อาเฟยนำสมุนไพรสดมาตำและกลั่นเอาเเต่น้ำ ยื่นให้อี้เถียนเพื่อใช้ทาให้สนมลี มือหนาๆป้ายลงที่ยาแล้วนำขึ้นมาลูบไล้บนแก้มนวลอย่างเบามือ รอยที่แก้มแดงช้ำเพราะการลงน้ำหนักมือเต็มแรงของอีกฝ่าย สนมลีนั่งน้ำตาคลอเบ้าเอาเเต่จ้องหน้าอี้เถียนอย่างไม่วางตา
"เจ้าเอาเเต่จ้องหน้าข้าตั้งเเต่เมื่อครู่แล้ว หน้าข้ามีอะไรติดงั้นหรือ?"
"เปล่าเจ้าค่ะ ข้าเเค่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หลังจากนี้ข้าคงต้องไปอธิบายให้สนมฮงฟังเพราะนางกำลังเข้าใจผิด"
"นางทำเจ้าเจ็บขนาดนี้ เจ้ายังจะห่วงความรู้สึกของนางอีกงั้นรึ…ทางที่ดีข้าว่าเจ้าควรเลี่ยงที่จะเจอหน้ากับนางดีกว่านะ…นางไม่เหมือนเจ้ากับซูเจิน นางร้อนเปรียบดังพระเพลิง เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?"
"ข้าทราบเจ้าค่ะ…เเต่ที่นางเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่านางขาดคนใส่ใจ"
"ข้าบอกแล้วไงว่านางไม่เหมือนเจ้า ใจของนางไม่มีใครล่วงรู้ได้ เพราะฉะนั้นเจ้าไม่ควรเอาตัวเองไปอยู่ใกล้นางอีก ไหน..ขอข้าดูแผลที่เเขนของเจ้าหน่อย..เจ็บมากไหม?"
"เจ็บเจ้าค่ะ เเต่ข้าทนไหว…ว่าเเต่องค์ชายไปที่นั่นได้อย่างไร..หรือท่านเองก็ได้จดหมายจากซูเจินงั้นหรือเจ้าคะ?"
"ใช่..นี่เจ้าก็ได้งั้นหรือ..หมายความว่าสนมฮงก็คงจะได้ด้วย..ซูเจินนางคิดจะทำอะไรกันเเน่เนี้ย?"
"นั่นสิเจ้าคะ…ทำไมนางต้องบอกให้มาพบนางที่นั่นด้วย..ทั้งๆที่พวกเราไปหานางที่จวนก็ได้"
"นอกเสียจากว่าจดหมายนั่นจะไม่ได้มาจากซูเจิน..เเต่มาจาก…"
"องค์ชายกำลังจะบอกว่าจดหมายนั่นมาจาก พระสนมฮงงั้นหรือเจ้าคะ…เเต่นางก็มาที่นั่นด้วยนะเจ้าคะและดูท่าทางนางก็แปลกไป เหมือนนางจะเข้าใจว่าองค์ชายอี้เฉียนนัดพบข้าน่ะเจ้าค่ะ"
"เอาไว้เรื่องนี้ข้าจะหาคำตอบเอง…เข้าพักผ่อนเถอะ…เดี๋ยวข้าจะไปพบท่านพี่ที่หอตำรา..เอาไว้เย็นๆข้าจะมาเยี่ยมเจ้าอีก"
"อย่าเลยเจ้าค่ะ…ข้าไม่อยากให้ซูเจินมองข้าไม่ดี…"
"แล้วทำไมนางจะต้องมองเจ้าไม่ดีด้วยล่ะ?"
"องค์ชายอี้เป็นสวามีของพระชายาซูเจินและข้า…….."
"เจ้าก็ถูกส่งตัวมาเป็นสนมของข้า ฉะนั้นเจ้าก็อยู่ในฐานะชายาของข้าเช่นกัน อีกอย่างตอนนี้ซูเจินก็มีท่านพี่ดูเเลอยู่ เจ้าต่างหากที่ไม่มีใครเลย..แล้วเช่นนี้เจ้ายังจะให้ข้าทิ้งเจ้าไปเช่นนั้นหรอ?"
"เอ่อ..คือ…หม่อมฉัน….."
"ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้รักข้าฉันสามีภรรยา…เเต่ถึงอย่างไรข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นสวามีของเจ้า หากเจ้าไม่ต้องการ รับการช่วยเหลือจากข้าในฐานะสวามี เจ้าก็รับการช่วยเหลือของข้าในฐานะสหายคนสำคัญหรือพี่ชายคนนึงดีไหม?"
"องค์ชาย….!!!"
