให้เขาไม่มั่นใจนักว่าจะได้ผลหรือไม่
ขณะที่คิดยูเมะก็มองไปด้านข้างและสังเกตเห็นพื้นที่ตรงจุดที่ครูฝึกยืนอยู่ซึ่งเป็พื้นที่ยกสูงที่ดูเหมือนเวทีประลองเขาจึงเกิดความคิดขึ้นมา
“เออ..พวกเราเปลี่ยนไปประลองกันบนนั้นได้ไหมครับคือ..ผมอยากัักับบรรยากาศของการประลองบนสังเวียนสักครั้ง”
คำขอของยูเมะนั้น ฟังดูแล้วก็ไม่มีอะไรที่แปลกประหลาด ทว่าทันทีที่นักเรียนในห้องได้ยินสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป
ครูฝึกเองก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยผิดกับสตริงที่ดูเหมือนจะตื่นเต้นอยู่นิดๆ จนแอบส่งสัญญาณให้ครูฝึกตอบรับ
หลี่เจี้ยนเองก็หน้าเปลี่ยนไปเช่นกันแต่ยังสามารถรักษารอยยิ้มเอาไว้ได้และมันก็ดูเหมือนจะสังเกตเห็นสัญญาณมือจากครูฝึกจึงเกิดความไม่พอใจขึ้นมา
“ตกลงครับ พวกเราย้ายไปสู้กันบนเวทีก็แล้วกัน”