"แว๊บแรกที่ข้าเห็นเจ้า….ข้าเองก็รู้สึกเอ็นดูเจ้าเหมือนเป็นน้องสาวคนนึง เพราะฉะนั้น..ทำตัวตามสบายอยากได้อะไรให้บอก ไม่ต้องเกรงใจข้า เข้าใจหรือไม่"
"ขอบพระทัยเจ้าค่ะ องค์ชาย"
"หืม…เวลานี้เจ้ามีศักดิ์เป็นน้องสาวของข้าแล้ว เพราะฉะนั้น..ต่อไปนี้ให้เจ้าเรียกข้าว่าท่านพี่ เฉกเช่นที่ข้าเรียกท่านพี่อี้เฉียนก็แล้วกัน"
"เจ้าค่ะ ท่านพี่อี้เถียน" อี้เถียนยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้ ก่อนที่เขาจะเดินมือไขว้หลังออกจากจวนของสนมลีไป ทั้งสนมลีและอี้เถียนต่างมีความรู้สึกเดียวกันคือ รักและเอ็นดูเฉกเช่นพี่ชายน้องสาวและพวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ดังที่ซูเจินอยากให้เป็น หลังจากที่อี้เถียนออกมาจากจวนสนมลี เขาก็ตรงไปยังจวนของซูเจินทันทีเพราะเหตุครั้งนี้มันเกี่ยวพันธ์กับซูเจินหลายอย่าง…ครั้นมาถึงอี้เถียนก็เห็นอาฉางถือโถยาขนาดใหญ่ออกมา
"คารวะองค์ชายสาม
"อืม..ท่านพี่อยู่ที่นี่หรออาฉาง?"
"ใช่แล้วพะยะค่ะ…องค์ชายสองนำยามาให้พระชายาดื่มเพื่อแก้อาการช้ำในพะยะค่ะ"
"งั้นหรอ…ท่านพี่ยังอยู่ข้างในใช่ไหม?"
"พะยะค่ะ."
"อืม" อี้เถียนเดินดุ่มๆเข้าไปเพื่อจะถามซูเจินถึงเรื่องจดหมาย เเต่ทว่าเมื่อเข้ามาในห้องนอนเขาก็พบว่าอี้เฉียนกำลังห่มผ้าให้ซูเจิน ซึ่งตอนนี้นางหลับไปแล้ว
"อ้าว น้องสาม..เจ้าไปไหนมางั้นหรือ?"
"ข้าไปทำแผลให้สนมลีมา ซูเจินหลับไปแล้วหรอ?"
"ใช่..ข้าให้นางทานข้าวทานยาไปเมื่อครู่..บาดเเผลนางกำลังระบมจึงเป็นสาเหตุทำให้นางเพลียน่ะ..เดี๋ยวนะ…เมื่อครู่เจ้าบอกว่าเจ้าไปทำแผลให้สนมลีมา เกิดอะไรขึ้นกับนางงั้นหรือ?"
"เกิดเรื่องนิดหน่อย สนมฮงตบนางเพราะเข้าใจผิดเรื่องจดหมาย"
"จดหมาย?..จดหมายอะไร ใครเป็นคนส่ง?"
"ข้าก็ยังไม่เเน่ใจ นี่ก็ว่าจะมาถามซูเจินเหมือนกันเพราะเนื้อความในจดหมายมันบอกให้ข้ากับสนมลีไปพบนางที่ศาลากลางน้ำ"
"อืม..ตอนข้าเข้ามาก็เห็นว่านางเพิ่งจะกลับมาจากข้างนอก ดูท่าทางนางจะอารมณ์ดีเอามากๆด้วย เป็นไปได้ว่านางอาจจะรู้เรื่องนี้ ยังไงเจ้าค่อยมาถามนางตอนที่นางตื่นก็ได้ ว่าเเต่สนมลีเป็นไงบ้าง?"
"ใบหน้าบวมเปร่ง ข้อศอกและหัวเข่าเป็นแผลถลอกนิดหน่อยพะยะค่ะ ท่านพี่…ท่านคิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับซูเจินไหมและถ้าเกี่ยวจริง นางจะทำเช่นนั้นไปทำไมกัน นางยอมให้สนมฮงมาทำร้ายสนมลีได้อย่างไร หรือการที่นางมาตีสนิทกับสนมลีนั้น นางมีจุดประสงค์อื่น"
"มีจุดประสงค์อื่นน่ะใช่..เเต่อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เพราะเท่าที่ข้ารู้จักนางมา นางไม่เคยคิดจะทำร้ายใครโดยไม่มีเหตุผล ไว้นางตื่นขึ้นมาเราก็จะได้รู้พร้อมๆกัน" อี้เฉียนมองหน้าซูเจินขณะหลับด้วยสายตาที่เฝ้าทะนุถนอม เขายิ้มอย่างเอ็นดู มือหนึ่งข้างถูกเอื้อมไปลูบที่หน้าแก้มเบาๆ ตอนนี้อี้เฉียนติดอยู่ในห้วงแห่งความสุข จนลืมไปว่าตอนนี้ในห้องนั้นมีอี้เถียนอยู่อีกคน พวกเขาสองคนเอาเเต่นั่งจ้องซูเจินอยู่แบบนั้นจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด อี้เฉียนและอี้เถียนไม่อาจละสายตาจากสตรีผู้หลับไหลคนนั้นได้ ยิ่งมองหน้านางเท่าไหร่อี้เฉียนก็ยิ่งหลงนางมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่อี้เถียนจ้องไปจ้องมาจนหลับไปอีกคนแล้ว